ใครจะเชื่อว่า 5 ปีก่อนจะเปิดร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง อาบี แคสเวลล์ ไม่เคยหยิบจับหรือทำคุกกี้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่วันนี้ ในวัย 30 ปี เธอคือเจ้าของและผู้บริหารร้าน “Batter” เบเกอรี่สุดฮอตที่มีถึง 2 สาขาในรัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา ซึ่งสร้างยอดขายทะลุหลักล้านดอลลาร์ หรือ 35 ล้านบาทต่อปีไปเป็นที่เรียบร้อย

“ตั้งแต่เด็ก ฉันรู้ตัวเสมอว่าอยากเป็นเจ้านายตัวเอง ฉันอยากคุมตารางเวลาชีวิตได้ และอยากหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจริงๆ” เธอกล่าว
ความหลงใหลในของหวานของเธอเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยอายุ 16-20 ปี เธอเคยทำงานในร้านคัพเค้กท้องถิ่นและตกหลุมรักบรรยากาศเหล่านั้นเข้าอย่างจัง แม้ตอนนั้นหน้าที่ของเธอจะไม่ใช่การอบขนมเลยก็ตาม หลังจากเรียนจบด้านบริหารธุรกิจและมาร์เก็ตติ้งในปี 2018 เธอแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่เมืองแฮมมอนด์ โดยทำงานประจำเป็นผู้ช่วยผู้บริหาร แต่ในเวลาว่าง เธอเริ่มฝึกทำเค้กเป็นงานอดิเรก
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเธอทำเค้กให้สามีของเพื่อน และทุกคนที่ได้ชิมต่างอุทานว่า
“มันอร่อยมาก เธอต้องทำขายนะ ที่นี่ไม่มีอะไรแบบนี้เลย”
ตอนแรกเธอตั้งใจจะทำแค่เค้กและคัพเค้ก แต่เมื่อเห็นกระแสคุกกี้ฟีเวอร์ที่กำลังมาแรง เธอจึงตัดสินใจกระโดดเข้าใส่โอกาสนี้ และเปลี่ยนมาโฟกัสที่คุกกี้จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเสริมที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
จากเตาอบในบ้าน สู่ร้านค้าที่คิวยาวเหยียด
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2021 แคสเวลล์เริ่มทดลองสูตรคุกกี้โดยมีสามีคอยช่วยเหลือ เธอใช้เวลาถึง 6 เดือนกว่าจะได้สูตร “ช็อกโกแลตชิปคุกกี้” ที่เป็นเอกลักษณ์ในปัจจุบัน เธอเล่าว่ากว่าจะได้สูตรสำเร็จทำเสียไปไม่รู้กี่ถาดต่อกี่ถาด เพราะไม่มีพื้นฐานเลย แต่ทุกครั้งที่ล้มเหลว ก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่เสมอ
เธอเริ่มโพสต์ผลงานลงโซเชียลมีเดีย และดึงดูดลูกค้าในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิปี 2022 เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และเริ่มนำขนมไปขายที่ตลาด Farmer’s Market ทุกวันศุกร์เธอจะอบคุกกี้ 500 ชิ้น และมักจะขายหมดเกลี้ยงภายใน 30 นาที ทำให้เธอรู้ว่า ต้องมีหน้าร้านแล้ว เพราะทำแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแน่ๆ
เดิมพันด้วยบ้าน เพื่อความฝันที่ยิ่งใหญ่
การมีหน้าร้านไม่ใช่เรื่องง่าย เธอถูกธนาคารหลายแห่งปฏิเสธเงินกู้เพราะไม่มีเงินเก็บ จนกระทั่งธนาคารแห่งหนึ่งยอมอนุมัติเงินกู้ 40,000 ดอลลาร์ ประมาณ 1.4 ล้านบาท โดยเธอต้องใช้ “บ้าน” เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
พฤศจิกายนปี 2022 ร้าน Batter สาขาแรกเปิดตัวขึ้น เธอในวัย 27 ปี ต้องทำงานหนักถึงวันละ 18 ชั่วโมงเพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าที่ล้นหลาม ผลตอบแทนคือธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด เธอสามารถใช้หนี้ธนาคารคืนได้ทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงปี และในปี 2024 เธอก็ขยายสาขาที่สองไปยังนิวออร์ลีนส์ จนปัจจุบันมียอดขายรวมกันแตะหลักล้านดอลลาร์ต่อปี
แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ชีวิตเบื้องหลังไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แคสเวลล์ต้องขับรถไปกลับระหว่างสองสาขาที่ห่างกันนับชั่วโมง และบางครั้งต้องลงไปแต่งหน้าเค้กเองเมื่อพนักงานขาด
นอกจากหน้าร้านแล้ว เธอยังประสบความสำเร็จอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะ TikTok ที่มีผู้ติดตามเกือบ 300,000 คน ซึ่งเธอใช้สื่อสารอย่างจริงใจเกี่ยวกับความยากลำบากในการทำธุรกิจ เป้าหมายต่อไปของเธอคือการนำ “แป้งคุกกี้สำเร็จรูป” เข้าสู่ห้างสรรพสินค้า เพื่อให้คุกกี้ของเธอเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น
ถอดบทเรียนความสำเร็จ
ความพยายามสำคัญกว่าพื้นฐาน
แคสเวลล์เริ่มจากศูนย์ ไม่เคยทำคุกกี้มาก่อน แต่เธออาศัยการลองผิดลองถูกนานถึง 6 เดือน ความสำเร็จไม่ได้มาเพราะพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่มาจากการเรียนรู้ผ่านความล้มเหลวในทุกๆ ถาดที่อบเสีย
กล้าได้กล้าเสียในจังหวะที่ใช่
การใช้ “บ้าน” ค้ำประกันเงินกู้คือความเสี่ยงมหาศาล แต่เธอตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล ยอดขายที่ตลาดนัดที่ขายหมดใน 30 นาที ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีความต้องการของตลาดรองรับอยู่จริง
ความจริงใจสร้างแบรนด์
เธอไม่ได้โชว์แค่ด้านที่สวยงามในโซเชียลมีเดีย แต่ยังแชร์ความเหนื่อยยากและปัญหาที่ต้องเจอ ความเป็นมนุษย์และความจริงใจนี้เองที่สร้างฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งและเปลี่ยนผู้ติดตามให้กลายเป็นลูกค้าที่จงรักภักดี
ความยืดหยุ่นคือหัวใจ
การเป็นเจ้าของธุรกิจคือการพร้อมรับมือกับแผนที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพนักงานลาออกหรือปัญหาหน้างาน การปรับตัวได้เร็วคือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้
ที่มา cnbc
