SMEs เกษตร
เจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในจังหวัดร้อยเอ็ด หรือ ร้อยเอ็ดพลาซ่า และเซฟมาร์ทร้อยเอ็ด ร้านสะดวกซื้อของคนไทย พลิกผืนดิน 200 ไร่ ซึ่งในอดีตเคยเป็นสนามแข่งม้า มาปลูกข้าวหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอรี่ รวมถึงผักสลัด บนวิถีเกษตรอินทรีย์ ตั้งชื่อ “ไร่ออนซอน” ได้รับเครื่องหมายมาตรฐานระดับโลก IFOAM การันตี ธุรกิจสะอาด นับเป็นความภูมิใจของครอบครัว และเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานชาวจังหวัดร้อยเอ็ด คุณสมจิตต์ ชาติบัญชากร ผู้ก่อตั้งและเจ้าของไร่ออนซอน (Onzone Farm) ในวัย 67 ปี เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันธุรกิจที่ทำ คือ เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าร้อยเอ็ดพลาซ่า และร้านสะดวกซื้อเซฟมาร์ท ซึ่งมีราว 20 สาขา รวมถึงไร่ออนซอน พื้นที่ 200 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมือง สำหรับที่มาที่ไปของไร่ออนซอน คุณสมจิตต์ กล่าวว่า เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ที่ดินบริเวณนี้ เคยเป็นสนามม้าแข่ง ซึ่งหลังจากมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต เจ้าของเก่าประสบปัญหาขาดทุน หนที่สุดเลิกทำ และปล่อยให้รกร้างนานกว่า 20 ปี ตนเองในฐานะเจ้าของใหม่ มีความคิดว่าอยากจะพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เบื้องต้นปลูกข้าวหอมมะลิ และข้า
ลูกหลานแก๊งไฮโซ 5 ชีวิต เบื่องานประจำและปฏิเสธชีวิตหรูหรา ผันตัวเป็นเกษตรกร ปลูกผักสลัดออร์แกนิก บนที่ดิน 7 ไร่ ตำบล หนองพลับ อำเภอ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลผลิตขายตามโรงแรมและเสิร์ฟในร้านอาหารชื่อแปลงผัก นำทีมโดยคุณกัลยกร บุนนาค หรือคุณกัญ ลูกสาวคุณพนารัตน์ พิสุทธิศักดิ์ (บุนนาค) อดีตรองนางสาวไทยอันดับ 1 และขวัญใจช่างภาพปี 2513 ปัจจุบันยังมีผลงานแสดงผ่านทางจอแก้วอยู่บ้าง นับเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม คุณกัญในวัยเพียง 24 ปี เล่าว่า หลังจากจบการศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ไปทำงานเกี่ยวกับออแกไนซ์ราว 3 เดือน รู้สึกได้ว่าตัวเองไม่ชอบงานประจำ ประกอบกับครอบครัวย้ายไปอยู่ที่หัวหินเปิดร้านอาหาร ด้วยความที่อยากอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว เลือกที่ลาออกจากงานเงินเดือนดี หันมาสวมบทบาทเป็นเกษตรกร ครอบครัวของทายาทตระกูลดัง ย้ายไปอยู่ที่หัวหิน เปิดร้านอาหารชื่อ “ชิฎฑะเฬ” แต่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อร้านเล้วเป็น “แปลงผัก” คุณกัญ บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า โดยส่วนตัวชอบอยู่กับธรรมชาติ รักต้นไม้ อยากเป็นเกษตรกร และที่สำคัญอยากจะอยู่ใกล้ชิดครอบครัว เลยเลือกที่จะป
ไผ่จืด เป็นพืชตระกูลหญ้า ลักษณะเหมือนต้นไผ่ย่อส่วนอัดแน่นเป็นกอ ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร กาบใบที่หุ้มลำต้นเกลี้ยง ไม่มีขน แผ่นใบมีขน เมื่อจับจะสากมือ การขยายพันธุ์ แยกกอ ปักชำ หญ้าคล้ายไผ่ แก้คุณไสย ใช้ถอนพิษ แถบปราจีนบุรี จะสังเกตเห็นว่าแทบทุกบ้านมีกระถางของต้นไผ่จืด สอบถามดูก็ได้ความว่า เขาปลูกไผ่จืดเอาไว้แก้ไข้ทับระดู และแก้ยาสั่ง เพราะปราจีนบุรีเป็นดงของยาสั่ง แต่ละหมู่บ้านมีตำรับยาสั่งและยาแก้ยาสั่งของตนเองโดยเฉพาะ หมอยาอีสานหลายแห่งก็ใช้ไผ่จืดในลักษณะเดียวกัน พ่อหมอแม่หมอเมืองเลย บอกว่า ไผ่จืดเป็นยาแก้ผิดกรรม ผิดสำแดง แม่หญิงที่กินของผิด ของแสลง ให้เอามาต้มกิน จะใช้เหง้า หรือเอามาทั้งต้น ทั้งใบ นำมาม้วนๆ มัดใส่หม้อต้ม แม่หญิงที่เลือดไม่ดี สีไม่งาม ต้มกินก็จะช่วยบำรุงเลือดอีกด้วย ในบรรดาหมอยาเมืองเลย มี ตาเพ็ง สุขบัว ยังใช้ไผ่จืดในการแก้ หรือล้างการถูกยาสั่งด้วย บรรดาพ่อหมอยังได้พูดถึงความสำคัญของการดูแลหญิงหลังคลอดไม่ให้ผิด ต้องให้ระวังอาหารการกิน หรือที่เรียกว่า ขลำ ไม่อย่างนั้นจะทำให้ผิดกะบูน บางคนรักษาไม่ทันตายไปก็มี บางคนก็ผอมเหลือง เป็นไข้ ให้นมลูกก็ไม่ได้ เพราะ
จากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นกับบ้านเราเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ทำให้การเกษตรหลายอย่างต้องหยุดการเพาะปลูก เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่ภายในแหล่งเก็บน้ำในที่ต่างๆ มีใช้อย่างเพียงพอ เพื่อรอฤดูฝนใหม่ที่จะมาถึง แม้แต่เกษตรกรทางด้านการประมงก็เช่นกัน ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งในครั้งนี้ จึงทำให้เกษตรกรที่ไม่มีบ่อเก็บน้ำสำรองจึงต้องหยุดเลี้ยงปลาไปสักระยะเพื่อรอน้ำมาประกอบอาชีพต่อไป แต่ยังมีเกษตรกรอีกจำนวนไม่น้อยที่สามารถทำการประมงได้ตลอดทั้งปี โดยเลือกเลี้ยงสัตว์น้ำบางชนิด ที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมากก็สามารถทำเงินได้ คือ คุณสมพรชัย องอาจ อยู่บ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความสนใจในเรื่องของการประมง เขาจึงหาวิธีเลือกเลี้ยงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เหมาะกับพื้นที่บ้าน คือการเลี้ยงกบในกระชังบกที่มีการใช้น้ำในปริมาณที่น้อย แต่สามารถโตจนทำเงินได้มาก ที่เรียกง่ายๆ ว่า เลี้ยงจนมีปริมาณที่ผลิตไม่พอขายกันเลยทีเดียว สนใจการเลี้ยงกบ เพื่อสร้างรายได้ คุณสมพรชัย เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีทำการเกษตรอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของภรรยา โดยเขาเองก็ได้ไปอยู
เลยจากตัวเมืองนครสวรรค์หรือเมืองสี่แคว ไปทางกำแพงเพชรเล็กน้อย บริเวณนั้นคือ พื้นที่ของอำเภอบรรพตพิสัย สองข้างทางทิวทัศน์สวยงามดี คุณธนกร ฐานะปัญญาดี ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด ได้ขับรถนำไปยังแปลงปลูกแตงโมพันธุ์ทรายทอง ของ คุณมานะ เพชรนิล อยู่บ้านเลขที่ 385 หมู่ที่ 5 ตำบลท่างิ้ว อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ คุณมานะ เพชรนิล หรือที่คุณธนกรเรียกอานะ ปลูกแตงโมหมุนเวียนตลอดปี โดยปลูกครั้งละ 30 ไร่ ตัวเขาเองมีที่ดิน 2 แปลง จึงสลับทำนากับปลูกแตงโม ช่วงหน้าฝนปลูกแปลงที่สูงหน่อย ครั้นหน้าแล้งก็ย้ายลงยังแปลงที่ลุ่ม “ปลูกมานานกว่า 10 ปีแล้ว ฤดูกาลไม่มีผล ปลูกได้ทุกฤดู” อานะบอก ช่วงนี้นิยมแตงโมผลใหญ่ สมัยเก่าก่อน แตงโมมีขายมากๆ คือช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อน แตงโมเย็นๆ ในสภาวะอากาศที่อบอ้าว ช่วยลดอุณหภูมิและทำให้ร่างกายสดชื่น ในยุคดิจิตอล แตงโมมีผลผลิตวางขายมากทุกฤดูกาล ทั้งนี้เพราะมีการวิจัยพันธุ์ให้เหมาะสมแต่ละฤดู การเลือกพื้นที่ปลูกก็สำคัญ เทคโนโลยีก็ก้าวหน้า แต่ที่สำคัญมากนั้น เกษตรกรผู้ปลูกสั่งสมประสบการณ์ กลายเป็นภูมิปัญญาล้ำค่า คุณธนกร เล่าว่า บริษัท เพื่อนเกษตรกร จ
ปัจจุบันไม่เพียงบนยอดดอยสูงเท่านั้น แต่ในภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดอุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ ก็มีวางขายสตรอว์เบอรี่เกลื่อนริมทางเท้าและฟุตปาท ทั้งหมดล้วนเป็นผลผลิตที่ได้จากท้องถิ่นทั้งสิ้น “ประภัสสร สายวรรณ์” เจ้าของสวนสตรอว์เบอรี่ “สุขสมใจ” ตั้งอยู่ที่บ้านโสกบงต.นาดง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ อธิบายและเล่าถึงการปลูกสตรอว์เบอรี่ในพื้นที่ว่า เป็นการปลูกในสวนยางพารา ซึ่งสวนสุขสมใจเป็นสวนสตรอว์เบอรี่ในป่ายางพาราแห่งแรกของจังหวัดบึงกาฬ และเปิดเป็น “ศูนย์การเรียนรู้สำหรับเกษตรกร” อีกด้วย เดิมทีครอบครัวของประภัสสรทำสวนยางพารามาตลอด มีพื้นที่ประมาณ 14 ไร่ แต่พอปี 2556 ราคายางเริ่มตกต่ำ ซึ่งขณะนั้นเธอยังเรียนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จึงสงสารพ่อแม่มากที่ต้องส่งเงินให้เรียนหนังสือ แต่รายได้คงที่ไม่มีอะไรเพิ่มขึ้นมา ระหว่างนั้นได้ปรึกษากับแฟน ซึ่งเป็นคน จ.หนองบัวลำภู ที่บ้านแฟนทำไร่สตรอว์เบอรี่ เลยแนะนำว่าสตรอว์เบอรี่สามารถปลูกในภาคอีสาน และทำเงินได้จริง ๆ เมื่อเรียนจบประภัสสรจึงร่วมมือกับแฟนลงมือปลูกทันทีในวันที่ 1 มกราคม 2557 และสตรอว์เบอรี่เริ่มออกลูกให
“ยังสมาร์ท ฟาร์มเมอร์” เมืองกาญจน์ ผุดวิสาหกิจเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย พัฒนาเว็บไซต์เชื่อมโยงผู้บริโภค-พ่อค้าคนกลาง-เกษตรกร พร้อมลุยช่องทางเฟซบุ๊กโปรโมตผลผลิต ชี้ทิศทางความต้องการเกษตรอินทรีย์โลกเพิ่มขึ้นทุกปี นายอิศเรศ เทียนกุล ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย และผู้ประสานงาน Young Smart Farmer ไทยแลนด์ เขต 2 ภาคตะวันตก เปิดเผยว่า วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย (Organic Com-munity Enterprise of Thailand : OCET) ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ของไทยและสร้างการรับรู้ให้แก่ชาวต่างชาติรวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิตออร์แกนิกในประเทศไทยซึ่งจะเริ่มต้นดำเนินการในจังหวัดกาญจนบุรีโดยการทำให้คนในชุมชนบริโภคกันเองก่อน และในอนาคตมีแผนจะเชิญชวนวิสาหกิจอื่น ๆ มาร่วมเป็นสมาชิกด้วย เพื่อช่วยกันพัฒนาเกษตรปลอดภัยไปสู่เกษตรอินทรีย์ สำหรับแผนการดำเนินงานมี 2 แบบ คือ การทำเว็บไซต์ organic.or.th เพื่อให้ความรู้ และเป็นช่องทางให้ชาวต่างชาติที่ต้องการปลูกหรือซื้อผลผลิตอินทรีย์ ได้สื่อสารกับเกษตรกรผู้ปลูกและพ่อค้าคนกลางโดยตรง ขณะนี้อยู่ระ
ชะอม ผักที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยกันดี นำมาทำอาหารได้หลายชนิด และเนื่องจากเป็นเพืชยอดนิยมนี้เอง จึงเป็นพืชสร้างรายได้ดีให้กับเกษตรกร ชะอม เป็นไม้ยืนต้นพืชสมุนไพรของไทยที่ปลูกได้ในทุกภาคของประเทศ และมีชื่อเรียกต่างๆ กันไป ใบอ่อนหรือส่วนยอดของใบ สามารถนำมารับประทานได้ แตกยอดทั้งปี นิยมปลูกเป็นรั้วบ้าน เนื่องจากมีหนามแหลม คุณจำเนียร นิมวรรณ์ ที่อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง มีพื้นที่ทำเกษตรอยู่ 6 ไร่ ทำแปลงปลูกชะอม 3 ไร่ พื้นที่ที่เหลือเป็นบ่อน้ำ และปลูกพืชอื่น ๆ อีกหลายชนิด ก่อนหน้านี้ คุณจำเนียร รับราชการ แต่เกษียณก่อนกำหนดออกมาทำการเกษตร และเลือกปลูกชะอม สร้างรายได้ให้กับครอบครัว ทั้งนี้ คุณจำเนียร ได้พูดถึงเหตุที่เลือกปลูกชะอม ว่า เป็นพืชเศรษฐกิจ คนไทยรู้จักดี และบริโภคกันทั้งปี ที่สำคัญพืชชนิดนี้ เมื่อตัดแล้ว มันก็จะแตกขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ อย่างที่คุณจำเนียร บอก นอกจากยอดชะอมแล้ว ต้นชะอมที่ตัดออกในช่วงตัดแต่งกิ่ง ยังนำไปขายเป็นพันธุ์ชะอมได้อีกด้วย ซึ่งคุณจำเนียร ขายกิ่งละ 2 บาท (ความสูงประมาณ 1 คืบ) ส่วนใหญ่มีแม่ค้ามารับซื้อไปขายต่อ รวมทั้งเกษตรกรมาซื้อไปปลูกด้วย ชะอมขายได้ร
“ทฤษฎีใหม่” ทฤษฎีที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยใช้แนวคิดแห่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการบริหารงานในการทำการเกษตร ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้วางรากฐานและพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อแก้ไขปัญหาการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรได้มีชีวิตอยู่โดยหลุดพ้นบ่วงแห่งความยากจน หลายชุมชนน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ปรับใช้กับอาชีพเพื่อสร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้กับครอบครัว ดังเช่น คุณณรงค์ กลิ่นถือศีล ที่วันนี้เขาหันหลังให้กับเงิน เดินกลับมารับหน้าที่เป็นหมอดินอาสาประจำตำบลทุ่งบัว อำเภอนครชัยศรี พัฒนาสานอาชีพเกษตรกรรมต่อจากพ่อแม่ คุณณรงค์ กลิ่นถือศีล คุณณรงค์ หรือ ป๊อป เล่าให้ฟังว่า ตนเรียนจบด้านศิลปะ เคยทำงานออกแบบดิสเพลย์สินค้าให้แก่บริษัทในกรุงเทพฯ ก่อนไปเป็นทหารรับใช้ชาติ 2 ปี หลังจากหมดหน้าที่ตั้งใจจะกลับไปหางานทำใหม่อีกครั้งในกรุงเทพฯ แต่ในขณะเดียวกัน จังหวะนั้นทางบ้านประสบปัญหาทางการเงิน เป็นหนี้ที่เกิดจากการลงทุนทำนา “หนี้สินที่เกิดขึ้นเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ หมดไปกับปัจจัยการผลิต อาทิ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมนพืช และสารเคมีต่างๆ ครับ เนื่องจากที่ผ่านมาครอบครัวมีความรู้เรื่องการใช้
พูดถึงนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดในบ้านเรา ชื่อของ ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เป็นที่รู้จักกันดี เพราะมีผลงานมากมาย ที่สำคัญท่านเป็น 1 ใน 5 ของนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดระดับโลก ปัจจุบันเป็นเจ้าของ บริษัท สวีทซีดส์ จำกัด จุดเด่น หวานกรอบอร่อย ล่าสุดผลงานของ ดร. ผู้นี้คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง “ราชินีทับทิมสยาม” (Siam Ruby Queen) ถือเป็นข้าวโพดหวานสีแดงพันธุ์แรกของโลก ที่เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์โดยฝีมือคนไทย ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันสวยสด รวมทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ สามารถรับประทานสดได้เลย ทำให้ได้รสชาติที่หวานและมีความกรอบในตัว และในอีกไม่ช้าจะมีพันธุ์ Siam Ruby Queen 2 เข้ามาเสริม ซึ่งพันธุ์นี้จะมีรสชาติที่หวานอร่อยกว่าเดิม ที่ผ่านมาการพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดหวานพิเศษสีแดง นอกจาก ดร. ทวีศักดิ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท สวีทซีดส์ จำกัด จะเป็นตัวหลักแล้ว ยังมีลูกสาววัย 32 ปี คุณรวิกานต์ ภู่หลำ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญ โดยเป็นเจ้าของโครงการนี้ เรียกว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้นจริงๆ เพราะเธอเรียนจบปริญญาโท สาขาปรับปรุงพ
