SMEs
กว่า 50 ปี ของการทำธุรกิจฟาร์มไก่ แม้ว่าจะเริ่มต้นจากฟาร์มไก่เนื้อ ขยับเติบโตเป็นธุรกิจฟาร์มไก่ไข่ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม จากกรมปศุสัตว์ ทั้งยังเป็นไก่ไข่ออร์แกนิกที่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจฟาร์มไก่ นั่นเป็นตัวชี้ว่า “อุดมชัยฟาร์ม” ประสบความสำเร็จ คุณธนเดช แสงวัฒนกุล เป็นทายาท รุ่นที่ 2 ที่สานต่อการทำงานในรูปแบบฟาร์มไก่ จากรุ่นคุณพ่อที่เริ่มต้นทำฟาร์มไก่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2503 คุณธนเดช แสงวัฒนกุล “เราเริ่มจากการเลี้ยงไก่หลังบ้าน คุณพ่อสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ จึงหาความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงไก่มาโดยตลอด กระทั่งได้ร่วมอบรมการเลี้ยงไก่ ผนวกกับประสบการณ์ที่เลี้ยงหลังบ้านมา ทำให้ฟาร์มไก่ที่อยากทำเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา” ยุคที่ทำฟาร์มไก่เนื้อ ก็ทำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไปด้วย เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่จากประเทศญี่ปุ่น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะสามารถบริหารจัดการฟาร์มจนเป็นที่รู้จัก กระทั่งรับไก่ไข่จากเพื่อนในวงการฟาร์มไก่มาช่วยเลี้ยง ก็เริ่มมองเห็นช่องทางว่า การขายไข่ไก่มีความคล่องตัวสูง ตลาดไปได้ดี เพราะเป็นสินค้าบริโภคที่ซื้อง่ายขายคล่อง คุณธนเดช เล่าย้อนให้ฟังว่า ไม่เฉพาะไก่เนื้อที่เ
คุณวรรณา วรรณชาติ วัย 64 ปี เจ้าของร้านขนมเบื้องโบราณรัตนะ มีหน้าร้าน อยู่ที่ หน้าสำนักงานเขตหลักสี่ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ คุณวรรณา เล่าให้ฟังว่า ช่วยแม่ขายขนมเบื้องมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซึ่งก่อนหน้านั้น แม่ก็ช่วยยายมาก่อน รุ่นต่อรุ่น จึงนับว่าเป็นขนมสูตรโบราณอย่างแท้จริง ขนมเบื้องโบราณนี้ ไม่ใส่ครีมขาวๆ แบบที่เห็นทั่วไป แต่น้ำตาลทาหน้าขนมเบื้อง ทำจากน้ำตาลโตนด และไข่แดง ถ้าเป็นครีมขาวๆ จะใส่น้ำตาลทราย และไข่ขาว ที่คุณวรรณ ว่า “ขนมเบื้องไส้ครีม เขาจะทำกลับด้าน กับของเรา” นอกจากนี้ตัวแป้งยังทำจากถั่วทอง ไม่ใช่ถั่วเขียวผ่าซีก และโม่เอง ทำให้ตัวแป้งกรอบ และกรอบนาน เก็บในตู้เย็นได้นาน 1 สัปดาห์โดยที่ยังกรอบอยู่ ส่วนไส้ มีหลักๆ อยู่ 3 ไส้คือ ไส้หวาน ไส้เค็ม และไส้ธัญพืช ที่เพิ่งมาประยุกต์เพิ่มในตอนหลัง เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ไส้หวานมีฝอยทองเป็นส่วนผสมหลัก ส่วนไส้เค็มมีกุ้งผัด มะพร้าว พริกไทยดำ และผักชี ขายชิ้นละ 12 บาท คุณวรรณา เผยว่า วันหนึ่งขายได้พันกว่าชิ้น ส่วนถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์ ก็เพิ่มป็นสองเท่า คุณวรรณา ทำขนมเบื้องมากว่า 50 ปีสิ่งที่ทำให้อยู่ได้คือความซื่อสัตย์ต่อลู
คราวนี้ ข้ามประเทศไปถึงอินเดียตะวันออกเฉียงใต้ ติดอ่าวเบงกอล เมืองเชนไน หรือ เจนไน เดิมชื่อ มัทราส เป็นเมืองหลวงของรัฐทมิฬนาฑู เป็นกลุ่มเมืองใหญ่อันดับที่ 4 ของประเทศ ที่นี่เขาเป็นเมืองเก่าครับ มีโบราณสถานปราสาทหินต้นแบบของที่กัมพูชา ใครที่ชอบเที่ยวชมของโบราณ ไปเชนไนรับรองไม่ผิดหวัง เจนไน แดดแรง ผิวเขาเลยคล้ำ ผู้หญิงห่มสาหรี่ ผู้ชายนุ่งผ้าขาวๆ เช้าๆ หยักรั้งเหมือนผ้าขาวม้า ทำเป็นกางเกงขาสั้น ตกกลางวันปล่อยยาว เย็นถลกอีกเหมือนเดิม เพื่อความคล่องตัว ในเมืองเจนไนกำลังก่อสร้างวุ่นวาย ฝุ่นเลยเยอะ เป็นหลุมเป็นบ่อ เดินไม่ค่อยสะดวก รถไฟฟ้าก็กำลังทำ เวลาอยู่ในเมืองแขก เดินๆ หรือนั่งรถ อาจจะสะดุ้งเป็นระยะๆ เขาบีบแตรกันตลอด ถนนไม่ต้องตีเลน เพราะไม่มีเลน ใครขับรถเมืองแขกแล้วรอดมาได้ แสดงว่ามีบุญสูง อาหารแขกเหมือนอาหารแขกล่ะครับ ใครไม่ชอบเครื่องเทศ ถั่วเละๆ แป้งทอด จะอยู่กินลำบาก ทั้งบ้านทั้งเมืองมีแต่อาหารแขก อาหารจีนพอหากินได้บ้าง ร้านอาหารไทยในเจนไนพอมีแต่หายาก โรงแรมที่ไปพักเป็นเจ้าของเดียวกับ EA Mall เดินเที่ยวห้างทุกวัน ที่โรงแรม อาหารเช้าเป็นอาหารแขกแบบมังสวิรัติ โชคดีผมชอบกินอาหารแขก ชอบลอง
จากการศึกษาข้อมูลและวิจัยกรรมวิธีการเพาะเห็ดให้ได้ผลผลิตที่ดีแก่ผู้เพาะปลูก โดย อาจารย์พิทักษ์ สถิตวรรธนะ อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย ได้เริ่มต้นการวิจัยจากการเพาะเห็ดในโอ่ง ตามวิถีของชาวบ้านจากแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่การเพาะเห็ดนั้น จะต้องดูแลรดน้ำให้เห็ด 3-4 ครั้ง ต่อวัน และการเพาะเห็ดในโอ่งนั้น สามารถเพาะได้เพียง 20-40 ก้อน ต่อโอ่ง จากการลงพื้นที่ชุมชน หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบ้านควนเสม็ด หมู่ที่ 10 ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ทางชุมชนมีความต้องการส่งเสริมให้การเพาะเห็ดเป็นอาชีพของคนในชุมชน จึงได้สร้างตู้เพาะเห็ดอัตโนมัติ ทดแทนการเพาะในโอ่งดิน โดยออกแบบระบบโรงเรือนเพาะเห็ดให้มีขนาดเล็ก แต่สามารถบรรจุก้อนเห็ดได้ถึง 140 ก้อน ออกแบบการจัดเรียงเห็ดให้หันปากถุงเข้าหากันในรูปตัวยู (U-Shape) ซึ่งตู้เพาะเห็ดประกอบด้วยโครงตู้เพาะเห็ด ที่สามารถถอดประกอบได้ หลังคาตู้เพาะเห็ดที่สามารถเปิดออกได้ โดยด้านบนมีฉนวนกันความร้อนทำจากวัสดุพลาสติก หนาไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร ปิดทับอยู่ มีกล่องควบคุมอัตโนมัติ ควบคุมชุดรดน้ำ ซึ่งมีเ
ส่อง ‘น้องปราบ’ ลูกชาย ‘สู่ขวัญ’ ทายาทฟาร์มโชคชัยรุ่นเด็ก กับชีวิตในฟาร์มและความทุ่มเท ถึงแม้ว่าชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ทุกวันหยุดทีไรก็มักเห็นครอบครัว ‘บูลกุล’ หาเวลากลับไปฟาร์มโชคชัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะลูกชายคนเดียวของสู่ขวัญ กับสามี โชค บูลกุล อย่างน้องปราบ บูลกุล ทายาทตัวน้อย ที่มักจะใช้เวลาว่างเรียนรู้ ช่วยเหลืองาน จนดูเหมือนว่าจะหลงใหลชีวิตในฟาร์มไม่น้อย โดยในอินสตาแกรมของสู่ขวัญ ก็มักโพสต์ภาพช่วงเวลาดังกล่าวของลูกชายไว้เสมอ เช่นเดียวกับรูปนี้ที่บอกว่า เขาชอบของเขาแบบนี้ รวมถึงอีกสิ่งหนึ่งที่ชื่นชอบ คือการขี่ม้า เห็นทีว่า ‘ฟาร์มโชคชัย’ จะกำลังได้ทายาทรุ่นใหม่ใจเกินร้อยมาสืบสานธุรกิจอีกคนแล้ว ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม suquanbulakul ที่มา : มติชนออนไลน์
ลุงสาย หลวงทรัพย์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อดินแบบผสมผสาน อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 1 ตำบลดอนใหญ่ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ แต่ด้วยปัญหาแรงงาน และราคาข้าวที่ถูก ลุงสายจึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีความเป็นอยู่จากชาวนา มาเป็นเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาบ่อดิน ลุงสาย หลวงทรัพย์ หลังจากเลิกทำนา ลุงสายตัดสินใจขายที่ดินส่วนหนึ่งไป ส่วนที่เหลือใช้ปลูกที่อยู่อาศัยและขุดบ่อใช้เลี้ยงปลาแบบผสมผสานบริเวณรอบๆ บ้าน ควบคู่กับการให้เช่าพื้นที่ทำบ่อเลี้ยงกุ้ง “แรงจูงใจที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนอาชีพ ก็เนื่องจากต้นทุนการผลิตข้าวที่แพง อีกทั้งยังต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ทำคนเดียวก็ไม่ไหว จึงต้องเลิกและหันมาเพาะเลี้ยงปลาในบ่อดินแทน และด้วยสภาพพื้นที่บริเวณรอบๆ ชุมชนถูกเปลี่ยนเป็นสวนผลไม้เกือบทั้งหมด จะทำนาอยู่เจ้าเดียวก็เจอกับปัญหาของศัตรูธรรมชาติ โดยเฉพาะหนูที่เข้ามาทำลายกัดกินต้นข้าว สร้างความเสียหายทุกปี ทนทำอยู่ก็มีแต่จะขาดทุน จะเลี้ยงกุ้งก็ไม่รวย ที่สำคัญต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ถ้ามาเลี้ยงปลาซึ่งไม่ต้องลงทุนเยอะ เพียงครั้งเดียวก็สามารถเลี้ยงได้ตลอด เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมตั
นายจิมมี่ ชวาลา เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือ “เศรษฐีใจบุญเมืองนคร” นักธุรกิจห้างผ้ารายใหญ่ของ จ.นครศรีธรรมราช คือ “ห้างผ้าจิมมี่” ซึ่งเคยบริจาคเงิน 28 ล้านบาท ซื้อทองคำบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุ และประกาศบริจาคเงินให้กับโครงการก้าวคนละก้าวของ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นเงินจำนวน 16 ล้านบาท ตามข่าวที่ปรากฏไปแล้วนั้น เรื่องราวของ เศรษฐีใจบุญผู้นี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอมาแล้ว ถึงธุรกิจและอัธยาศัยต่อผู้อื่น ที่ชอบทำบุญ ปฏิบัติต่อลูกน้องเป็นอย่างดี อีกทั้ง กิจการค้าขายก็เสียภาษีเป๊ะ โปร่งใส อันน่าเป็นตัวอย่างให้กับนักธุรกิจอื่นๆ โดยข้อเขียนของ คุณไมตรี ลิมปิชาติ นักเขียน และคอลัมนิสต์ประจำนิตยสารเส้นทางเศรษฐี ซึ่งหากจะดูในเรื่องของการปฏิบ้ัติต่อพนักงาน ลูกจ้าง นายห้างคนนี้ ก็ทำได้สูงเกินกว่ามาตรฐานนายจ้าง ลูกจ้างทั่วไป นั่นก็คือ พนักงานขายผ้าที่ทำงานกันมานานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อของนายห้าง จนมีอายุมาก เมื่อเจ้าตัวขอพักผ่อน คุณจิมมี่ได้ซื้อบ้าน ซื้อที่ดินให้ เพื่อจะได้มีที่พักผ่อนสบายๆ ในบั้นปลายชีวิต พนักงานขายผ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันกว่า 50 คนนั้นแต่ละคนทำงานกับคุณจิมมี่ กันคนล
เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด ปัจจุบันถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีพื้นที่สาธิต “แปลง 1 ไร่ ทำจริง มีกิน ไม่จน” ในทุกตารางเมตร จึงถูกพัฒนาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยกตัวอย่าง สิ่งของเหลือใช้อย่าง ยางรถยนต์หมดอายุ สามารถนำมาดัดแปลง ทำเป็นกระถางปลูกมะนาวเป็นแถวได้สวยงาม และตามมุมต่างๆภายในศูนย์การเรียนรู้ฯแห่งนี้ มีความรู้น่าสนใจหลากหลาย อาทิ มุมสาธิตการทำน้ำส้มควันไม้ โรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่คร่อมอยู่บนบ่อปลาดุก โรงเรือนเลี้ยงหมูหลุม แพะคอนโด ฐานการเลี้ยงกบ ฐานการเพาะถั่วงอก ฐานการทำไข่เค็ม ฐานการผลิตไบโอดีเซล เป็นต้น ด้วยองค์ความรู้ที่มีอยู่มากมายดังกล่าว เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ แห่งนี้ จึงมีประชาชนให้ความสนใจ เดินทางไปศึกษาดูงานกันเป็นประจำ หลายคนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปเริ่มต้นตามรอย “พอเพียง” ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้อย่างเป็นรูปธรรม สนใจศึกษาดูงานวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด โทรศัพท์ 092-939-0551
สามี–ภรรยา ที่ชอบค้าขายและความท้าทาย เงินเดือนรวมกันเฉียดแสน ตัดสินใจโบกมือลาชีวิตมนุษย์เงินเดือนในเมืองกรุง ออกเดินทางตามความฝัน ด้วยการปักหมุดสร้างสวนไผ่แห่งความสุข 9 ไร่ ที่จังหวัดอุดรธานี เก็บหน่อไม้ขายวันละ 30 กิโลกรัม ขายกิ่งพันธุ์ร่วมด้วย รายได้เดือนละ 75,000 บาท ชีวิตแฮปปี้ ได้อยู่กับลูกชาย 2 คน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ แถมได้กินหลากเมนูอร่อยๆ ทำจากหน่อไม้ตลอดทั้งปี คุณเพ็ญศิริ ลลิตวิภาส หรือคุณโบว์ ภรรยาคุณสมเจตน์ หรือคุณสิงห์ สองสามีภรรยาเจ้าของสวนไผ่ ณ บ้านทุ่ง ที่จังหวัดอุดรธานี เล่าว่า ฝ่ายสามีเคยทำงานด้านคอมพิวเตอร์ 14 ปี รับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนระบบเซิร์ฟเวอร์ ณ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนราว 60,000 บาท ส่วนตัวเองจบบัญชี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทำธุรกิจส่วนตัว ขายงานศิลปะตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ระบายสี และกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน รวมรายได้ 2 คนต่อเดือนก็เกือบ 1แสนบาท อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะดี แต่ภรรยาในวัย 37 ปี บอกว่า ไม่ได้ชื่นชอบวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ตรงกันข้ามวางแผนบั้นปลายชีวิตไว้ว่า อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากเลี้ยงลูกเอง และที่สำคัญอยากประกอบอาชีพอิสระ นี่คือแรงบันดาลใ
จุดเริ่มต้น ผลิตภัณฑ์จากลูกซัด เรื่องราวของผลิตภัณฑ์เพิ่มน้ำนมแม่ ฟีนูแคป (FENUCAPS) เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2555 คุณพินิจ เขื่อนสุวงศ์ และ คุณชนัญชิตา ทองบ่อ กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ที่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ แต่ต้องเจอปัญหาน้ำนมน้อย จึงพยายามค้นหาสารพัดวิธีมาทดลองก็ไม่ได้ผล คุณพินิจซึ่งทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงมองหาวิธีอื่นๆ ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาให้ภรรยา จนกระทั่งพบสมุนไพรที่ชื่อว่า fenugreek หรือ “ลูกซัด” ที่มีสรรพคุณในการเพิ่มน้ำนม หลังจากค้นหาข้อมูลเรื่องความปลอดภัยและผลข้างเคียงจากงานวิจัยต่างๆ จนมั่นใจ จึงนำมาให้ภรรยาลองทาน ซึ่งเห็นผลว่ามีน้ำนมเพิ่มขึ้นจริง แต่ความยุ่งยากในการใช้ บวกกับ กลิ่นรสของลูกซัดทำให้คุณแม่มือใหม่เริ่มเบื่ออาหาร เพราะเมื่อเคี้ยวถูกลูกซัดเข้า รสขมจะติดลิ้นไปตลอดวัน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จึงพยายามหาวิธีที่ทำให้ทานได้ง่ายขึ้น โดยหาสมุนไพรที่ให้รสหวานและมีกลิ่นหอมโดยฤทธิ์ไม่หักล้างกันมาผสม ทำเป็นชาสมุนไพรบรรจุซอง ทำให้ทานได้ง่ายขึ้น เปิดตลาดผ่านโลกโซเชียล “ด้วยความที่รสชาติขมมาก ทำให้ทานยาก พอทำเป
