SMEs เกษตร
วันนี้เดินทางช่วงวันหยุดยาว ไปที่วังน้ำเขียว โคราช การต้อนรับอย่างดียิ่งกับบรรยากาศที่หนาวเย็น ครับ “ลุงเสริฐ” หรือนายประเสริฐศรี ไชยขันธ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 324 ม.11 บ้านน้ำซับ ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา 30370 โทร.093-5286383 หาง่ายๆครับ เข้าที่ว่าการอำเภอวังน้ำเขียว เลี้ยวผ่านหน้าสำนักงานสาธารณสุขอำเภอวังน้ำเขียว ตรงไปตามถนนลาดยาง ประมาณ 1 กิโลเมตร จากถนนสายหลัก 304 ประมาณ 3 กิโลเมตร ลุงเสริฐ เล่าให้ให้ฟังว่า พื้นที่ 10 ไร่ แบ่งปลูกองุ่น 6 ไร่ บ่อน้ำ 2 บ่อ ผักพื้นบ้าน ไม้ผลอื่น 2 ไร่ เช่น ชะอม พืชผักปลอดสารพิษ เริ่มปลูกองุ่นปี 2556 เป็นพื้นที่แปลงเก่า ปัจจุบันรื้อทิ้งหมดแล้ว เหลือแปลงใหม่ แบบปลอดสารพิษกางมุ้ง กว้าง 5 เมตร ความยาวตามพื้นที่ จำนวน 22 โครง 5×28 เมตร เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการปลูกองุ่น ให้น้ำระบบน้ำสปริงเกอร์ เมื่ออายุ 100 วันจากออกช่อ สามารถเก็บผลผลิตได้ ที่นี่ใช้พันธุ์แบลคโอปอร์ ไร้เมล็ด อร่อยที่สุด ระยะปลูกระหว่างต้นระหว่างแถว 1.5X6 เมตร จำนวน 100 ต้น เสาคอนกรีตอัดแรง ขนาด 2×2 นิ้ว ความยาว 2.50 เมตร จำนวน 80 ต้น ฝังหลักลึก 60-70 ซ.ม. การ
นครปฐม ถือได้ว่าเป็นดินแดนเลื่องชื่อเรื่องการปลูกส้มโอมากที่สุดแห่งหนึ่ง สมดั่งคำขวัญที่ว่า “ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย” แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังนิยมปลูกในระบบเคมีเต็มรูปแบบ ทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภครวมถึงตัวเกษตรกรเองด้วย ขณะเดียวกันก็ยังมีเกษตรกรบางคนที่เล็งเห็น และตระหนักถึงความสำคัญต่อสุขภาพและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงหันมาให้ความสนใจทำสวนส้มโอระบบอินทรีย์กันเพิ่มมากขึ้น อุบล การะเวก อายุ 64 ปี หัวหน้ากลุ่มเกษตรอินทรีย์หอมเกร็ด สมาชิกเครือข่ายสามพรานโมเดล เจ้าของสวนส้มโออินทรีย์ หนึ่งเดียวในพื้นที่ ต.บางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม ที่ผันตัวเองจากการทำสวนส้มโอระบบเคมี มาสู่อินทรีย์ จนประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม เล่าย้อนให้ฟังว่า เดิมทีที่บ้านทำสวนส้มโอมาตั้งแต่ยุคของคุณพ่อ แม้ไม่เคยใช้ยาฆ่าหญ้าในแปลง แต่ยอมรับว่าใช้ปุ๋ยเคมีในการบำรุงส้มโอ ซึ่งก็ถือเป็นเคมีเหมือนกัน แต่เมื่อปี 2552 หลังจากลุงเออรี่รีไทร์จากอาชีพรับราชการ ลุงอุบลก็กลับมาสานต่ออาชีพทำสวนส้มโอจากพ่อ ด้วยเหตุที่ไม่ชอบสารเคมีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงค่อยๆ ปรับลดปริมาณปุ๋ยเคมีลง หันมาศึกษาเรื่องการทำน้ำห
คุณสมพิศ ชูสังฆ์ เกษตรกรชาวสวนยาง วัย 48 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ได้ผันอาชีพไปปลูกสตรอเบอรี่ทดแทน ทำรายได้เดือนละกว่าแสนบาทในช่วงหน้าหนาว ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา คุณสมพิศ ยึดอาชีพทำสวนยางพารา ประมาณ 20 ไร่ เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว แต่ระยะหลังเจอวิกฤตราคายางพาราตกต่ำกว่า 2 ปี ทำให้ครอบครัวเขาประสบปัญหาขาดแคลนรายได้และแบกภาระหนี้สินก้อนโตจากการทำสวนยาง คุณสมพิศจึงมองหาอาชีพใหม่เพื่อเสริมรายได้ช่วงราคายางตกต่ำ คุณสมพิศ สนใจปลูกสตรอเบอรี่ผลไม้เมืองหนาว เพราะมองว่าสตรอเบอรี่เป็นผลไม้ที่หายากและมีราคาแพง เนื่องจากสตรอเบอรี่เป็นพืชใหม่ ทำให้เขาต้องเดินทางไปศึกษาดูงานแหล่งปลูกสตรอเบอรี่ จนมั่นใจจึงเริ่มทดลองปลูกสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 ที่นำมาจากทางภาคเหนือเมื่อปี 2556 ลองผิดลองถูกนานข้ามปี จนถึงปัจจุบันสวนสตรอเบอรี่ของเขาถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่พอใจในด้านผลผลิตและรายได้ กลายเป็นที่ศึกษาดูงานของเกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป ระยะแรกสวนสตรอเบอรี่แห่งนี้เน้นขายผลสตรอเบอรี่ แต่หลังจากกิจการของเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทำให้มีเกษตรกรจำนวนมากมาติดต่อขอซื้อต้นสตรอเบอรี่บรรจุ
การทำสวนมะพร้าวในเชิงการค้า ร่องสวนควรมีขนาดกว้าง 6 เมตร ร่องน้ำกว้าง 3 เมตร ส่วนความยาวแล้วแต่พื้นที่ เหตุที่ ต้องมีขนาดนี้ เพราะการปลูก จะปลูกทั้งสองข้างร่อง ห่างจากริมน้ำประมาณ 30 เซนติเมตร ตรงกลางกว้าง 3 เมตร ก็ใช้รถเข้าไปขนผลผลิตได้เลย ไม่ว่าจะเป็น รถกระบะ หรือมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง “ซึ่งระยะปลูกประมาณนี้ ช่วงที่ต้นมะพร้าวยังเล็กๆ จะดูว่าหลวมมาก แต่เมื่อมะพร้าวโตเต็มที่แล้ว จะพอดีเลย ทางมะพร้าวไม่ถึงกะซ้อนทับ หรือเกยกัน” นี่เป็นคำแนะนำ จากคุณวีรวุธ พรชัยสิทธิ์ เจ้าของสวนมะพร้าว ที่จ.ฉะเชิงเทรา สำหรับพื้นที่ที่เหมาะกับการปลูก ควรเป็นที่ราบลุ่ม ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่ที่ น้ำเค็มดันขึ้นไปถึง จะยิ่งดีมาก เพราะมะพร้าวชอบน้ำกร่อยมากที่สุด ทำให้น้ำมะพร้าวหอม หวาน (ผู้เขียนเห็นบางสวน ซื้อกากน้ำปลาไปเทรอบต้น ซึ่งทำให้มะพร้าวได้รับความเค็มเช่นกัน) ส่วนการดูแลอื่นๆ ก็ได้แก่ การดูแลในช่วง 6 เดือนแรกที่ต้องเข้มข้น ห้ามปล่อยให้ขาดน้ำ มิเช่นนั้นจะยืนต้นตาย ส่วนเรื่องโรคแมลง ก็ใช้แตนเบียนช่วยกำจัดศัตรูพืช (แตนเบียน คือแมลงที่กินแมลงศัตรูพืชเป็นอาหาร) และบางครั้งอาจต้องใช้สารเคมีตามที่กรมวิชาการเก
เกษตรอินทรีย์ เป็นการทำการเกษตรด้วยหลักธรรมชาติ บนพื้นที่การเกษตร ที่ไม่มีสารเคมีตกค้าง และหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของสารเคมีทั้งทางดิน ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของดินและความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ รวมถึงฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนสู่สมดุลธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมี สารสังเคราะห์ หรือสิ่งที่ได้จากการตัดต่อพันธุกรรม แนวทางของเกษตรอินทรีย์ เป็นการอนุรักษ์ดินและระบบนิเวศ โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการปลูกพืชจะใช้ปุ๋ยหมักแทนปุ๋ยเคมี กำจัดวัชพืชโดยใช้แรงงานคน ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อให้เกิดความหลากหลาย มีการเลี้ยงไส้เดือนดิน ใช้เศษพืชทำเป็นปุ๋ยหมัก ทำให้ดินได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และลดต้นทุนการผลิตด้วย มีการใช้น้ำส้มควันไม้เพื่อไล่แมลงศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมี เป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เกษตรกรมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค คุณภัทรภร แสงบุญ คุณภัทรภร แสงบุญ บ้านเลขที่ 43/2 หมู่ที่ 4 ตำบลชมพู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่ดำเนินงานปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์
เกษตรกรหนุ่มมาดเข้มวัย 31 ปี อยู่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี อดีตเคยเป็นพนักงานเช็คสต็อกคลังสินค้า บริษัทเอกชน ผันตัวเป็นเกษตรกรปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ พืชเมืองหนาว จุดเด่น ผลเล็ก เนื้อแน่น รสชาติหวานกรอบ เม็ดน้อย กินแล้วผิวดี วิตามินซีสูง คนรุ่นใหม่นิยมทานผลสด ปลูกบนพื้นที่ 600 ตารางเมตร ขายไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง รายได้ปีละ 360, 000 บาท คุณปิยะ กิจประสงค์ เกษตรกรหนุ่ม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ภาควิชากีฏวิทยา ทำงานประจำอยู่คลังสินค้า บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งราว 6 ปี กระทั่งเริ่มรู้สึกอยากทำกิจการส่วนตัว จึงลาออกพร้อมกับนำเงินเก็บสะสมมาสร้างโรงเรือนกางมุ้งปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ หรือ มะเชือเทศราชินี 3 โรงเรือน พื้นที่ทั้งสิ้นราว 600 ตารางเมตร ผสมปุ๋ยสูตรตัวเอง เก็บมะเขือเทศเชอรี่ผลสดขายสัปดาห์ละ 100 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 100 – 150 บาท สำหรับมะเขือเทศเชอร์รี่ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแถบทะเลทวีปตะวันตก เป็นไม้เมืองหนาว มีหลายสายพันธุ์ แยกตามลักษณะของผล และสี เช่น สีเหลือง แดง ชมพู ม่วง น้ำตาล คนทั่วไปนิยมทานผลสด ซึ่งการปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ของไท
ปลาสังกะวาด หรือที่คนภาคอีสานรู้จักกันในชื่อ ปลายอน เป็นปลาที่ไม่มีเกล็ด ชอบอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่ม ว่ายน้ำได้รวดเร็ว สามารถกินได้ทั้งซากพืชและซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย ปลาสังกะวาด แพร่พันธุ์กระจายอยู่ตั้งแต่แม่น้ำโขง ตลอดจนแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในประเทศไทยจะมีชุกชุมในเขื่อนเก็บน้ำบางแห่ง เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เป็นต้น คุณปรีชา ชะเอม อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลากระชังอยู่เหนือจากเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้เขามีน้ำเลี้ยงปลาได้ตลอดทั้งปี และที่สำคัญปลาที่เลี้ยงเจริญเติบโตได้ดีเป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งปลาสังกะวาดด้วย จากพนักงานธนาคาร ผู้มีใจรักการเลี้ยงปลา คุณปรีชา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเมื่อช่วงชีวิตเข้าสู่วัยทำงาน ได้เลือกอาชีพเป็นพนักงานธนาคาร เมื่อทำมาได้จนอายุ 52 ปี จึงรู้สึกอิ่มตัวกับงานทางด้านนี้ จึงมีความคิดว่าอยากออกจากงานก่อนเกษียณ แต่ต้องมีอาชีพอื่นที่รองรับในการมีรายได้ เพื่อมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วย “ช่วงแรกที่คิดจะออกจากงานที่ทำ ในใจคิดเสมอว่าต้องออกก่อนอายุ 60 ปี เพราะว่าถ้ามาอยู่บ้านอยู่เฉยๆ เดี๋ยวกำ
เห็ด เป็นพืชชั้นต่ำจำพวกเชื้อรา เป็นอาหารประเภทผักที่ไม่มีไขมัน มีการเจริญเติบโตเป็นสายใย มีรูปร่างสวยงามแตกต่างกันไป และเห็ดก็เป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากธรรมชาติ อุดมไปด้วยวิตามิน จึงให้คุณค่าทางโภชนาการ และมีสรรพคุณทางยา ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากโรคร้ายต่างๆ เช่น หลอดเลือดหัวใจอุดตัน และความดันโลหิตสูง เบาหวาน เป็นต้น ในปัจจุบันยังพบว่า เห็ด ให้คุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างมากมาย มีผู้เพาะเห็ดขาย สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยเลยทีเดียว คุณคมสันต์ แสนทวีสุข หนุ่มโสด ชาวไร่ วัย 30 ปีเศษๆ แห่งเมืองอุบลราชธานี เป็นอีกผู้หนึ่งที่หันมาเพาะเห็ดขาย จนมีรายได้อย่างน่าพอใจ ซึ่งเมื่อก่อนคุณคมสันต์ได้ผ่านการประกอบอาชีพต่างๆ มานับไม่ถ้วน ทั้งเป็นช่าง ทั้งทำนา ทำไร่มัน ค้าขาย ทำค่ายมวย แต่ก็ไม่รวยสักที จนกระทั่ง ต้นปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา จึงได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดขอน เพื่อเพาะเห็ดขาย รายได้จึงทะลักเข้ามาอย่างน่าพอใจ จากที่เคยตระเวนขายไปเรื่อยๆ ด้วยตัวเอง ก็เปลี่ยนมาเป็นนั่งขายอยู่ที่ฟาร์ม หรือบางทีมีลูกค้าสั่งเป็นจำนวนมา
หลายคนคงจะคุ้นเคยกับ คำขวัญเมืองโพธาราม ที่กล่าวว่า “ คนสวยโพธาราม งดงามน้ำใจ ค่ายหลวงบ้านไร่ หนังใหญ่วัดขนอน ที่นอนนุ่มชั้นนำ ถ้ำค้างคาวร้อยล้าน งามตุ๊กตาน่าพิศ จิตกรรมฝาผนัง หนองโพดังนมสด เลิศรสผักกาดหวาน ” แต่ความจริงแล้ว เมืองโพธารามยังมีของดีอีกอย่างที่อยากแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักก็คือ ข้าวโพดแปดแถว อยู่ในกลุ่มข้าวโพดข้าวเหนียว มีลักษณะพิเศษคือ ขนาดฝักเล็ก เมล็ดข้าวโพดสีขาวมีจำนวนแปดแถว รสชาติหวาน เนื้อเหนียวนุ่ม ไม่ติดฟัน สามารถปลูกได้ตลอดปี แค่ชิมครั้งแรก มีตกหลุมรักรสชาติความอร่อยของข้าวโพดพันธุ์นี้เสียแล้ว เพราะมีรสอร่อย นุ่มและหวาน ไม่เหมือนข้าวโพดต้มที่เคยกินในพื้นที่อื่นเลย จุดเริ่มต้นของการปลูกข้าวโพดแปดแถว ชาวบ้านในชุมชนตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่มีอาชีพปลูกข้าวโพดแปดเล่าให้ฟังว่า “คุณดำรง มินทนนท์” หรือ ลุงดำเป็นคนแรกที่นำมาปลูก เมื่อ 30 ปีก่อน โดยได้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดแปดแถวมาจากเพื่อนคนหนึ่ง จึงนำมาปลูกครั้งแรกในพื้นที่อำเภอโพธาราม และนำออกต้มขายที่หน้าวัดโบสถ์ ปรากฎว่า ชาวบ้านชอบใจในรสชาติความอร่อยของข้าวโพดพันธุ์นี้ จึงหันมาปลูกเป็นพ
คุณพันธ์ศักดิ์ เผื่อนพงศ์ หรือ ครูเป้ แห่ง “บ้านสวนชวนชม-เมล่อน พิจิตร” เลขที่ 2 หมู่ที่ 6 บ้านยางคอยเกลือ ตำบลปากทาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (089) 702-6391, (084) 080-8152 อดีตข้าราชการครูเกษียณ ซึ่งถ้าในวงการปลูกเลี้ยงชวนชมคงรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะครูเป้ปลูกเลี้ยงชวนชมมานานกว่า 20 ปี สะสมชวนชมเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากวงการไม้ประดับก็จะมีกระแสเป็นบางช่วงเวลา ประกอบกับเรื่องของอายุที่มากขึ้น จึงมองหาพืชใหม่ที่ใช้พื้นที่น้อย แต่สร้างรายได้ งานไม่หนักมากนัก ก็มาลงตัวที่การปลูกเมล่อนในโรงเรือน “เมล่อน” พืชอายุสั้น ที่สร้างรายได้ดี คุณพันธ์ศักดิ์ เผื่อนพงศ์ หรือ ครูเป้ เล่าว่า สำหรับการปลูกเมล่อนก็ศึกษามาสักระยะหนึ่งก่อนจะตัดสินใจปลูก เพราะเห็นว่าเป็นพืชอายุสั้น เพียง 65-80 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้แล้ว ใช้พื้นที่น้อย ปลูกในโรงเรือนที่มีมุ้งตาข่าย ก็จะตัดปัญหาเรื่องแมลงศัตรูได้ และประกอบกับราคาขายเมล่อนค่อนข้างดี เฉลี่ยขายกิโลกรัมละ 90-150 บาท (ซึ่งราคาจะอยู่กับราคาเมล็ดพันธุ์และกลุ่มลูกค้า) ที่สำคัญการทำงานไม่หนักสำหรับคนที่อายุมาก ซึ่งตอนนี้ก็ใช้แรงงานแค่คนในครอบครัว คื
