Inspiration
จากกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดอาร์ตทอย (Art Toy) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “Crybaby” ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์ IP (Intellectual Property: IP) ที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในกลุ่มนักสะสมทั่วโลก ข้อมูลจาก สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตลาดอาร์ตทอยมีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) สู่กระแสหลัก (Mass Market) โดยมีกลุ่มผู้บริโภคหลักคือ Gen Z และกลุ่ม White-Collar อายุระหว่าง 15–40 ปี ขณะที่ข้อมูลจาก HTF Market Intelligence ประเมินว่า มูลค่าตลาดอาร์ตทอยโลกในปี 2566 อยู่ที่ 8,517.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.26 ต่อปี แตะระดับ 10,938.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 โดยภูมิภาคหลัก ได้แก่ เอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป ศิลปินไทย ผู้อยู่เบื้องหลัง Crybaby คาแรคเตอร์ IP มูลค่าหมื่นล้านบาท เบื้องหลังความสำเร็จของ “Crybaby” คือศิลปินชาวไทย นิสา ศรีคำดี หรือ “มอลลี่” ผู้ต่อยอดความหลงใหลในงานศิลปะสู่การสร้างคาแรคเตอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่
กลายเป็นปรากฏการณ์ชั่วข้ามคืน เมื่อยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง อย่าง “Bow Kanyarat” (โบว์ กัญญารัตน์) ได้เปิดตัวธุรกิจขนมเป็นครั้งแรก แต่กลายเป็นกระแสไวรัล หลังเปิดขายผ่านไลฟ์บน TikTok โดยเธอใช้เวลาเพียง 10 นาที สามารถทำยอดขายพุ่งสูงถึง 1 ล้านบาท โดยสินค้าที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ในครั้งนี้คือ Bow’s chips (โบว์ชิพ) ขนมขบเคี้ยวทางเลือกใหม่ “รสหม่าล่า” ชูจุดขายด้านสุขภาพด้วยโปรตีน 12 กรัม ใช้วิธีการอบแทนการทอด ไร้ผงชูรสและวัตถุกันเสีย มาในราคา 39 บาท เป็นการตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพแต่ยังโหยหาความอร่อยเผ็ดร้อนตามสไตล์ของคุณโบว์ ซึ่งก่อนวันขายจริงนั้น ทางคุณโบว์ได้มีการสร้างความตื่นเต้นด้วยการชวนแฟนคลับมาร่วมทายดีไซน์หน้าซองว่าเธอนั้นจะเลือกใช้รูปไหน พร้อมกับแชร์เบื้องหลังการถ่ายทำโปรดักต์ใหม่ในครั้งนี้ ทำให้ผู้ชมเกิดอารมณ์ร่วมและอยากจะเกิดการซื้อตาม จนถึงวันเปิดขายจริงเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ผ่าน TikTok ช่อง Bowkanyarat ซึ่งมียอดผู้ชมสูงถึงหลักหมื่นคน ส่งผลให้ทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านบาทได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที ซึ่งหลังจากนี้จะมีการเปิดขายรอบ 2 ในวันที่ 1 พ
เชฟแมน-สราวุธ เนียนวิฑูรย์ หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตาจากเวทีการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศอย่าง Iron Chef Thailand หรือ The Next Iron Chef แต่กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ เรื่องราวชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความพยายาม การเรียนรู้ และการตัดสินใจครั้งสำคัญหลายครั้ง เชฟแมน เป็นลูกชายคนกลางในครอบครัวพี่น้องชายล้วน ปัจจุบันอายุ 45 ปี ธุรกิจครอบครัวเคยเปิดร้านเล็กๆ ขายอาหารเหนือ อยู่ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ก่อนโยกย้ายพากันไปอาศัยภาคอีสาน ทำธุรกิจโรงปลาทูนึ่ง เขาจึงเติบโตและเรียนหนังสือที่ขอนแก่น ก่อนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ในคณะเศรษฐศาสตร์ ที่กรุงเทพฯ หลังสำเร็จการศึกษา เขาอยากมีสกิลด้านภาษาอังกฤษเพิ่ม จึงขอที่บ้านให้ส่งไปเรียนต่อที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เบื้องต้นคิดว่าจะใช้เวลาเพียง 8 เดือน แต่สุดท้ายกลับใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกนานกว่า 7 ปี ที่นั่นเขาทำงานพาร์ตไทม์ในร้านอาหารไทย เริ่มจากการล้างจาน เตรียมวัตถุดิบ ไปจนถึงของทอด เมนูว่างต่างๆ ซึ่งกลายเป็นการเปิดโลกใหม่ ว่า “งานครัว คือ ความมีชีวิตชีวา” จากนั้นเมื่อออสเตรเลีย เปิดรับ Working and Travel Visa รุ่นแรก เขาได้รับโอกาสทำงานและเก็บเงิน พร้อ
จากคอนเทนต์รับสมัครงานที่ดาราคนดังแวะมานั่งสัมภาษณ์จนไวรัล! ทำให้เราได้รู้จักชื่อของ “มอส มัดจุก” คอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามติ๊กต็อกกว่า 1.7 ล้านคน และยอดวิวหลักล้านในหลายๆ คลิป จากผู้ช่วยผู้กำกับสู่ครีเอเตอร์ มอสมีความฝันอยากเป็นผู้กำกับละคร แต่การเรียนก็ไม่ได้ง่าย เขาจึงเลือกเรียนคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนไปฝึกงานที่ค่ายละครช่อง 3 ในตำแหน่งผู้ช่วยบัญชีในกองถ่ายละคร ก่อนขยับไปสู่การช่วยงานคอสตูม และได้เป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ในเวลาต่อมา จากนั้นมอสได้ตัดสินใจลาออกไปทำงานรายการโทรทัศน์ จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นโปรดิวเซอร์ ก่อนลาออกไปเป็นครีเอทีฟในช่องยูทูบหนึ่ง จนได้เจอกับ “มาย” เลขาในปัจจุบัน ในตอนนั้นมายเข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน แต่ไม่ค่อยมีงาน มอสจึงชวนมาทำคอนเทนต์รับสมัครงาน เพราะตัวเองชอบเล่นละครอยู่แล้ว โดยใช้โทรศัพท์ตั้งกล้องหน้า ผ่านบทที่เล่นกันสดๆ และตัดต่อเอง จากนั้นมีดาราคนดังมาร่วมทำคอนเทนต์มากมาย เรื่องนี้มอสยกความดีความชอบให้กับ “ปอนด์” พีอาร์ของศิลปินซึ่งชอบดูคอนเทนต์ของเขามาก และได้เสนอให้เขาทำคอนเทนต์สัมภาษณ์น้องฝึกงานคนใหม่ เพราะอยากพาศิลปินไปโปรโมตเพลง
จากวันที่ต้องตั้งหลักเพื่อเอาตัวรอด กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ ที่พาไปสู่การสร้างอาชีพและรายได้ให้ด้วยตัวเอง เรื่องราวของ นอต-กรณัฏฐ์ สุขปาน พนักงานประจำตำแหน่ง CDP หรือ Chef de Partie (เชฟประจำสถานีหรือหัวหน้าแผนกย่อยในครัว) ของร้านอาหารแห่งหนึ่งกลายเป็นคนว่างงานในชั่วข้ามคืน ทำให้เขาจำเป็นต้องหาทางรอด ก่อนต่อยอดสู่ร้านอาหารดีลิเวอรีแบบโฮมคุก ในชื่อ “อิ่มอร่อย” จากตกงานสู่ผู้ประกอบการ นอตเริ่มต้นร้านอิ่มอร่อยในครัวหลังบ้านย่านสาทร โดยเป็นร้านขายอาหารจานเดียวดีลิเวอรี ที่เขาได้ดึงเพื่อนร่วมงานที่ว่างงานพร้อมกันมาช่วยกันสร้างธุรกิจใหม่ “ผมเปิดร้านนี้มาประมาณ 5 ปี เป็นร้านสไตล์ Home Cook โดยก่อนหน้านั้นก็ทำงานโรงแรมและร้านอาหารมาโดยตลอด จนมาถึงตำแหน่งสุดท้ายคือ CDP หรือ Chef de Partie ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 แต่เพราะสถานการณ์โควิดทำให้เจ้าของต้องปิดกิจการแบบ Set Zero ตอนแรกผมก็พยายามหางาน แต่ตอนนั้นไม่มีที่ไหนรับคนเพิ่ม มีแต่จะเอาคนออก ผมว่างงานอยู่ประมาณ 6 เดือน ระหว่างนั้นก็ต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัด พร้อมๆ กับศึกษาการขายอาหารแบบดีลิเวอรีว่าระบบเป็นอย่างไร เช
ผู้เขียน พิมพรรณ มีชัยศรี จากความฝัน “อยากเปิดร้านอาหาร” มาตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้ “คุณเพิร์ธ-วิรัล ธนานพตุลธร” ครูสอนทำอาหารผันตัวมาเป็นแม่ค้า เปิดร้านเบอร์เกอร์เล็กๆ “Chef Perth Station” ที่ตลาดนัดจตุจักร ก่อนสร้างไวรัลด้วยการรับออร์เดอร์ 4 ภาษา ได้แก่ ไทย จีน เกาหลี และอังกฤษ จนได้ใจลูกค้าต่างชาติ สามารถสร้างยอดขายได้ 100 ชิ้น ใน 3 ชั่วโมง จากคุณครูสู่ผู้ประกอบการ คุณเพิร์ธทำงานประจำเป็นครูสอนทำอาหารให้เด็กๆ ในโรงเรียนนานาชาติ แต่ลึกๆ แล้วเธอมีความฝันอยากเปิดร้านอาหารมาตั้งแต่วัยเด็ก จึงเลือกเปิดร้านอาหารสตรีตฟู้ดขายเบอร์เกอร์ที่ตลาดนัดจตุจักรในช่วงค่ำของวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ “การที่จะเปิดร้านใหญ่เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ทั้งงบประมาณ บุคลากร พละกำลังเรา และเวลา ตัวเบอร์เกอร์ที่มาขายสตรีตฟู้ด เป็นสิ่งที่เราทำได้เลย และเป็นเรื่องง่าย แถมมีครอบครัวเป็นกำลังสำคัญช่วยซัพพอร์ต และเบอร์เกอร์เป็นเมนูที่ใครๆ ก็ชอบ และตัวเราเองก็อยากจะส่งต่อเบอร์เกอร์ที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อย และคุ้มค่าให้กับลูกค้า เมนูที่ร้านมีเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ และเต้าหู้ แต่ตัวซิกเนเจอร์ที่ขายดีคือ เนื้อวัวออสเตรเลียค่ะ
แอนโทนี่ ตัน (Anthony Tan) ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนสร้างเนื้อสร้างตัวเลยก็ได้ เพราะเขาเติบโตมาในฐานะลูกชายคนเล็กของหนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในมาเลเซีย พ่อของเขาคือ ตัน เฮง ชิว ประธานบริษัท Tan Chong Motor ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ แต่แทนที่จะเดินตามรอยเท้าที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขากลับเลือกทางเดินที่ต่างออกไป “คุณอาจจะเรียกผมว่าเป็นพวกที่ไม่มีจุดหมายก็ได้ แต่จริงๆ แล้วผมมีภารกิจที่อยากจะสร้างบางอย่างเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการทำความดี” ตันกล่าว วันนี้ในวัย 42 ปี แอนโทนี่ ตัน คือผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Grab ซูเปอร์แอปยักษ์ใหญ่ระดับโลก หลังจากนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2021 Grab ก็ทำรายได้ทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ ราว 7 หมื่นล้านบาท ในปี 2023 โดยให้บริการครอบคลุมทั้งการเดินทาง, ส่งอาหาร, ส่งของ ไปจนถึงบริการทางการเงินใน 8 ประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเริ่มต้น เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในปี 2009 ที่ Harvard Business School เขาได้พบกับ ฮุย ลิง ตัน (Hooi Ling Tan) เพื่อนร่วมชาติชาวมาเลเซีย ทั้งคู่เริ่มสนิทกันในวิชา Bu
“ละพอแต่เปิดผ้าม่านกั้ง สาวหมอลำสิพาม่วน คนหนุ่มคนสาวขอเชิญชวน ออกมาม่วนหน้าเวที” เชื่อว่าหลายคนพอได้ยินเสียงดนตรีอันเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น เสียงพิณ แคน โปงลาง ที่ดังกระหึ่มชวนโยกย้ายส่ายสะโพก ต่างต้องพากันออกไปม่วนหน้าเวทีเป็นแน่ ท่ามกลางกระแสวัฒนธรรมเคป็อปและดนตรีสากลที่เป็นที่ยอมรับและนิยมอย่างมากในประเทศไทย แต่ยังมีอีกความน่าสนใจหนึ่งเกิดขึ้นคือ “หมอลำ” ศิลปะพื้นบ้านจากภาคอีสาน เล่าไปอาจไม่เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างที่เพิ่งจะผ่านมาไม่นานนี้ เมื่อวันที่ 13-14 มกราคม 2569 ณ บริเวณสวนรถไฟ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง ปรากฏการณ์หมอลำใหญ่กลางกรุง เปิดการแสดงด้วยหมอลำคณะประถมบันเทิงศิลป์ ขายบัตรในราคาเพียง 100 บาท วันที่ 14 มีผู้เข้าชมกว่าหลายหมื่นคน ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า “วิกแตก” คนล้นออกไปยันข้างนอกรั้วเลยทีเดียว ก่อนอื่น ผู้เขียนขออธิบายคำว่า “หมอลำ” ให้ผู้อ่านได้เข้าใจกันสักนิด “หมอลำ” คือมหรสพการแสดงของชาวอีสาน มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมานานนับพันปี จนกระทั่งกลายเป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนต่างยอมรับ การเกิดขึ้นของหมอลำไม่ได้มีหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่ามีความส
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2569 เทรนด์ “มัทฉะ” ยังมาแรงต่อเนื่อง จากการเปิดตัวของร้านหน้าใหม่ที่เรียกกระแสฮิตให้กลับมาบูมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ร้าน MATCHA PEOPLE ของพลอย หอวัง, ร้าน Two Be Tea ของโซลโมเน่ หรือการ Collaboration ระหว่าง After You กับ Little Monster ออกเมนูพิเศษมาให้ชาวมัทฉะเลิฟเวอร์ได้ลิ้มรสความอร่อย จนกลายเป็นแบรนด์ที่คนพูดถึงกันทั้งโซเชียล ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์มีจุดเริ่มต้นและจุดเด่นที่ต่างกันออกไป “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะเล่าให้ฟัง MATCHA PEOPLE เริ่มต้นที่ MATCHA PEOPLE คาเฟ่มัทฉะเปิดใหม่ในย่านอารีย์ ของ “พลอย หอวัง” เกิดมาจากความชอบดื่มมัทฉะของพลอย หอวัง ซึ่งเรามักจะได้เห็นคอนเทนต์ชงมัทฉะของเธออยู่เป็นประจำ และความชอบนี้ก็ส่งไปถึงคนรอบตัว จนกลายเป็นมัทฉะเลิฟเวอร์เหมือนกัน ความชอบมัทฉะของพลอย ต่อยอดไปถึงการคอลแลบกับแบรนด์ Alter Protein ทำเวย์โปรตีน plant-based รสมัทฉะ และคอลแลบกับแบรนด์ Howie ทำถ้วยมัทฉะและที่วางแปรง ความจริงจังเรื่องมัทฉะยังไปไกลถึงการสร้างแบรนด์ MATCHA PEOPLE โดยวางคอนเซ็ปต์ไว้เป็นพื้นที่สำหรับทุกคนที่ชื่นชอบการดื่มมัทฉะ จากนั้นได้จำหน่ายโปรดักต์แรก คือ Oku
ใครจะเชื่อว่า 5 ปีก่อนจะเปิดร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง อาบี แคสเวลล์ ไม่เคยหยิบจับหรือทำคุกกี้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่วันนี้ ในวัย 30 ปี เธอคือเจ้าของและผู้บริหารร้าน “Batter” เบเกอรี่สุดฮอตที่มีถึง 2 สาขาในรัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา ซึ่งสร้างยอดขายทะลุหลักล้านดอลลาร์ หรือ 35 ล้านบาทต่อปีไปเป็นที่เรียบร้อย “ตั้งแต่เด็ก ฉันรู้ตัวเสมอว่าอยากเป็นเจ้านายตัวเอง ฉันอยากคุมตารางเวลาชีวิตได้ และอยากหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจริงๆ” เธอกล่าว ความหลงใหลในของหวานของเธอเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยอายุ 16-20 ปี เธอเคยทำงานในร้านคัพเค้กท้องถิ่นและตกหลุมรักบรรยากาศเหล่านั้นเข้าอย่างจัง แม้ตอนนั้นหน้าที่ของเธอจะไม่ใช่การอบขนมเลยก็ตาม หลังจากเรียนจบด้านบริหารธุรกิจและมาร์เก็ตติ้งในปี 2018 เธอแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่เมืองแฮมมอนด์ โดยทำงานประจำเป็นผู้ช่วยผู้บริหาร แต่ในเวลาว่าง เธอเริ่มฝึกทำเค้กเป็นงานอดิเรก จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเธอทำเค้กให้สามีของเพื่อน และทุกคนที่ได้ชิมต่างอุทานว่า “มันอร่อยมาก เธอต้องทำขายนะ ที่นี่ไม่มีอะไรแบบนี้เลย” ตอนแรกเธอตั้งใจจะทำแค่เค้กและคัพเค้ก แต่เมื่อเห็นกระแสคุกกี้ฟีเวอร์ที
