SMEs
โควิดเป็นเหตุ! สองสามีภรรยา ปั้นแบรนด์แชมพูสุนัขออร์แกนิก เอาใจคนรักสัตว์! ใช่ว่าจะมีแต่คนซะเมื่อไหร่ที่ใส่ใจเรื่องผิวพรรณ หรือเส้นผม เพราะสุนัขเองก็ต้องการผลิตภัณฑ์คุณภาพมาบำรุงเส้นขนให้ไม่หลุดร่วงเช่นกัน ที่กำลังพูดถึงอยู่คือแบรนด์แชมพูสุนัขออร์แกนิก Bubble Bear Shampoo for pet จากสองสามีภรรยา ที่ลาออกจากงานประจำด้วยเหตุจำเป็น มาทำธุรกิจร่วมกับหุ้นส่วน แต่เมื่อเกิดโควิด-19 บวกกับปัญหาภายใน ทำให้ต้องเปลี่ยนมาเปิดธุรกิจส่วนตัวเร็วขึ้น แต่ก่อนจะมาเป็นแบรนด์ Bubble Bear Shampoo for pet คุณธี-ธีระพงษ์ ทักษะวณิชชา วัย 52 ปี เล่าให้ฟังว่า เมื่อ 7 ปีก่อน เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการงาน ภรรยา (คุณศิริลักษณ์ ทรงวศิน) ลาออกจากงานประจำ ก่อนจับพลัดจับผลูมาทำสบู่แชมพูขายในเพจ Bath Studio แม้ไม่ได้เรียนจบด้านนี้มาโดยตรง แต่ก็ไปเรียนเพิ่มเติมจนมีความรู้ขั้นพื้นฐานติดตัว ส่วนตัวคุณธีเอง คลุกคลีอยู่ในวงการสัตว์เลี้ยงมานาน 7 ปี เคยเป็นประธานชมรม Siam Reef Club (กลุ่มคนเลี้ยงปลาทะเล) แต่สุดท้ายต้องแยกย้ายกันตามสภาพ กระทั่งมีหุ้นส่วนชักชวนให้ไปช่วยทำธุรกิจแชมพูอาบน้ำสุนัขยี่ห้อหนึ่งในเมืองไทย ซึ่งประสบส
เจ้าของธุรกิจเครื่องเสียง สูญเงินนับแสน โดนยกเลิกงานเพราะโควิด ต้องขายเครื่องมือ-รับจ้างก่อสร้างยังชีพ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 ส่งผลทำให้หลายกิจการถูกยกเลิกงาน เช่น ร้านอาหาร-โรงแรม ที่ถูกยกเลิกการจอง หรือจะเป็นงานเครื่องเสียงกลางแจ้งที่ถูกยกเลิกคิวเพราะโควิด-19 เช่นกัน คุณปรีชา วางกลาง อายุ 49 ปี เจ้าของธุรกิจเครื่องเสียง ปรีชา มิวสิค ใน ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ตนยึดอาชีพจัดงานเครื่องเสียงกลางแจ้งมาได้ 5 ปีแล้ว ปกติจะมีคิวงานเข้ามาทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็น งานบวช งานแต่ง หรืองานสังสรรค์ปีใหม่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 ทำให้ได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะ แต่ก็อดทนรอเวลา จนสถานการณ์มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คาด เพราะโควิดกลับมาอีกครั้ง ทำให้คุณปรีชาได้รับผลกระทบซ้ำ จนแทบยืนไม่ไหว “ตั้งแต่โควิดมาเมื่อต้นปีที่แล้ว ก็โดนยกเลิกงานไป 5-6 งาน แต่ก็กัดฟันเพราะเพิ่งซื้อพวกโครงเวที ตู้ลำโพงมาใหม่ ที่ว่าเงียบๆ ไม่ค่อยมีงาน มันก็ยังได้ 5-6 พัน ไม่ก็หมื่นนิดๆ พอตอนที่มันเริ่มคลายล็อก
เป็นอาจารย์เงินเดือนน้อย แถมเจอโควิด! หันขายลูกปัดดินเผา งานฝีมือพื้นถิ่น ยิ่งใส่ยิ่งสวย “คนอายุรุ่นนี้ พอเจอโควิด จะเริ่มงานใหม่มันยาก มันน่าสงสาร อายุมากแล้วไม่สามารถสมัครงานเงินเดือนสตาร์ตเท่ากับเด็กได้ จึงอยากเสนอและให้กำลังใจว่า เราก็ทำงานเดิม แต่มีงานเสริมขึ้นมา ใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ ผมเป็นอาจารย์ แต่ไม่อายต้องมาขายของ คณบดีก็สนับสนุน ให้รู้ว่าการเรียนออกแบบ สามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้ เหมือนอย่างที่ผมทำอยู่” นี่คือคำบอกเล่า จาก คุณแสน ศรีสุโร วัย 51 ปี อาจารย์สาขานฤมิตศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปัจจุบันยังเป็น เจ้าของแบรนด์ลูกปัดดินเผาแฮนด์เมด “หอม-กลิ่น-ดิน” คุณแสน เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวเคยเปิดร้านเครื่องปั้นดินเผาที่โคราช ทำให้ซึมซับวิธีการปั้นเครื่องปั้นดินเผามาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผาที่ทำจากดินด่านเกวียน อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด กระทั่งโควิดแพร่ระบาด ตนได้มีโอกาสส่งผลงาน ‘สร้อยคอ’ เข้าประกวดในโครงการของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ จนสามารถเข้ารอบติด 1 ใน 30
อย่างเหมือน! ศิลปินบราซิล เพ้นต์หน้ากากหน้าคน เนียนเป๊ะ ทั้งสีผิว รูปปาก ขณะที่หน้ากากผ้า ยังคงเป็น “ของคู่หน้า” ที่ต้องใส่กันอยู่ทุกวัน จนกลายเป็น “แฟชั่น” ไปแล้ว ล่าสุดที่ประเทศบราซิลก็มีศิลปินสูงวัยชื่อ ฮอร์เก้ โรริซ วัย 65 ปี ที่เคยทำมาหากิน กับการออกแบบเครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย ที่ใช้ในงานเทศกาลคาร์นิวัล ในนครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล แต่ตอนนี้ต้องหยุดพักไปเพราะการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้งานเทศกาลต่างๆ ถูกระงับไปหมด แต่ฮอร์เก้ ก็ยังมองเห็นช่องทางทำมาหากินที่ใครอื่นยังมองไม่เห็น นั่นก็คือ เพ้นต์หน้ากากผ้าสำหรับคนที่ต้องการอวดใบหน้าของตัวเอง ไม่ต้องการถูกหน้ากากปกปิดใบหน้าท่อนล่างไว้ ศิลปินสูงวัย ผู้ใช้ฝีมือทางศิลปะหาเลี้ยงตัวมานาน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ขณะใส่หน้ากากรูปใบหน้าของตัวเองว่า “ผมใส่หน้ากากผ้านี้ ก็เพราะไม่ต้องการสูญเสียอัตลักษณ์ของตัวเอง” ฮอร์เก้ เล่าถึงการทำงานว่า เขาจะใช้หน้ากากผ้าสีขาว จากนั้นก็ลงมือวาดใบหน้าครึ่งล่างของลูกค้าแต่ละราย โดยให้ความสนใจกับรายละเอียดเรื่องสีผิว และรูปฝีปากเป็นสำคัญ ด้วยความโดดเด่น แตกต่างจากหน้ากากผ้าของเจ้าอื่น ทำ
ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป พรเทพ พลสระน้อย ชายพิการผู้ขายข้าวเกรียบเลี้ยงชีพ สู่เจ้าของธุรกิจขนส่งพัสดุ ถือว่าเป็นกระแสบนโลกโซเชียล โดยเฉพาะในทวิตเตอร์มาได้สักพักแล้ว กับ ข้าวเกรียบลุงพรเทพ ชายผู้บกพร่องทางการสื่อสาร ที่หาเลี้ยงชีพตัวเองจากการขายข้าวเกรียบตามสถานีรถไฟฟ้า ล่าสุด คุณลุงต่อยอดอาชีพตัวเอง เปิดร้านรับส่งพัสดุเองแล้วด้วย! โดยคุณลุงพรเทพ หรือ พรเทพ พลสระน้อย วัย 44 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงชีวิตความเป็นอยู่และที่มาที่ไปของอาชีพที่ทำอยู่ คุณลุงเล่าว่า ตนมีอาการพูดไม่ชัดเหมือนลิ้นจุกปาก เหตุเพราะเมื่อตอนเด็กๆ มีอาการชักอย่างรุนแรง จึงส่งผลต่อการสื่อสาร เมื่อโตขึ้นก็ทำงานหาเลี้ยงชีพตัวเอง โดยยึดอาชีพขายข้าวเกรียบมาได้หลายปีแล้ว ซึ่งก่อนจะมาขายข้าวเกรียบ เคยทอดแคบหมูขายมาก่อน “ลุงเคยทำแคบหมูขายมาก่อน ก็ไม่ได้ไปเรียนที่ไหน ดูวิธีทำวิธีทอดเอาจากยูทูบ ทอดเสร็จก็เอาไปขายตามออฟฟิศ ตามตลาด แต่คนกินน้อย เพราะเขากลัวอ้วน แต่ก็ไปขายตามปกติ จนวันหนึ่งยืนขายที่ตลาดก็เห็นคนทอดข้าวเกรียบขาย ก็อาศัยจำๆ วิธีทำเขามา แล้วเราก็ไปสั่งแผ่นข้าวเกรียบมาทอดขาย ซึ่งมันก็พอขายได้เย
อดีตมนุษย์เงินเดือน ลาออก ทำ มะตูมเชื่อม ขาย เจ้าสุดท้ายในบางกอกน้อย ที่ใช้เตาถ่านทำ มะตูมเชื่อม ขนมโบราณสีแดงปนน้ำตาล ทำมาจากผลมะตูมที่ถูกนำมาหั่นเป็นแว่นหนา และเคลือบด้วยเกล็ดน้ำตาลสีขาวบางๆ และถ้าหากใครอยากทานขนมหวานโบราณชนิดนี้แล้วล่ะก็ ชุมชนตรอกมะตูม ย่านบางกอกน้อย คงเป็นชื่อแหล่งผลิตที่น่าจะนึกถึงกันไม่น้อย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณชมพู่-วิระยุ ยุทธชำนาญ เจ้าของกิจการ มะตูมเชื่อม ป้าตุ๊ วัย 50 ปี หนึ่งในผู้ผลิตของดีขึ้นชื่อแห่งตรอกมะตูม ว่ากันว่าย่านนี้ เป็นแหล่งผลิตมะตูมเชื่อมที่ดีที่สุดในประเทศไทย คุณชมพู่ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมายึดอาชีพทำมะตูมเชื่อมขาย เดิมเธอเป็นพนักงานออฟฟิศมาก่อน โดยที่แม่และยายของเธอนั้น ยึดอาชีพทำมะตูมเชื่อมกันมาก่อนแล้ว นับๆ ดูก็เป็นเวลา 50 กว่าปีเลยทีเดียว ที่ทำกันมาก่อนเธอจะเข้ามารับช่วงต่อ “ถ้าตั้งแต่เปิดร้านเลยก็ 50 กว่าปีแล้วที่แม่กับยายทำกันมา ชื่อร้านก็เป็นชื่อของแม่นี่แหละ งานหลักพี่คือทำงานเป็นพนักงานบริษัท แล้วเราก็ต้องคอยดูแล หาข้าวหาปลา คอยพาแม่พายายไปหาหมอ และก็ช่วยๆ เขาทำมะตูมเชื่อมขายบ้าง แต่มนุษย์เงินเดือนน่ะ มันจะลางา
ช่างเสริมสวยแพ้สารเคมี เบนเข็มผลิต ชา-กาแฟกระวาน สินค้าแปรรูปเมืองจันท์ การเกิดเป็นลูกสาวช่างตัดเสื้อฝีมือระดับกรรไกรทอง เจ้าของสถาบันตัดเสื้อ รวมถึงร้านเสริมสวย ทำให้ คุณกิ๊ฟ-กนกวรรณ ธนพัฒนากุล วัย 32 ปี เดินตามรอยพ่อแม่ กลับมาสานต่อกิจการร้านเสริมสวย แต่ทว่าเธอกลับแพ้สารเคมีที่ใช้ในการทำผม จนต้องเข้ารับการรักษา พยายามอย่างเต็มที่ถึง 5 ปี จนที่สุดถึงจุดเปลี่ยนให้ทิ้งอาชีพช่างเสริมสวยไว้ข้างหลัง แล้วหันมาเริ่มต้นใหม่ เปิดร้านกาแฟ “มุมพอดี” คุณกิ๊ฟ เล่าย้อนให้ฟังว่า หลังเรียนจบ ม.6 ได้ศึกษาต่อในโรงเรียนเสริมสวย และอาศัยช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ศึกษาต่อระดับชั้นปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จากนั้นเลือกกลับมาดูแลกิจการที่บ้าน เพราะทางครอบครัวมองแล้วว่า ในอนาคตร้านตัดเสื้อในจังหวัดจันทบุรี จะไม่ได้รับความนิยม ด้วยมีราคาสูง และคนนิยมไปซื้อตามห้างสรรพสินค้ามากกว่า จึงเลือกทำร้านเสริมสวย “ในแต่ละวันต้องอยู่กับสารเคมี ผมลูกค้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น การใช้น้ำยาต่างๆ จึงไม่เท่ากัน มีทั้งมากและน้อย อาการที่เห็นได้ชัด คือ คันตามผิวหนัง แสบตา ส่วนมากช่างเสริมสวยจะม
โควิดรอบใหม่ สมุทรสาคร สุดช้ำ พ่อค้า แม่ขาย แทบไปไม่ถูก จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก ตลาดกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีแรงงานพม่าอาศัยและทำงานอยู่จำนวนมาก โดยมีแรงงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วกว่า 1,300 คน สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชน ผลกระทบเหล่านี้ ยังส่งไปถึงผู้ประกอบการ ร้านค้า ธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่ ยังไม่ทันได้ฟื้นตัวจากโควิด-19 รอบแรก โควิดรอบใหม่ก็ซัดเข้ามาอีกระลอกให้เจ็บช้ำกว่าเดิม หนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบคือ ผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูป คุณก้าวหน้า วงษ์วิจารณ์ วัย 45 ปี เจ้าของร้านใจดี ราตรี ผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูป ในตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร เผยกับผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า โควิด-19 ทำให้บรรยากาศร้านเงียบเหงาเหมือนป่าช้า ส่งผลไปถึงยอดขายที่ลดลง เพราะ คนไม่กล้าซื้ออาหารทะเล แม้จะเป็นอาหารทะเลแห้งก็ตาม “ยอดขายหายไปเพราะ คนกลัว ไม่กล้ามาสมุทรสาคร ผมคิดว่าคนยังมีความรู้ความเข้าใจ โควิด-19 น้อย เลี่ยงไม่ทานอาหารทะเล ทั้งๆ ที่อาหารทะเลไม่ใช่ตัวพาหะนำเชื้อโรค โดยเฉพาะของแห้ง หรือสินค้าแปรรูป แต่มนุษย์ต่างหากคือตัวพาหะ
มาแรง แซงทางโค้ง CIA ผู้มาก่อนกาล ธุรกิจม้ามืด…แห่งปี ปี 2563 เรียกว่าเป็นปีที่สะบักสะบอมกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะประเทศไทย เพราะนอกจากจะโดยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกแล้ว การเมืองในบ้านเราก็เผ็ดร้อนเป็นที่จับตามองของนานาชาติเช่นกัน แต่มีธุรกิจหนึ่งที่มาแรงแซงทุกสถานการณ์ ที่ไม่ว่าจะมีการชุมนุมที่ไหน ก็จะไปถึงก่อนใคร จนชาวเน็ตถึงกับตั้งสมญานาม CIA หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ให้ CIA หน่วยเคลื่อนที่เร็ว เป็นรถมอเตอร์ไซค์ขายอาหารพ่วงข้าง ที่มีสารพัดอาหารคาวหวาน อย่าง ไก่ทอด ลูกชิ้นทอด ข้าวไข่เจียว ข้าวโพดคลุกเนย หรือจะน้ำดื่ม น้ำหวาน เป็นต้น มี CIA จำนวนไม่น้อย ที่สามารถกอบโกยรายได้จากการค้าขายในรูปแบบนี้ ยกตัวอย่างเช่น คุณเก้า แม่ค้าร้านลูกชิ้นทอด วัย 25 ปี ที่ยึดอาชีพขายไส้กรอกทอด ลูกชิ้นทอด มาเกือบ 6 ปี ปกติขายได้วันละประมาณ 4 พันบาท ลดเหลือวันละพันบาท อาจเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่พอมีม็อบก็ตามไปขาย จึงทำให้พอมีรายได้เข้ามาบ้าง หรือจะเป็นแม่ค้าร้านน้ำรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ยึดอาชีพเปิดร้านขายน้ำอยู่แล้ว นอกจากจะขาย
ทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน กลับบ้านนอกเพาะเห็ด ต่อยอดทำเส้นก๋วยเตี๋ยวเห็ด หนีคู่แข่ง จากอาชีพวิศวกรโรงงาน โลดแล่นอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยเงินเดือนครึ่งแสน แต่ใช้ชีวิตกินอยู่อย่างประมาท ทำให้ คุณสายฝน ดวงคำ วัย 28 ปี มีหนี้สินท่วมตัว เป็นหนี้บัตรเครดิต และหนี้ก้อนใหญ่จากการซื้อบ้าน เพราะตั้งใจอยากพาแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีก ย้ายจากสุรินทร์มาดูแลอย่างใกล้ชิดในกรุงเทพฯ แต่กรุงเทพฯ ไม่ใช่ที่ที่แม่คุ้นชิน เธอตัดสินใจกลับบ้านเกิด เปิดโรงเรือนเพาะเห็ด จนได้เงินมาส่งบ้าน และจ่ายหนี้บัตรเครดิต แต่ไม่มีเงินเหลือพอให้สามารถทำชีวิตให้ดีขึ้น จึงตัดสินใจปล่อยบ้านให้ธนาคารยึดขายทอดตลาด “กรุงเทพฯ ไม่ใช่สังคมที่แม่เคยอยู่ ท่านต้องอยู่บ้านคนเดียว เราออกทำงานแต่เช้ากลับดึกไม่มีเวลาดูแล ทำกับข้าวมื้อเช้า มื้อเที่ยง มื้อเย็น ทิ้งไว้ทั้งวันก็ไม่อร่อย แล้วแม่ไปไหนไม่ได้ เพื่อนบ้านก็ไม่มี ทำให้แม่นั่งร้องไห้บนวีลแชร์ เป็นแบบนี้อยู่ปีกว่า เราคิดหาทางแก้ปัญหาแต่ไม่มีทางออก เลยตัดสินใจกลับบ้านที่จังหวัดสุรินทร์ในปี 2558 ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่” คุณสายฝน ย้อนความหลัง หากเป็นคนทั่วไป เมื่อกลับบ้านต่างจังหวัดคงยึด
