SMEs
“ดื่มชาอุ่นๆ สักแก้วไหมคะ” ช่วงเดือนกันยาฟ้าสวย ปลายฝนต้นหนาว เตรียมมารับลมหนาวและดื่มชาอุ่นๆ กันที่เชียงใหม่ไหมค่ะ ขึ้นบนดอยจะได้รับการต้อนรับด้วยชา ยิ่งบ้านชาวเขาดื่มชากันทั้งวัน ไปบ้านไหนก็ได้ดื่มชา หัวค่ำนั่งคุยกันพร้อมกับชาหนึ่งกาและถ้วยเล็กๆ นั่งจิบชามองฟ้า แต่ถ้าไม่ได้มาก็จิบชากันที่บ้านกับครอบครัวก็เป็นสุขได้ วันนี้มีชาดอกไม้มานำเสนอค่ะ เริ่มที่ดอกอัญชัน เป็นดอกไม้ปลูกง่ายมาก แค่เอาเมล็ดมาหว่านลงดินก็ขึ้นได้แล้ว ส่วนมากจะปลูกข้างรั้ว ให้ไต่ขึ้นไปบนรั้ว เป็นรั้วสวยงามที่กินได้ และตามมาด้วยสวยมีกิน หรือสวยรวยได้ สองเดือนก่อน น้องพาเพื่อนมาบ้าน เขาแนะนำว่า “บุณยฤทธิ์ บุญเรือง เขาปลูกอัญชันขาย ทำเป็นชาอัญชัน” “น่าสนใจมาก ขอไปดูหน่อยได้ไหม” “ได้เลยครับ ป้าว่างเมื่อไหร่บอกนะ” แล้วก็ถึงเวลานัดหมาย อาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมและดื่มชาอัญชันถึงบ้านของเขา อยู่ที่ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ บ้านชั้นเดียว มีบริเวณกว้าง เขาปลูกอัญชันทั่วบริเวณบ้าน รั้วบ้านเป็นรั้วอัญชันแน่นหนาทุกด้าน “ดอกดกและกลีบดอกหลายชั้นมาก ที่บ้านปลูกแต่เป็นอัญชันกลีบดอกชั้นเดียว ก็สวยเหมือนก
จากอดีตคนส่วนใหญ่จะมองว่าการเลี้ยงโคเนื้อจะต้องมีพื้นที่บริเวณบ้านกว้างขวางพอสมควร เพื่อให้การเลี้ยงสัตว์อยู่ในทุ่งหญ้า ให้สัตว์ได้เดินเล่น จึงทำให้คนส่วนใหญ่มองว่าการทำปศุสัตว์โดยเฉพาะการเลี้ยงโค เป็นเรื่องที่ไกลตัวสามารถทำได้ยาก จึงได้ไม่ให้ความสนใจกับการเลี้ยงโคมากนัก ซึ่งในปัจจุบันการเลี้ยงโคได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับพื้นที่มากขึ้น เช่น ในบริเวณบ้านมีพื้นที่ไม่มากก็สามารถเลี้ยงให้ประสบผลสำเร็จได้หากมีการจัดการที่ดี และที่สำคัญสามารถเป็นอาชีพเสริมที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกด้วย คุณประดิษฐ์ พรมจันทึก อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 1 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการเลี้ยงโคแบบใช้พื้นที่น้อยแต่สามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อปี จึงนับว่าการเลี้ยงโคไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่หลายๆ คนมองว่ายุ่งยากในการเลี้ยงอีกต่อไป ทำให้เวลานี้ทุกคนในชุมชนได้มาทำการเลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริม ทำให้ทุกครัวเรือนมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย คุณประดิษฐ์ พรมจันทึก มีอาชีพรับจ้างทั่วไป คุณประดิษฐ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพรับจ้างทั่วไปอยู่ในหมู่บ้านซึ่งสมัยก่อนยังไม่ได้มีการนำโคเข้ามาเลี้ยง
จากตัวเมืองสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เราเดินทางตรงไปยังชายแดนไทย-พม่า ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึงหมู่บ้านที่มีชื่อเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า เวียคะดี้ เราใช้เวลาไม่นานก็ถึงหมู่บ้านเพราะเป็นถนนลาดยางอย่างดี รถก็ไม่ติดด้วย สองข้างทางส่วนใหญ่ยังเป็นป่ามีบ้านให้เห็นน้อยมาก จากหมู่บ้านเวียคะดี้ แยกเข้าถนนเล็กๆ ซึ่งมีสภาพไม่ค่อยดีนัก ก็ถึงจุดหมายที่เราเดินทางไปวันนี้คือ มูลนิธิพัฒนรักษ์ ที่ว่าถึงจุดหมายก็เพราะเราจะมาพักค้างคืนกันที่นี่ เนื่องจากถึงที่พักเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกหายไปหลังเทือกเขาฝั่งพม่าเรียบร้อยหลายนาทีแล้ว จึงทำให้มืด ไม่สามารถมองบริเวณทั่วไปได้ เห็นแต่ศาลาอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นทั้งที่ประชุม ที่กินอาหาร และทำกิจกรรม ศาลาจุคนได้ประมาณ 30 คน แต่เราไปกันแค่ 4 คน จึงไม่มีปัญหา สามารถกินอาหารและพูดคุยกันได้สบาย ท่ามกลางแสงไฟที่ผลิตมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ หลังจากกินอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เราก็แยกกันเข้าห้องพัก ตื่นเช้าขึ้นมา นอกจากได้ยินเสียงไก่ขัน ยังได้เห็นว่าบริเวณทั่วไปเกือบทั้งหมดทำเกษตร มีทั้งปลูกพืชผักสวนครัว บ่อเลี้ยงปลาดุก เล้าไก่ และคอกเลี้ยงเป็ด พืชผักสวนครัวมีเกือบทุกชนิด ห
ช่วงเดือนตุลาคมนี้ เป็นช่วงที่ดอกดาวเรืองเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก ทีมข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงได้ลงพื้นที่สำรวจตลาดดอกไม้ สวนจตุจักร ซึ่งจะมีพ่อค้าแม่ค้า นำต้นไม้ ดอกไม้ นานาพรรณ หลากหลายชนิด จากสวนมาเปิดท้ายกันที่นี่ ทุกวันอังคาร พุธ และพฤหัสบดี ซึ่งพบว่า มีพ่อค้าแม่ค้าจำนวนหลายร้านที่นำเอาต้นดอกดาวเรืองมาขายที่นี่ด้วย เนื่องจากตลาดนี้ เป็นตลาดที่ขายดอกไม้ทั้งปลีกและส่ง จากการสอบถามเจ้าของร้านดอกดาวเรือง ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกดอกดาวเรืองเองด้วย และนำต้นดาวเรืองที่เพาะปลูกไว้หลากหลายสายพันธุ์นำเอามาขายที่ตลาดแห่งนี้ คุณขวัญตา แสงทอง แม่ค้าที่นำเอาต้นดาวเรืองที่สวนของตนที่ปลูกมาเปิดท้ายขาย บอกว่า “ช่วงนี้ดอกดาวเรืองเป็นที่นิยมสูงมาก คนทั่วไปก็ต้องการหาซื้อดอกดาวเรืองกันมาก อย่างที่นำมาขาย 3 วันนี้ ประมาณ 3,000 ต้น ตอนนี้เหลือราวประมาณ 500 ต้น เท่านั้นและคงจะขายหมด” โดยราคาของต้นดาวเรือง แต่ละร้านก็จะแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของดอกดาวเรืองชนิดนั้นด้วย จากการลงพื้นที่ราคาที่พบเห็นก็เฉลี่ยอยู่ที่ต้นละ 40-120 บาท ด้านแม่ค้าอีกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของสวนเอง และนำเอาดอกดาว
เขาเดินเก็บขวดน้ำพลาสติกที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ปกติเท่าที่ผมเห็นคนเก็บขวดขายจะใช้รถถีบ หรือที่เรียกว่า ซาเล้ง แต่เขาคนนี้ คนที่ผมเห็น เขาใช้เท้าเดิน พอเก็บขวดแต่ละใบได้ก็บีบให้แบนแล้วยัดใส่ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ เก็บขวดได้มากพอสมควรเขาก็จะมานั่งรถ เพื่อรอขึ้นรถไฟฟรีที่หัวลำโพงกลับบ้านที่จังหวัดนครราชสีมา หรือที่มีชื่อเล่นว่า โคราช เรื่องราวของเขาผมรู้เพราะเขาเล่าให้ฟัง วันนั้น ผมไปจองตั๋วรถไฟเพื่อไปเชียงใหม่ แล้วอาศัยรถไฟฟรีเพื่อไปลงที่สถานีสามเสน ส่วนเขานั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งอย่างเอร็ดอร่อยสบายอารมณ์อยู่บนรถไฟก่อนผม มีถุงพลาสติกขนาดใหญ่อยู่ใต้ที่นั่ง ผมถามเขาว่าถุงอะไร เขาบอกขวดพลาสติก แล้วเขาก็เริ่มเล่าเรื่องราวของเขาให้ผมฟัง เขานั่งรถมาจากโคราชเก็บขวดบนรถไฟก่อนลงจากรถไฟแล้วไปเริ่มต้นเดินเก็บจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินเก็บไปเรื่อยๆ หลายถนนแล้ววกกลับไปหยุดที่หัวลำโพงเพื่อขึ้นรถไฟกลับโคราชนำขวดไปขายเถ้าแก่เจ้าประจำซึ่งให้ราคาดี เพราะทุกขวดของเขาจะไม่มีน้ำอยู่ในขวดแม้หยดเดียว เขาเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯ-โคราชเกือบทุกวัน เขาบอกว่าพอ 2 ทุ่มรถไฟถึงโคราชเขาลงจากรถไฟก็เอาขวดที่เก็บได้ไปขาย พอ
บวบ นับเป็นพืชผักที่มีคุณประโยชน์สูง สายพันธุ์บวบที่เกษตรกรนิยมปลูกอย่างแพร่หลายคือ บวบเหลี่ยม บวบหอม นอกจากนี้ยังมีบวบอยู่พันธุ์หนึ่งซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักกันแพร่หลายนัก คือ บวบงู นอกจากมีจุดเด่นในเรื่องรสชาติความอร่อยแล้ว บวบงู ยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยมสูงในหลายจังหวัดของพื้นที่ภาคอีสาน “บุญทา ดวงอ้อย” เกษตรกรผู้ปลูกบวบงู ที่บ้านทับพุง ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี เป็นพยานยืนยันข้อเท็จจริงได้ในเรื่องนี้ เพราะ 10 ปีที่ผ่านมา บวบงู กลายเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่ทำเงิน สร้างฐานะและความเป็นอยู่ของครอบครัวแห่งนี้ให้เติบโตอย่างมั่นคง บุญทา ยึดอาชีพปลูกผักมากกว่า 20 ปี เขาปลูกพืชผักตามกระแสความต้องการของตลาดเป็นหลัก พืชตัวไหนที่ปลูกง่าย ขายดี ตลาดต้องการสูง เช่น ผักกาด แตงกวา ผักชีลาว หรือ อ้อย เขาลงทุนปลูกมาหมดแล้ว ที่ผ่านมา ชาวอีสานจำนวนมากนิยมบริโภคพืชประจำท้องถิ่น คือ “บวบงู” ที่มีชื่อพื้นบ้านอีสานว่า บักงอเงี้ยว บักงูเงี้ยว หรือบักกะดิง ส่วนคนเหนือ เรียกว่า มะนอยงู คนอีสานนิยมนำผักชนิดนี้ไปลวก หรือนึ่ง จิ้มแจ่ว กินแซ่บหลายๆ บวบงูที่นิยมปลูกแพร่หลายในถิ
ตั้งแต่เริ่มหน้าฝนมาแล้ว ผมมีโอกาสได้เข้าไปชมป่าปลูกแห่งหนึ่งในเขตอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ที่ใช้คำว่าป่าปลูก ก็เพราะเดิมป่าถูกทำลายจนกลายเป็นทุ่งหญ้าคาที่มีเนื้อที่หลายพันไร่ ต่อมากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทำการปลูกต้นไม้หลายชนิดลงไปในทุ่งหญ้าคา ใช้เวลาเพียง 20 กว่าปี ทุ่งหญ้าคาก็ได้กลายเป็นป่าได้สำเร็จ ขณะเดินทางด้วยรถโฟร์วีลบุกเข้าไปในป่าที่ว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่บอก จะไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นป่าที่ปลูกขึ้นมา เพราะมีต้นไม้หลากชนิดเบียดเสียดเจริญงอกงามอย่างไม่เป็นระเบียบ เหมือนป่าธรรมชาติทั่วไป จากถนนใหญ่ เรานั่งรถเข้าไปถึงน้ำตกเหวอีอ่ำ เป็นน้ำตกที่มีชื่อไม่ไพเราะหู แต่มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งอื่นๆ ของประเทศไทย เหตุที่น้ำตกแห่งนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวก็เพราะการเดินทางเข้าไปค่อนข้างลำบากมาก และต้องใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง เราได้ไปพักเพื่อกินอาหารกลางวันกันที่น้ำตก ทำให้ได้บรรยากาศในการพักได้ดีเหลือเกิน เพราะขณะกินอาหารสายตายังได้มองน้ำที่ไหลตกจากหน้าผาลงไปเบื้องล่างที่มีแอ่งและธารน้ำรองรับอยู่ เมื่อเข้ามาถึงบริเวณที่ว่านี้ ไม่ได้มีแต่พว
ร้านอาหารทะเลหลายแห่งยามนี้ กำลังฮิตเมนู “คั่วพริกเกลือ” เพราะทำได้ทั้งปลาทอดกรอบตัวเล็กๆ กุ้งแม่น้ำ กุ้งทะเล ปลาหมึก ปูม้า ปูทะเล ปูนิ่ม เครื่องของคั่วพริกเกลือหลักๆ คือ รากผักชี กระเทียม พริกไทย เกลือ และ พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเล็กๆ กระเทียมสับเจียวกรอบ ต้นหอมซอยฝอย ซอสปรุงรสมี น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ ซอสฝาเหลือง 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน ทำมากกว่านี้เพิ่มสัดส่วนได้ อัตราส่วนคล้ายปลาทอดขมิ้น คือ รากผักชี กับ กระเทียมเท่ากัน พริกไทยหน่อยเดียว เกลือก็หน่อยเดียว พอเค็ม อันนี้โขลกแล้วแยกไว้ ตัวอาหารทะเลทำสะอาดให้เรียบร้อย ถ้าเป็นกุ้ง ตัดหนวด เกรียง ผ่าหลัง เอาเส้นดำออก ไม่ต้องลอกเปลือก ทอดแล้วไม่สวย โรยเกลือ พริกไทยนิดหน่อย ปลา ปู ก็ทำอย่างนี้ ไม่ต้องหมัก ลงไปทอดน้ำมันท่วมให้สุก แล้วตักขึ้น จากนั้นเทน้ำมันในกระทะออก เอาแค่เหลือติดกระทะ ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย ที่โขลกไว้ลงผัดให้หอม ใส่ซอสปรุงรสที่ผสมไว้ ตามด้วยของทะเลทอด (ปลาหมึกหั่นเป็นแว่น คลุกแป้งมันแห้งก่อนทอด ไม่งั้นกระเด็น) ลงไปคลุกเร็วๆ ผัดให้แห้ง โรยพริกแดง ต้นหอมหั่นเยอะๆ สีสวยๆ ตักใส่
“ยิ่งให้ยิ่งได้ สุขใจกว่าผู้รับ” ความปลื้มปีติของจิตอาสา ที่หันมาทำดีเพื่อผู้อื่น “ยิ่งให้ยิ่งได้ สุขใจกว่าผู้รับ” เป็นคำกล่าวที่ คุณหทัยรัตน์ รุ่งสาโรจน์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรมธนาคารจิตอาสา บอกว่า รู้ซึ้งมากับตัวเอง คุณหทัยรัตน์ บอกว่า เธอก็เหมือนกับใครๆ อีกหลายคน ที่เคยผ่านการทำงานอย่างหน้าดำคร่ำเครียด ฟาดฟันทุกอย่าง เพื่อให้งานออกมา แต่มาถึงวันหนึ่งก็พบว่า สิ่งเหล่านั้นคือความเครียดสะสม ที่รังแต่จะแผดเผาตัวเอง “เมื่อก่อนเคยทำงาน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังรายการโทรทัศน์หลายรายการ แต่ยิ่งทำยิ่งเครียด เลยตัดสินใจลาออก จากนั้นก็เข้าไปช่วยเพื่อนทำโครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัม ซึ่งเป็นโครงการของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งจากโครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักกับเครือข่ายจิตอาสา และลงไปทำงานจิตอาสาในหลายๆ โครงการ เช่น หนังสือเสียง อ่านหนังสือให้คนตาบอดฟัง (อันนี้ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว) ได้ช่วยงานธนาคารจิตอาสา เป็นต้น” หลังจากออกจากงาน มา 1 ปี และได้เข้าร่วมงานจิตอาสา คุณหทัยรัตน์ บอกว่า เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนขึ้นกับตัวเอง ได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ยิ่งให้ย
นับเป็นอีกคนที่มีจิตอาสาทำดีเพื่อสังคม ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 สำหรับ “เกรียงไกร ธาตวากร” หรือ แอ๊ดดี้ ชายหนุ่มวัย 43 ปี เกิดที่จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ที่เสียสละชีวิตส่วนตัวมาตระเวนตัดขนสุนัขจรจัด แปลงโฉมหมามอมแมมสกปรกให้กลายเป็นตูบน่ากอด หวังเพียงให้บรรดาสัตว์เลี้ยง 4 เท้าเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นับเป็นการตอบแทนน้ำใจให้กับผู้ที่รับสุนัขจรจัดมาเลี้ยงอีกรูปแบบหนึ่ง เปิดชีวิตจิตอาสา แปลงโฉมให้สุนัขจรจัด เปลี่ยนชีวิตให้ตูบ 4 ขา มีคุณภาพชีวิตที่ดี คุณแอ๊ดดี้ จิตอาสาเปลี่ยนโฉมให้สุนัขจรจัด ดีกรีไม่ธรรมดา จบปริญญาบัตร 2 ใบ แถมเกียรตินิยมอันดับ 1 อีก 1 ใบ ซึ่งปริญญาตรีใบแรก ได้จากวิทยาลัยการโรงแรมดุสิตธานี ใบที่สอง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านกรูมมิ่ง OH!MyDog อาบน้ำ ตัดขนสุนัข ที่จังหวัดศรีสะเกษ จุดเริ่มต้นที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชายหนุ่มทำความดีนั้น มาจากความสงสารสุนัขจรจัด และเพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่คนรักที่ล่วงลับไปแล้ว เขาเข้าสู่วงการตัดขนสุนัขเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ด้วยการไปเรียน ได้ความรู้เรื่องเทคนิคการใช้ปัตตะเลี่ยน กา
