SMEs
ขึ้นแท่นสมุนไพรเศรษฐกิจอีกชนิดสำหรับ “มะกรูด” เพราะสามารถทำรายได้ให้เกษตรกรเป็นกอบเป็นกำ เฉกเช่น มะกรูดตัดใบของ คุณศิวาวุธ สงวนทรัพย์ หรือ คุณเก่ง ชายหนุ่มวัย 35 ปี ไอดอลของเกษตรกรหลายคน เพราะเขาสามารถส่งสมุนไพรไทยชนิดนี้ไปประเทศญี่ปุ่น 1.5 ตันต่อเดือน ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ภายใต้ชื่อแบรนด์ “สวนมะกรูด บ้านคุณปู่” คุณศิวาวุธ หรือ คุณเก่ง เล่าว่า หลังจากเรียนจบเคยทำงานอยู่ฝ่ายส่งออกชุดชั้นในแห่งหนึ่ง ทำได้ไม่นาน รู้สึกไม่ชอบลักษณะงานที่ต้องนั่งอยู่กับโต๊ะ เลยออกมาหุ้นกับเพื่อนเปิดผับเปิดได้ 3 ปี เริ่มสนใจอาชีพเกษตร โดยเฉพาะมะกรูด เพราะคิดว่าปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก เป็นพืชที่ขายง่าย ตลาดมีความต้องการทุกวัน น่าจะเหมาะกับเกษตรกรมือใหม่ แต่ทว่าทุกอย่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มะกรูดปลูกยากกว่าที่คิด “คุณพ่อซื้อที่ดิน ที่ตำบลดอนยายหอม อำเมืองเมือง จังหวัดนครปฐม ผมอยากใช้ที่ดินบริเวณนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเลยคิดจะปลูกพืช เบื้องต้นไปอบรมเรื่องการปลูกมะนาว ที่ ม.เกษตรศาสตร์ ในครั้งนั้นมีเรื่องมะกรูดตัดใบด้วย ผมเห็นว่ามะกรูดปลูกง่ายกว่ามะนาว ตลาดรับซื้อทุกวัน เลยลองปลูกมะกรูด พอปลูกจริง พบว่าพืชสม
เพจ “ศุภชัย เสมอมิตร โหน่งโชว์” มีเนื้อหาหลักนำเสนอเกี่ยวกับการทำอาหารสารพัดเมนู ดูง่ายๆ แต่น่าอร่อย โดยคนปรุงเป็นผู้ชายไว้หนวดเข้ม พูดจาฉะฉาน ลีลาเป็นเอกลักษณ์ ปัจจุบันมีคนกดไลก์ให้เกือบหนึ่งล้านห้าแสนแล้ว คุณโหน่ง –ศุภชัย เสมอมิตร อายุสี่สิบปีเศษ เจ้าของเพจต้นเรื่องครั้งนี้ เคยให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้ว่า พื้นเพเป็นคนอำเภอแกลง จังหวัดระยอง จบการศึกษาระดับปวส.ก่อสร้าง จากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันเป็นพนักงานบริษัทรับเหมาก่อสร้าง รับทำหน้าที่โฟร์แมน ตระเวนไปตามไซต์ก่อสร้างถนนหนทางต่างๆ “มีภรรยา 1 ลูก 4 เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 1 คน สาเหตุที่เป็นคนชอบทำอาหาร เพราะปกติจะใช้ชีวิตในแคมป์ก่อสร้างต้องอยู่คนเดียว ไม่ได้อยู่กับครอบครัว ช่วงที่ต้องอาศัยอยู่ในแคมป์ตอนเย็นหลังเลิกงาน มักมีกิจกรรมบันเทิงกับลูกน้อง พักผ่อนหย่อนใจกันด้วยอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งผมจะอยู่แผนกทำกับแกล้ม คอยสรรหาเมนูมาทำกินกันเรื่อยๆ เลยได้ฝึกวิชาการทำอาหารอย่างสม่ำเสมอ” คุณโหน่ง เล่ามาอย่างนั้น และว่า ก่อนหน้านี้ กิจกรรมยามว่าง คือ ถ่ายรูปอาหารจานต่างๆ ที่ทำเลี้ยงลูกน้องในแคมป์ไว้ แล
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ สสว. เข้าร่วมงาน “SME Transform #พร้อมเปลี่ยน ประชารัฐร่วมใจ เชื่อม SME ไทยสู่สากล” ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยให้มีศักยภาพและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน ปรากฎว่า มีผู้ประกอบการ SME สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกับ สสว. จำนวน 1,545 ราย และขอรับสินเชื่อเพื่อพัฒนาสินค้าหรือบริการ รวมถึงการดำเนินธุรกิจ 4.4 ล้านบาท ทั้งนี้ สสว. ร่วมจัดงานนี้ในโซนกิจกรรมภายใต้ชื่อ “SME ONE เชื่อมต่อทุกความต้องการธุรกิจ” ถือเป็นการประสานพลังเครือข่ายประชารัฐที่ให้บริการแก่ SME จุดเดียวแบบครบวงจร โดยภายในบูธ สสว. จัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งให้บริการรับปรึกษาด้านการเงิน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การเขียนแผนธุรกิจ การบริการจัดการธุรกิจ การเริ่มต้นธุรกิจ รวมไปการตลาด และพบว่า SME สนใจขอรับคำปรึกษาจาก สสว. 3 อันดับแรก ได้แก่ เรื่องการตลาด เรื่องการเงิน และการบริหารจัดการธุรกิจ ตาม
สองหนุ่มเพื่อนซี้ลงขันทำธุรกิจร่วมกันตั้งแต่อายุ 17 ปี ไม่ขอเงินพ่อแม่ ส่งเสียตัวเองจนเรียนจบ ผ่านอุปสรรคร่วมกันมาก็เยอะ ดำเนินมาหลายกิจการยังไม่รุ่ง ล่าสุดเห็นโอกาสธุรกิจความงาม ทุ่มสุดตัวสร้างอาณาจักรมัลติแบรนด์ “บิวตี้คลับ” และอาหารเสริมนิวเวย์ นับว่ามาถูกทาง มัดใจลูกค้าด้วยคุณภาพสร้างรายได้ร้อยล้านบาทต่อปี คุณบอย – นภัทร โภคาสัมฤทธิ์ และคุณเอ็ม – พิรศุษม์ ปลื้มปิติชัยกุล 2 หนุ่มผู้บริหารบิวตี้คลับ เล่าย้อนว่า เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อายุ 17 ปี ธุรกิจแรกที่ทำด้วยกัน คือ รับต่างหูต้นทุนคู่ละ 2 บาทมาขายตามตลาดนัด ขายกระเป๋า ชีวิตพลิกผันไปเป็นครูสอนภาษา เปิดสถาบันกวดวิชาในระบบแฟรนไชส์แห่งแรกในประเทศไทยใช้ชื่อ “ติวเตอร์คลับ” ต่อมาเข้าสู่ธุรกิจขายตรงอาหารเสริม เครื่องสำอาง พอเห็นโอกาสกระแสธุรกิจความงามมาแรง สร้างแบรนด์อาหารเสริม “นิวเวย์” ทั้งคุณเอ็มและคุณบอย ทั้งคู่ต่างมีความตั้งใจที่จะหาเงินส่งตัวเองเรียน ไม่ขอเงินทางบ้าน คุณบอย เล่าว่า ช่วงที่ขายต่างหู ไม่มีทุนอาศัยเอาเสื้อผ้าไปขายเพื่อนำเงินมาลงทุน เจอปัญหาอุปสรรคหลายอย่าง ช่วงที่เปิดแฟรนไชส์สถาบันกวดวิชาอายุเพียง 18 ปี ใช
จ่าสิบเอก ไพทูล พันธาตุ อดีตข้าราชการทหารเป็นบุคคลหนึ่งที่หันมาจับอาชีพเพาะเลี้ยงปลาเบญจพรรณควบคู่กับทำการเกษตรแบบผสมผสานในช่วงบั้นปลายของชีวิต อยู่ที่ตำบลเขาสามสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว จ่าสิบเอก ไพทูล เล่าให้ฟังว่า ในช่วงที่รับราชการอยู่มีโอกาสทำงานพัฒนาส่งเสริมด้านการเกษตรกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ทำให้ได้สัมผัสและได้เรียนรู้การทำการเกษตรทุกรูปแบบ จนมีความชำนาญ พอเกษียณราชการจึงออกมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน ภายใต้จิตสำนึกรักในอาชีพเกษตรกรรมที่ติดตัวมา จ่าสิบเอก ไพทูล พันธาตุ “อายุก็มาก จะไปปลูกมัน ทำไร่ ทำนา เหมือนกับคนอื่นๆ ก็ทำไม่ไหว จึงปรับแนวคิดมาทำเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชผัก ไม้ผล เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่เดียวกัน โดยไม่ต้องใช้แรงเยอะ ใช้ความรู้ที่ติดตัวจากการทำงานในหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ เป็นระยะเวลากว่า 8 ปี มาปรับใช้ในพื้นที่ก็เพียงพอ” จ่าสิบเอก ไพทูล เริ่มทำการเกษตรผสมผสาน ช่วงประมาณ ปี 2545-2546 โดยเริ่มจากพื้นที่ทั้งหมด 28 ไร่ จัดสรรแบ่งทำนาปลูกข้าว 7 ไร่ ขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้และเลี้ยงปลาเบญจพรรณ 6 ไร่ และส่วนที่เหลือปลูกพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น เก็บผลผลิตจำหน่ายรายวัน เช่น
“หมู่บ้านหนองเม็ก” นับเป็นหมู่บ้านต้นแบบผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร จังหวัดอำนาจเจริญ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากล คือ Organic Thailand และ IFOAM เป็นโรงเรียนผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร “คุณป้อม” หรือ “ศุภชัย มิ่งขวัญ” เป็นแกนนำสำคัญของกลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก ทำหน้าที่ส่งเสริมการผลิตและด้านการตลาด คุณป้อมเรียนจบปริญญาตรีจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี ไปฝึกงานเป็นยุวเกษตร ที่อิสราเอลนานถึง 7 ปีเต็ม เมื่อกลับมาเมืองไทย ได้แต่งงานและย้ายถิ่นฐานมาอยู่บ้านหนองเม็ก ตำบลคึมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของภรรยา คุณป้อมได้นำนวัตกรรมความรู้ด้านการเกษตรที่ทันสมัยจากประเทศอิสราเอลมาใช้ปลูกผักอินทรีย์ของตัวเองในชื่อ“ ไร่ภูตะวัน ออร์แกนิก ฟาร์ม” โดยปลูกพืชผักอินทรีย์บนเนื้อที่ 35 ไร่ ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนหันมาปลูกผักอินทรีย์และรวบรวมผลผลิตจากสมาชิกส่งขายตลาด ปัจจุบัน ไร่ “ภูตะวัน ออร์แกนิก ฟาร์ม ” มีสมาชิกลูกไร่ ที่ปลูกผักอินทรีย์รวมกันประมาณ 100 ไร่ พวกเขามุ่งปลูกพืชผักอินทรีย์ในโรงเรือนระบบปิด ที่เรียกว่า “โรงเรือนกรีนเฮ้าส์” ข
กล้วยปิ้ง ขนมหวานแสนอร่อย ถือเป็นการแปรรูปนำวัตถุดิบจากสิ่งที่มีอยู่มาสร้างเป็นอาชีพด้วยวิธีการอันง่ายดาย ที่สำคัญต้นทุนต่ำ จะเห็นได้จากตามตลาด ตรอก หรือซอกซอย มักจะมีร้านกล้วยปิ้งอยู่แทบทั้งนั้น ด้วยเป็นขนมทานง่าย อิ่มท้อง คนไทยจึงนิยมกิน คุณไผ่-ครองศักดา สีสังข์ อายุ 33 ปี เจ้าของร้านกล้วยปิ้งคิงคอง เล่าให้ฟังว่า ที่บ้านทำสวนกล้วย ปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์ไส้ขาวมากว่า 10 ปี ส่งขายตลาด และวางจำหน่ายหน้าบ้าน แต่ช่วงหลังมานี้มีเกษตรกรปลูกกล้วยจำนวนมาก ส่งผลให้กล้วยล้นตลาด ราคาตกเหลือเพียงหวีละ 2-3 บาทเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ลูกชายเจ้าของสวนอย่างตน จึงหาทางระบายผลผลิตออกสู่ตลาดด้วยการแปรรูปเป็นกล้วยปิ้ง ตั้งชื่อ “กล้วยปิ้งคิงคอง” ปัจจุบันเปิดมาได้ 2 ปี ร้านตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 205/13 ถนนบ้านดอนตูม ซอย 5 ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ใช้พื้นที่หน้าบ้านเปิดเป็นร้านเล็กๆ โดยก่อนหน้านี้คุณไผ่ทำงานวนเวียนในสายงานเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนมาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ ทำอยู่ 5 ปี เรียกได้ว่าทำครบหมดแล้วตั้งแต่ผลิต แปรรูป กระทั่งอาหาร บวกกับอายุที
เมื่อไม่กี่วันก่อน เห็นข่าวจาก ไทยพีบีเอส ว่ามีอาชีพวิ่งทุเรียน (อ้างอิง ช่องทีวีให้เลย เพราะข่าวนี้เจ๋งมาก ต้องให้เครดิตคนคิดประเด็น) อาชีพวิ่งทุเรียน ก็คือ จะมีมอเตอร์ไซค์ ไปดัก รถขนทุเรียน ที่ออกมาจากสวนทางภาคตะวันออก จากนั้นก็ขับประกบเลย แล้วถามว่า ไปส่งที่ล้งนี้ไหม ราคานี้ๆ เรียกว่า แย่งทุเรียนกันไปขายจะดีกว่า ปรากฏการณ์นี้ กำลังบอกอะไร กำลังบอกว่า ทุเรียน เป็นผลไม้ที่ฮอตมากในเวลานี้ไง ผลไม้อะไรก็ตาม ถ้าได้กลุ่มลูกค้าคนจีน ตลาดพุ่งปรี๊ดแน่นอน (สองปีก่อน เคยมีคลิป คนจีน ทำซุปทุเรียน แบบฮอตพอท หรือหม้อร้อน แบบสุกี้ เอาทุเรียนลงไปต้มซดน้ำร้อน แต่ไม่น่าจะถูกจริตผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เพราะกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยมีนิดเดียว เมื่อเทียบกับ ชาวจีน) ลองมาดูตัวเลขกัน ทุเรียนของไทยส่งออกสู่ต่างประเทศกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ประเทศอันดับแรกที่มีการส่งออกทุเรียนมากที่สุดคงไม่พ้นประเทศจีน เมื่อปี 2559 อยู่ที่ 329,790,765 กิโลกรัม มูลค่า 9,571,005,691 บาท และในปี 2560 อยู่ที่ 305,853,240 กิโลกรัม มีมูลค่ามากถึง 15,280,299,599 บาท จะเห็นว่าตัวเลขเพิ่มสูงขึ้นมา (เดาว่า ชาวจีนกินแล้ว
“ดวงพร เวชสิทธิ์ (คุณปุ้ย)” วัย 41 ปี นับเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ที่เป็นความหวังของภาคเกษตรไทย ในฐานะกำลังหลักที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพป้อนครัวไทยและครัวโลก อีกทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนความมั่นคงด้านเศรษฐกิจไทยในอนาคต คุณปุ้ย เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เธอเรียนจบปริญญาตรี สาขาการจัดการคอมพิวเตอร์ เคยทำ e-commerce ค้าขายในอีเบย์ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เธอยอมลาออกจากอาชีพมนุษย์เงินเดือน เพื่อกลับมาสานต่อกิจการ “สวนบุษรา ” ซึ่งเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 แม้คุณปุ้ยไม่เคยทำเกษตรมาก่อน แต่เธอพยายามเรียนรู้ฝึกฝนทักษะต่างๆ จากการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสมัครเข้าร่วมโครงการ Yong Smart Farmer (YSF) ของกรมส่งเสริมการเกษตร เธอมีโอกาสรวมกลุ่มพูดคุยกับเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันวิเคราะห์วิธีการและหาแนวทางการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกให้เป็น ประธานกลุ่ม young smart farmer จ.จันทบุรี และเป็นประธานคณะกรรมการเครือข่าย YSF เขต 3 (ภาคตะวันออก) ได้รับการฝึกอบรมความรู้ด้านเกษตรทั้งในปร
นักเรียนโรงเรียนแม่บ้านทันสมัยคนหนึ่งมาจากนอก เจอกระทะเล็กๆ ทำไข่กระทะแบบอุดรแขวนอยู่ ถามว่า เอาไปทอดไข่เจียวได้มั้ย ผมบอกไม่ได้ อย่างนี้เอาไว้ทำไข่กระทะ ขึ้นชื่อคือที่อุดรธานี ซึ่งได้สืบเชื้อสายมาจากไข่กระทะเวียดนามกินกับบาแกตต์ หรือขนมปังฝรั่งเศสซึ่งได้มาจากคนฝรั่งเศสอีกที สมัยฝรั่งชอบรุกรานครอบครองเอเชีย ไข่กระทะ เอากระทะไข่ตั้งไฟ ใส่เนยสดแท้ๆ 1 ช้อน น้ำมันนิดหนึ่ง กันเนยไหม้ ต่อยไข่ใส่ 1-2 ฟอง หาฝาปิดให้ไข่สุกเร็ว ไฟอย่าแรง บางคนแนะว่าให้เอาฟ็อกกี้ฉีดน้ำหน้าไข่หน่อย จะนุ่ม พอไข่เริ่มสุก เปิดฝา หย่อนกุนเชียงหั่น หมูยอหั่น หมูสับผัดโรยต้นหอม เหยาะซอสปรุงรสกับพริกไทย ไข่สุกดีจัดเสิร์ฟกับขนมปังฝรั่งเศสดุ้นสั้นๆ ผ่าครึ่งทาเนยสด ปิ้งไฟพอเหลือง ต้องไปกินที่อุดรธานี อุบลราชธานี ถึงจะได้บรรยากาศ อร่อยกว่าทำกินเองที่บ้าน ผมไปคิดทำไข่กระทะแบบแปลกๆ ให้ร้านอาหารแถวจันทบุรีอีก 2 แบบ แบบหนึ่งขโมยมาจากของสเปนเคยเห็นในทีวี เขาใช้ซอสที่ทาพิซซ่ามาใส่มะเขือเทศสด แล้วต่อยไข่ใส่ลงไป น่ากินมากกกกก ไข่กระทะพิซซ่า เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ 1 ช้อนชา มะเขือเทศหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม 1/2
