SMEs
พิษเศรษฐกิจปี 2540 ส่งผลให้ คุณถวิล แสนสุข กลายเป็นคนมีหนี้หลักล้านบาท แต่แทนที่จะท้อถอย กลับลุกขึ้นมองหาโอกาส โดยใช้ภาวะกดดันเป็นแรงผลักฮึดสู้เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ จวบจนวันนี้เขากลายเป็นเจ้าของสินค้านวัตกรรมสุดเจ๋ง “หลอดไฟไล่ยุง” หลอดไฟที่สามารถให้ได้ทั้งแสงสว่างไปพร้อมกับการไล่ยุง และไม่ใช่คนเท่านั้นที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย แต่สัตว์เลี้ยงก็กลายเป็นอีกกลุ่มใหญ่ จนมียอดขายหลักพันหลอดต่อเดือน หนี้สินรุมเร้า ถึงคราวต้องสู้ แรกเริ่มเดิมที คุณถวิลเป็นครูอยู่ในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง กระทั่ง 2 ปีผันตัวเองมาเป็นพนักงานจดแต้มโบว์ลิ่งรับเงินเดือน 400 บาท ในวัย 28 ปี ใช้เวลาอยู่ตรงนั้น 2 ปีก็เข้าทำงานประจำในร้านจำหน่ายและติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ประสบการณ์ช่างแอร์ 7 ปี แน่นพอจะสานต่อคำว่า “เถ้าแก่” โดยเลือกห้องค้าทำเลเหมาะ เช่าและเปิดร้านในชื่อ “ถวิลเซอร์วิสแอร์” รับดูแลติดตั้งเครื่องปรับอากาศอยู่ในจังหวัดขอนแก่นบ้านเกิดภรรยา ซึ่งธุรกิจดูท่าไปได้ดี กระทั่งมาถึงปี 2540 วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ส่งผลให้หลายๆ ธุรกิจล้มพับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ถวิลเซอร์วิสแอร์ ที่ต้องปิดตัวลง คุณถวิล กลายเป็นคนมีหนี้นับล้
เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสเข้าร่วมงานในโครงการ ‘สืบสานงานเงิน’ ที่ ‘สยามเจมส์ กรุ๊ป’ จัดขึ้น ที่จังหวัดน่าน โดยงานในวันนั้นเป็นกิจกรรมรอบ Mini Matching ที่ทางสยามเจมส์จะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมเพื่อเซ็นสัญญาจำหน่ายสินค้า ส่วนผู้ประกอบการที่ยังไม่มีความพร้อมแต่สามารถพัฒนาได้จะให้เข้าร่วมโครงการกับสยามเจมส์ต่อไป ภายในงานมีผู้ประกอบการเครื่องเงินและช่างฝีมือเข้าร่วมทั้งหมด 19 ราย (จากทั่วประเทศ 33 ราย) แบ่งเป็นสินค้าประเภทไลฟ์สไตล์ 9 ราย และประเภทแฟชั่น 10 ราย สำหรับ ‘เครื่องเงิน’ ในประเทศไทยนั้น ช่างไทยเรามีฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลกโดยเฉพาะผู้ประกอบการจากภาคเหนือ ทั้งความละเอียดในเนื้องาน เนื้อเงินคุณภาพ ลวดลายที่ทันสมัย สร้างสรรค์ผ่านรูปแบบเครื่องประดับ ต่างหู กำไล สร้อยคอ ก็ดี หรือจะเป็นเครื่องใช้ตั้งโชว์นั้นสวยงามไม่แพ้กัน ด้วยเหตุผลเหล่านี้เองส่งผลให้เครื่องเงินไทยนั้นส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก และมีมูลค่าการตลาดมากถึง 1,700 ล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว แน่นอนว่าภายในงาน มีร้านเครื่องเงินเก่าแก่และหน้าใหม่มาร่วมงานกันคึกคัก ต่างชูจุดเด่นของร้านอย่างไม่ยอมกัน เริ่
ตั้งแต่ต้นศักราชใหม่เป็นต้นมา พบข้อมูลวิเคราะห์จากบรรดา “กูรู” ทางเศรษฐกิจของไทย หลายต่อหลายท่าน ต่าง “ฟันธง” ไปในทางเดียวกันว่า ปี 2561 น่าจะเป็นปีที่ SMEs ไทย ต้องเพิ่มความระมัดระวัง และอาจถึงขั้น “อยู่ยาก” ด้วยภาพรวมของประเทศมีความผันผวนสูงมาก อันเกิดจากปัจจัยประกอบหลายด้าน อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ราคาพลังงานมีแนวโน้มขาขึ้น ปัจจัยเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ อัตราเงินเฟ้อที่ไม่แน่นอน มีความผันผวน ผนวกกับหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของผู้ประกอบการ เป็นต้น และถึงแม้ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยหลายหน่วยงาน จะพยายามออกนโยบายและกลยุทธ์มากมาย โดยเฉพาะมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ด้วยเล็งเห็นว่าผู้ประกอบการ SMEs ไทย นั้น เป็น “ฟันเฟือง” ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 3 ล้านราย มีภาคแรงงานกระจายอยู่กว่า 11 ล้านคน และนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หากแต่ความพยายามดังกล่าวนั้น หลายฝ่ายต่างลงความเห็น ยังไม่ทำให้สถานการณ์ของเหล่า SMEs ไทย ดีขึ้นมากนัก ดังเห็นได้จากตัวอย่างในหลายธุรกิจ ที่ต่
ถูกอกถูกใจ แบบติดลมบนไปแล้ว สำหรับ “พายหมูแดง” สูตรฮ่องกง เจ้าแรกของไทย ภายใต้แบรนด์ APRIL’S BAKERY (เอพริล เบเกอรี่) เพราะผลตอบรับดีเกินคาด หลังจากประกาศขายแฟรนไชส์ไม่นาน ปัจจุบันมีผู้สนใจเข้าร่วมธุรกิจในฐานะ แฟรนไชซีแล้ว กว่า 50 ราย และเป้าหมายตั้งไว้จะไปให้ถึง 100 รายทั่วประเทศ คุณณธนพร เอื้อวันทนาคูณ อนุญาตให้เรียกแบบกันเองว่า คุณอร เจ้าของกิจการ APRIL’S BAKERY (เอพริล เบเกอรี่) กรุณาสละเวลามาพูดคุยด้วยบุคลิกยิ้มแย้มเป็นกันเอง เริ่มต้นแนะนำตัว พื้นเพเป็นชาวนครสวรรค์ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ด้านบริหารธุรกิจ เคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของสายการบินต่างชาติอยู่ 2 ปีเศษ ก่อนลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ด้วยความเป็นคนช่างทานและชอบทำอาหาร จึงขอทุนทางบ้านมาเปิดร้านกาแฟเล็กๆ อยู่คอมมูนิตี้มอลล์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และอาจเพราะไม่ศึกษาให้รอบด้านเสียก่อน เปิดได้ไม่ถึง 1 ปี ไม่มีกำไรเลย กิจการของตัวเองอย่างแรกจึงต้องปิดตัวลง อย่างไรก็ตาม ระหว่างเปิดร้านดังกล่าวอยู่นั้น มีโอกาสได้ฝึกหัดทำเบเกอรี่หลายชนิด จึงทำออกมาแล้วนำไปฝากขายที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านพระราม 3 คุณอร เล่าต่อ ช่วงนั้นทำขนม
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED เปิดตัว โครงการปฏิบัติการเร่งเครื่อง SME สู่ 4.0 Train the Coach: Accelerator 4.0 ซึ่งเป็น 1 ใน 9 มาตรการของกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อการยกระดับ เอสเอ็มอีไทยให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นสู่ยุค 4.0 โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาโค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจและด้านเทคโนโลยี สสว. จึงจัดงานสัมมนา SME Digital Transformation 4.0 และจัดกิจกรรม จุดประกายแนะแนว (Executive – Trigger Camp) : พลิกเกมธุรกิจ ภายใต้โครงการ Train the Coach โดยศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีครบวงจร (OSS) ของ สสว. เป็นการเปิดตัวกลุ่ม Biz Transformer ผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ และแรงกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ/เจ้าของกิจการได้เห็นภาพทัศน์ใหม่ๆ ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคอุตสาหกรรม 4.0 หรือยุคดิจิตอล จนนำไปสู่การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ ในการปรับเปลี่ยนแปลงองค์กร กระบวนทัศน์ อันจะส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเน
เทือกเขานครศรีธรรมราชประกอบด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อน และมีเขาหลวงเป็นยอดเขาสูงสุด มีความสูงประมาณ 1,835 เมตรจากระดับน้ำทะเลซึ่งสูงที่สุดในภาคใต้ “เขาหลวง” ยังมีสภาพเป็นป่าดงดิบชื้นและป่าดิบเขา และยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำ ลำธาร สัตว์ป่าหายาก รวมทั้งพืชพรรณนานาชนิด พืชชนิดหนึ่งที่จะนำมาให้รู้จักในวันนี้คือ “เห็ดหลินจือ” ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเจริญงอกงามในสภาพป่าเขตร้อนอย่างภาคใต้ได้ เมื่อขับรถผ่านอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช จะมีซอยเล็กๆ หน้าการไฟฟ้าพรหมคีรีผ่านเป็นทางเข้าสวนที่ข้างทางรายล้อมไปด้วยต้นมังคุด ทุเรียน และผลไม้นานาชนิด ทางเข้าเล็กๆ แห่งนี้นำเรามาสู่โรงเพาะเห็ดนานาพันธุ์ชื่อ “หนานตาทองฟาร์ม” โดยมี “พี่เกรียง” ยืนรอเราอยู่หน้ากระท่อมที่แกเรียกว่า “บ้าน”เมื่อทักทายกันแล้วเราก็อยากจะทราบถึงความเป็นมาของฟาร์มเพาะเห็ดของที่นี่ พี่เกรียง หรือ คุณเกรียงศักดิ์ ชูประสูติ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวของตนเองเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จึงทำการเกษตรมาตลอด โดยเริ่มทำฟาร์มเพาะเห็ดเมื่อปี พ.ศ. 2537 โดยเพาะทั้งเห็ดหูหนู เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดเป๋าฮื้อ ฯลฯ จนกระทั่งเริ่มเพาะเห็ดราคาแพงอย่าง
“หลักการทำฟาร์มของผม จะไม่ลงทุนด้วยการกู้เงินมาทำ ผมจะใช้หลักความพอดีพอเพียง ถ้าเรามีเงินทุนที่สามารถลงทุนได้น้อย ก็เอาเงินส่วนน้อยนั้นมาลงทุน พอได้กำไรมากขึ้นก็ค่อยเอามาลงทุนทำเพิ่ม อย่างช่วงแรกที่ผมเลี้ยงจระเข้ ผมก็เน้นเลี้ยงขุนก่อน ยังไม่ได้ครบวงจรแบบมีการขยายพันธุ์เองเหมือนเช่นปัจจุบัน พอเราได้ผลกำไรก็สามารถนำเงินมาขยับขยายและผลิตลูกพันธุ์เอง สร้างแบบครบวงจร ก็ทำให้การทำอาชีพดำเนินได้ต่อเนื่องและมีเงินทุนหมุนเวียน” คุณอดิศัย กล่าว คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 10 ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเกษตรกรที่เริ่มต้นเลี้ยงจระเข้มาตั้งแต่ ปี 2542 จากการหมั่นสังเกตและมีใจรักในสิ่งที่ทำ อาจเรียกได้ว่าฟาร์มแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งฟาร์มที่คร่ำหวอดในเรื่องการเลี้ยงที่ครบวงจร สามารถผลิตส่งขายจระเข้ให้กับลูกค้าได้ทุกปี จึงเกิดเป็นรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ เล็งเห็นว่า พื้นที่นี้ สามารถเลี้ยงจระเข้ได้ คุณอดิศัย เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อจบการศึกษาจึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื
คุณอนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะอำนวย การจัดประชุมการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในอาเซียน ครั้งที่ 1 หรือ 1st ASEAN Coffee Industry Development Conference : (ACID 2018) เปิดเผยถึงความคืบหน้ าของการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทย ACID 2018 (ACID 2018 THAILAND EXCELLENT COFFEE) ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพกาแฟไทยตั้งแต่ต้นน้ำ- ปลายน้ำ ว่า กิจกรรมการประกวดฯ นับว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ คุณอนันต์ ดาโลดม เนื่องจากในเบื้องต้นทางคณะผู้จัดงานฯ ตั้งเป้าผู้ส่งผลผลิตเมล็ดกาแฟเข้าประกวดเพียง 40 ตัวอย่าง แต่ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพเมล็ดกาแฟของเกษตรกร ประกอบกับ การประกวดรายการนี้เป็นรายการใหญ่ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการพระราชทานถ้วยรางวัล ทำให้เกษตรกรเกิดการตื่นตัวในการส่งเมล็ดกาแฟเข้าร่วมประกวดจำนวนมากถึง 70 ตัวอย่าง แม้การจัดการประกวดฯ ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก แต่การคัดเลือกและการตัดสินถือว่ามีความเข้มข้นสูง โดยในการคัดเลือกรอบแรก คณะกรรมการได้ใช้เกณฑ์ การให้ คะแนนตามมาตรฐานของสมาคมกาแฟพิเ
จากโครงการ “เชฟชุมชนเพื่อท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารให้กับประเทศไทยในระดับมหภาคโดยยกระดับมาตรฐานอาหารไทยจากระดับชุมชน เพื่อเป็นสิ่งชูโรงดึงดูดการท่องเที่ยว พร้อมสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างเป็นรูปธรรม และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน นั้น คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เนื่องด้วยปัจจุบันพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลงไป นอกจากจะมีจุดหมายเพื่อพักผ่อน หรือเยี่ยมญาติ/ครอบครัวแล้ว กิจกรรมการกินไปพร้อมกับการท่องเที่ยวในทริปนั้นๆ ยังเป็นพฤติกรรมหลักที่พบเห็นกันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ การได้ลิ้มรสอาหารที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ยังเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ช่วยสร้างความประทับใจในการเดินทางได้ไม่น้อย เนื่องจากได้มีโอกาสรับประทานอาหารที่หารับประทานไม่ได้ทั่วไป ซึ่งการต้องเดินทางไปยังที่นั้นๆเพื่อรับประทานอาหารพื้นถิ่นจึงเป็นการสร้างกระแสดึงดูดความสนใจให้นักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ เป็นการใช้อาหารเพ
เมื่อเร็วๆนี้ Change.org เว็บไซต์ที่เปิดพื้นที่ให้คนทุกคนสามารถเริ่มเรื่องรณรงค์ของตัวเอง ได้เผยแพร่ ข้อเรียกร้องเพื่อการณรงค์ในประเทศไทย จากผู้ที่ใช้ Change.org นามว่า Noppanan Arunvongse Na Ayudhaya ได้เรียกร้องให้มีการประกาศให้ “ปลากัด เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ” เหมือนกับที่ประเทศออสเตรเลีย ที่มีจิงโจ้เป็นสัตว์ประจำชาติ หรือ ประเทจีน ที่มี แพนด้า เป็นเอกลักษณ์ และจุดขายที่นำมาต่อยอดพัฒนาเป็นสินค้าต่างๆ สำหรับสาเหตุ ที่ต้องการให้ ปลากัด ต้องเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ นั้น เจ้าของเรื่องรณรงค์ดังกล่าว บอก นอกจากประเด็นเรื่องเอกลักษณ์และความภูมิใจแล้ว เมื่อปลากัด ได้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติจะทำให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง สามารถนำปลากัดสายพันธุ์ไทยไปจดทะเบียนสิทธิบัตรได้ง่ายขึ้น ซึ่งหมายความว่า ไทยจะสามารถเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน ของปลากัด ออกใบรับรองต่างๆ ได้ เอื้อให้สามารถแข่งขันในเวทีประกวดระดับโลกในนาม ‘ปลาไทย’ ได้ และเอื้อให้รายได้จากการค้าปลากัดกับต่างชาติเพิ่มขึ้น “เคยมีการเสนอแนวคิดนี้แล้วครั้งหนึ่งและมีแนวโน้มว่าจะสำเร็จ แต่แล้วเรื่องกลับถูกปัดตกไป โดยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560 คณะกรรมการเอ
