SMEs
โควิดเป็นเหตุ! กระทบอาชีพนักร้อง ขอบินกลับไทย เริ่มต้นชีวิตใหม่ คุณคเณค์ ณิชกุลกัลยาภา ปัจจุบันอายุ 39 ปี พื้นเพเป็นคนเพชรบูรณ์ หลัง เรียนจบ ม.6 ไปสมัครงานเป็นพนักงานประจำซูเปอร์มาร์เก็ต จากนั้นไปสมัครเป็นแดนเซอร์ ในคลับแห่งหนึ่งที่พัทยา ทำอยู่พักใหญ่ ได้การสนับสนุนให้ขึ้นเป็นนักร้อง กระทั่งอายุ 24 ปี ได้รับคัดเลือกจากเอเยนซี่ ให้ไปเป็นนักร้องประจำตามผับ/เธค ที่ประเทศสิงคโปร์ “เป็นนักร้องอยู่สิงคโปร์ อยู่เมืองไทย 6 เดือน อยู่สิงคโปร์ 6 เดือน ร้องเพลงจีน ฝรั่ง เพลงไทย ร้องแนวพี่เบิร์ด ธงไชย ค่าตอบแทน ได้เงินเดือน เดือนละประมาณ 6 หมื่นบาท มีที่พัก อาหาร มีรถรับส่ง ฟรี” คุณคเณค์ เผยให้ฟังอย่างนั้น ทำงานอยู่ 9 ปีกว่าไม่มีปัญหา กระทั่งโลกมาเจอกับโควิดระบาด อาชีพกลางคืนในสถานบันเทิงอย่างเขา เลยได้รับผลกระทบต้นๆ “ไปสิงคโปร์ วันที่ 15 มีนาคม พอวันที่ 21 เดือนเดียวกัน รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศล็อกดาวน์ ถึงเดือนตุลาคม ผับ บาร์ ต้องปิดหมด เลยไปลงทะเบียนขอกลับเมืองไทย ได้คิวเดือนกันยายน ต้องอยู่ที่สิงคโปร์ เหมือนติดคุกอยู่ 6 เดือน โชคยังดี มีบ้านให้พัก อาหารฟรี ไม่ลำบากมากนัก แต่รายได้ไม่มีเลย” คุณคเณค
Refill on the wheel! ขับรถเติมของใช้ให้ถึงบ้าน บริการที่อยากส่งต่อผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติในราคาย่อมเยา “เรามีจุดยืนในการทำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีคุณภาพ เรายืนยันในการใช้สารสกัดจากพืช และส่วนประกอบออร์แกนิกเท่าที่เราทำได้ โดยต้องมีทุกชีวิตอยู่ในแนวคิดเสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ทำ ผู้ใช้ หรือสิ่งแวดล้อม” นี่คือคำบอกเล่าของ คุณบาส-ปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบอกเกี่ยวกับแบรนด์ Ali หรือ อัลลี่ ซึ่งแปลว่า บริสุทธิ์ ในภาษาสันสกฤต และแปลว่า มด ในภาษาญี่ปุ่น อัลลี่ ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการพัฒนาและทดสอบสินค้าเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์คุณภาพจากธรรมชาติด้านการดูแลผิวพรรณ (human care) รวมทั้งผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในครัวเรือน (home care) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2561 และเปิดตัวสู่ตลาดเมื่อปี 2562 โดยความร่วมมือระหว่าง JSL Global Media และ พสุธารา ฟาร์มเลมอนและพืชสมุนไพรเมืองหนาวที่ปลูกแบบอินทรีย์ไร้สารเคมี ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งคุณบาสคือผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์นี้ด้วยเช่นกัน “แบรนด์ อัลลี่ มีความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายเกษตรกรที่หลงรักผลผลิตของตัวเอง แล้วส่งผลผลิตมาให้เราแปรร
กลัวที่ไหน! หมดยุคสิ่งพิมพ์ การ์ตูนนิสต์ งานหด หันขายพิซซ่า เฮาส์ เมื่ออาชีพเลี้ยงตัว คือ วาดภาพการ์ตูน ส่งให้ตามสื่อสิ่งพิมพ์ หรือเรียกกันว่า การ์ตูนนิสต์ นั้น เดินมาถึงหนทางตีบตัน เหตุเพราะโลกออนไลน์คืบคลานครอบคลุม ผู้คนเลิกอ่านหนังสือ หันมาเสพสื่อผ่านสมาร์ทโฟนกันทั้งบ้านทั้งเมือง สื่อกระดาษน้อยใหญ่ จึงทยอยล้มหายตายจาก หากจะพึ่งพารายได้จากการทำงานเดิมๆ คงเป็นไปไม่ได้ คุณป้อม –จิรบูล ศิริเมือง การ์ตูนนิสต์ วัยห้าสิบเศษ จึงมองหาอาชีพอื่นเลี้ยงตัว แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยดิ้นรนทำงานอื่นใด นอกจากวาดการ์ตูน กระทั่งเพื่อนสนิท ซึ่งทำงานดูแลร้านชาแบรนด์ดังแถบภาคอีสาน มาแนะนำให้ลงทุนซื้อแฟรนไชส์ ไปเปิดที่ร้อยเอ็ด จังหวัดบ้านเกิดของเขา เริ่มแรกไม่ค่อยแน่ใจ เพราะเพื่อนบอก ลงทุนหนึ่งแสนบาท เดือนเดียวคืนทุนแล้ว “ไม่ถนัดเรื่องค้าขาย เพราะเขียนแต่การ์ตูนมาตลอด แต่เพื่อนบอก แค่มีพื้นที่หน้าโรงเรียน เดือนเดียวคืนทุนแสนนึง ผมบอกมันใช่เหรอ และคิดว่าไม่ใช่งานที่ถนัดอยู่ดี แต่สุดท้ายก็ลงทุน จ้างลูกน้องมาขาย แรกๆ ขายดีอยู่ แต่ทำไปปีกว่า ยอดเริ่มตก” คุณป้อม เล่าประสบการณ์ เมื่อราว 4-5
ทายาทสาว ปัดฝุ่นแบรนด์เก่า 30 ปี เป็นขนมปังกรอบ ของแท้กินแล้วต้องติดฟัน! กว่า 30 ปี ที่ครอบครัวของ คุณก้อ-อัญรินทร์ ธีรอิสริยยศ วัย 38 ปี ผลิตและส่งจำหน่ายขนมปังหัวกะโหลกเป็นเจ้าแรกใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาตั้งแต่เธอเด็กๆ โดยเมื่อ 4 ปีก่อน คุณก้อได้เข้ามาช่วยดูแลกิจการ เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส นำขนมปังที่ถูกตีคืนมาต่อยอด สร้างแบรนด์ของตัวเองในชื่อ “ขนมปังบ้านปังปอนด์” จนเป็นที่รู้จัก “ตอนที่เข้ามารับช่วงต่อกิจการ เรายังคงผลิตขนมปังหัวกะโหลกส่งจำหน่าย แต่เจอปัญหาขนมปังถูกตีคืน เพราะมีบ้างที่ทรงไม่สวย เอวคอด มีรูมีโพรง ลูกค้าจะไม่รับและตีคืนทั้งลัง โดยไม่เช็กให้ละเอียดว่าในลังที่ส่งไปมีขนมปังทรงไม่สวยกี่แผ่น” จากปัญหานี้ คุณก้อ แก้ไขด้วยการนำไปให้ปลากิน เพราะโรงงานอยู่ใกล้แม่น้ำ “เอาไปเลี้ยงปลาบ้าง จนปลาไม่กิน บางครั้งตีคืนมาเป็นตันๆ ช่วงหลังคิดได้ว่าเอามาทิ้งแบบนี้ไม่ได้แล้ว ขาดทุน แบกรับภาระไม่ไหว ครอบครัวเลยช่วยกันคิดสูตรขนมปังกรอบ ทดลองทำขายบ้างแจกบ้าง ไปไหนก็หิ้วไปแจกเขา ลองเอาไปชิมดูก่อน ทำไปทำมามีคนติดต่อขอซื้อ จนกลายเป็นขนมปังบ้านปังปอนด์ถึงปัจจุบัน
จากบ้านเก่า 100 ปี สู่ร้านอาหารไทย ย่านถนนจันทน์ เสิร์ฟความอร่อยกว่า 100 เมนู หากยังจำกันได้ เมื่อหลายปีก่อน มีอดีตแอร์โฮสเตสสาวสวยคนหนึ่ง ผันตัวมาสร้างธุรกิจของตัวเอง แม้เจอปัญหาอุปสรรคก็ไม่เคยท้อ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จัก จากพายสูตรเด็ด ภายใต้ แบรนด์เอพริล เบเกอรี่ (April’s Bakery) ที่วันนี้มีกำลังการผลิตมากกว่า 100,000 ชิ้นต่อวัน ส่งจำหน่ายหน้าร้านมากถึง 50 สาขา และในเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศอีก 13,000 สาขา อ่านเพิ่มเติม เคยเจ๊งแต่ไม่ท้อ! อดีตแอร์โฮสเตสสาว ใจรักค้าขาย ผลิต “พายสูตรเด็ด” ดังทั่วประเทศ ครั้งนี้ร่วมพูดคุยกับผู้บริหารสาว คุณอร-กนกกัญจน์ มธุรพร วัย 36 ปี ผู้สร้างแบรนด์เอพริล เบเกอรี่ อีกครั้งในบทบาทใหม่ เจ้าของร้านอาหารวนิดา (Vanida Bangkok) ย่านถนนจันทน์ ชื่อวนิดา อาจจะฟังคุ้นหู เพราะคล้ายกับชื่อนางเอกในละครเรื่องหนึ่ง แต่ในโลกธุรกิจ วนิดา คือชื่อของร้านอาหาร เปิดให้บริการมานานร่วม 2 ปี เสิร์ฟเมนูอาหารไทยรสจัดจ้าน ปรุงด้วยความรักความใส่ใจกว่า 100 เมนู ท่ามกลางบรรยากาศบ้านไม้สักเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ว่ากันว่า บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชก
Craftsman ธุรกิจจากความหลงใหล ของเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ ผู้หลงรักกาแฟ หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยว หรือผ่านย่านบ้านของ นพ ไกรฤกษ์ หรือ พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ มหาดเล็กประจำห้องบรรทม ในสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นผู้จดบันทึกเหตุการณ์ในห้องบรรทมก่อนจะเสด็จสวรรคต จะเห็นว่าตัวอาคารสถาปัตยกรรมนั้นมีสีเหลืองสดใส ซึ่งกองถ่ายละครไทยย้อนยุคหลายๆ เรื่อง มักมาใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำกันเป็นประจำ ข้างๆ กันนั้นมีตึกเก่าสีเหลืองสไตล์ไทยผสมวิคตอเรียกอธิค ซึ่งเป็นที่พำนักเก่าของ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เมื่อครั้งทำงานในไทย ซึ่งปัจจุบันได้เป็นที่ตั้งของร้านคาเฟ่น่ารักๆ อย่าง Craftsman Roastery ของ คุณแวว-เนตรนภา นราธัศจรรย์ เจ้าของร้านสาว วัย 42 ปี คุณแววเล่าที่มาที่ไปของร้านคาเฟ่แห่งนี้ให้ฟังว่า เดิมเธอทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ชื่อ Niiq มาก่อน ต่อมาเมื่อห้างที่เปิดโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์อยู่ ได้ประกาศปรับปรุงสถานที่ จึงจำเป็นต้องย้ายออก เธอจึงหาที่ใหม่ ซึ่งก็ได้เป็นบ้านเก่าแห่งหนึ่งมาทำโชว์รูมอีกครั้ง แต่ในย่านที่ตั้งของโชว์รูมแห่งใหม่นั้น หาร้านกาแฟทานยาก คุณแววต้องเริ่มต้นหัดทำกาแฟทานเอง จนเกิดอาการตกหลุมรักกลิ่นหอมแ
ลูกชิ้นปลามันดูน้ำแตก ธุรกิจใหม่ของ บุ๊กโกะ ดีเจอารมณ์ดี เปิดตัว 3 เดือน ขายเกือบหมื่นกิโล ทำเอาสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วโลก กระทบไปทุกภาคอุตสาหกรรม กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งวงการบันเทิงเอง ก็โดนเอฟเฟกต์นี้ไปด้วย ทำให้เหล่าคนบันเทิงหลายๆ คน ผุดอาชีพเสริมที่ 2 ที่ 3 กันเป็นแถบๆ และ บุ๊กโกะ-ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งธุรกิจ ลูกชิ้นปลามันดูน้ำแตก กลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่คุณบุ๊กโกะ ได้ร่วมลงทุนทำกับน้องสาวคนสวยอย่าง คุณเบลเยี่ยม-ภาวินี บูรณาชีวาวิไล ซึ่งก่อนที่จะมีธุรกิจลูกชิ้นปลา คุณบุ๊กโกะเอง ก็มีธุรกิจอาหารเสริมควบคุมน้ำหนักและธุรกิจทัวร์ศัลยกรรมที่ทำมาอยู่ก่อนแล้ว “พอเกิดโควิด ธุรกิจอย่างเอเยนซี่ศัลยกรรมความงาม ในการพาคนไทยไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี ที่เบลเยี่ยมทำกับพี่บุ๊กโกะ มันสะดุดเพราะเดินทางไม่ได้ และไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่จะกลับมาเดินทางได้ปกติ แล้วถ้ากลับมาเดินทางได้ปกติ กำลังซื้อจะกลับมาเหมือนเดิมไหม เพราะพิษเศรษฐกิจหลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด ไม่รู้จะฟื้นเมื่อไหร่ ก็เลยมาคิดกันว่าจะทำอะไรกัน ก็มาลงตัวที่ลูกชิ้นปลามันดูน้ำแตก” คุณเบลเยี่ย
ไปไงต่อ! สื่อกระดาษหาย รายได้หด นักเขียนการ์ตูน คิดไม่ตก ซื้อแฟรนไชส์ก็ไม่รุ่ง คุณป้อม-จิรบูล ศิริเมือง ปัจจุบันอายุ 52 ปี พื้นเพเป็นคนร้อยเอ็ด จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร คณะครุศาสตร์ เอกประถมฯ แต่ด้วยมีใจรักด้านศิลปะขีดเขียน หลังจากเรียนจบออกมาแล้ว ยึดอาชีพเป็น นักเขียนการ์ตูน มาตลอด “ชอบวาดการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก ตอนแรกจะเรียนสถาปัตย์ แต่มีเหตุผิดพลาด ประกอบพ่อ อยากให้เป็นครู เลยเรียนให้ท่าน ผมเป็นผู้ชายคนเดียวในห้อง หลังเรียนจบ เคยไปสอบเป็นข้าราชการครู สอบติดนะแต่ไม่สละสิทธิ์ และหาเลี้ยงตัวด้วยการวาดการ์ตูนเรื่อยมา” คุณป้อม ย้อนความทรงจำ ก่อนคุยให้ฟังต่อ การยึดอาชีพ นักเขียนการ์ตูน ของเขานั้น เป็นลักษณะ ฟรีแลนซ์ คือ ได้ค่าตอบแทนจากสื่อสิ่งพิมพ์สำนักต่างๆ เป็นรายชิ้นไป “อาชีพนักเขียนการ์ตูน สมัยก่อนพอเลี้ยงตัวได้ ที่ผ่านมาไม่เคยสมัครงานบริษัทเลย ช่วงปี 2535-2536 เคยมีคนเสนอให้เป็นบรรณาธิการหนังสือเด็ก ให้เงินเดือน 8 พันบาท ก็มานั่งคิด ไม่คุ้ม เพราะช่วงนั้น เขียนการ์ตูน เริ่มต้น ได้ชิ้นละ 250 บาท หน้าสี ชิ้นละ 400-450 บาท ถ้าเป็นการ์ตูนการเมือง จะได้เยอะขึ้นอีกหน่
ติวเตอร์สาว ผุดธุรกิจเล็กๆ ผลิตลูกอมสมุนไพรจากโรสแมรี พัฒนาสูตร 2 ปี ก่อนวางจำหน่าย ในท้องตลาด มีลูกอมหลากหลายยี่ห้อวางจำหน่าย หากแต่แบรนด์นี้ คือลูกอมสมุนไพร ที่เกิดจากไอเดียของเจ้าของร้านอาหารและติวเตอร์ภาษาญี่ปุ่น คุณมิ้ว-ลิสรา คงเมือง วัย 32 ปี เธอปลูกโรสแมรีไว้ในสวนหลังบ้านจนงอกงาม ก่อนนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ FIN (Food Innovation And Packaging) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ITAP (Innovation And Technology Assistance) ของ สวทช. ช่วยปรับสูตร เพื่อจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Finlo Herb ในปัจจุบัน คุณมิ้ว เล่าให้ฟังว่า เธอมีความจำเป็นต้องใช้โรสแมรีในการทำอาหาร แต่สมุนไพรชนิดนี้มีราคาแพง จึงต้องทดลองปลูกเอง แม้จะรู้ว่าปลูกยากมากก็ตาม “มีโอกาสน้อยมากที่โรสแมรีจะรอด พอได้ปลูกจริงๆ แล้ว ปรากฏว่ามันรอด และได้รู้ว่าสมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ด้วยความบังเอิญของการทำงาน อีกอาชีพเป็นติวเตอร์สอนภาษาญี่ปุ่น สังเกตเห็นคนที่มาเรียนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่เขาพกลูกอมมาด้วยเสมอ ทำให้เกิดไอเดียนำโรสแมรีมาทำลูกอม” คุณมิ้ว เล่าถึงที่มา ก่
กูรูอาหาร เซ็ง เชฟฝรั่ง ไม่ศึกษารากเหง้าอาหารให้ถ่องแท้ ก่อนสอนออกสื่อ จากกรณีเชฟฝรั่งสอนทำ “ต้มยำกุ้ง” แบบไทย ใส่ซอสพริก-ขิง-ถั่วงอก ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ ณ ขณะนี้ อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ ผจก.สถาบันโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย เผยว่า กรณีเชฟต่างชาติ หรือเชฟดัง นำอาหารไทยไปสอนออกสื่อ สลับกัน เชฟไทยนำอาหารต่างชาติมาสอนออกสื่อ เช่น ทำอาหารญี่ปุ่น ทำอาหารรัสเซีย ในแง่ของความเป็นเชฟหรืออาจารย์ที่สอนทำอาหาร สิ่งที่ต้องสำนึกไว้อันดับแรกคือ ต้องศึกษารากเหง้า หรือตำรับของอาหารชนิดนั้นให้ถ่องแท้ ก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ต่อได้ “เห็นเชฟดังๆ เมืองนอกทำอาหารไทยหลายคนแล้วอยากฆ่าตัวตาย เขาคิดว่าศึกษาดีแล้ว เคยมาเมืองไทย เห็นคนไทยทำแล้วจำไปทำ โอเค มันมีอาหารฟิวชั่น เป็นการผสมผสาน บางอันพอยอมรับได้ แต่ใส่ซอสพริกแบบนี้ยอมรับไม่ได้ แต่ถ้าตำเครื่องแกงไม่แหลกแล้วเอาไปละลายกับกะทิยังพอหยวนๆ ไป เพราะเราเองยังนำอาหารชาติอื่นมาปู้ยี่ปู้ยำ ทั้งญี่ปุ่น เวียดนาม หรือจีน เช่น ราเมงมาจากจีน พอไปญี่ปุุ่นก็กลายเป็นสูตรต้นตำรับของญี่ปุ่น หรือสุกี้ คนจีนยังบินมาเรียนในไทย เพราะอร่อยกว่าสุกี้ญี่ปุ่น เราปรั
