SMEs
ปลูก-ขาย-รวย! “กล้วย” ทำให้มีอาชีพ มีรายได้ และมีความสุข “กล้วย” ผลไม้พื้นๆ ดาษดื่นที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปแห่งหนตำบลไหน ทั้งเหนือ ใต้ อีสาน ออก ตก เป็นต้องมีผลไม้ชนิดนี้ให้รับประทานกันแทบทั้งปี เรียกว่าถึงขั้นเหลือเฟือเลยทีเดียว ด้วยความอุดมสมบูรณ์ดังว่า จึงทำให้เกิดผู้ประกอบธุรกิจด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ มากหน้าหลายตา รวมทั้งเจ้าของเรื่องราว ซึ่งกรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลหลายแง่มุมรายนี้ ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวง “กล้วย-กล้วย” มานานกว่า 20 ปี และไม่มีท่าที คิดหันไปแปรรูปไม้ผลชนิดอื่น โดยเขาให้เหตุผลสั้นๆ “กล้วย ทำให้มีอาชีพ มีรายได้ และมีความสุข” คุณบุญชู ตุ้มมล ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กล้วยแปรรูปหลากหลายรูปแบบ อาทิ กล้วยน้ำว้าอบแห้ง 100 เปอร์เซ็นต์ กล้วยเล็บมือนางอบแห้งผสมงาดำ-ขาว กล้วยอบน้ำผึ้งสูตรสมุนไพร เป็นต้น ภายใต้ตรายี่ห้อ “BT” (บีที) ซึ่งมีที่มาจาก ตัวย่อชื่อ-นามสกุล เจ้าของกิจการ และอีกนัย ยังย่อมาจาก “บานาน่า ไทย” หรือ กล้วยของไทยเรานั่นเอง “ประโยชน์ของกล้วยนั้น มหาศาล มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุกล้วยมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และฤทธิ์
โอกาสธุรกิจรายย่อย ทุนเริ่มต้น 8,000 บาท “Flash Home” บาย “แฟลช เอ็กซ์เพรส” ข่าวแจ้งว่า บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด (Flash Express) ผู้ให้บริการด้านขนส่งแบบครบวงจร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “คิดถึง ส่งถึง In mind In delivery” เดินหน้ารุกธุรกิจ E-commerce เปิดโปรเจ็กต์ “Flash Home” (แฟลช โฮม)โครงการที่สร้างโอกาสการทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มพ่อบ้าน แม่บ้าน ที่สนใจในธุรกิจขนส่ง และอยากเริ่มต้นทำธุรกิจของตนเองที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก แต่สร้างรายได้ที่มั่นคง พร้อมชูแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนพื้นที่ในบ้านหรือร้านค้าที่มีอยู่เดิมให้เป็นจุดบริการรับ-ส่งพัสดุของ แฟลช เอ็กซ์เพรส โดยธุรกิจดังกล่าวจะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มพ่อบ้าน แม่บ้าน ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า มีอาชีพที่มั่นคง ที่สำคัญยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เข้ามารองรับการเติบโตในการใช้บริการรับ – ส่งพัสดุของคนในชุมชนที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับเงื่อนไขการรับสมัคร มีดังนี้ 1. มีบ้านหรือร้านที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นจุดบริการพัสดุ 2. มีพื้นที่จัดเก็บพัสดุที่ปลอดภัย 3. ผู้สมัครต้องไม่เป็นตัวแทนผู้
พาแอ่วเมืองเหนือ เยือนถิ่นผ้างาม ไหว้พระขอพร ริมแม่น้ำสะแกกรัง “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้รับเชิญจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ร่วมเดินทางไปยังจังหวัดอุทัยธานี ในโครงการกิจกรรม “ผ้างามเล่าเมืองเหนือ” จึงถือโอกาส พาลูกเพจไปแอ่วเมืองเหนือด้วยกันเสียเลย เริ่มต้นออกเดินทาง โดยรถตู้ปรับอากาศในเวลาเช้าตรู่ ใช้เวลาเดินทาง จากกรุงเทพฯ ถึงอุทัยธานี ประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อถึงที่หมาย ได้เจอกับอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ อดีตคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี รวมถึงเป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ออกมาต้อนรับและจะมาเป็นวิทยากรให้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์กับคณะตลอดการเดินทาง ภารกิจแรกที่อุทัยธานี อาจารย์เผ่าทองได้พาคณะไปสักการะพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ รัชกาลที่ 1 อาจารย์เผ่าทอง เล่าถึงประวัติความเป็นมาให้ฟังว่า พระราชหัตถเลขานี้ เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า พระราชบิดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาาช ซึ่งเป็นพระปฐมบรมมหาชนกแห่งราชวงศ์จักรีนั้น ได้ประสูติที่หมู่บ้านสะแกกรัง เมืองอุทัยธานี และสืบเชื้อสายมาจาก
ร้านน้ำ “ป้านิด” ย่านหัวหมาก ขอความเห็นใจอย่าต่อราคาเลย แค่นี้ก็ขายถูกจนเพื่อนค้อนแล้ว คุณนิด-นงนุช สืบกายอด เจ้าของร้านเครื่องดื่ม “ป้านิด” อายุ 54 ปี ขายเครื่องดื่มประเภทน้ำชงตามสั่ง อาทิ กาแฟร้อน กาแฟเย็น ชาเย็น โอวัลติน ชามะนาว รวมถึงน้ำสมุนไพรตามฤดูกาล ปัจจุบันเปิดร้านขายอยู่หน้าตลาดนัด สนามกีฬาหัวหมาก ย่านรามคำแหง ให้ข้อมูลว่า เปิดร้านขายเครื่องดื่มมานาน 10 ปี จุดเด่นของร้าน คือ รสชาติหวาน มัน เน้นลูกค้าที่ชอบเครื่องดื่มรสชาติจัดจ้าน ทุกวันนี้ได้เจอลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งนักศึกษา คนวัยทำงาน คนงานก่อสร้าง คุณนิด เล่าว่า ทุกวันนี้เครื่องดื่มที่ร้าน จำหน่ายราคาถูก ราคาเริ่มต้นเพียง 15 บาท ถ้าเป็นประเภทใส่นมจะขายแก้วละ 20 บาท ขนาดแก้ว 16 ออนซ์ เมนูที่ขายดี คือ กาแฟเย็น ชาเย็น ชาเขียว และชามะนาว “เครื่องดื่มที่ร้านรสชาติเข้มข้นมาก ถึงแม้จะขายถูกแต่เลือกใช้วัตถุดิบค่อนข้างดี เพราะต้องการให้ลูกค้าติดใจกลับมาซื้อบ่อยๆ” การที่คุณนิดได้เจอลูกค้าที่หลากหลาย ทำให้เธอได้เจอพฤติกรรมที่แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน แม่ค้าวัยกลางคน บอกต่อว่า ขนาดขายถูกแล้ว ขายถูกกว่าร้านข้างๆ ยังเจอลูกค้าต่อราคา ซึ่งก็
“ต่อราคา” ปัญหาคลาสสิก แม่ค้า เข้าใจหัวอกคนซื้อ ลดได้ก็ให้ แต่ “อย่าต่อเยอะ”นะจ๊ะ ในการค้าขาย สิ่งที่ผู้ประกอบการล้วนต้องประสบพบเจอ นอกจากเรื่องของสภาพดินฟ้าอากาศ คู่แข่งทางธุรกิจ หรือ สภาพคล่องทางเศรษฐกิจ “การต่อราคา” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าต่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน เจ้าของกระทู้รายหนึ่งในเว็บไซต์พันทิป ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการต่อราคาสินค้าว่า ทำไมคนเราชอบต่อราคากับแม่ค้าตามตลาดที่หาเช้ากินค่ำ แต่กลับไม่เคยต่อราคากับพ่อค้าที่ร่ำรวยตามห้างหรือภัตตาคาร พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ให้เห็นภาพ จนชาวพันทิปต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงสอบถามไปยังพ่อค้าแม่ขายอาชีพต่างๆ ว่ามีความเห็นอย่างไร เกี่ยวกับการต่อราคาสินค้าของผู้บริโภค ลูกจ้างร้าน เล้งบิวตี้มาร์ท ในย่านเตาปูน ให้สัมภาษณ์ว่า ร้านแห่งนี้ขายเกี่ยวกับเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ย้อมผมมากว่า 20 ปี ตนทำงานที่ร้านแห่งนี้มานานพอสมควร เคยเจอลูกค้าเขามาต่อราคาสินค้าเช่นกัน แต่ตนก็ได้รับคำสั่งจากเจ้าของร้านที่เข้าใจลูกค้า ถ้าสินค้าใดที่พอจะลดราคาได้ก็ลดให้ แต่ถ้าอันไหนลดไม่ได
สะท้อนใจ-แก่แล้วเก้ๆกังๆ! อดีตคนขับรถผู้บริหาร ตัดสินใจลาออกหันสวมบทพ่อค้าไอศกรีม “ไอศกรีม” ของทานเล่นขายได้แทบทุกฤดู เมนูหวานของใครหลายคน ทำเงินสร้างรายได้แบบเงียบๆ แม้จะเป็นเพียงแผงน้อยๆ แต่อย่าดูถูกรายรับแต่ละวันกันเลยทีเดียว “มหาชัยไอศกรีมกะทิสด” แผงขายไอศกรีมขนาดเล็ก ที่ตั้งอยู่บริเวณริมทางเดิน โดยมี คุณชาตรี ลุนพิลา อายุ 59 ปี เป็นเจ้าของธุรกิจ และเป็นผู้ลงมือลงแรงตักไอศกรีมให้ลูกค้าอย่างแข็งขันด้วยตัวเองทุกถ้วย แม้อากาศจะร้อนอบอ้าวจนใบหน้าของพ่อค้าเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่ยังคงเจือรอยยิ้มคอยส่งให้ลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาอุดหนุนอยู่เสมอ คุณชาตรี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการขายไอศกรีมว่า อดีตเคยทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถให้กับผู้บริหารมาก่อน ในแต่ละวันใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนท้องถนน จนวันหนึ่งขณะการจราจรติดขัด สายตาเหลือบมองเห็นชายชราใส่แว่นสายตาหนาทำอาชีพขับรถแท็กซี่คนหนึ่ง ที่ขับรถด้วยความเชื่องช้าและดูไม่คล่องแคล่วเอาเสียเลย จนทำให้เกิดคำถามสะท้อนขึ้นมาในใจว่า “สักวันหนึ่งในอนาคต เราจะต้องขับรถอย่างนี้ต่อไปจริงหรือ เราจะไหวหรือถ้าหากอายุเพิ่มมากขึ้นแล้วขับรถเก้ๆ กังๆ กลางถนน
น่าคิด! คนไทยไปสิงคโปร์ มักโวยวายเรื่องค่าครองชีพสูง แล้วเมืองไทยถูกกว่าตรงไหน สิงคโปร์ มีประชากร 5 ล้านกว่า เป็นประชากรดั้งเดิมของตัวเองจริงๆ แค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นคนต่างชาติที่เข้าไปทำงานและได้รับสัญชาติ หรือได้รับสิทธิพำนักถาวร สิงคโปร์ เป็นเกาะ เป็นเมืองหลวง และเป็นประเทศในคราวเดียวกัน มีพื้นที่ 722.5 ตารางกิโลเมตร คนไทยชอบทึกทักว่าสิงคโปร์เล็กกว่าภูเก็ต อันนี้ไม่ถูกนะ ภูเก็ตมีพื้นที่แค่ 576 ตารางกิโลเมตร ถ้าเอาให้ใกล้เคียง คือ สิงคโปร์มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองนนท์หน่อยหนึ่ง หรือราว 3 ใน 4 ของจังหวัดสมุทรสาคร แต่ประเทศเล็กๆ ทั้งที่ดินและประชากรนี้ มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศโลกที่หนึ่งสมบูรณ์แบบ คือคนมีรายได้สูง ประเทศพัฒนาเต็มที่ การศึกษามีคุณภาพ และเห็นเล็กๆ อย่างนี้ สิงคโปร์มีคนไปเยี่ยมเยียนปีละเกือบ 20 ล้านคน เกือบเท่าที่มาประเทศไทย เป็นประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยียนสูงอันดับ 4 ของโลก ที่จริงสิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เป็นแบบนี้ ฮ่องกง ซึ่งมีประชากร 7 ล้านคน และเป็นเกาะขนาด 1,104 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าอยุธยาหน่อยหนึ่ง ก็มีคนเยี
เปิดแล้ว “คลินิกกัญชา” นำร่องรักษา ลมชัก – พาร์กินสัน อีก 2 เดือน ถึงคิวมะเร็งระยะสุดท้าย จากงานประชุมวิชาการ “กัญชาทางการแพทย์” ที่จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 78 ปี สถาปนาโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เชิญวิทยากรระดับกูรูทางด้านการแพทย์ ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน ตลอดจนนักวิชาการหลากหลายแขนง ประกอบด้วย นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยระวิวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นายแพทย์นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร พ.อ.แพทย์หญิงนวพร หิรัญวิวัฒน์กุล ประธานราชวิยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.นายแพทย์ปัตพงษ์ เกษมสมบูรณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปรากฎมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก นายแพทย์ธเรศ กล่าวว่า อย.ได้สนับสนุนให้หน่วยงานที่มีศักยภาพในการผลิตสารสกัดกัญชา โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นหนึ่งใน 4 รายที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชา ต้องขอชมเชยทีมงานที่เข้มแข็ง สามารถขับ
อภัยภูเบศร “เพาะกัญชาล็อตแรก” ในตู้คอนเทนเนอร์ สร้างต้นแบบให้เกษตรกรทุนน้อย เมื่อเร็วๆ นี้ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นำโดย นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เกษตรกรจากวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านดงบัง ได้ร่วมกัน “เพาะต้นกัญชาล็อตแรก” หลังจากได้รับอนุญาตให้ทำการปลูกได้ โดยมี คุณพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และ คุณกนกวรรณ วิลาวัลย์ รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย นพ.นำพล กล่าวว่า ตามที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้รับอนุญาตให้เป็นหน่วยงานที่สามารถเป็นผู้ปลูก ผลิต และจำหน่าย (เพื่อการรักษา) ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 กัญชา แล้วนั้น โดยทางคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด มีมติเห็นชอบให้ปลูกได้ เริ่มแรก จำนวน 16 ต้น โดยใช้สายพันธุ์ที่เกษตรกรวิสาหกิจชุมชนบ้านดงบัง ครอบครอง ซึ่งมี THC เด่น ในระยะแรกการปลูกนั้น ทำในตู้คอนเทนเนอร์ เนื่องจากต้องการทำเป็น “ต้นแบบ” ให้กับเกษตรกรที่มีเงินลงทุนไม่สูง ซึ่งในระยะถัดไปจะพัฒนาการปลูกในระบบกรีนเฮ้าส์ต้นทุนต่ำ ร่วมกับบริษัทเอกชนไทย ที่มีประสบการณ์ เพื่อขยายขน
รู้หรือไม่! ขมิ้นชันที่ปลูกในภาคใต้ถือเป็นขมิ้นชันที่ดีที่สุดในโลก และข้อจำกัดของการกินขมิ้นชันที่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์อ่อนๆ กินขมิ้นชันอาจจะแท้งได้ “ขมิ้นชัน” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยกันดีในทุกภาค มีการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยนิยมนำมาปรุงช่วยเพิ่มสีสันแต่งกลิ่นและรสชาติของอาหาร มีตำรับอาหารและตำรับยามากมายเป็นทั้งยาภายนอกและยาภายใน สำหรับยาภายในใช้เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น ส่วนยาภายนอก เชื่อว่าขมิ้นชันช่วยรักษาและสมานแผล ทำให้แผลไม่เป็นหนอง ต้นขมิ้นชัน และขมิ้นชันยังเป็นสมุนไพรเครื่องสำอางได้ดีอีกด้วย “ขมิ้นชัน” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้กันมายาวนานของคนไทย กล่าวได้ว่าคนในตระกูลไตที่กระจายกันอยู่แถบเอเซีย ทั้งในรัฐอัสสัม พม่า ไทย จีน ลาว ต่างรู้จักในชื่อเดียวกันทั้งสิ้น “ขมิ้นชัน” ไม่ใช่ยารักษาโรคแต่ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรเครื่องเทศ ที่ใส่ในอาหารในชีวิตประจำวัน โดยนำมาปรุงแต่งและใช้ประกอบอาหารซึ่งพบมากทางภาคใต้ จะเห็นได้ว่าอาหารปักษ์ใต้มักมีสีออกเหลืองแทบทุกอย่าง สำหรับคนใต้ขมิ้นชันเป็นเครื่องเทศที่แทบจะขาดไ
