SMEs
พูดถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เชื่อว่าเราๆ ท่านๆ คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว แต่อาจจะมีผู้คนบางส่วนยังไม่เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง ในเว็บไซต์ www.chaipat.or.th ของมูลนิธิชัยพัฒนา อธิบายไว้ว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชดำริชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ “เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในภายนอก” ปลูกพืชแซมในสวนยาง เกษตรกรรายหนึ่ง
แม่บ้านพลทหารในสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งลาออกจากงานประจำมาดูแลลูกที่ป่วยหนัก ใช้เวลาว่างจากการดูแลลูกมาปลูกเมล่อนขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี จากการลงพื้นที่ไปที่แปลงเกษตร เศรษฐกิจพอเพียง ภายในกองพลทหารช่าง 202 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบนางเบญจมาศ สังฆมณี อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ จ.ส.อ.นิกรกิจ สังฆมณี ข้าราชการทหารในสังกัดกองพลทหารช่าง 202 พบว่าบริเวณดังกล่าวได้มีการทำเป็นโรงเรือนปิด 1 โรง ภายในมีการปลูกเมล่อนในระบบน้ำหยดซึมนับร้อยต้น ซึ่งกำลังออกลูกใกล้ถึงเวลาเก็บผลผลิตอยู่เป็นจำนวนมาก จากการสอบถามนางเบญจมาศ สังฆมณี เจ้าของโรงปลูกเมล่อนแห่งนี้ ได้รับการเปิดเผยว่าก่อนหน้านั้นตนได้ลาออกจากงานประจำในโรงงาน เพื่อมาดูแลลูกสาวที่ป่วย ซึ่งทำให้ครอบครัวต้องขาดรายได้ เพราะลำพังเงินเดือนของสามีก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว จึงใช้เวลาว่างจากการดูแลบุตรไปสมัครเข้าเรียนหนังสือที่ กศน.อำเภอเมืองนครราชสีมา ในระดับชั้นมัธยมปลาย ซึ่งทางศูนย์ กศน.ก็ได้พาไปศึกษาดูงานที่ฟาร์มของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส. และเกิดมีค
หมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นที่มาของอาชีพนวด ขณะกำลังก้มหน้าก้มตาทำสวน ป้าปุ้ม หรือ คุณอาภา ปรีชากูลย์ หารู้ไม่ว่า งูพิษกำลังมุ่งตรงเข้ามาทำร้าย และจังหวะที่ป้าปุ้มเหลือบเห็นงูตัวนั้น อารามตกใจจึงผลุนผลันลุกขึ้น ทำให้เซล้มลง และนั่นจึงเป็นสาเหตุให้ป้าปุ้ม แม่ค้าขายส้มตำ ต้องเข้ารับการรักษาตัว แต่ทว่าไม่ใช่เพราะถูกพิษงู แต่เพราะอาการหมอนรองกระดูกทับเส้น หลังจากเข้ารับการผ่าตัด อาการก็ยังไม่ดีขึ้นนัก และระหว่างอยู่ในช่วงหัดเดิน ป้าปุ้มมองหาทางเลือกเสริมในการสร้างสุขภาพตนเองให้กลับมาแข็งแรง โดยผันตัวเองสู่การเป็นนักเรียนแพทย์แผนไทย โดยศึกษาเรียนรู้หลากหลายหลักสูตร กับกระทรวงสาธารณสุข และยังได้เรียนรู้การนวดแบบแก้อาการ จัดกระดูก กับหมอชาวจีน รวมถึงหลักสูตรนวดแบบผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง “ก่อนหน้านี้ ป้าเปิดร้านขายส้มตำ พอมาประสบอุบัติเหตุก็ทำให้อาชีพนั้นสะดุดไปด้วย เพราะมุ่งรักษาตัว จนกระทั่งไปผ่าตัด และก็มาคิดว่าจะทำอย่างไรให้อาการดีขึ้น จึงไปเรียนนวดแผนไทย และเมื่อเราได้รับการดูแลโดยการนวดด้วย อาการก็ดีขึ้น จึงเริ่มศึกษาเพิ่มเติม เห็นว่าเป็นหนทางที่ดีแล้ว กระทั่งไปเรียนนวดแก
คุณเจือ พุ่มทับทิม อยู่บ้านเลขที่ 48/4 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำขุม อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงโชคอนันต์เป็นอาชีพ แม้พื้นที่ปลูกต้องรอน้ำในช่วงฤดูฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกษตรกรท่านนี้ก็ยังสามารถปลูกและสร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณเจือ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่มาทำสวนมะม่วงเหมือนเช่นทุกวันนี้ ได้เน้นการปลูกพืชจำพวก ถั่วเหลือง ฝ้าย และทำนาข้าว ด้วยผลตอบแทนที่ได้รับของการเกษตรในรูปแบบนั้น ยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก จึงมีการคิดเปลี่ยนการปลูกพืชชนิดอื่นขึ้นภายในใจ “พืชล้มลุกพวกนั้น ปีหนึ่งปลูก 2 ครั้งเอง ได้เงินมาก็ยังไม่ถึง 5,000 ต่อไร่เลย นี่ยังไม่ได้หักต้นทุนด้วยนะ ก็เริ่มคิดแล้วว่าแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาอะไรที่มันได้รายได้มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องมีพื้นที่มากกว่าเดิม แต่รายได้ต้องมีมากกว่าเดิมที่เราทำ ก็ลองปลูกมาหลายอย่าง ช่วงนั้นโชคดีที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับมะม่วงโชคอนันต์ ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำขึ้นมาในตอนนั้นเลย” คุณเจือ เล่าถึงความเป็นมาในสมัยก่อน ซึ่งสวนมะม่วงของเขาเป็นมะม่วงแบบระยะชิด เพื่อไม่ให้เปลืองเนื้อที่มากนัก ปลูกประมาณ 150-200 ต้น ต่อไร่ และเน้นต
ปกติแล้วกิ้งกือเป็นสัตว์ที่คนทั่วไปทั้งหญิงชาย ต่างพากันเกลียดกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงจะเกลียดและขยะแขยงกิ้งกือเป็นอย่างมาก แต่ว่าที่บ้านเลขที่ 435/12 ถนนกลางเมือง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นายศิวาวุธ หรือ แมน ช่างเพชร อายุ 25ปี ได้มีการเพาะเลี้ยงกิ้งกือไว้จำนวนมากกว่า 400 ตัว โดยกิ้งกือขนาดต่าง ๆ ทั้งเล็กใหญ่พากันไต่ยั๊วะเยี๊ยะอยู่ในกะละมังสำหรับเลี้ยงกิ้งกือ ซึ่งนายศิวาวุธ ได้นำเอาเศษผักและใบไม้แห้งมาเป็นอาหารเลี้ยงกิ้งกืออย่างดี และกิ้งกือแต่ละตัวก็กำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ มีการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง นายศิวาวุธ หรือ แมน ช่างเพชร อายุ 25ปี หนุ่มศรีสะเกษ ที่ประกอบอาชีพแปลกที่สุดในโลก กล่าวว่า ตนเพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดศรีสะเกษ ได้เกิดมีความคิดอยากทำอาชีพเกษตรกรรม ดังนั้น จึงได้ทำการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ โดยพบว่า มีการทำวิจัยในการเลี้ยงกิ้งกือเพื่อนำมูลกิ้งกือมาทำปุ๋ยอินทรีย์ ตนจึงได้เกิดแนวความคิดที่จะเลี้ยงกิ้งกือขึ้นมา โดยเริ่มแรกจะเลี้ยงกิ้งกือเพียงประมาณ 30 ตัวเท่านั้น เนื่องจากว่า หากิ้งกือได้ค่อน
หลายๆ ครั้ง ไอเดียศิลปะที่โดนใจผู้คนอาจมาจากสิ่งรอบตัว ซึ่งบางครั้งอยู่ใกล้จนคิดไม่ถึง แม้กระทั่งเดินเหยียบย่ำอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่กลับมองข้าม “เอ็มมา ฟรานซ์ ราฟฟ์” ศิลปินและดีไซเนอร์แฟชั่นชาวเยอรมัน มองเห็นสิ่งที่ผู้คนไม่เคยนึกถึง แม้จะเดินผ่านไปผ่านมาทุกวัน และเธอสามารถนำมาสร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับความนิยม รวมทั้งสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ไอเดียที่ว่าคือ การสร้างสรรค์ลายเสื้อผ้าและกระเป๋าผ้าแบบต่างๆ จากฝาท่อระบายน้ำ แปลก แหวกแนว แตกต่าง และไม่ได้ใช้ต้นทุนมากมาย ฟรานซ์ ราฟฟ์ เริ่มต้นผลงานแฟชั่นจากฝาท่อในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งฝาท่อแต่ละชิ้นในเมืองนี้มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นงานศิลป์ที่มีความสวยงามอยู่แล้ว คนทั่วไปเดินผ่านท่อระบายน้ำเหล่านี้ แต่ ฟรานซ์ ราฟฟ์ เลือกพิมพ์ลวดลายของฝาท่อเหล่านี้บนเสื้อผ้า ตามหลักของการพิมพ์นูน โดยใช้ลูกกลิ้งทาหมึกหลากสีสันลงบนฝาท่อ แล้วนำเสื้อ หรือกระเป๋าผ้าลงไปประทับลายดังกล่าว ความชำนาญจะทำให้การทาสีหมึกลงบนฝาท่อมีความสม่ำเสมอ และสามารถกดด้วยน้ำหนักที่เท่ากัน เพื่อให้ลายปรากฏชัดเจน เคล็ดลับสำคัญของนักออกแบบรายนี้อยู่ที่การใช้หมึกท
หลายคนเชื่อว่า หากต้องการปลูกพืชไร่ ไม้ผลให้ประสบความสำเร็จ ต้องเช็กสภาพดิน น้ำ ว่ามีจุดเด่น จุดด้อย ที่ต้องปรับปรุงแก้ไขก่อนลงมือปลูกหรือไม่ สำหรับการปลูกองุ่นเชิงการค้า แค่เช็กสภาพดินและน้ำ อาจยังไม่เพียงพอ คุณแจ๊ส-รัชนีวรรณ คนหมั่น เจ้าของไร่องุ่นภูพิบูลย์ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี แนะนำว่า ควรเช็กกระแสลมด้วยว่า เป็นอุปสรรคต่อการปลูกองุ่นหรือไม่ ก่อนหน้านี้ องุ่นเขียวพันธุ์ดั้งเดิมของไทย เคยปลูกมากในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่ระยะหลังเกษตรกรเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นเกือบหมด เพราะเจอปัญหาโรคแมลงรุมเร้า รวมทั้งสภาพดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะ “กระแสลม” ที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตของต้นองุ่น คุณแจ๊ส บอกว่า พื้นที่ปลูกองุ่นในอำเภอดำเนินสะดวก มักเจอปัญหา “ลมไซฮวง” ซึ่งเป็นลมร้อนที่พัดมาจากทะเลทางตะวันตกในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ทำให้ดอกองุ่นที่กำลังบาน ร่วงลงหมด หรือต้นองุ่นมีลูกอ่อน ก็จะมีอาการผลร่วงเกลี้ยงต้น ทำให้ต้นองุ่นโทรม ปัจจุบัน พื้นที่อำเภอมวกเหล็ก ได้เปรียบในเรื่องสภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี แต่มีจุดอ่อนสำคัญคือ ปัญหาลมแรง คุณแจ๊ส ต้องลงทุนสร้างเสาร้านองุ่นให้มีความแข็งแรงคงทน โดยใช้
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพระ เลขที่ 182 หมู่ 4 ต.มะเริง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีครอบครัวหนึ่งทำอาชีพเพาะถั่วงอกแบบโบราณขาย มาเป็นระยะเวลานานเกือบ 40 ปี จนได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน. อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้เป็นศูนย์เรียนรู้อาชีพของชุมชนในปัจจุบัน นางศรีนวล แก้ววัน อายุ 46 ปี ผู้ทำอาชีพเพาะถั่วงอกแบบโบราณแห่งนี้ เปิดเผยว่า ในอดีตนั้นครอบครัวของตนเคยมีอาชีพทำไร่ ทำนามาก่อน แต่ช่วงหลังๆ มานี้ประสบกับปัญหาภัยธรรมชาติหลายอย่าง ทั้งเรื่องภัยแล้ง น้ำท่วม และราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ดังนั้นครอบครัวของตนจึงได้ตัดสินใจขายที่นาไปเกือบหมด แล้วนำเงินที่ได้มาลงทุนทำอาชีพเพาะถั่วงอกขายอย่างเดียว โดยใช้บริเวณใต้ถุนบ้านของตนเอง เป็นสถานที่เพาะถั่วงอกขาย ซึ่งช่วงแรกๆ ก็ลองผิดลองถูก ใช้หลายวิธีแต่ก็ไม่ได้ผลผลิตดีเท่าที่ควร ต่อมาได้มีคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านแนะนำว่าควรเพาะถั่วงอกในโอ่งดีกว่า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ แต่ยังไม่มีใครทำเป็นอาชีพจริงจัง ตนจึงได้เริ่มศึกษาวิธีการเพาะถั่วงอกในโอ่งขึ้นอย่างจริงจัง เมื
2-3 วันมานี้ เหี้ย ที่สวนลุมพินี นับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนให้ความสนใจ โดยมีความเห็นในเรื่องนี้ต่างๆ กันไป วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอเกาะกระแสในเรื่องนี้ ในอีกแง่มุมหนึ่ง แม้ เหี้ย จะเป็นสัตว์ที่นำมาเลี้ยงไม่ได้ ครอบครองไม่ได้ เนื่องจากเป็น สัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ปัจจุบัน ก็มีผู้ที่ขออนุญาตเลี้ยงเพื่อศึกษา ในเชิงสัตว์เศรษฐกิจ เพื่อการค้า ในการนำหนัง ไปทำกระเป๋า และรองเท้า ดังเช่นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ถึงกระนั้น แม้จะมีผู้ที่ชื่นชอบสัตว์เลื้อยคลาน อย่างตะกวด เหี้ย แต่ไม่กล้านำมาเลี้ยง เพราะไม่รู้จะเลี้ยงยังไง อีกทั้งกลัวมันกัด วันนี้มีทางเลือกมากขึ้น ด้วยสัตว์นำเข้าตัวนี้ ทีมีชื่อว่า “เตกู” โดยมีผู้นำเข้าอย่างถูกต้อง ในลักษณะสัตว์ที่เรียกว่า “เอ็กซ์โซติกเพ็ท” เตกู เป็นสัตว์เลื้อยคลาน มีถิ่นกำเนิดในทะเลทราย แถบอเมริกาใต้ มีทั้ง เตกูทอง เตกูแดง เตกูขาวดำ และบลูเตกู ปัจจุบันมีพ่อค้านำมาค้าขาย ทั้งที่ตลาดนัดจตุจักร และขายผ่านเว็บไซต์ ราคาตัวละ
วันที่ 23 ก.ย. ที่บริษัท ศรีคำรุ้ง โปรดักชั่น จำกัด แทค-ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม นักแสดงหนุ่ม ให้สัมภาษณ์อัพเดตธุรกิจรีสอร์ต “เวียงงามล้านนา วิลล่า” จ.เชียงใหม่ ว่า จะจัดแกรนด์โอเพนนิ่งวันที่ 14 พ.ย.นี้ เดือนพฤษภาคมปีหน้าจะเปิดต่ออีกเฟส ทุ่มกับที่นี่มา 1-2 ปีแล้ว บินไปกลับกรุงเทพ-เชียงใหม่บ่อยๆ ลงทุนไป 150 ล้าน รวมทั้งสองเฟส ช่วงนี้เลยทำงานหนัก ส่วนที่ลงทุนคือเงินของผมและของคุณพ่อ ใช้พื้นที่ 5 ไร่ เท่าๆสนามฟุตบอล จำนวนห้องก็ประมาณ 50-60 ห้อง แต่ตอนนี้เพิ่งเปิด 20 กว่าห้อง เมื่อถามว่าต้องปรับลุกส์ให้เป็นผู้บริหารเลยไหม แทคตอบว่า เดือนหน้าจะตัดผมแล้วครับ (ยิ้ม) หนวด เครา ทุกอย่าง เพราะหลายๆ อย่างทั้งละครและคุณพ่อบอกด้วย แต่ไม่ถึงขนาดอยากปรับลุกส์ให้ดูเป็นนักธุรกิจ ผมยังโชว์รอยสักเหมือนเดิม (หัวเราะ) ถามว่าเสียดายแนวหนุ่มเซอร์ไหม ไม่เสียดายครับ คือผมยังไงมันต้องยาวอยู่แล้ว อาจเป็นซีอีโอยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องใส่สูท ต่อข้อถามมีธุรกิจแล้วจะหาสาวมาแต่งงานด้วยเลยไหม แทคตอบว่า งานแต่งไม่ค่อยอยากจะจัดเท่าไหร่ หากมีเมียจริงๆ คือให้ท้องไปเลยครับ และตอนนี้ก็ยังไม่มีเมีย (หัวเราะ) ยังหาเมียไม่ได้ “คือถ้าจ
