SMEs เกษตร
วันที่ 18 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวได้ รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีวัยรุ่นอายุเพียง 17 ปีคนหนึ่ง พักอยู่บ้านเลขที่ 33/5 หมู่ที่ 6 ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ประกอบอาชีพปลูกดอกลิลลี่จำหน่าย สร้างรายได้ระหว่างเรียน โดยจากการเดินทางไปตามที่ได้รับแจ้ง พบบริเวณข้างบ้านหลังดังกล่าวมีโรงเรือนปลูกต้นไม้แบบปิดขนาดใหญ่ คลุมด้วยพลาสติกใส เมื่อเข้าไปดูภายในพบชายวัยรุ่นคนหนึ่งทราบชื่อต่อมา นายอาชวิน แสงเทียน หรือ น้องวิน อายุ 17 ปี พร้อมด้วย นายทนงศักดิ์ แสงเทียน ผู้เป็นพ่อ กำลังช่วยกันเพาะปลูกและดูแลรดน้ำต้นลิลลี่หลากหลายสายพันธุ์ สีสันสดใสสวยงาม จึงเข้าพูดคุย น้องวิน เล่าว่า ตนเองชื่นชอบปลูกต้นไม้ โดยเฉพาะจำพวกไม้ดอก และอยากปลูกเป็นรายได้ แต่หากจะปลูกเหมือนกับเกษตรกรคนอื่นๆ ก็จะประสบปัญหาล้นตลาดหรือขายไม่ออก จึงเริ่มดูดอกไม้ต่างประเทศที่สามารถนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยได้ ก็พบกับดอกลิลลี่ โดยเฉพาะสายพันธุ์ “ดอกคาลล่าลิลลี่” เนื่องด้วยสีสันที่หลายหลาย รูปทรงอ่อนช้อยทรงกรวย เป็นเอกลักษณ์ และทนสภาพภูมิอากาศ จึงศึกษาวิธีการปลูกจากแหล่งข้อมูลต่างๆ จนสุดท้ายติดต่อขอซื้อสายพันธุ์จากประเทศต่างประเทศ อาทิ เนเธอร์แล
ชวนชม เป็นพรรณไม้ที่ได้รับความนิยมกันมากในกลุ่มที่ชื่นชอบการสร้างจินตนาการ การจัดตกแต่งรูปทรงของต้นชวนชมที่ต้องใช้เวลาทะนุถนอมกันมานานมากกว่าการปลูกพืชอื่นๆ เพื่อให้เกิดความสวยงามในรูปแบบของตนเอง ทั้งในด้านทรงต้น ราก กิ่งก้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าชวนชมเป็นไม้มงคลที่สวยงาม การปฏิบัติดูแลรักษาง่าย ทนต่อความแห้งแล้ง คือไม่ต้องรดน้ำมาก เพราะเป็นพืชอวบน้ำ เลี้ยงง่าย เป็นพืชที่ชื่นชอบเฉพาะกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ที่จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ที่นิยมชมชอบความสวยงามของต้นชวนชมอยู่หลายราย มีการจัดการประกวดชวนชมอยู่บ่อยครั้ง ทั้งในงานบุปผชาติ งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ งานประกวดเฉพาะต้นชวนชม ผู้เขียนได้พบกับ คุณเกรียงไกร ไชยพิเศษ ทำงานประจำที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่มีใจรักการปลูกชวนชม จึงได้ร่วมมือกับ คุณพงษ์ชัย ไชยพิเศษ พี่ชายที่ทำงานที่สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขต 6 เชียงใหม่ เริ่มต้นปลูกต้นชวนชมที่สวนบ้านดอนปิน ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลาประมาณ 3 ปี มีต้นชวนชมทั้งขนาดใหญ่และต้นเล็กที่กำลังขยายพันธุ์ลูกผสมจำนวนมากเต็มพื้นที่ จึงได้ขยายพื้นที่ออกไปปลูกที่บ้านของตนเองท
ดินใต้โคนต้นโสนที่ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยานับเป็นสิ่งล้ำค่าราวกับขุมทรัพย์ เพราะดินจากธรรมชาติบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะเป็นที่ขึ้นของ “เห็ดตับเต่า” เห็ดที่มีหมวกลักษณะคล้ายร่มสีดำ – น้ำตาลอมเหลืองอ่อน เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 10 – 25 ซม น้ำหนักเยอะต่อ1ดอก เกือบ 2 กิโลกรัม มีขนเล็กๆ คล้ายกำมะหยี่สีน้ำตาล ส่วนเนื้อของเห็ดชนิดนี้จะหนา มีความเหนียวหนึบ เมื่อนำมาต้มหรือผัด จะไม่ค่อยเละหรือแหยะเหมือนเห็ดชนิดอื่น เห็ดตับเต่ามักจะขึ้นในช่วงฤดูฝน ขึ้นมากในป่าเต็งรัง ป่าแดง ป่าต้นสะแก ถ้าเป็นในสวนมักจะพบในสวนผลไม้ เช่น สวนไผ่ รวมถึงขึ้นมากใต้โคนต้นโสน ที่ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คุณจำลอง จักรกร บ้านเลขที่ 55 หมู่ 6 ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หญิงสาววัย 56 ปี เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่มีอาชีพทำนามากว่า 100 ปี แต่ปัจจุบันเลิกทำนาแล้ว หันมาปล่อยที่นาให้คนเช่า แล้วเปิดบริษัทรับทำบัญชี รวมถึงเก็บเห็ดตับเต่าขายเฉพาะช่วงหน้าฝน ขาย 4 เดือนมีรายได้เกือบ 5 แสนบาท คุณจำลอง เผยกับเส้นทางเศรษฐีว่า เห็ดตับเต่า เป็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “พลูหรือใบพลูพืชที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน ใช้กินกับหมากหรือประกอบพิธีกรรมต่างๆ แต่ส่วนใหญ่จะปลูกกันไว้บริเวณบ้านกินบ้างขายบ้าง ยังไม่มีการปลูจริงๆจังๆเป็นอาชีพ” ขณะที่ชาวบ้าน หมู่ 4 ต.สนามชัย อ.สทิงพระ จ.สงขลา ได้รวมตัวกันตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกพลูทั้งเป็นอาชีพเสริมและเป็นอาชีพหลัก ขณะนี้มีชาวบ้านเข้ามาเป็นสมาชิกในกลุ่ม 26 คน และปลูกพลูส่งขายตลาดสงขลาและตลาดต่างประเทศกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เนื่องจากขณะนี้ใบพลูกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศทั้งอินเดีย และปากีสถาน รวมทั้งตลาดในพื้นที่ แม้จะเป็นพืชที่ปลูกกันทั่วไปแต่ยังมีปริมาณจำกัด ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดและยังมีพื้นปลูกกันค่อนข้างน้อย “สมบูรณ์ ปัญจะ” อายุ 70 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกพลู เปิดเผยว่า สมาชิกแต่ละคนจะปลูกพลูในพื้นที่บริเวณบ้านของตัวเอง จะใช้พื้นที่หลังบ้าน ประมาณ 1 ไร่ ปลูกพลูเต็มพื้นที่ จากก่อนหน้านี้ที่เคยปลูกพืชผักสวนครัวแบบผสมผสาน แต่ขณะนี้ได้เปลี่ยนมาปลูกพลูอย่างเดียว หลังจากที่พลูเป็นที่ต้องการของตลาดราคาปรับตัวสูงขึ้นจากกำละ 7 บาท เป็นกำลัง 17-18 บาท
หมากเม่า เป็นไม้ป่าขึ้นชื่อของจังหวัดสกลนคร ปัจจุบันถือเป็นไม้เศรษฐกิจที่สำคัญ มีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้อย่างน่าสนใจ มุมหนึ่งที่ไม่ค่อยได้กล่าวถึงกันมากนักคือ เพื่อนและศัตรูของหมากเม่า เรื่องนี้ คุณบุญเชิด วิมลสุจริต แห่งศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสกลนคร ได้ให้ข้อมูลถึงศัตรูของหมากเม่าว่า ที่พบการทำลายจะมีมาจากแมลง แต่ในธรรมชาติหมากเม่าจะมีแมลงศัตรูรบกวนน้อยมาก แต่ถ้าชะล่าใจปล่อยให้หมากเม่าอยู่เองตามธรรมชาติไปไม่ดูแล อาจจะเป็นที่ซ่อนตัวของแมลงที่ทำลายหมากเม่าได้ โดยเฉพาะบริเวณเปลือกของหมากเม่าจะเป็นที่ชื่นชอบมากกว่าส่วนอื่น แมลงศัตรูที่พบมาก ได้แก่ หนอนเจาะเปลือก ตัวสีเหลืองอ่อนที่กัดกินเปลือกหมากเม่า กินแล้วก็จะขับถ่ายออกมาเป็นก้อนๆ คล้ายขี้เลื่อย ด้วงหนวดปม จะมีลายจุดเหลืองดำให้เป็นที่สังเกต หนอนเจาะลำต้น จะเป็นหนอนที่สวยสีชมพูแดง จะเจาะลำต้นและกิ่งหมากเม่า หนักเข้าอาจจะถึงขั้นตัดท่อน้ำเลี้ยงหมากเม่าเลยทีเดียว ดังนั้น ไม่ควรปล่อยให้ต้นหมากเม่าแตกกิ่งในทรงพุ่ม เพราะเป็นกิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ไม่แทงช่อดอก ไม่ให้ผลผลิต ควรตัดแต่งกิ่งที่อยู่ในทรงพุ่มให้โปร่งจนแดดส่องทะลุถึงโคน
ว่าที่พันตรีวิเวก จงสูงเนิน เกษตรอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยถึงสถานการณ์ การปลูกส้มโอของอำเภอบ้านแท่นว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกให้ผลผลิตแล้ว 510 ไร่ โดยเฉลี่ยแล้ว พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ จำนวน 36 ต้น เมื่อส้มโออายุต้น 5 ปีขึ้นไป เก็บผลผลิตได้ 100 ผล ต่อต้น ต่อปี แต่ละผลมีน้ำหนักเฉลี่ย 1.3-1.8 กิโลกรัม พันธุ์ที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ทองดี “ส้มโอบ้านแท่น ปลูกมากที่ตำบลบ้านแท่นและสามสวน จุดเริ่มต้นของงานปลูกส้มโอนั้น เมื่อปี 2530 นายบุญมี นามวงศ์ นำมะม่วงจากอำเภอบ้านแท่นไปจำหน่ายยังตลาดสี่มุมเมือง เมื่อนำผลผลิตไปถึงตลาดพบว่ามีความเสียหายไม่น้อย ขณะที่ส้มโอจากนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ขนย้ายไม่เสียหาย นายบุญมีจึงไปซื้อกิ่งพันธุ์ส้มโอทองดี จากนครชัยศรี มาปลูกที่อำเภอบ้านแท่น พื้นที่ปลูกแต่เดิมไม่มากนัก แต่เนื่องจากจำหน่ายได้ดี จึงขยายพื้นที่เพิ่ม ปัจจุบันมีผู้ค้าชาวจีนมาซื้อ ราคาส้มโอทองดี กิโลกรัมละ 43 บาท เกษตรกรมีความพึงพอใจมาก เกษตรกรบางรายปลูกส้มโอ 12 ไร่ ได้เงิน 1 ล้านบาท ปีหนึ่งๆ ส้มโอนำเงินเข้าสู่อำเภอบ้านแท่น ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท” ว่าที่พันตรีวิเวก กล่าว ว่าที่พันตรีวิเวก กล่าวว
โรงเรียนเสนารัฐวิทยาคาร ตั้งอยู่พื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จัดเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีนักเรียนระดับปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวนนักเรียน 312 คน บุคลากรทางการศึกษารวมถึงอัตราจ้างที่จำเป็น 20 คน เมื่อโรงเรียนเสนารัฐวิทยาคารเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ การจัดงบประมาณสำหรับโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งปกติโรงเรียนจะบริหารจัดการภายในโรงเรียนเอง จึงจัดการด้วยการให้ผู้สนใจเข้ามาบริหารจัดการ แตกต่างจากการบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนบางแห่ง ที่นำผลผลิตที่ได้จากแปลงเกษตรของเด็กนักเรียน นำมามีส่วนในโครงการอาหารกลางวันด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ผลผลิตที่ได้จากแปลงเกษตรส่วนหนึ่งก็ยังเข้าสู่โครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ด้วยการรับซื้อไปประกอบอาหารให้กับนักเรียนภายในโรงเรียน อาจารย์มานะ กอสูงเนิน ผู้อำนวยการโรงเรียนเสนารัฐวิทยาคาร มีนโยบายในการปูพื้นฐานในภาคเกษตรให้กับนักเรียนทุกระดับชั้นของโรงเรียนไว้อย่างดี เพราะมองเห็นว่า เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ที่จบระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะเรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นกับโรงเรียน และหลังจากนั้นเกือบทั้งหมดจะเลือกศึกษาต่อในสาย
ขาวแตงกวาชัยนาท รายได้ไร่ละแสน ดีกว่าข้าวเกวียนไม่ถึงหมื่น มีงานส้มโอ 9-18 กันยายนนี้ ของปลอมเพียบ อยากได้ของแท้ต้องเข้าถึงสวน นางสาวรัตนา แสงสุย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกส้มโอขาวแตงกวา จังหวัดชัยนาท มี 1,137 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 900 ไร่เศษ ซึ่งถือว่าพื้นที่ลดลง เนื่องจากน้ำท่วมใหญ่ เมื่อ ปี 2554 ประกอบกับภาวะภัยแล้งเมื่อต้นปี 2559 ทำให้ผลผลิตส้มโอออกสู่ตลาดไม่มากนัก นางสาวรัตนา กล่าวว่า ในงานส้มโอจังหวัดชัยนาท ระหว่าง วันที่ 9-18 กันยายน 2559 มีผลผลิตมาจำหน่าย ประมาณ 50 ตัน ราคาอยู่ระหว่าง 60-70 บาท ต่อกิโลกรัม ตามที่มีผู้สอบถามว่า ส้มโอขาวแตงกวาของจังหวัดชัยนาทแท้ๆ หาซื้อได้ที่ไหน สำนักงานเกษตรจังหวัดไม่กล้าการันตี แต่ได้แนะนำให้ไปซื้อที่สวนเกษตรกรโดยตรง คือที่อำเภอเมือง นายวิเชียร ชั้นเกียรติคุณ โทรศัพท์ (088) 545-8181 นายภัทรพล คุ้มชนะ โทรศัพท์ (081) 888-3489 นายชัชชัย ทับทอง โทรศัพท์ (081) 379-9166 อำเภอมโนรมย์ นายสุภาพ สุขสำราญ โทรศัพท์ (089) 272-2531 นายอานนท์ ม่วงแป้น โทรศัพท์ (081) 887-9908 และอำเภอวัดสิงห์ นายทะว
รัตติกานต์ เกตุแก้ว หรือ ตั๊ก อดีตสาวแบงก์หน้าตาดี จบ ม.ธรรมศาสตร์ วัย 25 ปี แต่ใจรักเกษตร โบกมือลามนุษย์เงินเดือน ขอผันตัวไปเป็นชาวสวนปลูกมะนาวไร้เมล็ดและทำปุ๋ยใช้เองที่บ้านเกิดจังหวัดพิษณุโลก ส่งผลผลิตมะนาวลูกใหญ่ๆ ขายห้างแม็คโคร และตลาดสด กำเงินแสนทุกเดือน ชีวิตแฮปปี้ อนาคตเตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเพิ่มรายได้ ตั๊ก เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ไปทำงานธนาคารแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างทำงานจะนำมะนาวไร้เมล็ดที่ปลูกเองมาขายเพื่อหารายได้พิเศษ และจากการขายไม้ผลรสเปรี้ยวจัดชนิดนี้ ทำให้รู้ตัวเองว่าแท้จริงแล้วใจรักเกษตรมากกว่าทำงานประจำ หนที่สุดเลือกที่จะลาออก แล้วกลับบ้านไปปลูกมะนาวขายเป็นเรื่องเป็นราว สำหรับพื้นที่ปลูกมะนาวที่ตั๊กพูดถึงอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นที่ดินของครอบครัว ราว 50 ไร่ เลี้ยงหมู ปลูกกล้วย และปลูกมะนาวไร้เมล็ดพันธุ์ตาฮิติ ปลอดสารเคมี สาเหตุที่เลือกพันธุนี้ ตั๊ก บอกว่า ทนทานต่อโรค เฉลี่ยต่อไร่ ปลูกมะนาวได้ 90 ต้น ลงทุนไร่ละ 5,000 บาท ทำปุ๋ยใส่เอง ใช้นำขี้หมูรด ผลดกเป็นที่น่าพอใจ “ตั๊กปลูกมะนาวไ
