SMEs
ทำความรู้จักกับเจ้าหมี Butterbear ไวรัลเมืองไทย ที่คนจีน-เกาหลี พากันมาต่อคิวซื้อ! กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกโซเชียลมีเดีย กับเจ้าหมี Butterbear แบรนด์ใหม่ในเครือ Coffee Beans by Dao ที่ขายความน่ารักเกินต้านของมาสคอตน้องหมี ตัวสีน้ำตาล ผู้นำเสนอ ‘a very buttery welcome to our world’ ตามสโลแกนร้าน โดยเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน คือ เมนูบัตเตอร์บันครีมนมสด, ขนมปังก้อน, โดนัทผสมแป้งโมจิ และเครื่องดื่มกระป๋องมากมาย อีกทั้งยังมีแพ็กเกจสุดคิวต์ให้ถ่ายรูปเช็กอินกันอีกด้วย และจากกระแสไวรัลที่โด่งดังไปทั่วโลกโซเชียล โดยมีผู้ใช้บัญชีเอ็กซ์ (X) หรือ ทวิตเตอร์ ชาวเกาหลี ออกมาโพสต์คลิป ‘มาสคอตน้องหมี’ สุดน่ารัก ในชุดไทย ใส่เสื้อคอกระเช้า กางเกงโจงกระเบน พร้อมพวงมาลัยดอกไม้คล้องคอ ‘มาสคอตน้องหมี’ สุดน่ารัก ในชุดไทย ใส่เสื้อคอกระเช้า กางเกงโจงกระเบน พร้อมพวงมาลัยดอกไม้คล้องคอ เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของวัฒนธรรมไทย กำลังโชว์ลีลาการเต้นเพลง K-Pop ที่เห็นแล้วต้องใจละลาย เจ้าของโพสต์ระบุแคปชั่นใจความว่า “Butterbear Magnetic Challenge น่ารักจริงๆ หุ่นอวบๆ เข้ากันได้ดีกับท่าเต้นมินิมอล” งานนี้ผู้ใช้โซเชียลชาวเกาหลีโด
เริ่มจากเท้าเปล่า ขยันขายทุกวัน ไก่แดงปิ้ง ฟรี แจ่ว-ผักสด กำไรพลิกชีวิต ควันไฟจากเตาปิ้งบนรถพ่วงข้าง ที่แทรกตัวอยู่ในสวนหย่อมใกล้กับหน่วยงานแห่งหนึ่งริมถนนวิภาวดีขาออก ย่านดินแดง กับ รถแท็กซี่มิเตอร์ จักรยานยนต์ของเหล่าไรเดอร์ แบรนด์ต่างๆ จอดเรียงรายเป็นระเบียบ อาจเป็นภาพคุ้นตาของใครหลายคนที่ขับรถผ่านไปละแวกนั้น “เขามีประท้วงอะไรกันรึเปล่า ทำไม่รถจอดกันเป็นแถว” “ไม่มีอะไรหรอก เขาจอดกินไก่ปิ้งกัน” นั่นคือบทสนทนาที่ชักพาให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เดินทางไปพูดคุยกับเจ้าของกิจการต้นเรื่อง “ขายดีที่สุด คือ ตูดไก่ ค่ะ ” คุณกุ้ง-สมสวย ทับทิมใส เจ้าของกิจการวัยสี่สิบปลาย เริ่มต้นบทสนทนากับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม ด้วยสำเนียงและลีลาการพูดดูมีเอกลักษณ์ จึงถามไถ่ถึงบ้านเกิด คุณกุ้ง เล่าด้วยเสียงหม่นเล็กน้อย “บ้านเดิมอยู่บุรีรัมย์ สมัยก่อนทำนาอย่างเดียว แต่มันค่อนข้างแล้ง เลยเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ตั้งแต่สาวๆ เข้ากรุงเทพฯ มา ตอนนั้นรองเท้าไม่มีใส่เลยนะ ไปหาเพื่อนอยู่แถวปทุมฯ เขาเลยซื้อรองเท้าให้ใส่” ทำงานเป็นลูกจ้างอยู่หลายที่ กระทั่งไปได้งานในโรงปักแถวเจริญนคร จังหวะชีวิตช่วงนี้
ทำไมต้องทำ Personal Branding? ต้นทุนน้อย ก็สร้างแบรนด์ได้ เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยตัวเอง การแข่งขันในตลาดออนไลน์ เรียกได้ว่าดุเดือดมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือรายย่อย ต่างหาทางรอดกันทั้งนั้น อย่างผู้ประกอบการ SMEs ที่เปรียบเสมือนปลาตัวเล็กที่ว่ายอยู่ในมหาสมุทร มีต้นทุนน้อย แต่จะทำอย่างไรให้สู้กับคู่แข่งได้ เพราะฉะนั้น การทำการตลาดที่ต้นทุนน้อยในยุคนี้ ต้องยกให้กับการทำ Personal Branding ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญในการแข่งขันกับคู่ต่อสู้ได้ แต่ก่อนที่จะไปดูถึงเรื่อง Personal Branding ทางคุณแอ๊ม-ศรัณย์ แบ่งกุศลจิต Influencer ชื่อดังจากช่อง TikTok การตลาดการเตลิด ได้เคยกล่าวถึงความสำคัญของแบรนด์บนเวที “SME x Influencer” SME New Gen ต้องลองเป็นอินฟลู! ไว้ว่า ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย ยังไม่เห็นถึงความสำคัญของการสร้างแบรนด์ จึงมุ่งทำแต่โปรโมชันเพื่อสร้างยอดขายเป็นหลัก เพราะคิดว่าการสร้างแบรนด์ใช้เงินลงทุนสูง แต่ไม่ค่อยเห็นผล ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การสร้างแบรนด์ คือการลงทุนกับอนาคตที่ผู้ประกอบการจะสามารถเก็บเกี่ยวดอกผลได้ในระยะยาว การสร้างแบรนด์ที่ดี คือ การทำให้ลูกค้าจดจำได้ หากผู้ประกอบการ
พารส่งต่ออาชีพ ครัวยัยไก่ พร้อมเปิดคอร์ส สอน “วิชาผัดไทย” รสชาติที่ตามหา เคยพูดคุยกันสมัยเปิดร้านใหม่ๆ ข้อเขียนเมื่อหลายปีก่อนจาก “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงเป็นเหมือนใบเบิกทางให้ “ครัวยัยไก่” กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยการสนับสนุนจากสื่อหลายแขนง ซึ่งพุ่งเป้าความสนใจไปที่ชีวิตมนุษย์เงินเดือน ถูกเลย์ออฟในวัย 50 กว่า เรื่องเกี่ยวข้อง : รุ่นใหญ่วงการโฆษณา โดน “ซองขาว” ตอนอายุห้าสิบ ตั้งต้นใหม่ด้วย “ผัดไทยวิวหลักล้าน” “หลังคอนเทนต์ของเส้นทางเศรษฐี ออกไป มีหลายเพจ-หลายสำนัก ติดต่อมาขอสัมภาษณ์บ้าง ทำคลิปบ้าง เราก็คุยเรื่องที่ออกมาขายผัดไทยหน้าบ้าน เพราะตกงานแบบไม่ทันตั้งตัว หลังจากนั้นมีคนทั่วไปที่เขาเห็นจากสื่อ โทรศัพท์มาคุย มาขอกำลังใจ มาขอสูตรผัดไทย บางคนยกให้เราเป็นไอดอลคนสู้ชีวิต” คุณไก่-กนกวรรณ บุตรชาติ เริ่มต้นบทสนทนากันครั้งล่าสุด ก่อนหัวเราะอารมณ์ดี และเล่าต่อ เปิดร้าน ครัวยัยไก่ มาได้เกือบ 6 ปี รายรับพออยู่ได้แล้ว แต่หลังช่วงโควิดระลอก 3 กระทั่งต้นปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจค่อนข้างแย่ หลายครั้งรายรับไม่ครอบคลุมรายจ่ายประจำ เธอเลยต้องใช้เวลาช่วงวันหยุด ไปรับ “จ๊อบ” งานแสดงในวงการ
ต่อยอดอาชีพพ่อแม่ เป็น ไก่ย่างซอสลาวา เจ้าดัง TikTok ปักหมุดงานประจำปี รายได้วันละหลักแสน เริ่มจากที่พ่อแม่ขายไก่ย่างตามตลาดนัด เป็นไก่ย่างทั่วๆ ไป จึงนำสิ่งที่มีอยู่ มาต่อยอดพัฒนาจนกลายมาเป็น “ไก่ย่างสำฤทธิ์” เจ้าดังใน TikTok ที่คนแห่ไปซื้อตามๆ กัน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ชีวิตโดนอะไรมาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคำดูถูก ต้องอดทนกับสิ่งเหล่านั้นมาโดยตลอด แต่มาถึงวันนี้ พวกเขา คุณพ่อเก๋-สำฤทธิ์ แสนสุขบุญ และ คุณแม่เก๋-ลำพึง แสนสุขบุญ คู่สามีภรรยาเจ้าของร้านไก่ย่างสำฤทธิ์ ได้เปิดอกพูดถึงเส้นทางของความสำเร็จนี้ให้เราฟัง เริ่มต้นและต่อยอด ต้องบอกว่าอาชีพค้าขาย เริ่มต้นมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่แล้ว แต่เดิมขายเป็นไก่ย่างแบบทั่วๆ ไปที่เห็นได้ตามตลาดนัด จนมาหลังๆ ย้อนไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว คุณแม่เก๋ได้เห็นว่า เราควรที่จะปรับปรุง ต่อยอดจากของที่มีอยู่ โดยคิดค้นสูตรหมักไก่ขึ้นมา ปรุงให้มีความอร่อย เติมตรงนู้นนิด ตรงนี้หน่อย ทำให้ถูกปากถูกใจวัยรุ่นมากขึ้น เมื่อคิดสูตรขึ้นมาได้แล้วก็ชิมกันเองก่อนในครอบครัวก่อน ทุกคนก็รู้สึกว่า รสชาติมันถูกปาก คิดว่าทำขายให้ลูกค้ามันน่าจะดี เพราะยังไม่มีที่ไหนทำแบบนี้เลย
เกษตรในเมือง ทำไม่ยาก ส่อง 4 ไอเดียปลูกผัก มีกินมีใช้ สร้างรายได้ทุกวัน อยู่ในเมืองใช่ว่าจะปลูกผักไม่ได้! เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาส่อง 4 ไอเดีย ทำเกษตรในเมือง ที่ปรับใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวมาปลูกผัก ไม่ว่าจะเป็น ปลูกผักในกะละมัง และปลูกผักในกล่องโฟม จนสามารถสร้างรายได้งอกงาม รวมถึงการปรับพื้นที่เป็นสวนผัก อย่าง การปลูกผักรอบบ้านจัดสรร และการเปลี่ยนกองขยะมาเป็นสวรรค์ในเมือง เก็บผลผลิตปรุงอาหารทานในครอบครัว ปลูกผักกะละมัง คุณออ-อรทัย ยางไธสง เจ้าของ Wakeup Vegetables ผู้จัดการบริษัท แบ่งเวลามาทำอาชีพเสริม นำกะละมังที่เคยเลี้ยงด้วง มาดัดแปลงเจาะรู “ปลูกผักกะละมัง” ต่อยอดเกษตรครบวงจร สอนปลูก รับรีวิว วิทยากร และขายอุปกรณ์ปลูก ผักที่ปลูก ผักบุ้ง ต้นหอม พริก กะเพรา โหระพา แมงลัก ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ ต้นอ่อนทานตะวัน โต้วเหมี่ยว เป็นต้น รายได้ เฉลี่ย 60,000 บาทต่อเดือน อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_247906 ปลูกผักในกล่องโฟม คุณเติ้ล-วิภู กรอบบาง เจ้าของ ผักบ้านน้องอีฟ วิศวกรโยธา แบ่งเวลาหลังเลิกงาน และวันอาทิตย์มา “ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟม” ขาย ต่อ
ฮาเก็ตติ้ง ใช้ความตลกทำการตลาด ลงมือทำต่อเนื่อง หัวใจในการสร้างแบรนด์แบบ Goodsunday วันที่ 27 เมษายน 2567 ในงาน จัดจ้านจานเด็ด ที่จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ในเครือมติชน ที่ มติชนอคาเดมี บนเวทีเสวนา “ทอล์กจัดจ้าน” ในหัวข้อ “สร้างแบรนด์อย่างไรให้มีตัวตนบนโลกโซเชียล” โดย คุณอาร์ม-กานต์ชนิต สุรินทร์สภานนท์ เจ้าของร้านกาแฟ Goodsunday Coffee Bar ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกออนไลน์ โดยคุณอาร์ม กล่าวแนะนำตัวว่า อดีตเธอมีอาชีพเป็นแอร์โฮสเตส และคิดว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง จนมาช่วงโควิด ได้รับผลกระทบกับงานประจำที่ทำ ทำให้สายการบินหยุดชะงัก ด้วยเหตุการณ์นี้จึงทำให้เธอตัดสินใจมาทำธุรกิจ คุณอาร์ม เล่าว่า เงินก้อนสุดท้ายที่มี ได้นำไปเปิดร้านกาแฟ ที่ชื่อว่า “Goodsunday Coffee Bar” และทำต่อมาเรื่อยๆ โดยเริ่มจากถ่ายเมนูที่ขาย เป็นการโปรโมตร้านในช่วงแรก แต่กลับมาถามตัวเองว่า ร้านของเรามีสิ่งที่โดดเด่นกว่าคนอื่น คืออะไร? คุณอาร์ม เผยว่า ยุคนี้ทำการตลาดแบบเดิมๆ หรือ 4 P คือ Product, Price, Promotion และ Place ไม่พอแล้ว เทคนิคของเธอคือฮาเก็ตติ้ง เพราะความตลก ความสนุกอยู่คู่กับคนไทย เป็นเหมือนจุดพักใจ หลังจากผ
เปลี่ยนดราม่าเป็นรายได้ รับมือปัญหาแบบข้าวคลุกกะปิแม่พลอย-แม่ปูนา วันที่ 26 เมษายน 2567 ในงาน จัดจ้านจานเด็ด ที่มติชนอคาเดมี บนเวทีเสวนา “ทอล์กจัดจ้าน” หัวข้อ “สารพัดปัญหา ดราม่าไม่เว้นวัน พ่อค้าแม่ขายต้องรับมืออย่างไร?” โดย คุณบีม-รชต คำรอด เจ้าของร้านปูนาฟ้าใส และ คุณพลอย-หทัยพัชร วสุศักดิ์ศิริ เจ้าของร้านข้าวคลุกกะปิแม่พลอย สองผู้ประกอบการแห่งวงการร้านอาหารที่ต่างกันสุดขั้ว แต่เจอกับสารพัดปัญหาเช่นกัน คุณบีม-ปูนาฟ้าใส เล่าว่า เดิมเป็นแม่บ้าน แต่อยากหาอาชีพเสริม เลยหยิบปูนามาทำเป็นอาชีพ และได้เริ่มทำ โดยให้ทางบ้านชิมก่อน ทางบ้านบอกว่า อร่อย แต่ว่าเธอไม่เชื่อ เลยนำไปให้เพื่อนๆ ลองชิม การตอบรับเริ่มดี จึงเริ่มทดลองทำ โดยซื้อกระปุกฝาแดงมาจากตลาด และใช้โซเชียลในการประชาสัมพันธ์ และใช้ชื่อว่า ปูนาฟ้าใส ตั้งแต่เริ่มแรก ในตอนแรกมีแต่คนบอกว่า “บ้า” เพราะอ่องมันปูเป็นสินค้าที่หากินได้แค่เฉพาะกลุ่ม ตามท้องถิ่น ใครจะมาซื้อกิน แต่ก็ไม่ย่อท้อและทำต่อมาเรื่อยๆ จนถึง 4 ปีเต็ม ทางด้านคุณพลอย เล่าว่า ชีวิตพลิกจากฟ้าสู่ดิน แต่พลิกจากฟ้าสู่ดินในที่นี้หมายถึงว่า เดิมทีคุณพลอยทำอาชีพแอร์โฮสเตส แต่ปัจจุบ
กะเพรา เป็น Soft Power ต้องแทรกความบันเทิง เหมือนดูซีรีส์อยากกินโซจู เมื่อเวลา 11.00-12.00 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่อาคารมติชนอคาเดมี ในงาน “จัดจ้านจานเด็ด” ที่จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และ มติชนอคาเดมี สื่อคุณภาพด้านสร้างอาชีพ ในเครือมติชน มีเวทีทอล์กจัดจ้าน หัวข้อ “ถอดรหัส Soft Power อาหารไทยผ่านเมนูผัดกะเพรา” โดย คุณกฤช เหลือลมัย คอลัมนิสต์ด้านอาหาร และคุณแบงค์-ประภากร นิยมทรัพย์ จากร้านกะเพราจิตสดชื่น จ.กาญจนบุรี เจ้าของรางวัลอันดับ 2 จากการแข่งขันกะเพราระดับโลก เป็นวิทยากรรับเชิญ คุณกฤช กล่าวตอนหนึ่งว่า ถ้าเอาหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นตัวตั้ง คนไทยน่าจะรู้จัก “ใบกะเพรา” ตั้งแต่สมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ว่าการนำมาใช้เป็นอาหารนั้น ตนพบร่องรอยที่เก่าที่สุด คือใบปิดโฆษณาน้ำพริกเจ้าหนึ่ง เมื่อ พ.ศ. 2476 บอกวิธีการทำเมนูหลากหลาย ซึ่งรวมถึงผัดกะเพราไว้ด้วย หลังจากนั้นพบหลักฐานการเผยแพร่สูตรการทำผัดกะเพราตามสื่อ ไล่เรียงตามช่วงเวลาจนถึงปัจจุบัน ส่วน ความเป็น Soft Power ของผัดกะเพรานั้น คุณกฤช มองว่า จะไปเป็นเมนูโดดๆ อาจยาก อาจต้องสอดแทรกให้รับรู้เบื้องหลังของเมนู เช่น มีเรื่อง
“ยำชนตำ” เปิดหมดเปลือก เผยทุกลีลา ทำอย่างไรให้ครองใจลูกค้า จากธุรกิจติดกระแส สู่ตัวแม่ตัวมัมของวงการ วันที่ 25 เมษายน 2567 ในงาน จัดจ้านจานเด็ด ที่มติชนอคาเดมี บนเวทีเสวนา “ทอล์กจัดจ้าน” หัวข้อ “ยำชนตำ แซ่บอย่างไร ให้จัดจ้านถึงใจลูกค้า โดย เจ๊โบว์ ปะทะ เจ๊ต๊อกแต๊ก” โดย คุณต๊อกแต๊ก-พรปวีณ์ กิจทรัพย์บารมี ตำแรดแซ่บนัวบันเทิงศิลป์ และ คุณโบว์-รมย์ลักษณ์ เนียมเครือ โคตรยำ สองผู้ประกอบการแห่งวงการร้านอาหารสายแซ่บร่วมถอดประสบการณ์การทำธุรกิจแบบจัดจ้าน เจ๊ต๊อกแต๊ก เล่าว่า แม่ค้าเป็นอาชีพที่ชอบมาตั้งแต่เด็ก ส่วนการรับราชการเป็นสิ่งที่พ่อแม่ภูมิใจ แต่ถึงแม้จะมีงานประจำอยู่แล้วก็อยากหารายได้เสริม จึงคิดและทำมาโดยตลอด เจ๊งมาก็หลายอย่าง จนสุดท้ายมาลงตัวที่ตำส้มตำ “เราขายเพื่อตอบโจทย์ความชอบ และความชอบนั้นต้องก่อให้เกิดรายได้ แต่ถ้ารายได้ไม่ตอบโจทย์ ก็หยุด แค่นั้นเอง ทำในสิ่งที่เรารัก มันเลยไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากที่สุด คือทำแล้วต้องขายได้ อันนี้คือหัวใจสำคัญ ทำยังไง ลูกค้าจะกินของเรา เราเคยขายขาดทุน 4 เดือน แล้วเอารายได้จากส่วนอื่นมาพัฒนาร้าน ไม่มีธุรกิจไหนหรอกที่จะต่อยอดได้เลย หากอยากมีจุดเริ่มต้น ก
