SMEs เกษตร
คุณชฎาพร เบ็ญมาศ หรือ ครูเวย์ อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 6 ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ครูสอนดนตรีผู้มีอาชีพเสริมคือการเพาะเลี้ยงหนูพุกขาย ครูเวย์เรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี คณะครุศาสตร์ เอกดนตรีศึกษา ปัจจุบัน เป็นครูสอนดนตรีอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี คุณสาวชฎาพร เบ็ญมาศ หรือ ครูเวย์ เริ่มต้นเลี้ยงหนูพุกได้อย่างไร ครูเวย์ เล่าว่า ที่บ้านพ่อและแม่ทำไร่ทำสวน ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกอ้อยอยู่แล้ว ตนจึงได้คลุกคลีอยู่กับไร่กับนามาตั้งแต่เด็ก หนูก็กินบ่อย อีกทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็บริโภคหนูกันเป็นประจำ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบรสชาติของหนู คิดว่าอร่อยเนื้อนุ่ม หากจะเพาะเลี้ยงหนูขายเองได้จะดีแค่ไหน เพราะในปัจจุบันหากินได้ยาก ราคากิโลกรัมหรือตัวละ 100-200 บาท จึงมองเห็นช่องทางสร้างอาชีพจากตรงนี้ เมื่อมองเห็นโอกาส หลังจากนั้น ครูเวย์จึงเริ่มศึกษาใช้เวลาหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและปรึกษาพี่ที่รู้จักเป็นเวลา 3 เดือน ศึกษาวิธีการเลี้ยง พฤติกรรม อาหาร รวมถึงสถานที่เหมาะกับการเลี้ยง เงินทุนเท่ากับศูนย์ และพอดีกับที่บ้านมีบ่อเลี้ยงปลาเก่าก่ออิฐบล็อกเพิ่มก็สาม
10 สายพันธุ์มะม่วง น่าปลูก ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ประมวลมา มีดังนี้ 1. มะม่วงมันศาลายา “มะม่วงมันศาลายา” อยู่ในกลุ่มมะม่วงทะวาย ติดดอกออกผลง่าย ให้ผลดกเป็นพวงและติดผลได้ตลอดปี เช่นเดียวกับ “มะม่วงแก้วลืมคอน” สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลดิบจะมีรสชาติมันกรอบหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ฉ่ำน้ำ ผลสุก เนื้อแน่นเหนียวไม่เละ และไม่มีเสี้ยน น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม มะม่วงมันศาลายา เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน เพื่อเก็บผลรับประทาน และ ปลูกเพื่อเก็บผลขายได้ทั้งปี 2. มันขุนศรี พันธุ์มันขุนศรี นิยมปลูกกันมาแต่โบราณ ผลเป็นรูปกลมรีและยาว ปลายผลจะเรียวแหลมและงอนมาก ส่วนหัวผลจะป้านไปด้านหลังดูคล้าย “ตัวเอส” ผลดิบเป็นสีเขียวมีนวล รสชาติเปรี้ยวจัด ผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองปนส้มเล็กน้อย รสหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ไม่มีเสี้ยน มีกลิ่นหอมรับประทานอร่อยคล้ายมะม่วงพิมเสนมัน 3. พราหมณ์ขายเมีย ( Phram Khai Mai) มะม่วงชนิดนี้ เป็นมะม่วงไทยโบราณนิยมปลูกเฉพาะถิ่นแถบ อ.บางกรวย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี กับย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี กทม. มาช้านานแล้ว ที่มาของชื่อพันธุ์เกิดจากรส
กุ้งก้ามกราม นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างอาชีพที่ดีอีกชนิดหนึ่ง ด้วยรสชาติอร่อย และราคาดีสม่ำเสมอ คุณศุภวัฑฒ์ โกมลมาลย์ ผู้อำนวยการกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมประมง เผยว่า การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถทำได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม หากใครต้องการทำเป็นอาชีพ แต่ไม่เคยทำมาก่อนเลย แนะนำให้ทดลองเลี้ยงในปริมาณน้อยๆไปก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนที่จะทดลองเลี้ยง ควรหาตลาดไว้ก่อน ว่าถ้าเลี้ยงแล้วจะไปขายใคร ขายที่ไหน ขายอย่างไร เช่นส่งแม่ค้าในตลาด มีแผงค้าเอง หรือจะเจาะกลุ่มลูกค้าแบบใด และสำหรับผู้ที่ ต้องการทดลองเลี้ยง แนะนำในพื้นที่เล็กๆ ก่อน สักประมาณ ครึ่งไร่ หรือ 200 ตารางวา ด้วยลูกพันธุ์จำนวน 2-3 หมื่นตัว เลี้ยงไป 8-10 เดือน ก็จับขายได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ ใช้เงินลงทุนราว 3-5 หมื่นบาท โดยจะมีรายได้ อยู่ที่ราว 200000 บาท (คิดจากราคาขายต่อกิโลกรัมประมาณ 200 บาท) ใครที่สนใจการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถปรึกษาหาข้อมูลได้ที่ ศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดทุกจังหวัด หรือที่กรมประมง บางเขน กรุงเทพฯ รายละเอียดสำหรับ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จากเอกสารกรมประมง กุ้งชนิดนี้ มีชื่อท้องถิ่นซึ่งเป็นที่รู้จ
ศิษย์เก่าคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลับบ้านเกิดที่พิจิตร พลิกวิกฤตสู้ภัยแล้งด้วยการปลูกดาวเรือง 20 ไร่ระบบน้ำหยด ดอกไม้ชื่อมงคลปลูกไม่ยาก 2 เดือนเก็บดอกขายได้แล้ว ส่งปากคลองตลาด ช่วงเทศกาลขายดี ราคาสูงถึงดอกละ 1 บาท ปลูกดาวเรือง 1 ไร่ รายได้ต่อรุ่นเหยียบ 1.2แสนบาทเลยทีเดียว คุณทรงศักดิ์ คุณหาร หรือคุณโจ วัย35ปี เท้าความว่า หลังจบการศึกษาจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กลับบ้านเกิดที่จังหวัดพิจิตร กลับไปพัฒนาที่ดินบ้านตัวเองและบ้านภรรยา ในช่วงแรกทำนาและปลูกไม้ผล อาทิ มะนาว มะม่วง ขนุน ขายต้นไม้ กระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้วตัดสินใจชวนภรรยาปลูกดอกดาวเรือง เพราะเห็นว่าเป็นดอกไม้ที่ขายง่าย ขายได้ตลอดทั้งปี ใช้ระยะเวลาปลูกไม่นาน ที่ดินบริเวณบ้านภรรยาคุณโจ ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองจะปราบ ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ติดกับเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ คุณโจ บอกว่า ที่ดินแถวนี้เป็นดินทราย มีสภาพแห้งแล้งกันดาร ชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำปะหลัง ทำนา มีรายได้เพียงปีละครั้ง บางครั้งราคาข้าวก็ไม่ดี ฉะนั้นคิดว่าทำอย่างไรจึงจะมีรายได้ทุกวัน ประกอบกับมองว่า “ดาวเรือง” เ
ปลูกถั่วพู ไว้กินเอง ใช้เวลาไม่นาน ก็เก็บกินได้แล้ว ถั่วพู ไม่ใช่ ถั่วพลู (ถั่ว ก็ ถั่ว พลู ก็ พลู) ชื่อสามัญ : ถั่วพู, winged bean, princess bean ชื่อวิทยาศาสตร์ : Psophocarpus tetragonolobus วงศ์ : Leguminosae ถั่วพู มักถูกเรียกผิดๆ ว่า ถั่วพลู เป็นประจำ ที่จริงต้องเรียกว่า ถั่วพู จึงจะถูกต้อง ผู้เขียนเห็นใครเรียกถั่วพลู จะหงุดหงิดทุกครั้งไป คนตั้งชื่อเขาคิดดีคิดถูกแล้ว ที่เรียกว่า ถั่วพู ก็เพราะลักษณะของฝัก จะเป็น พู มี 4 แฉก ซึ่งตรงกับ คอมมอนเนม ภาษาอังกฤษว่า winged bean หากรักกันจริงทราบแล้วโปรดเรียกให้ถูกกันสักนิดนะครับ ภาษาไทยของเรายอดเยี่ยมอยู่แล้ว ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้ดีเถอะ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ถั่วพู เป็นไม้เลื้อย อายุหลายปี (Herbaceous perennials plant) เมื่อถึงวัยแก่เต็มที่ ส่วนลำต้นที่เป็นเถาเหนือดินก็จะแห้งเหี่ยวตายไป เหลือไว้เพียงหัวหรือลำต้นใต้ดิน แอบซุ่มรอคอยเวลาเจริญเติบโตได้ในฤดูฝนถัดไป ดอกถั่วพูจะเป็นชนิดดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกมีสีม่วงอ่อนอมขาว หากมีค้างให้ก็สามารถเลื้อยไปได้ไกลๆ ระบบรากของถั่วพูจะแข็งแรงมาก มีจำนวนปมจุลินทรีย์ (Rhizobium) ที่ช่วยตรึงไนโตรเจนจ
ในเวลานี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชีพทางการเกษตรกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เห็นตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยบางรายถึงกับทิ้งเงินเดือนสูงๆ เพื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่รัก ได้อยู่กับครอบครัว จึงทำให้การทำสัมมาอาชีพในแต่ละวัน อบอวลไปด้วยความสุขโดยที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงานและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน คุณวัชรีญา มณีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 6 ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นเกษตรกรที่มีอายุเพียง 25 ปี โดยเธอได้หันหลังให้กับเมืองใหญ่ เพื่อมาทำการเลี้ยงปศุสัตว์ที่ควบคู่ไปกับการทำเกษตรผสมผสาน ทำให้เวลานี้เธอบอกว่ามีความสุขมาก ที่ได้เลือกเดินเส้นทางนี้ เพราะได้มีเวลาว่างดูแลครอบครัวและสามารถทำงานที่สร้างรายได้ไปพร้อมกันได้อีกด้วย อาชีพทางการเกษตรก็สร้างเงินพร้อมความสุขได้ คุณวัชรีญา สาวผู้มากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้เรียนจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี จึงได้หางานในบริษัทเอกชนทำได้สักระยะหนึ่ง ก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ชอบงานทางด้านนี้ จึงได้ปรึกษากับทางครอบครัวว่าอยากจะกลับมาอยู่บ้าน เพื่อหางานอย่างอื่นทำเพื่อสร้างรายได้ โดยทำอาชีพทาง
ปลานวลจันทร์ทะเล (Milkfish) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Chanos chanos (Forsskal,1775) บางพื้นที่จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป คือ ปลาดอกไม้ ปลาทูน้ำจืด หรือปลาชะลิน ปลาชนิดนี้มีรูปร่างยาวเพรียว ลำตัวค่อนข้างกลมแบนข้างเล็กน้อย ตามีเยื่อไขมันคลุมตลอด เกล็ดมีขนาดเล็กถี่ เป็นเกล็ดประเภทขอบกลม (Cycloid Scale) ครีบหลังและครีบก้นมีเกล็ดติดตามก้านครีบ มีเส้นข้างลำตัว (Lateral line) เห็นชัดเจน ครีบหางเว้าลึกแบบส้อม (Forked type) ตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัวยาวกว่า 1.5 เมตร หนักประมาณ 10.6 กิโลกรัม ตามปกติอาศัยอยู่ในทะเล เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็ว อยู่บนผิวน้ำ (Pelagic fish) ในประเทศไทยมีการพบลูกปลานวลจันทร์ทะเลเป็นครั้งแรกที่บริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณบ้านคลองวาฬ ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี 2493 พบในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมและระหว่างเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน หลังจากนั้นได้มีการสำรวจพบบางส่วนในเขตจังหวัดชุมพร เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระยอง และจันทบุรี ลูกปลาที่พบมีรูปร่างเรียวยาว ขนาดเล็กความยาว 1.5-2 เซนติเมตร ตัวใส ตากลมโตสีดำ กินตะไคร่น้ำ ไรน้ำ และสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร โดยปัจจุบันได้มีการเ
อาชีพตำรวจ เป็นงานที่มีเกียรติและกล้าหาญ พิทักษ์ความสงบสุข และผดุงความยุติธรรมในสังคม แต่ผลตอบแทนในรูปเงินเดือนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆ จึงเกิด โครงการ 4 ประสาน ระหว่างภาครัฐและเอกชน ภายใต้ชื่อ “หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์” เพื่อยกระดับรายได้ข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยตลอดช่วงการรับราชการไปจนถึงหลังเกษียณ ปัจจุบัน “หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์” กลายเป็นโมเดลต้นแบบเพิ่มรายได้และทรัพย์สินเสริมสวัสดิการแก่ครอบครัวตำรวจผู้มีรายได้น้อยอย่างยั่งยืน จุดเริ่มต้น เมื่อปี 2549 ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (ซีพีเอฟ) ธนาคารทหารไทย (TMB) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสถานีตำรวจภูธรเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ร่วมกันสนับสนุนเงินกู้ 56.3 ล้านบาท ให้ข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย ของ สภ. เกาะจันทร์ จำนวน 31 ครอบครัว จัดซื้อที่ดิน 230 ไร่ ตำบลนาวังหิน มาดำเนินโครงการ “หมู่บ้านเกษตรสันติราษฎร์” โดยแบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกใช้เป็นที่ดินสำหรับพักอาศัย เนื้อที่ 50 ไร่ โดยจัดสรรให้สมาชิกรายละ 600 ตารางวา สำหรับก่อสร้างบ้านพัก 1 หลัง และโรงเรือนสำหรับใช้เลี้ยงไก่พันธุ์พื
การก้าวเดินไปบนถนนชีวิตสามารถได้เรียนรู้ทุกย่างก้าวที่ได้ผ่านมาเรื่องราวทั้งหมดคือความจริงของชีวิต ทุกช่วงระยะเวลาทำให้ได้พบเห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับชีวิต จำเป็นต้องนำมาจดจำอย่างยิ่ง เนื่องจากบางเรื่องราวที่เกิดบนเส้นทางของการเดินทางอาจจะทำให้เราจำเป็นต้องเดินช้าหรืออาจจะหลงทางไปบ้าง แต่ช่างมันเถอะ ขอเพียงอย่าท้อ อย่ายอมแพ้เท่านั้นพยายามค้นหาเส้นทางก้าวเดินใหม่ บางครั้งเส้นทางที่เราอาจจะมองเห็นว่าเป็นเส้นทางเล็กๆ แต่อาจจะสามารถนำพาให้เราพบกับสิ่งที่เราต้องการก็ได้ สู้และสู้ต่อไป เส้นทางที่สามารถ เดินห่าง…จากความจน ยินดีต้อนรับเสมอสำหรับคนที่สู้ชีวิต ขอแค่ให้มีความขยันและความอดทนเท่านั้น เพราะจะสามารถทำให้ก้าวเดินทุกก้าวไปได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น สวัสดีครับแฟนๆ ขอต้อนรับด้วยคำว่า สวัสดี และขอบพระคุณอย่างล้นเหลือจากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียนเป็นเบื้องแรก คอลัมน์นี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆ เรียกได้ว่าเป็นแฟนประจำ มีการส่งเสียงไปให้แรงใจ โทร. (081) 846-0652 หรือติดตามทางเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ นายสมยศ ศรีสุโร หรือ ID. Janyos กันอย่า
คุณประเชิน-คุณตุ้งหนิง อินทร์สิงห์ คู่สามี-ภรรยา ที่มีบ้านพักอยู่ เลขที่ 108/1 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ประสบความสำเร็จจากการเพาะเลี้ยงกบเป็นอาชีพมานานกว่า 18 ปี ด้วยการใช้พันธุ์กบพื้นบ้าน เนื่องจากเลี้ยงง่าย แข็งแรง ตัวใหญ่ ต้นทุนน้อย โตเร็ว มีจำหน่ายทั้งลูกอ๊อด ลูกกบ และกบเนื้อ จึงเป็นที่สนใจของตลาดผู้บริโภค ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนมีอาชีพเลี้ยงปลากระชัง แต่แบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว จึงเปลี่ยนมาเลี้ยงกบแทน เพราะมองเห็นว่าสามารถเพาะพันธุ์ได้ง่าย กินอาหารน้อย เลี้ยงง่าย ไม่เปลืองพื้นที่ ที่สำคัญต้นทุนน้อย ขายได้ราคาดี แต่กว่าทั้งสองคนจะยิ้มได้ด้วยอาชีพเลี้ยงกบในทุกวันนี้ ต้องฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคทั้งวิธีเลี้ยงกับเงินลงทุนมากมาย รวมถึงยังใช้เวลาศึกษาลองผิด-ลองถูก มานานกว่า 10 ปี สำหรับฟาร์มกบแห่งนี้ใช้พันธุ์กบตัวผู้เป็นกบนา และกบตัวเมียเป็นกบจาน จึงทำให้ได้ลูกผสมที่มีลักษณะตัวใหญ่ แข็งแรง เลี้ยงง่าย และเนื้อมาก คุณเชิน บอกว่า การดูแล พ่อ-แม่พันธุ์ ให้มีคุณภาพต้องหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำทุก 2 วัน ควรให้อาหารเสริม รวมถึงโปรตีนเร่งไข่เป็นระยะ ให้เลี้ยง พ่อ-แม่พันธุ์ สัก 2 เดือน แ
