SMEs เกษตร
คุณมานิตย์ โสภณ อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 1 ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่เพาะพันธุ์ปลาช่อนมากว่า 20 ปี โดยรับซื้อลูกพันธุ์จากชาวบ้านที่ไปช้อนมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติในอำเภอสองพี่น้อง หรือชาวบ้านบางรายเลี้ยงไว้ภายในร่องสวนเอง เมื่อปลาช่อนมีลูกก็จะนำมาส่งขายให้กับเธออีกหนึ่งช่องทาง จากอาชีพช่างเย็บผ้า สู่ชีวิตเกษตรกร คุณมานิตย์ เล่าให้ฟังว่า แรกเริ่มเดิมทีเธอมีอาชีพเป็นช่างเย็บผ้า ต่อมาช่วงนั้นมีปัญหาในเรื่องของสุขภาพ จึงกลัวว่าจะทำงานบริการลูกค้าได้ไม่เต็มที่ จึงได้มองหาอาชีพใหม่กับสามีว่าจะทำอย่างอื่นที่ทำงานไม่แข่งกับเวลาเหมือนอาชีพที่ทำอยู่ จึงได้มีแนวความคิดมาอนุบาลพันธุ์ปลาช่อนเพื่อเลี้ยงให้ลูกพันธุ์มีขนาดที่ใหญ่ส่งขายให้กับเกษตรกรนำไปเลี้ยงต่อไป “ช่วงแรกที่มาทำ ก็เริ่มจากเล็กๆ ก่อน ปักตาข่ายเลี้ยงในคลองก็ทำแบบง่ายๆ ใช้ไม้หลักแค่ 4 เสา ตอนนั้นมีอยู่ประมาณ 4 กระชัง พอได้ทดลองขายก็มีกำไรเกิดขึ้น ทีนี้ก็มองไปว่าน่าจะมีกำไรหากจะทำเป็นอาชีพอย่างจริงจัง หลังจากนั้นมาก็ค่อยๆ ขยับขยายและพัฒนามาเรื่อยๆ โดยทำเฉพาะปลาช่อนเพียงอย่างเดียว” คุณมานิตย์ เล่าถึงท
มะเขือยาว เป็นอีกหนึ่งชนิดพืชที่ผลผลิตเมื่อออกมาแล้ว สามารถนำผลมาประกอบอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นยำมะเขือยาวเผา ผัดมะเขือยาว หรือจะนำมะเขือยาวมาชุบไข่แล้วทอดให้เหลืองสวย นำมารับประทานคู่กับน้ำพริกกะปิก็เข้ากันได้อย่างลงตัวทีเดียว อย่างทางภาคเหนือจะนำมะเขือยาวไปทำเป็นน้ำพริกหนุ่ม เมื่อนำมารับประทานคู่กับแคบหมูก็อร่อยลงตัวไม่เบาเช่นกัน จากความต้องการของผู้บริโภคที่มีอยู่นั้น จึงทำให้มะเขือยาวยังเป็นอีกหนึ่งสินค้าทางการเกษตรที่ตลาดยังมีความต้องการ จึงทำให้ คุณภัทร พูลทวี อยู่บ้านเลขที่ 6/2 หมู่ที่ 4 ตำบลศรีษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้ปลูกมะเขือยาวเพื่อส่งจำหน่ายให้กับตลาดผัก โดยผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดี ส่งจำหน่ายได้ราคาอีกด้วย คุณภัทร เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เริ่มทำงานได้ก็เลือกอาชีพทางการเกษตรเป็นงานหลัก โดยในช่วงแรกเลือกปลูกฝรั่งแป้นสีทองเพื่อสร้างรายได้ ต่อมาจึงได้เลิกปลูกฝรั่งแป้นสีทองไป เพราะมองว่าฝรั่งค่อนข้างดูแลยากในการจัดการ และไม่สามารถปลูกพืชอื่นทดแทนได้ จึงได้เลือกพืชที่สามารถปลูกแบบหมุนเวียนได้เป็นพืชผักในเวลาต่อมา “พอเริ่มคิดที่จะเปลี่ยน ว่าจะทำอะไรดี ก็เลยได้คำตอบเป
ในช่วงเดือนพฤษภาคม ตรงกับเทศกาลทุเรียน เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของคนรักทุเรียน ยามนี้มองไปทางไหน ก็มีทุเรียนให้เลือกซื้อหากันอย่างจุใจ แต่หากใครต้องการรับประทานทุเรียนที่มีรสชาติอร่อยถูกปากถูกใจ ขอแนะนำให้เลือกซื้อ “ทุเรียนปราจีนบุรี” ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องรสชาติความอร่อยสุดๆ โดย กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ทุเรียนปราจีน จังหวัดปราจีนบุรี” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 จุดเด่นของ “ทุเรียนปราจีนบุรี” คุณเฉลิม อารีย์ เกษตรอำเภอเมืองปราจีนบุรี โทร. (081) 498-7401, (099) 289-7158 ในฐานะผู้จัดการแปลงใหญ่ทุเรียน หมู่ที่ 2 ตำบลไม้เค็ด และหมู่ที่ 8 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบัน ทุเรียนปราจีนบุรี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า GI มีจำนวน 7 สายพันธุ์ แบ่งเป็นทุเรียนพันธุ์การค้าคือ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว พันธุ์หมอนทอง พันธุ์ชะนี พันธุ์กระดุมทอง และทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมือง ประกอบด้วย ทุเรียนพันธุ์กบชายน้ำ พันธุ์ชมพูศรี และพันธุ์กำปั่น ทุกวันนี้ แ
เฟิร์น (Fern) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pteridophyta เป็นพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่มีราว 20,000 สปีชีส์ โดยถูกจำแนกในไฟลัม Pteridophyta หรือ Filicophyta เฟิร์นเป็นพืชที่มีท่อลำเลียงที่แตกต่างไปจากไลโคไฟตา (lycophyte) ตรงที่มีลักษณะใบแท้จริง (megaphylls) ที่ต่างจากพืชที่มีเมล็ด และที่สำคัญ ระบบสืบพันธุ์ไม่มีดอกและเมล็ด ซึ่งวงจรชีวิตของเฟิร์นนั้นเป็นวงจรชีวิตแบบสลับ โดยมีระยะสปอโรไฟต์ที่มีโครโมโซม 2 ชุด (diploid) และแกมีโทไฟต์ที่มีโครโมโซม 1 ชุด (haploid) ซึ่งแกมีโทไฟต์ของเฟิร์นสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ เฟิร์นเป็นพืชที่เจริญเติบโตช้าจึงมีความต้องการสารอาหารในปริมาณที่ไม่มาก ทำให้สามารถเจริญเติบโตได้บนดินที่เลว บนหิน ตามร่องหินหรืออาศัยอยู่บนต้นไม้ได้ จึงเป็นไม้ประดับที่นิยมนำมาตกแต่งภายในสวน เพื่อให้เกิดความอ่อนช้อยและมีมิติมากยิ่งขึ้น เมื่อนำมาปะปนอยู่กับไม้อื่นๆ ภายในบริเวณนั้น คุณสุเมธ ศรีสุนทร เป็นเกษตรกรปลูกเฟิร์นอยู่ที่ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฟิร์นที่เขาปลูกและขยายพันธุ์นั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยเริ่มทำจากความชอบจนกลายมาเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี
ที่ บ้านหนองทุ่ม ต.หนองทุ่ม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม มีเกษตรกรทำสวนองุ่น ซึ่งจะเน้นวิธีการปลูกแบบธรรมชาติ สร้างรายได้กว่า 200,000 ต่อปี โดยเจ้าของชื่อ นางทองม้วน วงศาไฮ เป็นเจ้าของสวนองุ่นแคลทลียา นางทองม้วน กล่าวว่า ก่อนที่ตนจะมาทำสวนองุ่นเคยประกอบอาชีพค้าขายอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งการใช้ชีวิตค่อนข้างจะลำบาก ต่อมาได้เดินทางกลับบ้านเกิดและเห็นสวนองุ่น จึงเกิดความสนใจอยากทดลองปลูก จึงซื้อพันธุ์มา 2 ต้น ราคาต้นละ 290 บาท นำมาปลูกไว้ที่หน้าบ้าน พบว่าองุ่นเจริญเติบโตดีดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยาก และเก็บผลผลิตได้ 25 กิโลกรัม จึงเป็นแรงบันดาลใจทำให้ผันชีวิตจากอาชีพแม่ค้าหันมาเป็นเกษตรกรปลูกองุ่นที่บ้านเกิด นางทองม้วน กล่าวต่อว่า ใช้ที่ดินเพียง 1 ไร่เศษ ปลูกองุ่น จำนวน 400 ต้น ปลูกมาได้ประมาณ 2 ปีเศษ เน้นการปลูกตามวิถีธรรมชาติ ใช้โดโลไมท์ช่วยปรับปรุงดิน และปุ๋ยคอกบำรุงต้นให้เจริญงอกงาม ส่วนปุ๋ยเคมีใช้ สูตร 15-15-15 แต่ใช้เพียงส่วนน้อย เพื่อกระตุ้นรากองุ่นในระยะแรกเท่านั้น ในรอบปีแรกผลผลิตออกมาเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากน้ำที่ใช้เป็นน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินเป็นน้ำกร่อยส่งผลต่อรสชาติองุ่นมีความหวาน องุ่นที่นี่จะ
คุณมานพ อมรอรช (คุณอาร์ท) อยู่บ้านเลขที่ 17 เทศบาลสาย 7 ตำบลขลุง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี บัณฑิตหนุ่มจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรียนจบสาขาวิชาพืชสวนประดับ กลับมาสานต่อสวนไม้ผลที่พ่อแม่อนุรักษ์ทุเรียนสายพันธุ์โบราณไว้กว่า 10 สายพันธุ์ คุณอาร์ท เล่าว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเลือกเรียนเกษตร เพราะจากประสบการณ์พบเห็นจากคนแถวบ้านหลายคนที่ไปเรียนไกลถึงกรุงเทพฯ เรียนจบจากหลากที่หลายคณะ มีทั้งจบเกษตรโดยตรงและจบจากสาขาอื่น แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมายังบ้านเกิดและลงเอยที่งานสวนอยู่ดี ด้วยสาเหตุนี้จึงตัดสินใจเรียนคณะเกษตร และพอดีตอนนั้นได้โควต้าจาก มทร. ตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี เรียนจบในระดับ ปวส. แล้วเข้าศึกษาต่อที่ ม. แม่โจ้ ช่วงจบใหม่ๆ ได้ลองไปทำงานหาประสบการณ์ที่บริษัทจัดสวนก่อน หลังจากนั้นไปทำเกี่ยวกับเคมีเกษตร และกลับมาสานต่ออาชีพของครอบครัวในที่สุด มรดกสวนทุเรียนจากพ่อ-แม่ 30 ไร่ สร้างเงิน สร้างอาชีพ มาตลอด พื้นที่สวนทุเรียนคุณอาร์ทอยู่เขตตำบลซึ้ง อำเภอขลุง มีพื้นที่กว่า 30 ไร่ มีทุเรียนกว่า 400 ต้น เป็นมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ ตนแค่มาสานต่อ ซึ่งคุณอาร์ทกลับมาสานต่อการทำสวนได้เป็นเวลา 10 ปีแล้ว หลังจา
คุณจุติมา บูรณะตระกูล หญิงแกร่ง เจ้าของ “สวนปากแดง” แหล่งปลูกไม้ดอกกระถางที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครนายก ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 69/4 หมู่ที่ 8 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก คุณจุ เล่าว่า ตนเองจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ก่อนที่จะมาทำอาชีพปลูกไม้กระถาง เคยทำงานเป็นสาวออฟฟิศอยู่ในเมืองกรุงมาก่อน ทำได้เพียงระยะสั้นๆ ก็รู้สึกว่างานไม่เหมาะกับบุคลิกและความชอบของตัวเอง จึงเริ่มมองหางานใหม่ ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นมีเพื่อนมาชวนร่วมหุ้นเปิดร้านขายไม้ดอกไม้ประดับพอดี จึงตัดสินใจทำกับเพื่อนด้วยเหตุผลที่เราเรียนจบมาทางด้านเกษตร อาชีพนี้น่าจะเหมาะกับตัวเองมากกว่า สวนปากแดง เกิดขึ้นได้ เพราะแรงกดดันจากตลาด คุณจุ เล่าว่า เธอเริ่มจับธุรกิจขายไม้ดอกไม้ประดับ โดยการซื้อมาขายไป ขายอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร ช่วงแรกถือว่าขายดีมาก ลูกค้าต้องแย่งกันซื้อ จนถึงขนาดต้องขยายล็อกเพิ่มจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่าช่วงนั้นดอกไม้ที่นำมาขายค่อนข้างใหม่และมาเร็วกว่าเจ้าอื่น แต่เมื่อขายได้สักพักก็มีเจ้าอื่นเริ่มทำตาม ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติของการค้าขาย เราเป็นแม่ค้าเราก
ถนนสุขุมวิท แถบอำเภอแกลง มุ่งสู่เมืองจันท์ ภูมิประเทศซ้ายมือเป็นที่สูง ทำสวนทำไร่ได้ผลดี ขวามือเป็นที่ต่ำ ไกลออกไปติดกับชายทะเล บางช่วงมีน้ำกร่อย ส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรทำนา ทำอาชีพประมง พื้นที่ส่วนหนึ่งรกร้าง ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ครอบครัว “พานทอง” อาศัยอยู่ตำบลพังราด อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ไปจากอำเภอแกลงอยู่ขวามือ ด้วยเหตุนี้ อาชีพพื้นฐานจึงทำนา มีทำสวนบ้างเล็กน้อย ด้วยเพราะมีลูกถึง 6 คน หัวหน้าของครอบครัวจึงต้องหาอาชีพเสริมโดยการรับจ้าง ยามที่ว่างจากงาน หัวหน้าครอบครัว ได้พาลูกๆ เรียนรู้งานเกษตร โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เริ่มตั้งแต่ออกจากโรงเรียนแล้ว คุณประยุทธ พานทอง สมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว บอกว่า บ้านของตนเองอยู่ไม่ไกลจากสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นตัวอำเภอแกลง หรือไปถึงตัวเมืองระยอง การเดินทางไปเรียนหนังสือนั้นไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่ต้องขบคิดกันเป็นเรื่องทุนรอนที่จะเรียน ตอนแรกคุณประยุทธตั้งใจว่าจะเรียนหนังสือ แต่ปรึกษาหารือกันแล้ว สุดท้าย ต้องเลือกยุติการเรียนแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเลิกเรียน คุณประยุทธตั้งหน้าตั้งตาทำงานช่วยพ่อแม่ ซึ่งก็ได้แก่งานเกษตร เขาไม่เคยย่อท้อ หนักเอาเบาสู้ ด้วยเห
กับการใช้ชีวิตเร่งรีบในสังคมเมืองหลวง ส่งผลให้ คุณพันดนัย สถาวรมณี หนุ่มวัย 29 ปี มองหาอาชีพที่จะทำให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และสร้างความยั่งยืน กระทั่งได้พูดคุยกับพี่ชาย คุณมิตรดนัย สถาวรมณี ซึ่งขณะนั้นเปิดบริษัทผลิตจำหน่ายปุ๋ย โดยมีโรงงานอยู่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ผู้มีความฝันเดียวกันคือ ต้องการสร้างอาชีพนำไปสู่ความยั่งยืน และเป็นอาชีพที่สร้างสุขได้ทุกขณะ และด้วยความคลุกคลีอยู่กับงานด้านการเกษตร สิ่งหนึ่งที่เขาพบคือ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่ทว่าผู้อยู่ในเส้นทางสายเกษตร หรือ เกษตรกร นั้นกลับมีอายุ 50 ปีขึ้นไป คนรุ่นใหม่ไม่สนใจอาชีพนี้แล้วหรือ? และจะทำอย่างไรให้เขาเห็นว่า ภาคเกษตร สามารถเลี้ยงตัวเองให้เติบโตได้ หนีปัญหาวุ่นวาย แรงบันดาลใจเกษตร จากปัญหาดังกล่าวนำมาสู่ CORO FIELD (โคโรฟิลด์) ธุรกิจเกษตร และฟาร์มท่องเที่ยวเกษตรแนวคิดใหม่สไตล์ญี่ปุ่น ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อตัวเองและส่วนรวม โดยเฉพาะกับการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เดินทางเข้ามา ให้หันหาอาชีพของบรรพบุรุษ “จุดเริ่มต้นของผมอาจมาจากปัญหาส่วนตัว เพราะผมทำงานอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่ด้วยชีวิตในเมืองเร่งรีบจนดูวุ
คุณศรีเพ็ญ พงศ์ทรัพย์เจริญ เลี้ยงปูนาอยู่ย่านพระราม 2 กรุงเทพฯ คุณศรีเพ็ญ เล่าว่า มีอาชีพหลักคือเป็นผู้ส่งออกอัญมณี แต่เมื่อไม่นานมานี้ เห็นการเลี้ยงปูนา จากยูทูบ จึงเกิดความสนใจ ถึงขนาดที่บอกว่า ดูยูทูบวันพฤหัสบดี พอวันเสาร์ ก็เดินทางไปต่างจังหวัดไปดูฟาร์มปูนา เลยไปซื้อพ่อแม่พันธุ์มา ทั้งๆ ที่ยังไม่มีบ่อเลี้ยง ได้พ่อแม่พันธุ์มาแล้ว วันอาทิตย์ก็ทำบ่อให้มัน 1 บ่อ 100 คู่ และกลางสัปดาห์ ก็ทำให้อีกบ่อ อีก 100 คู่ อะไรทำให้คุณศรีเพ็ญ สนอกสนใจขนาดนั้น เธอเล่าว่า จริงๆ เธอเป็นเด็กต่างจังหวัดมาก่อน มีความเป็นเกษตรกรอยู่ในสายเลือด แต่บังเอิญได้มาทำธุรกิจจิวเวลรี่ มาถึงวันนี้ ลูกๆ โตพอ ช่วยดูแลกิจการได้แล้ว ก็เลยอยากทำ “คือเราไม่ได้อยากแค่เลี้ยงปูนา แต่เราอยากต่อยอด ที่คนระดับกลางๆ สามารถทานปูนาได้อย่างมั่นใจ ปลอดเชื้อ ปลอดสารเคมี ปลอดพยาธิ” คุณศรีเพ็ญ ว่าอย่างนั้น อย่างที่กล่าวไปข้างต้น คุณศรีเพ็ญ เริ่มจากศูนย์จริงๆ ใช้วิธีการศึกษาจากยูทูบ รวมทั้ง ศึกษาด้วยตัวเอง ถึงขนาด ตื่นตีสาม ตีสี่ มาศึกษาชีวิตมันและอินจัด ขนาดสามสี่ทุ่มก็มาดูอีก มากินมานอนเฝ้ากันเลยทีเดียว การเลี้ยง เคยทดลอง เริ่มจา
