SMEs
ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) รศ.ดร. สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ปฏิบัติการแทนอธิการบดี มช. รศ.ดร. ธรณินทร์ ไชยเรืองศรี คณบดีคณวิทยาศาสตร์ มช. ร่วมแถลงข่าวการค้นพบ “เห็ดทรัฟเฟิลขาวเทพสุคนธ์” ชนิดใหม่ของโลก ซึ่งได้รับนามพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยทีมวิจัยประกอบด้วย ศ.ดร. สายสมร ลำยอง ดร. นครินทร์ สุวรรณราช และ ดร. จตุรงค์ คำหล้า จากห้องปฏิบัติการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ คณะวิทยาศาสตร์ มช. ซึ่งค้นพบเห็ดทรัฟเฟิลครั้งแรกในไทยและครั้งแรกในอาเซียน รวม 3 ชนิด คือ เห็ดทรัฟเฟิลขาวเทพสุคนธ์-Tuber thailandicum เห็ดทรัฟเฟิลล้านนา-Tuber lannaense และเห็ดทรัฟเฟิลขาวอิตาเลียน-Tuber maganatum ซึ่งไม่เคยพบในเขตร้อนมาก่อน จึงถือว่าเป็นเห็ดทรัฟเฟิลชนิดแรกที่พบในเส้นละติจูดที่ต่ำที่สุด ศ.ดร. สายสมร กล่าวว่า ทีมวิจัยเริ่มศึกษาความหลากหลายของเห็ดราขนาดใหญ่มาตั้งแต่ปี 2542 โดยพบเห็ดราขนาดใหญ่มากกว่า 8,060 ชนิด และมากกว่า 60 ชนิดเป็นชนิดใหม่ของโลก กระทั่งปี 2555 ดร. นครินทร์ ค้นพบเห็ดทรัฟเฟิลขาว และเมื่อเดือนมีนาคม 2560 สมเด็จ
ไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว คือไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้ง 2 สายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้ง 2 สายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง แม่พันธุ์สามเหลือง จึงได้เกิดเป็นไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ขึ้นมา ซึ่งลักษณะทั่วไปของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ จะมีรูปร่างสมส่วน สวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีลักษณะหงอนหินประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ และอีก 15 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะหงอนหนอนจักร ขนออกเป็นสีเหลืองทอง แข็งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง นอกจากนี้ ยังมีความแข็งแรง ทนโรค ถือได้ว่าเป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย เพราะสามารถทนต่อสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวนได้ดี จึงทำให้ คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง เห็นถึงลักษณะพิเศษของไก่สายพันธุ์นี้ จึงได้มาเลี้ยงเป็นอาชีพและช่วยส่งเสริมต่อยอดให้กับเกษตรกรที่สนใจอยากเลี้ยงสร้างรายได้ต่อไป คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง ฟาร์มไก่ตะเภาทองของเขาตั้งอยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่ง คุณ ณ นพชัย เล่าให้ฟังว่า
ตะไคร้เป็นพืชผักสวนครัวที่นำมาเป็นส่วนประกอบในอาหารหลายชนิด เป็นพืชล้มลุก สูงประมาณ 4-6 ฟุต ลำต้นจริงสูง 4-7 เซนติเมตรเท่านั้น ใบยาวเรียว ปลายใบมีขนหนา ลำต้นรวมกันเป็นกอ ถูกห่อหุ้มด้วยกาบใบโดยรอบ ลักษณะใบยาวแคบ เส้นใบขนานกับก้านใบ ที่ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี มีแปลงปลูกตะไคร้ ขนาดพื้นที่ 100 ไร่ โดยมี คุณพยนต์ มูลเกิด หนุ่มวิศวะหัวใจเกษตรเป็นเจ้าของ คุณพยนต์ เล่าว่า หลังจากจบการศึกษา ก็มาทำอาชีพวิศวกร สักพักหนึ่ง จากนั้น ต้องการมีอาชีพอิสระเป็นของตัวเอง เดิมมีที่ดินอยู่ 4 ไร่ ก็ทดลองปลูกตะไคร้ เนื่องจากมองว่าเป็นพืชที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย คนยังไม่ปลูกไม่เยอะ รวมทั้งไปดูว่ามีใครรับซื้ออยู่ที่ไหน หลังจากได้ช่องทางการขาย รวมทั้งปลูกชำนาญแล้ว คุณพยนต์ ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ แล้วมาเช่าที่ดิน 100 ไร่ ปลูกตะไคร้ เพื่อให้ได้เก็บขายตลอดทั้งปี สำหรับการปลูกตะไคร้ นั้น เนื่องจากตะไคร้เป็นพืชที่ชอบน้ำ สามารถปลูกได้ทุกฤดูในดินแทบทุกชนิด แต่ในขณะเดียวกันสามารถโดนแดดได้ตลอดวัน โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูกมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์พื้นบ้าน และ พันธุ์เกษตร การปลูก เริ่มจาก
คุณชัยวัฒน์ สุขสำแดง อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่ประสบผลสำเร็จมากว่า 20 ปี โดยเขาได้ใช้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำให้เกิดประโยชน์ ด้วยการมาเลี้ยงปลาในกระชังที่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีข้อดีคือกระชังของเขาอยู่เหนือเขื่อน จึงทำให้มีน้ำเลี้ยงปลาได้ตลอดทั้งปี ทำให้เวลานี้จากงานที่คิดจะทำเป็นอาชีพเสริม กลายเป็นงานที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากแค่คิดทดลองเลี้ยง จนกลายเป็นอาชีพ คุณชัยวัฒน์ สุขสำแดง เล่าให้ฟังว่า ช่วงสมัยก่อนนั้นมีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรมทั่วไปคือ ปลูกพืช ต่อมาได้รู้สึกว่าอยากจะเลี้ยงปลาในกระชังเป็นอาชีพเสริม โดยเห็นว่าบริเวณที่ดินอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำ มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี จึงมีแนวคิดว่าการเลี้ยงปลาน่าจะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ จึงได้ทดลองเลี้ยงแบบจำนวนน้อยๆ โดยเริ่มเลี้ยงในช่วงแรก ประมาณ 2 กระชัง “ช่วงนั้นเริ่มจากทีละน้อยก่อน เพราะว่าเรื่องการตลาดเรายังไม่มีความรู้มากนัก พอเลี้ยงแล้วเริ่มประสบผลสำเร็จ ก็ขยับขยายการเลี้ยงมาเรื่อยๆ ซึ่งปลาที่เลี้ยงอยู่ในกระชังก็มี 3-4 ชนิด คือ ปลาดุก ปลาทับทิม ปลา
สถานการณ์น้ำน้อยทางภาคอีสานดูจะสร้างปัญหาให้กับอาชีพปลูกข้าวของชาวบ้านหลายพื้นที่จนต้องหาทางปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อยแทน อย่างชาวบ้านที่ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้ขานรับแนวทางของภาครัฐเพื่อที่จะปลูกพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอย่างผักขะแยง ซึ่งมีคุณสมบัติใช้น้ำน้อย อายุสั้น เก็บเกี่ยวมีรายได้แบบวันต่อวัน ลักษณะการปลูกผักขะแยงของชาวบ้านในหมู่บ้านนี้จะใช้พื้นที่นาหลังเก็บเกี่ยวหรือพื้นที่บริเวณบ้านที่มีจำนวนเนื้อที่แตกต่างกันตามกำลังของครัวเรือน โดยชาวบ้านจะรวมตัวเป็นกลุ่มทั้งหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทั้งวิธีการปลูก การดูแล รวมไปถึงการขาย จนเกิดความเข้มแข็งสร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อครัวเรือน จนได้รับการกล่าวขานว่า “หมู่บ้านผักขะแยงเงินล้าน” คุณแพ พรมวิจิตร บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 14 ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (087) 870-4290 ทำอาชีพปลูกผักขะแยงกับบัวบกสร้างรายได้มานานเกือบ 10 ปี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยออกไปทำงานยังจังหวัดต่างถิ่น แต่ต้องประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอกับครอบครัว คุณแพ พรมวิจิตร คุณแพเริ่มปลูกผักขะแยงในพื้นที
“พวกเขากำลังจะไปกรุงเทพฯ กัน” ป้าร้านของชำบอกเราอย่างนั้นเมื่อเราไปถึงวังหีบในยามเย็น “เขาจะไปกันคืนนี้แหละลองเข้าไปดูเผื่อเขายังไม่ไป” แกพูดต่อพร้อมกับบอกเส้นทางบ้านที่เขานัดหมายพบกัน เราออกจากร้านของชำมุ่งตรงไปที่บ้านซึ่งเขารวมกลุ่มกันอยู่ การมาครั้งนี้ เป็นการมาตามสัญญาที่ให้ไว้ว่า เราจะมากินทุเรียนบ้าน เพราะใครสักคนบอกว่า ทุเรียนบ้านที่นี่อร่อยมาก เมื่อรับปากสัญญาแล้วก็ต้องมา และที่เก็บไว้ในใจก็คือมาให้กำลังใจ มาติดตามข่าวคราวด้วย อีกทั้งเรื่องปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ดูแหล่งอาหารนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของคนวังหีบเท่านั้น ผลกระทบมีไปทั่วทั้งจังหวัด และทั้งประเทศหากแหล่งอาหารถูกทำลายไปเรื่อยๆ ป่าต้นน้ำไม่มีน้ำ เป็นภูเขาไม่มีป่า…พูดแล้วก็คล้ายเป็นเรื่องน่าเบื่อ “นั่งก่อน นั่งก่อน กำลังเตรียมตัวไปกรุงเทพฯ” ผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น “ไปกันทั้งหมดนี้เลยเหรอ” “ตัวแทนไป ตัวแทนเครือข่าย สมัชชา 9 เขื่อน 1 แม่น้ำนครศรีธรรมราช” ข้าวของที่จะเอาไปกรุงเทพฯ มากมาย มี สะตอ น้ำผึ้งป่า ลูกหยี ทุเรียนบ้าน ทุเรียนกวน “เอาไปทั้งหมดนี้เลยเหรอ” ฉันยกลูกหยีหิ้วทั้งพวง หวังอยากกินสักเม็ดแต่ไม่กล้า ป้าคนหนึ่งบอกว่า อีกว
คุณแพร-พิมพ์มาดา พัฒนปรัชญาพงศ์ เจ้าของผลิตภัณฑ์คางกุ้งทอดอบกรอบ แบรนด์ “โอคุสโน่-OKUSNO” เล่าถึงประวัติความเป็นมา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ เคยได้รับทุนไปทำงานด้านกราฟิกดีไซน์ ที่ประเทศสโลวีเนีย ก่อนหน้านี้เคยเป็นเจ้าของกิจการไอศกรีมสับปะรดแบบไม่เหมือนใคร ใช้เปลือกสับปะรดมาทำเป็นถ้วยบรรจุไอศกรีม ปัจจุบัน เธอเป็นเจ้าของไอเดียคิดค้นคำว่า “คางกุ้ง” และก่อตั้งขนมแบรนด์ “โอคุสโน่-OKUSNO” คางกุ้งทอดอบกรอบ เจ้าแรกของไทย และเป็นผู้ชนะเลิศ จากรายการ SME ตีแตก The Final 2015 เป็นสุดยอด SMEs แห่งปี 2015 “เป็นคนไม่อยากทำงานประจำ ก่อนหน้านี้ เคยทำไอศกรีมสับปะรดมาก่อน ทำถ้วยจากเปลือกสับปะรด แต่ไอศกรีมไปจ้างโรงงานผลิตให้ ทำให้รู้ว่า ถ้าทำสินค้าออกมาได้ด้วยตัวตัวเราเอง จะลดต้นทุนได้มากขึ้น ส่วนคางกุ้งโอคุสโน่นี้ เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการมองเห็นโอกาส ทำสิ่งที่ผู้คนมองข้ามมาเป็นสิ่งที่มีมูลค่าขึ้นมา เริ่มจากไปลองแงะส่วนที่นิ่มที่สุดของกุ้งออกมาทอดบ้าง อบบ้าง ทำอย่างไรไม่ให้อมน้ำมัน ปรุงรสแต่ไม่ใส่ผงชูรส บรรจ
วันนี้ เป็นเรื่องของการปลูกหญ้าจำหน่ายที่ ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ซึ่งที่นี่มีเกษตรกรที่ยึดอาชีพนี้สร้างรายได้มากกว่า 24 ปี แต่ก่อนจะไปพูดคุยกับเกษตรกร รู้หรือไม่ว่า หญ้าเป็นพืชล้มลุก สามารถเจริญเติบโตได้ทุกสภาพดิน โดยมีประมาณ 600 สกุล และกว่า 1,000 ชนิด แต่ในบ้านเรา ที่นิยมปลูกจำหน่ายกันอยู่ มีเพียง 5 สายพันธุ์ คือ หญ้านวลน้อย หญ้ามาเลเซีย หญ้าญี่ปุ่น หญ้าพาสพาลั่ม และหญ้าเบอร์มิวด้า หรือหญ้าแพรก…และหญ้าแต่ละสายพันธุ์มีวิธีปลูกและดูแลต่างกันอย่างไร วันนี้ คุณดารุด พูลเต่า หรือผู้ใหญ่ดารุด เจ้าของนาหญ้าที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จะมาเผยเคล็ดลับแบบไม่มีกั๊ก ผู้ใหญ่ดารุด เล่าให้ฟังว่า อาชีพทำนาหญ้าเป็นอาชีพที่ทำสืบกันมาหลายปี และยิ่งในบ้านเราหรือประเทศที่กำลังพัฒนา จะมีการก่อสร้างเกิดขึ้น ดังนั้น ความต้องการพื้นที่สีเขียวจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และที่สำคัญ เป็นพืชที่ปลูกไม่ยาก ขึ้นอยู่กับน้ำ การดูแล และการให้ปุ๋ย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องฝึกหัดและหาประสบการณ์ไปพร้อมกับการทดลองทำ สำหรับการทำนาหญ้าครั้งแรก ผู้ใหญ่บอกว่า จะต้องลงทุนสูงเพราะต้องจ้างรถมาเกรดปรับห
ทานเค้กทั้งที สุขภาพดีด้วย “ทานเค้กทั้งทีต้องอร่อย และไม่ทำลายสุขภาพ” นี่คือความตั้งใจแรก นำมาซึ่งการเปิดร้าน “Cake Code Café” ที่มี “เค้กมะพร้าวอ่อนอัลมอนด์” สินค้าได้รับความนิยมและกล่าวถึง ทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งมียอดผลิตคิดเป็นจำนวนมะพร้าวสูงถึงเดือนละ 1,500 ลูก คุณก้องกฤษณ์ นิลวิเชียร หรือ คุณก้อง คือเจ้าของร้าน “Cake Code Café” เจ้าของแนวคิด กับการทำสินค้าอร่อยเพื่อคนรักสุขภาพ โดยมีหัวใจในการผลิตสินค้า จนกลายเป็นจุดเด่นดึงดูดผู้บริโภค 5 ข้อหลักๆ คือ ไม่ใส่สารกันเสีย ไม่ใส่สารกันบูด ไม่ใช้เนยเทียม ไขมันน้อย น้ำตาลต่ำ คุณก้อง เล่าถึงจุดประกายความคิดกับการเปิดร้าน Cake Code Café นั้นมีผลจากงานประจำกับตำแหน่งลูกเรือของสายการบินไทย ซึ่งในหน้าที่ความรับผิดชอบ ต้องดูแลในส่วนของอาหารผู้โดยสาร กระทั่งเกิดความสนใจในตัวสินค้าเบเกอรี่และเครื่องดื่ม กอปรกับครอบครัวของคุณก้องชอบเข้าครัวทำเบเกอรี่เป็นประจำ โดยเฉพาะคุณน้า ซึ่งเคยเปิดร้านเบเกอรี่อยู่ย่านทองหล่อ กระทั่งถึงวันที่คุณน้าต้องการเลิกกิจการ ซึ่งก็ไม่มีลูกหลานรับช่วงต่อ คุณก้อง ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่เห็นและคลุกคลีในร้านเบเกอรี่ของคุ
การต์รวี บัวบุญ หรือ น้องอ้น อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองทุ่ม อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม เดิมมีอาชีพรับราชการเป็นพยาบาล โดยจบการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี พยาบาลวิชาชีพ (4 ปี) จากนั้นรับราชการอยู่หลายแห่งเป็นเวลารวม 8 ปี (ศูนย์มะเร็งลพบุรี 2 ปี, โรงพยาบาลวาปีปทุม 3 ปี, โรงพยาบาลมหาสารคามอินเตอร์ 1 ปี, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2 ปี…จบปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาเดียวกันและที่เดียวกัน เขาลาออกจากพยาบาลมาทำเกษตรอย่างจริงจัง การต์รวี มีพื้นที่ 22 ไร่ ทำนา 10 ไร่ สระน้ำ 4 ไร่ ที่เหลือเป็นที่ดอน โดยได้ทำการเกษตรหลายอย่าง ดังนี้ เลี้ยงเป็ดไข่ (พันธุ์กากีแคมป์เบล, ซีพีซุปเปอร์) 500 ตัว ให้ไข่แล้ว 200 ตัว ซื้อวัตถุดิบมาผสมอาหารเอง เช่น กากปาล์มน้ำมัน กากถั่วเหลือง รำ มีการเพาะพันธุ์เป็ดเองโดยใช้เครื่องฟักไข่ช่วย ไก่ไข่ 50 ตัว แต่เลี้ยงแบบไก่พื้นเมือง ให้อาหาร ได้แก่ รำ หญ้าเนเปียร์ น้ำหมักปลา ทำให้เปอร์เซ็นต์การไข่ดีถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ได้รับความสนใจจากลูกค้าดีมากโดยเฉพาะผู้ห่วงใยสุขภาพ เช่น หมอ
