SMEs
เมืองที่ฉันอยู่ คือ เมืองแมดิสัน (Madison) รัฐวิสคอนซิน (Wisconsin) เป็นเมืองอยู่ทางตอนบนของอเมริกา ถ้าบอกว่าเมืองตอนบนก็หมายถึงมันใกล้ขั้วโลกเหนือเข้าไปทุกที มันจึงหนาวจับจิต ปีหนึ่งหนาวเสียครึ่ง ส่วนที่เหลือก็ยังเย็นๆ เรียกว่าไม่มีอุณหภูมิเกิน 20 องศาเซลเซียส เวลาหน้าหนาวนี่ก็ทะเลสาบแข็งกันไปทั้งเมือง วิ่งเล่นกันได้ ประมาณนั้น เมืองนี้คนหลากหลายเชื้อชาติหลั่งไหลเข้ามา ทั้งที่หนาวๆ นี่ก็เถิด คนเอเชียเองก็ไม่น้อย (คนจีนมากที่สุดตามระเบียบ) เพราะเป็นเมืองการศึกษา เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน (University of Wisconsin-Madison) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก คนจึงหลั่งไหลมาเรียน-ทำงาน ร้านรวงของคนหลากหลายเชื้อชาติเหล่านี้จึงกระจายไปหมด ร้านอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารไทย อาหารลาว อาหารแอฟริกัน อาหารอินเดีย เกินจะจาระไน นอกจากนั้นก็มีร้านสินค้าของแต่ละเชื้อชาติ เรียกว่าไม่ต่างไปจากอยู่ประเทศใครประเทศมัน อยากได้อะไรเหมือนที่เคยได้ในบ้านตัวเองก็มีให้ทั้งนั้น YUE-WAH ORIENTAL FOODS เป็นร้านขายสินค้าและเครื่องปรุงหลากหลายเชื้อชาติ คือรวมหมดทั้งเอเชีย แอฟริกา อเมริกาใต้ เม็กซิ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในธุรกิจค้าปลีกอย่างมาก โดยเฉพาะการซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่กลายเป็นช่องทางสำคัญ และกำลังฉายแสงบดบังรัศมีการช็อปปิ้งในร้านค้าจริงๆ มากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนและทุกสินค้าที่จะเต็มใจอยู่ในโลกออนไลน์ เพราะยังมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ชอบสัมผัสสินค้าจริงๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ และสินค้าบางประเภทก็ต้องอาศัยมนต์เสน่ห์ของการมีหน้าร้านสำหรับเรียกแขก เว็บไซต์ smartcompany ของออสเตรเลีย ได้นำเสนอเทรนด์ร้านค้าปลีกที่จะเกิดขึ้นในปี 2560 ซึ่งไม่เพียงสะท้อนอุตสาหกรรมค้าปลีกในออสเตรเลีย แต่ยังรวมถึงเทรนด์ในส่วนอื่นๆ ของโลกที่ไม่น่าจะแตกต่างกันมากนัก หัวใจสำคัญของธุรกิจค้าปลีกในปี 2560 อยู่ที่ประสบการณ์ของผู้บริโภค ซึ่งจะกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้มากขึ้น โดยมุ่งเน้นที่การสร้างประสบการณ์ในร้านค้า และตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าแต่ละกลุ่มหรือแต่ละคน เทรนด์แรก คือ ร้านค้าปลีกที่ครบครันความบันเทิง หรือ Retailtainment ซึ่งเป็นการผนวกกันระหว่างการเป็นร้านค้าปลีก และแหล่งรวมความบันเทิง ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ให้กับบรรดานักช็อป ทั้งในเรื่องความสนุกสนาน ความบันเทิงเริงใจ และช่วยกร
“เกาะช้าง” แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามสุดตะวันออก จังหวัดตราด เป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ก่อนที่จะพัฒนาด้านการท่องเที่ยว อาชีพหลักชาวบ้านทำสวนผลไม้ ยางพารา ประมง ทุเรียนพันธุ์ชะนีนั้น ปลูกกันมานานร่วม 50 ปี ระยะหลังหลายคนปรับเปลี่ยนไปปลูกพันธุ์หมอนทองตามความนิยมของตลาดบ้าง หรือปลูกยางพาราทดแทน เพราะราคาดีกว่า ชาวสวนทุเรียนจึงเหลือเพียง 111 ราย พื้นที่ปลูก 843 ไร่ มีพันธุ์ชะนีที่ปลูกดั้งเดิมอายุ 30-50 ปี เหลืออยู่ 348 ไร่ กระดุม 52 ไร่ พวงมณี 5 ไร่ และหมอนทอง 437 ไร่ ปริมาณทุเรียนเกาะช้างปีละ 476.43 ตัน เป็นทุเรียนชะนีเกาะช้าง ประมาณ 100 ตัน ตรวจพบ วิตามินอี-ไอโอดีน อพท. ต่อยอดลดปริมาณคาร์บอน ประมูล กิโลกรัมละ 4,000 บาท ช่วงปี 2553-2555 “ทุเรียนชะนีเกาะช้าง” เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เมื่อปี 2553 คุณมานพ ทองศรีสมบูรณ์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเกาะช้าง เห็นว่าทุเรียนชะนีเกาะช้างอายุ 30-50 ปี ปลูกในพื้นที่สภาพดินเป็นดินภูเขาไฟ ลาดเอียง มีไอน้ำทะเล อากาศโปร่ง ให้ผลเร็ว เนื้อสีเหลืองสวย เนียนเหนียว รสชาติหวานอร่อย จึงส่งไปทดสอบ
เรื่องโดย : พลชัย เพชรปลอด “อย่าทำตัวเป็นเพียงหมาล่าเนื้อ ที่ต้องวิ่งล่าหาเหยื่อใหม่ตลอดเวลา” อดีตเจ้านายท่านหนึ่งเคยสอนไว้เช่นนั้น สิ่งที่อยากสื่อสารเพื่อสั่งสอน คือ “พึงรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้ให้ดี อย่าเอาแต่วิ่งล่าหาลูกค้าใหม่อยู่ร่ำไป” ไม่ใช่การขยันหาลูกค้าใหม่ ไม่ดี แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า และอาจทำให้สูญเสียฐานลูกค้าเก่า ที่เคยเข้าอกเข้าใจกันมานานแล้ว หากเราละเลยไม่ใส่ใจพวกเขา นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งไปแนะนำและช่วยโค้ชทีมผู้บริหารมือใหม่ขององค์กรหนึ่ง ในเรื่องการทำแผนการตลาด มีอยู่ทีมหนึ่ง น่าสนใจมาก เพราะสินค้าที่พวกเขาดูแล เป็นสินค้าแบบ B2B (Business to Business) ขายส่งไปให้ร้านค้า เพื่อนำไปขายต่อ ขณะที่สินค้าของทีมอื่น เป็นการขายตรงสู่ผู้บริโภคตามปกติทั่วไป พวกเขามีจุดแข็ง คือ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีฐานลูกค้าอยู่ในมือในระดับหนึ่ง เรียกว่า ไม่ขี้เหร่ ไม่ได้โนเนมต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด แต่จุดอ่อน คือ ไม่ค่อยได้มีการติดตามลูกค้าเดิมๆ ทำให้ขาดการติดต่อสำหรับบางราย และบางรายยอดขายลดลง พอถึงการนำเสนอกลยุทธ์ สิ่งที่งัดมาเพื่อกู้สถานการณ์ พวกเขาทั้งทีม ภาคภูมิ
“ไกรภูมิ โตทับเที่ยง” เซเลบตระกูลดังเมืองตรัง หนึ่งในทายาทธุรกิจอาหารกระป๋อง “ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้ม” หันมาเอาดีด้านการทำเกษตร ด้วยการสร้างโรงเรือนปลูกผักไร้ดินปลอดสารพิษ รวมถึงปลูกเมลอนญี่ปุ่น ผุดไอเดียบรรเจิดจับผลมาแกะสลักลวดลายเพิ่มมูลค่า ขายในเฟซบุ๊ก เพิ่มมูลค่าได้ 40 เท่าตัวเลยทีเดียว คุณไกรภูมิ บอกว่า หันหลังให้ธุรกิจครอบครัว เบนเข็มตัวเองมาเป็นเกษตรกร เมื่อปี 2553 ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับสนใจการทำเกษตร เลยลงทุน 50,000 บาท เพื่อลองผิดลองถูกปลูกผักสวนครัวทานเอง อาทิ ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ใช้ชื่อสวนผักแห่งนี้ว่า “สวนผักสวัสดี” เมื่อเริ่มมีผลผลิตนำไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน และเริ่มจำหน่าย หลังปลูกผักสวนครัว และผักไฮโดรโปนิกส์จนเริ่มอยู่ตัว คุณไกรภูมิ บอกว่า ราวเดือน พฤษภาคม 2558 หันมาทดลองปลูกเมลอน หรือราชินีแห่งพืชตระกูลแตง โดยเลือกใช้เมล็ดนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากขึ้นชื่อ มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย หวาน กรอบ ใช้พื้นที่ปลูกหน้ากว้าง 6 เมตร ยาว 25 เมตร ปลูกครั้งหนึ่ง 400 – 500 ต้น ระยะเวลา 80 – 90 วัน เมล่อนจะให้ผลผลิต การสูญเสียต่อครั้งราว 20 เปอร์เซ็นต์ เม
ในฉบับนี้ ขอพาท่านผู้อ่านไปเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เรื่องการปลูก “กล้วยน้ำว้าปากช่อง 50” ที่ “บ้านสวนคลายทุกข์” ของ “คุณศักดิ์ชัย ตั้งตระกูลวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ” ปัจจุบัน ฟาร์มแห่งนี้ ตั้งอยู่เลขที่ 72 หมู่ที่ 6 บ้านคำสมบูรณ์ ตำบลโนนหนามแท่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ อยู่ภายใต้การดูแลของผู้จัดการฟาร์ม คือ คุณคมกฤช สุขกุล โทร. (093) 327-1949 “บ้านสวนคลายทุกข์” คุณคมกฤช สุขกุล เล่าให้ฟังว่า ฟาร์มบ้านสวนคลายทุกข์แห่งนี้มีเนื้อที่ 32 ไร่ เดิมใช้เป็นพื้นที่ปลูกยางพารา ต่อมา ปี 2558 ได้เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยแบ่งพื้นที่ จำนวน 5 ไร่ เพื่อทำนา รวมทั้งปลูกมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร และพันธุ์ทูลเกล้า ในวงบ่อซีเมนต์ จำนวน 600 บ่อ นอกจากนี้ยังปลูกมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร พันธุ์ทูลเกล้า มะนาวพันธุ์ตาฮิติ และมะนาวเลมอนเม็กซิกัน ลงดินอีก จำนวน 1,200 ต้น และแบ่งพื้นที่ จำนวน 6 ไร่ เพื่อทำสวนกล้วยเชิงการค้า โดยเลือกปลูกกล้วยพันธุ์น้ำว้าปากช่อง 50 คุณคมกฤช สุขกุล ผู้จัดการฟาร์ม “บ้านสวนคลายทุกข์” เนื่องจากกล้วยน้ำว้านับเป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เป็นที่ต้องการ
เมื่อกลางปีที่ผ่านมา คุณเอกพงษ์ ขุนทอง อายุ 18 ปี นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปีที่ 1 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง จังหวัดพัทลุง ได้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GOOD AGRICULTURAL PRACTICES FOR FOOD CROP หรือ GAP ซึ่งจัดโดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย คุณเอกพงษ์ได้นำเสนอโครงการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ จนได้รับรางวัลชมเชย จากนั้นได้นำกลับมาขยายต่อยอด ใช้พื้นที่ว่างรอบบริเวณบ้านปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ขายผลมะนาว ซึ่งจากผลผลิตที่ได้ขายได้ราคาดี จึงขยายปลูกเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังตอนกิ่งชำมะนาวเองขายสร้างรายได้ระหว่างเรียน เดือนละกว่า 10,000 บาท คุณเอกพงษ์ กล่าวว่า โครงการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร GOOD AGRICULTURAL PRACTICES FOR FOOD CROP หรือ GAP ที่ได้เข้าร่วมโครงการ และเสนอโครงการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ได้รับรางวัลชมเชย รู้สึกภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ แต่ไม่ใช่จะเริ่มเรียนรู้ในการปลูกมะนาวหลังเข้าร่วมโครงการ เพราะก่อนหน้านี้ ก็ได้ทดลองปลูกและตอนกิ่งพืชต่างๆ มาจากปู่ พ่อ แม่ โดยเริ่มทำการเกษตรมาตั้งแต่เรียนมัธย
ก่อนเข้าถึงเนื้อหา ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า อำเภอสะเมิง เป็นพื้นที่ภูเขาสูง ฉะนั้น จะมีพื้นที่ราบสำหรับทำนาน้อย จะได้ข้าวประมาณ 100 ถัง ขายได้เงินประมาณ 10,000 บาท เมื่อปี 2557 สถาบัน IQS เข้ามาส่งเสริมการผลิตหญ้าหวาน จึงตัดสินใจทดลองปลูก จำนวน 1 ไร่ จนถึงปัจจุบันเปรียบเทียบแล้วมีรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง 7 เท่า ต่อปี หญ้าหวานนั้น หลังจากปลูกได้ 30 ถึง 45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยทยอยเก็บทุกวัน ส่วนหญ้าหวานสด 10 กิโลกรัม เมื่อตากแห้งในโรงเรือนหลังคาพลาสติก หากแดดจัด ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จะเหลือน้ำหนักแห้งประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม คุณภาพของหญ้าหวานจะแตกต่างกัน ในแต่ละฤดูกาลคือ หน้าร้อนและหน้าฝนใบจะบางต้นสูง แต่หน้าหนาวใบจะหนาต้นจะเตี้ย หญ้าหวานถือเป็นพืชทนแล้ง จากช่วงแล้งที่ผ่านมาไม่มีน้ำรดระยะเวลาเป็นเดือนก็ไม่ได้รับผลกระทบ สามารถปลูกเป็นพืชทางเลือกทดแทนข้าวที่มีปัญหาด้านราคาอยู่ในขณะนี้ และเป็นพืชทนแล้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้อีกด้วย คุณละออง ศรีวรรณะ เกษตรกรบ้านอมลอง บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ผลิตหญ้าหวานมาตรฐานออร์แกนิกไทยแล
นับเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ของประเทศ สำหรับพื้นที่อำเภอ “หนองเสือ” จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกล้วยหอมจากแหล่งที่ปลูกบริเวณนี้ มีทั้งส่งขายห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ และเสิร์ฟบนสายการบิน คุณสมชาย วาเพ็ชร อดีตข้าราชการ กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี วัย 46 ปี ปัจจุบันลาออกจากงานประจำ มาสวมบทบาทเจ้าของสวนกล้วยหอม 90 ไร่ และมอบหมายให้น้องชายคุณอิงครัต วาเพ็ชร เด็กหนุ่มไฟแรงวัย 22 ปี ดูแลเรื่องการขายหน่อกล้วย สองพี่น้องขยันขันแข็ง ขายทั้งกล้วย ขายทั้งหน่อกล้วย รายได้ยังไม่หักรายจ่ายทั้งปีราว 5 ล้านบาท คุณสมชาย เผยว่า เรียนจบปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการเกษตร จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนหน้านี้ทำงานที่กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี นาน 10 ปี หลังจากนั้นลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว คือ โรงเหล้ากลั่นสุราชุมชน ที่จังหวัดเชียงราย ผลิตเหล้าขาวซึ่งทำจากข้าวเหนียวหมัก ราวปี 2555 เริ่มสนใจอยากปลูกกล้วยหอม เลยยกกิจการทั้งหมดให้น้องสาวดูแล คุณสมชาย บอกต่อว่า บ้านที่อาศัยอยู่แถวปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ มองเห็นศักยภาพผลไม้ชนิดนี้ว่าราคาดีไม่มีตก ตามร
เรื่องโดย : มิสมิลเลียนแนร์ มิสมิลเลียนแนร์ คอลัมนิสต์ยอดนิยม แห่งนิตยสาร “เส้นทางเศรษฐี” นำเสนอ 5 เทรนด์ร้อนที่สะท้อนทิศทางความต้องการของผู้บริโภคในปี 2560 ซึ่งหากใครเข้าใจเทรนด์เหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะคิดค้นสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้น รวมทั้งออกตัวนำหน้าคนอื่นๆ โดยคัดตอนมาจาก เว็บไซต์เทรนด์วอตชิ่งดอตคอม ที่ระบุว่า เทรนด์แรกที่จะเกิดขึ้นคือ เศรษฐกิจที่มุ่งเน้นประสบการณ์เสมือนจริง ซึ่งเทคโนโลยีได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality-VR) ที่จำลองสภาพแวดล้อมจริงเข้าไว้ในหน้าจอ รวมถึงเทคโนโลยีที่ผสานสภาพแวดล้อมจริงเข้ากับวัตถุเสมือน (Augmented Reality-AR) ทำให้การสร้างประสบการณ์บนโลกดิจิตอลได้รับความสนใจใกล้เคียงกับประสบการณ์ในโลกแห่งความจริงที่ผู้บริโภคเคยปลาบปลื้มมาตลอดหลายสิบปี ที่ผ่านมา เศรษฐกิจที่มุ่งสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้รับความสนใจมาตลอด ยกตัวอย่าง ราคาตั๋วชมคอนเสิร์ตโดยเฉลี่ยระหว่างปี 2524-2555 เพิ่มขึ้นกว่า 400 เปอร์เซ็นต์ เพราะผู้คนยอมจ่ายเพื่อแลกกับประสบการณ์ดีๆ ที่เติมเต็มชีวิต แต่การสร้างสรรค์ประสบการณ์ก็กำลังเปลี่ยนไป เมื่อเดือนตุลาคม วงดนตร
