SMEs
พ่อบ้านใจกล้า! เปิดเพจ “ขโมยเสื้อเมียมาขาย” ราคาถูก เน้นขายไว ตู้จะได้โล่ง “ขโมยเสื้อเมียมาขาย” คือเพจของ คุณกันต์ หนุ่มวัย 30 ปี พ่อบ้านใจกล้า ที่อยากช่วยภรรยาโละตู้เสื้อผ้าให้โล่ง แต่งานนี้ไม่ธรรมดา เพราะเขาขโมยเสื้อของภรรยามาเปิดเพจขายเอง ราคาถูก เน้นขายไว ก่อนโดนจับได้ เพียงหนึ่งสัปดาห์ยอดไลก์เพจพุ่งขึ้นเกือบ 2,000 ไลก์ เปิดเพจขายเสื้อผ้าได้ยังไง คุณกันต์ : เปิดเพจมาประมาณอาทิตย์เดียวครับ แต่วางแผนล่วงหน้ามาประมาณ 1 เดือน เหตุผลที่ทำแบบนี้คืออยากเคลียร์ตู้เสื้อผ้าให้โล่ง เพราะภรรยามีเสื้อเยอะมาก บางตัวซื้อมานานแล้วแต่ยังไม่เห็นเอามาใส่ ที่ซื้อมาซ้ำก็เยอะ เลยแอบเอาของเธอมาขาย ภรรยาจับได้ตอนไหนว่าเอาเสื้อผ้าเขามาขาย คุณกันต์ : ภรรยาจับได้ช่วง 3 – 4 วันหลังเปิดเพจครับ โกรธนิดหน่อย เพราะบางตัวเธออยากใส่จริงๆ (แต่ก็ไม่เห็นใส่สักที) ตอนนี้ตกลงกันได้แล้วครับ เรื่องเพจผมยังทำคนเดียวอยู่ ส่วนภรรยาจะเป็นคนอนุญาตให้เอาเสื้อตัวไหนมาขายได้ ตอนนี้กลับตัวกลับใจไม่เป็นขโมยแล้วครับ (หัวเราะ) เปิดช่วงแรกคาดหวังมั้ยว่าจะมีลูกค้ามาซื้อ คุณกันต์ : ถามว่าขายดีมั้ย
นักกิจการเพื่อสังคม ชี้ “ผู้พ้นโทษ” มีทั้งดี-เลว การให้โอกาส พิจารณาเป็นรายคน ผู้พ้นโทษ – ไม่กี่วันที่ผ่านมา โจรปล้นทอง เป็นเรื่องที่มีการพูดถึงเป็นอย่างมากในสังคม ผู้คนต่างตั้งคำถามว่า ผู้ก่อเหตุเป็นใคร มีมูลเหตุจูงใจอะไรในการก่อคดี? และหากย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2562 ก็เกิดเหตุสะเทือนขวัญ ที่นักโทษแหกคุกออกมา ก่อนลงมือก่อเหตุฆาตกรรม จนกลายเป็นข่าวมาแล้วหลายศพ สังคมต่างก็ตั้งคำถามว่า บุคคลเหล่านี้ แม้จะปฏิบัติตัวดีจนสามารถพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตข้างนอกได้ แต่สมควรได้รับโอกาสในการเริ่นต้นใหม่จริงๆ หรือ? เพราะทัศนคติของบุคคลทั่วไป มักมองบุคคลพ้นโทษเหล่านี้ในด้านลบ อีกทั้งปัญหาของคนที่ออกมาจากเรือนจำ ก็ไม่ค่อยจะมีหน่วยงานไหนรับเข้าไปทำงาน ซึ่งกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้กลับมาทำผิดอีก กลายเป็นวงจรไม่จบไม่สิ้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สอบถามไปยัง คุณหญิง – ปทุมรัตน์ อินทรพงษ์ หนึ่งในผู้ดำเนินงานโครงการ “โอกาส” โครงการกิจการเพื่อสังคม ที่คอยจัดหางาน ให้อดีตผู้ต้องขังซึ่งพ้นโทษออกมาแล้ว เธอได้ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบัน ทางโครงการมีการช่วยเหลือและมีผู้พ้นโทษสมัครเข้ามาท
ภาคประชาชนชี้! มาตรการรัฐแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เห็นเป็นรูปธรรม คือ การฉีดน้ำ ข่าวจาก change.org แจ้งว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา กลุ่ม Friend Zone และตัวแทนจากกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ยื่นรายชื่อผู้สนับสนุนแคมเปญ “ออกมาตรการตั้งรับวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่จะเกิดขึ้นซ้ำแน่นอน” พร้อมข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ต่อกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งทางกรมก็ตอบรับว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่แม้จะมีสัญญาณก้าวหน้าในบางเรื่อง เช่น การออกประกาศบังคับให้รถยนต์ใหม่ใช้มาตรฐาน EURO 6 และการควบคุมควันดำรถ แต่ทางกลุ่มผู้รณรงค์ เห็นว่ายังไม่มีมาตรการและกรอบเวลาที่ชัดเจนเพียงพอในด้านอื่นๆ “มาตรการของรัฐ ที่ประชาชนเห็นเป็นรูปธรรม คือ การฉีดน้ำ ซึ่งทำได้เพียงชั่วคราว และช่วยลดเฉพาะฝุ่นเม็ดใหญ่ แต่ฝุ่นที่เป็นปัญหาคือฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นละเอียดและขนาดเล็กเกินกว่าที่น้ำซึ่งมีขนาดอนุภาคใหญ่กว่าจะจับฝุ่นได้ ที่สำคัญ การฉีดน้ำอาจไปรบกวนเซ็นเซอร์วัดฝุ่นทำให้การวัดค่าฝุ่นออกมาผิดเพี้ยนได้” ตัวแทนกลุ่มผู้สนับสนุนแคมเปญ “ออกมาตรการตั้งรับวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่จะเกิดขึ้นซ้ำแน่นอน” ระบุอย่างนั้น ก่อนบอกด้วยว่า นาทีนี้
ต้นทุนน้อยแต่ไม่ยอมแพ้! สาววัย 20 ไม่ได้เรียนต่อ เลือกเดินตามฝัน รับจ้างแต่งหน้าแฟนซีหาเงินเอง แต่งหน้าแฟนซี – คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะกำหนดเส้นทางอนาคตของตัวเองได้ แม้ต้นทุนชีวิตที่มี จะไม่ได้เรียกว่าเพียบพร้อมเหมือนคนอื่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เด็กสาวคนนี้น้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยกับ น้องนุ้ก-นางสาวอัจฉรา รสพูน วัย 20 ปี เยาวชนเจ้าของโมเดล ร้าน “Nookie Makeup” ธุรกิจแต่งหน้าแฟนซี รางวัลรองชนะเลิศการประกวดแผนธุรกิจ SME ปีที่ 3 น้องนุ้ก เล่าให้ฟังว่า ก่อนมาทำธุรกิจแต่งหน้าแฟนซี เคยทำมาสารพัดอาชีพตั้งแต่เด็ก ด้วยต้นทุนชีวิตครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์นัก เนื่องจากคุณแม่เสียไปตั้งแต่เธอยังเล็ก คุณพ่อก็หันหน้าเข้าทางธรรมไปบวชเป็นพระ ส่วนญาติผู้ใหญ่อย่างคุณปู่ ก็ป่วยเป็นโรคเกาต์ และคุณย่าที่มีอาการป่วยทางจิต ตนจึงอาศัยอยู่กับคุณน้าที่คอยช่วยเหลือปันเงินให้ใช้ ทำให้น้องนุ้กเรียนได้สูงสุดแค่ชั้นมัธยมต้นเท่านั้น “จริงๆ หนูเป็นคนเรียนดีมาตลอดเลยนะคะ พอรู้ว่าไม่ได้เรียนต่อ ก็ร้องไห้หนักและรู้สึกอยากตายเลย แต่ก็เข้าใจว่าน้าเขาก็มีภาระเยอะ พอคิดได้หนูก
ข้าวผัดหมูสไตล์โมเดิร์น หลีกความจำเจแบบเดิมได้ ทำขายอาจรวยด้วย ก่อนอื่นเริ่มจาก ซอสสำหรับผัด ประกอบด้วย น้ำมันหอย 2 ถ้วย หรือ 200 กรัม ซีอิ๊วขาว 1 ถ้วย หรือ 100 กรัม ซอสปรุงรส 1 ถ้วย หรือ 100 กรัม (พวกฝาเขียว ฝาเหลือง เหยาะไข่ดาว) น้ำตาลทราย ½ ถ้วย หรือ 50 กรัม ซอสนี้รสออกเค็มกลมกล่อม แต่ลดเค็มลงได้อย่าตวงซีอิ๊วขาวเต็มถ้วย หรือชอบหวานเพิ่มน้ำตาลทรายได้พูนๆ ทำเยอะๆ เปลี่ยนสูตรเป็นชั่งน้ำหนักจะเร็วและแม่นกว่า ปรับสูตรให้เค็มหวานตามชอบสักครั้งสองครั้งก็ลงตัวแล้วครับ เพราะขึ้นอยู่กับว่าใช้ซอสยี่ห้ออะไร เค็มมากเค็มน้อย คนซอส น้ำตาล ให้ละลาย ใส่แกลลอนเก็บไว้ใช้นอกตู้เย็นได้เป็นเดือน รับรองไม่เสีย ได้ซอสแล้วต่อไปต้องหมักหมู ไก่ ก่อนอื่นหัดสไลซ์เนื้อก่อน อาหารจะขาดทุนหรือน่ากินไม่น่ากินก็ตรงนี้ เนื้อสัตว์ต้องตัดให้เป็นแท่งกว้างประมาณ 2 นิ้ว หนาประมาณ 1 นิ้ว ยาวตามใจ เวลาสไลซ์เราต้องวางมีดประมาณ 50 องศา สไลซ์เนื้อให้เป็นแผ่นบาง อย่าหนา หั่นขวางลาย คนกินจะเคี้ยวง่าย เอาไปหมักกับซอสผัดที่เตรียมไว้ หมูถ้วยหนึ่งใส่ซอสสัก 1-2 ช้อนโต๊ะพอแล้ว โรยเบกกิ้งโซดาประมาณ ½ ช้อ
เรื่องของคุณเสงี่ยม : ความลำบากในชีวิตมีกันทุกคน แต่เขาไม่เคยคิดปล้นจี้ใคร เรื่องราวทั้งหมดเรียบเรียงจากจากบทสนทนาระหว่างคุณเสงี่ยม กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” คุณเสงี่ยม ชายร่างเล็ก ผิวคล้ำ พื้นเพเป็นคนภาคอีสาน ด้วยฐานะทางบ้านไม่ค่อยสู้ดีนัก ต้องลาจากรั้วโรงเรียนออกมาทำมาหากินหาเลี้ยงตัวและครอบครัวตั้งแต่จบ ม.3 งานหนักเบาแค่ไหนเขาไม่เคยเกี่ยง งานสุจริตอะไรที่ได้เงิน ขอให้บอก ลองไล่นับคร่าวๆ ทำมาแล้วหลายอาชีพ ทั้ง กรรมกรก่อสร้าง ขับตุ๊กๆ ขับแท็กซี่ พนักงานประจำศูนย์รถยนต์ กระทั่งล่าสุด ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานขับรถส่งพนักงานบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการ คุณเสงี่ยม มีภรรยาหนึ่ง ลูกสาววัยกำลังกิน-กำลังเรียน อีกสอง พ่อแม่ของตัวเองและของภรรยา ที่ต้องดูแล ลำพังเงินเดือนพนักงานขับรถบวกกับโอทีอีกนิดหน่อย แทบไม่พอหล่อเลี้ยงสมาชิกในครอบครัว แม้ภรรยาของเขา จะทำงานในโรงงานเพื่อหารายได้มาจุนเจืออีกทาง แต่รายรับกับรายจ่ายแต่ละเดือนก็แทบไม่เคยสมดุลกัน คุณเสงี่ยม จึงคิดหา “รายได้เสริม” อีกทางหนึ่ง วันเสาร์-อาทิตย์ จึงไม่เคยเป็นวันหยุดพักผ่อน เขามักออกไปรับจ้างงานทุกอย่างเท่าที่พอจะทำไ
สาวน้อยวัย 19 เปิดธุรกิจ “ของว่างไทยโบราณ ดีลิเวอรี่” ตอบโจทย์ตลาดขนมไทยราคาย่อมเยา “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้ทำความรู้จักและพูดคุยกับ น้องมิ้น-นางสาวธนธรณ์ เอียการนา เยาวชนเจ้าของโมเดลร้าน “เทียนหยด” ธุรกิจของว่างไทยโบราณ ดีลิเวอรี่ ผู้ชนะเลิศการประกวดแผนธุรกิจ SMEs ปีที่ 3 เธอเล่าว่า ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะสังคมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 โดยโมเดลร้านเทียนหยด เกิดขึ้นมาจากความต้องการอนุรักษ์เอกลักษณ์แบบไทยโบราณให้ยังอยู่ในสังคม และข้อจำกัดในการหาบริโภคขนมไทยโบราณ ซึ่งมักต้องเดินทางไปร้านอาหารไทยที่ค่อนข้างหรูหรา บวกกับความสนใจของตนเองที่ชื่นชอบการทำอาหาร จึงเป็นที่มาของโมเดลธุรกิจของว่างไทยโบราณแบบดีลิเวอรี่นี้ขึ้น โดยมีเมนูนำร่อง ได้แก่ “ช่อม่วง” ขนมไทยโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งเป็นขนมที่ต้องใช้ความประณีตในการจับจีบตัวแป้งหลังการห่อหุ้มไส้แล้ว ให้มีลักษณะเป็นรูปดอกไม้ ทำให้มีลักษณะขนมที่ดูนุ่มนวล อ่อนหวาน แฝงความมีศิลปะของขนมไทยชาววัง น้องมิ้น เล่าต่อว่า เธอได้เริ่มลองทำตลาดโดยอาศัยคุณพ่อที่ประกอบอาชีพเป็นแมสเซนเจอร์อาหารดีลิเวอรี่อยู่แล้ว โดยทุก
#มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ : สิ่งที่น่าสังวรสำหรับผู้ประกอบการ คือ จริยธรรมทางธุรกิจ กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ขึ้นแฮชแท็กดังในทวิตเตอร์ #มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับกรณี “ลิซ่า” กับ ร้านมูนคาเฟ่ ที่ตลาดรถไฟ ศรีนครินทร์ ที่พอจะลำดับเหตุการณ์ได้คร่าวๆ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ลิซ่า ศิลปินชาวไทย สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป Blackpink แห่งประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ได้ลงรูปที่ถ่ายในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ย่านตลาดรถไฟศรีนครินทร์ในอินสตาแกรมส่วนตัว @lalalalisa_m ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามมากกว่า 28 ล้านคน ต่อมา เจ้าของร้านดังกล่าว ได้นำภาพที่ลิซ่าโพสต์ในอินสตาแกรมมาใช้ในเฟซบุ๊กของตนเอง พร้อมข้อความที่กล่าวถึงในทำนองจะนำสิ่งของที่ลิซ่าสัมผัสมาขาย จากนั้นไม่นานแก๊งเพื่อนผู้ชายเจ้าของร้าน ก็พากันเขียนคอมเม้นต์สนุกปาก ที่หลายคนระบุเป็นการกระทำเข้าทำนองคุกคามทางเพศ ส่งผลให้สังคมโซเชียลและแฟนคลับ ไม่พอใจการกระทำของเจ้าของร้านและแก๊งเพื่อน จนเกิดแฮชแท็ก #มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ หลังจากนั้นไม่นาน ทางเจ้าของร้าน ได้ออกมาโพสต์ขอโทษทางเฟซบุ๊กตนเองถึงสองครั้ง แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้สถานก
อดีตพนักงานแบงก์ ผันตัวเป็น “นักปั้นแก้ว” ฝีมือดี งานเนี้ยบ โดนใจต่างชาติ นักปั้นแก้ว – “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้ไปเดินตลาดแห่งหนึ่งแล้วไปเจอบู๊ธตุ๊กตาแก้วของสามีภรรยาคู่หนึ่ง สิ่งที่ดึงดูดนอกจากความสวยงามของตุ๊กตาแก้วที่วางไว้ให้เลือกซื้อ ก็เห็นจะเป็น “การสาธิตการปั้นแก้ว” ให้ดูแบบสดๆ นี่แหละ ที่ทำให้ใครต่อใครที่ผ่านมา หยุดดูได้ไม่ยาก จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปพูดคุยสอบถาม ได้ความว่า คุณมิ้ง-สุนทรี อินบุญมา และคุณโจ-ไสว ชรินทร์รัมย์ วัย 50 ปี สองสามีภรรยาได้ยึดอาชีพการเป็นนักปั้นแก้วมากว่า 30 ปีแล้ว “อาชีพปั้นแก้ว เป็นอาชีพของทางครอบครัวฝั่งพี่ ก็ทำเป็นกันหมดทั้งปู่ย่าตายายพ่อแม่แล้วก็พี่ พอพี่แต่งงานพี่โจเขาก็เลยพลอยทำเป็นไปด้วย เมื่อก่อนก็ทำเป็นอาชีพเสริม คู่กับการทำงานเป็นพนักงานแบงก์ทั้งคู่ ทำมาได้ 17 ปี ทีนี้พี่โจเขาเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ไม่สามารถทำงานหนักๆ ได้ ก็เลยต้องหันมายึดอาชีพปั้นแก้วเป็นอาชีพหลักแทน” คุณมิ้ง กล่าวอย่างนั้น เธอกล่าวเสริมอีกว่า ความรู้ทางอาชีพที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า อย่างการเป็นนักปั้นแก้วนี้ ใช่ว่าจะไม่มีคนทำ กลับเป็นอาชีพที่คุณมิ้งเองก็
“ปลูกผักบนแคร่” ทำที่บ้านง่ายๆ แถมลงทุนน้อย ดูแลง่าย ให้ผลผลิตดี จะดีแค่ไหนหากเราสามารถปลูกผักไว้กินเองที่บ้าน ช่วยประหยัดรายจ่ายลงได้ ที่สำคัญยังปลอดภัย และสามารถทำเองได้ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ วิธีการง่ายๆ ที่ กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำมา คือ “การปลูกผักยกแคร่” หรือ “ปลูกผักบนแคร่” นั่นเอง ต้นทุน แคร่ปลูกผัก แคร่ละ 900-1,200 บาท เท่านั้น ทำแคร่ 1 ชั้น ขนาด 1.2 คูณ 2.4 คูณ 1.0 เมตร ประมาณ 500-600 บาท -ไม้ไผ่ -ตาข่ายไนล่อนรองพื้นที่ปลูก -วัสดุเกาะยึด (ตะปูหรือเชือก) วัสดุปลูก ประมาณ 20 บุ้งกี๊ และอุปกรณ์ให้น้ำ ประมาณ 300-400 บาท -หน้าดิน ผสมปุ๋ยดอก -วัสดุคลุมดิน (ฟางข้าว หรือ ใบไม้แห้ง) -อุปกรณ์ให้น้ำ (บัวรดน้ำ หรือ สายยาง) เมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าผัก ขึ้นอยู่กับชนิดผัก ประมาณ 100-200 บาท -ผักประเภทเครื่องปรุง (ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ จิงจูฉ่าย ฯลฯ) -ผักประเภทกินใบ (กะหล่ำปลี คะน้า สลัดแดง หอมต้น) ข้อดีของการปลูกผักบนแคร่ ปลูกได้แม้ในภาวะน้ำท่วม เพราะยกแคร่สูง มีอาหารยังชีพในช่วงน้ำท่วม และสร้างรายได้ 2. ปลูกและดูแลรักษาง่าย 3. ปลอดภัยจากสารพิษ 4. ให้ผลผลิต ได้ผลตอบแทนส
