SMEs เกษตร
บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่เศษ ของลุงสุนันท์ แซ่อื๊อ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/6 หมู่ 10 ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับการปลูกพืชผักมาตั้งแต่เด็กทดลองปลูกผักหลายชนิดหมุนเวียนในพื้นที่ ซึ่งได้มีการปลูกแบบยกร่องสูง มีน้ำขังหล่อเลี้ยงอยู่สม่ำเสมอ มารุ่นนี้ทดลองปลูกมะเขือเทศราชินีที่ได้รับความสนใจ ตลาดมีความต้องการเนื่องจากผู้บริโภคให้ความนิยมรับประทานเพราะอุดมด้วยวิตามินมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ราคาแพง เป็นแปลงตัวอย่างของอำเภอโพธาราม ที่จะให้เกษตรกรมาศึกษาดูงาน หลังจากที่จังหวัดราชบุรีได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 6 จังหวัดของประเทศให้เป็นเมืองเกษตรสีเขียว ที่ผลิตพืชผัก ผลไม้ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เป็นแหล่งปลูกที่สำคัญของประเทศ ลุงสุนันท์ แซ่อื๊อ เปิดเผยการปลูกมะเขือเทศราชินีว่า เริ่มทำอาชีพการเกษตรมาตั้งแต่อายุ 12 ปี ปลูกหลายอย่างหมุนเวียนกันไป เช่น ถั่วฝักยาว ชุดล่าสุดปลูกผักคะน้า พอชุดนี้จึงเปลี่ยนมาปลูกมะเขือเทศราชินี การดูแลค่อนข้างยากเพราะระบบน้ำยังไม่ค่อยดี จึงต้องใช้ระบบน้ำซึมยกร่อง หากปล่อยน้ำมาแบบลักษณะตรงอาจทำให้น้ำเสีย วิธีการปลูกจะใช้กรอกเมล
นับจากราวเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเมษายน ของทุกปี หากใครมีโอกาสเดินทางผ่านเข้าเมืองนครนายกจะพบเห็นไม้ผลลูกกลมสีเหลืองที่ร้อยเป็นพวงสวยงามแขวนไว้หน้าร้านตลอดสองข้างทาง แล้วต้องบอกว่านั่นคือมะยงชิด ชื่อมะยงชิดมักถูกเรียกคู่กับมะปราง จนเกิดคำถามว่าทั้งสองอย่างเป็นผลไม้พี่น้องกันหรือ แต่หลังจากสืบค้นจนทั่วแล้วพบว่าเป็นไม้ผลกลุ่มเดียวกัน ประวัติที่มาถูกเริ่มต้นจากมะปรางก่อน จากนั้นถูกนำมาปลูกหลายแห่งจนกลายพันธุ์เป็นมะยงชิด เพราะมีรสหวาน กรอบ ผลขนาดใหญ่ เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค แต่กระนั้นมะปรางก็ยังคงมีอยู่ เพียงแต่รูปร่างลักษณะผลเหมือนกันกับมะยงชิด เพราะฉะนั้น ความสับสนเช่นนี้คงมีชาวบ้านที่ปลูกในพื้นที่เท่านั้นที่แยกออกด้วยการชิม และไม่ว่าอย่างไรผู้คนมักรู้จักผลไม้ลูกกลมสีเหลืองนี้ว่ามะปรางหวาน-มะยงชิด เนื้อหนา เมล็ดเล็ก รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ทั้งนี้ มะปรางหวาน-มะยงชิด เป็นไม้ผลพื้นเมืองที่น่าจับตามอง เป็นที่ต้องการของตลาดสูง แถมมีราคาจำหน่ายค่อนข้างแพง เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ออกตามฤดูกาล และมีพื้นที่การปลูกค่อนข้างน้อย ชาวนครนายกปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิดกันมาเป็นเวลายาวนาน จึงถือได้ว่าเป็นแหล่ง
จังหวัดปทุมธานีนอกจากจะเป็นพื้นที่ปลูกกล้วยหอมแล้ว ยังเป็นแหล่งปลูกหญ้า ปัจจุบันในจังหวัดนี้ มีพื้นที่ปลูกหญ้าประมาณ 7,000 – 10,000 ไร่ สร้างรายได้ให้แต่ละปีไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งสายพันธุ์ของหญ้าที่นิยมปลูกจำหน่ายในประเทศไทย มี 5 สายพันธุ์ คือ หญ้านวลน้อย หญ้ามาเลเซีย หญ้าญี่ปุ่น หญ้าพาสพาลั่ม และหญ้าเบอร์มิวด้า หรือหญ้าแพรก คุณดารุด พูลเต่า หรือผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ยึดอาชีพปลูกหญ้าขายนาน 30 ปี ปัจจุบันพื้นที่ปลูกหญ้า 100 ไร่ ต้นทุนตารางเมตรละ 9 บาท ปลูก 30 – 45 วัน ก็ตัดขายได้แล้ว กำไรเมตรละ 3 บาท รายได้แต่ละวัน 1,000 – 2,000บาท ฤดูฝนหญ้าขายดี ตลาดรับซื้อไม่อั้น นิยมนำไปปูสนาม จัดสวน อนาคตเล็งขยายพื้นที่ปลูกหญ้าเพิ่ม ผู้ใหญ่ดารุดในวัย 48 ปี เล่าว่า สมัยตอน ป.6 เคยรับจ้างปลูกหญ้าอยู่แถวมีนบุรีและลาดกระบัง พอได้ความรู้การปลูกหญ้ามาบ้าง กระทั่งไปเกณฑ์ทหาร 2 ปี ออกมาก็ปลูกข้าว แต่ทว่าได้ไม่คุ้มเสีย เลิกปลูกข้าว หันมาปลูกผักสวนครัวไปแร่ขายแถวคลอง 12 ขายตามริมถนนได้ 2 ปี หันมาปลูกหญ้าจริงจัง ที่คลอง 12 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี และ
คุณจันทร์ เรืองเรรา อยู่บ้านเลขที่74/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี 70180 โทรศัพท์ (089) 910-1254 เดิมเขาทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด และสับปะรด ลงทุนสูง เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องพึ่งพิงราคาจากตลาด บางช่วงสินค้าทางการเกษตรที่ปลูกมีราคาตกต่ำ ทำให้ขาดทุนต้องกู้เงินจาก ธ.ก.ส. มาลงทุนมีหนี้สินกว่า 800,000 บาท จึงทบทวนการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวที่ผ่านมา และได้ศึกษาเรียนรู้จากผู้รู้และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เริ่มทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกข้าว ทำไร่อ้อย ไร่สับปะรด ปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงปลา และเลี้ยงกบ ปัจจุบัน คุณจันทร์มีพื้นที่เกษตรกรรมของตนเอง 10 ไร่ และของภรรยา 34 ไร่ รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณจันทร์ ทำเกษตรผสมผสาน ทั้งปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงและผลิตอาหารปลา ทำปุ๋ยหมักชีวภาพและสารไล่แมลงใช้เอง และร่วมฟื้นฟูป่าชุมชน คุณจันทร์มีความโดดเด่นเรื่องการปลูกสับปะรด และแปรรูปสับปะรด โดยมีรูปแบบการปลูกดังนี้ วางระบบน้ำในพื้นที่ปลูก วางแผนปลูกสับปะรดทุกเดือน โดยปลูกครั้งละ 1 ไร่ เพื่อให้ได้ผลผลิตทั้งปี มีการเตรียมดินก่อน
ไผ่ดำ เป็นไม้ประดับขนาดเล็ก แตกกอเป็นพุ่มแน่น สูง 1-2 เมตร ลำผอมเล็ก แต่ละปล้องยาว 20-30 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยงสีเขียวอมม่วง ใบเรียบเขียว ใบเล็กออกสองข้าง ก้านรูปคล้ายใบเฟิร์น ลำไผ่ขณะที่อ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีดำ ปัจจุบันไผ่ดำ ปลูกกระจายอยู่ทั่วไป โดยส่วนใหญ่ปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งตามอาคารบ้านเรือน สำนักงาน เสริมโชคลาภมากกว่าปลูกไว้กินหน่อ เนื่องจากราคาจำหน่าย สูงถึงลำละ 300-500 บาท ดังนั้นจึงมีเกษตรกรผู้ปลูกไผ่กินหน่อ หันมาปลูกไผ่ดำ ไผ่ประดับกันมากขึ้น คุณอาณัติ ศรีชุม เจ้าของสวนไผ่ดำ 10 ไร่ ที่ต.ดงขี้เหล็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรอีกคนหนึ่งที่ เคยปลูกไผ่ตงศรีปราจีน ตัดหน่อขาย แต่รายได้สู้ไผ่ดำไม่ได้ จึงหันมาปลูกไผดำเต็มพื้นที่อย่างที่เห็น คุณอาณัติ บอกว่า ปลูกไผ่กินหน่อ รายได้น้อยกว่าพวกนี้ คือพวกนี้ จะเป็นไม้ประดับ จะแพงกว่า ได้ราคาดีกว่า สำหรับ ตลาดขายส่งอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพ / ตลาดต้นไม้ บางบัวทอง จ.นนทบุรี และที่ตลาดดงบัง ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน และสั่งได้ว่าต้องการความสูงของต้นเท่าไหร่ โดยเริ่มตั้งแต่ 1 เมตร จนถึ
“สงัด พรมเมศ” หรือคนในพื้นที่มักจะเรียกว่า “ป้าสงัด” เธอคือหญิงแกร่ง แห่งอำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง วัย 62 ปี จบการศึกษา ป.4 ทำมาแล้วหลายอาชีพ ทั้งรับจ้างทำนา ปลูกผัก เป็นชาวสวน เป็นแม่ค้าขายกล้วยทอด ขายโอเลี้ยง แต่สุดท้ายตั้งตัวได้ด้วยการเป็นเกษตรกรปลูกสมุนไพรไทยใกล้ตัว อาทิ ข่า ตะไคร้ ใบเตย ว่านน้ำ ไพล ทองพันชั่ง ปีกนางฟ้า นอกจากนั้นผนึกกำลังกับกลุ่มกับแม่บ้าน แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ในครัวเรือนนำออกจำหน่าย มีรายได้เข้ากลุ่มเดือนละล้านกว่า ช่วยสร้างงาน สร้างเงินให้แก่คนในชุมชนกว่า 300 ชีวิต ป้าสงัด เท้าความว่า เรียนจบเพียง ป.4 ทำงานหนักเอา เบาสู้มาตลอด สมัยเด็กช่วยแม่ขายกล้วยทอด ขายโอเลี้ยงตามงานวัด นอกจากนั้นยังรับจ้างเลี้ยงหมู ปลูกข้าว ปลูกถั่วดำ หาบข้าว ในปี 2511 ได้ค่าแรงเพียงวันละ 12 – 20 บาท พอโตเป็นสาว ช่วยพ่อแม่ทำของกินขายตามงานวัด กระทั่งป้าสงัดแต่งงาน เธอ บอกว่า ได้มรดกเป็นที่ดิน ด้วยความมุ่งมั่น ขยันสร้างฐานะทำงานเก็บเงิน เเละปลูกผักสวนครัว อาทิ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ แตงกวา แต่ก็เกิดปัญหาตลอดขาดทุนเยอะมาก สาเหตุมาจากการใช้สารเคมี ฉะนั้นเลยตั้งปฏิญาณไว้ว่าจะเลิกปลูกพืชผักที
“สวนหลงบูรพา” ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 5 ซอยหนองหว้ากอก ตำบลอ่าวใหญ่ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด สวนทุเรียนคนรุ่นใหม่ ครอบครัวของ ร้อยตรีกรีฑา งาเจือ หรือ “อาจารย์เฟิร์น” วัย 30 ปี และ คุณณัฐวรรณ แปลงดี หรือ “น้องหนู” ภรรยา ปัจจุบัน คุณกรีฑาเป็นรองประธานชมรมคนรักทุเรียนแห่งประเทศไทยภาคตะวันนออก และหัวหน้าศูนย์ศึกษาการผลิตทุเรียนคุณภาพ จังหวัดตราด และล่าสุดเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษา สาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีอีกด้วย คุณกรีฑาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และปริญญาโท บริหารรัฐกิจ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แต่เลือกสืบทอดอาชีพทำสวนตามพ่อแม่ โดยผสมผสานภูมิปัญญารุ่นพ่อกับประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากเกษตรกรรมยุคใหม่ เป็นแนวทางพัฒนาสู่เกษตรกรยุค 4.0 ออกแบบการผลิตทุเรียนให้เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ ใช้วิธีการบริหารจัดการด้านการตลาดแบบใหม่ด้วยสื่อโซเชียลมีเดีย สร้างรายได้ให้กับครอบครัวอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ปั้น หลงลับแล ทุเรียนคุณภาพภาคตะวันออก ป้อนตลาดพรีเมี่ยมทั้งไทยและต่างประเทศ คุณกรีฑา งาเจ
ไผ่เลี้ยง เชื่อว่าเป็นไม้นำเข้า เนื่องจากไม่พบตามธรรมชาติในป่าลึก ไผ่เลี้ยงมีลักษณะลำต้นตรง เนื้อหนา จึงเหมาะสำหรับใช้ทำบันได โป๊ะ หลักไม้สำหรับเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ และใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งหน่ออ่อนก็ใช้บริโภค มีรสชาติดี ไผ่เลี้ยง เป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นตรง สีเขียวเข้ม ไม่มีหนาม เนื้อลำหนา เส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 3-7 เซนติเมตร สูง 8-12 เมตร หน่อสีเขียวอมเหลือง ไม่มีขนที่กาบใบ ต่างกับไผ่รวกที่มีขนาดใกล้เคียงกัน วิธีขยายพันธุ์ ดีที่สุดคือการแยกเหง้า เริ่มแยกได้เมื่อไผ่มีอายุ 2-3 ปี หากอายุเกิน 3 ปี ต้นที่แยกออกไปจะไม่แข็งแรง คัดเลือกต้นหรือลำที่แข็งแรง ตัดให้สั้นเหลือตอไว้ สูง 50-80 เซนติเมตร บำรุงต่อไปให้ผลิใบ และแตกกิ่งแขนงออกมาใหม่ แล้วใช้เสียมคม และสะอาด ตัดแซะออกชำในถุงเพาะชำ มีแกลบดำ หรือดินขุยไผ่เป็นวัสดุเพาะ ดูแลรักษาให้แข็งแรง เมื่ออายุ 8-12 เดือน นำปลูกลงแปลงได้ แปลงปลูกถ้าเป็นที่นา จำเป็นต้องยกร่องสวน แต่ถ้าหากเป็นที่ดอน ปรับที่แล้วปลูกได้เลย ช่วงปลูกดีที่สุดคือ ต้นฤดูฝน ใช้ระยะปลูก 4×4 เมตร ใน 1 ไร่ ปลูกได้ 100 ต้น หรือ 100 กอ ระยะ 1-2 ปีแรก ที่ว่างระหว่างต้น และระหว่างแถว
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี นอกจากผลิตบุคลากรทางด้านการเกษตรออกมารับใช้สังคมแล้ว ยังมีผลงานวิจัยเยี่ยมยอดมากมาย ยกตัวอย่าง การนำผลสำรองมาแปรรูปพร้อมดื่ม มีคนรับเทคโนโลยีไปบรรจุกระป๋อง จำหน่ายดีมาก กล้วยไม้เหลืองจันทบูร เดิมหายจากป่า ต่อมาวิทยาเขตจันทบุรีศึกษาการขยายพันธุ์ โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ได้ต้นจำนวนมาก กล้วยไม้ชนิดนี้เป็นที่มาของงานรักษ์เหลืองจันท์ฯ ซึ่งจัดติดต่อกันมานาน เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของภาคตะวันออก คนทั่วไปรู้จักแวะเวียนไปชมงานจำนวนมาก ผู้ที่ศึกษาวิจัยการขยายพันธุ์กล้วยไม้เหลืองจันทบูร คือ ผศ.ดร. สาโรจน์ ประเสริฐศิริวัฒน์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านไบโอ-เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ดร. อรวดี อานามวัฒน์ งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง ของ ผศ.ดร. สาโรจน์ ที่เอกชนรับไปทำต่อคือ การเพาะและแปรรูปเห็ดถั่งเช่า ซึ่งผลจากการวิจัยพบว่า มีสารสำคัญ “คอร์ไดเซปิน” ในปริมาณสูง โดยพบว่าสูงกว่าผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันในท้องตลาด เอกชนที่รับมาทำต่อคือ ฟาร์มเห็ดเขาคิชฌกูฏ โดย ดร. อรวดี อานามวัฒน์ ตั้งอยู่ เลขที่ 9/22 หมู่ที่ 10 ตำบลพลวง อำเภอ
ไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เป็นไก่ที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างไก่พื้นเมืองพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว นั่นคือไก่ตะเภาทอง กับไก่พื้นเมืองของจีน ที่มีชื่อว่า ไก่สามเหลือง หรือซาอึ้ คุณสุชาติ สงวนพันธุ์ นักวิชาการเกษตรเชี่ยวชาญ จากภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เผยว่า เดิมไก่ตะเภาทองอยู่ในประเทศไทยมาช้านานแล้ว เป็นไก่พื้นเมืองพันธุ์ดี เนื้ออร่อย และมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพดินฟ้าอากาศเมืองไทย จุดแข็งของไก่พันธุ์ตะเภาทองคือมีเนื้อรสอร่อย มีการปรับตัวได้ดี จุดนี้ ใช้เป็นจุดแข็งในการพัฒนาสายพันธุ์ ไปแสวงหาพันธุ์นี้ เอามาพัฒนาก็ใช้เวลาอยู่ประมาณ 4-5 ปี ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ มีรูปร่างสมส่วน สวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย ลักษณะหงอนเป็นหงอนจักร จนสีเหลืองทอง และแข้งสีเหลือง คุณสุชาติ เล่าว่า การเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ มีการฝึกให้ไก่กินผักไม้ใบหญ้า และระบบการเจริญเติบโตของไก่ก็มีความสามารถเปลี่ยนผัก ผลไม้เหล่านี้ไปเป็นเนื้อ เป็นการสร้างการเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้นหากเกษตรกร ทำการเกษตรด้วยการไม่ใช้สารเคมี ผักหญ้าที
