รอบโลก
ชาวไทยนั้นคุ้นเคยกับอาหารเวียดนามเป็นอย่างดี บางอย่างเรากินกันจนลืมไปแล้วหรืออาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเป็นของต่างชาติ ที่ฉันกำลังจะพูดถึงนี้คือ หมูยอ ย้อนหลังไปสมัยเป็นเด็กนักเรียนจำได้ว่าเวลาใครไปใครมาเชียงใหม่จะต้องหอบหิ้วหมูยอกลับมาเป็นของฝากจนคิดว่าหมูยอนั้นเป็นอาหารประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยี่ห้อที่ฉันรู้จักตอนเด็กนั้นคือ ตราดาวที่อยู่บนถนนช้างม่อย ตอนหลังมียี่ห้อป้าย่นที่ยังโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ พอโตขึ้นมาอีกหน่อยได้เดินทางมากขึ้นก็พบว่าหมูยอในภาคอีสานนั้นมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเวียดนามเพราะติดชายแดนลาว ถัดไปอีกหน่อยก็ถึงเวียดนามแล้ว ก็อย่างที่รู้กันว่าถ้าใครไปเที่ยวประเทศลาวนั้นจะได้กินอาหารเวียดนามมากกว่าอาหารลาวเสียอีก พวกเขานิยมกินกันจริงๆ เหมือนคนไทยชอบกินก๋วยเตี๋ยวอย่างไรอย่างนั้น ในตอนนั้นฉันยังไม่รู้อยู่ดีว่าหมูยอมีต้นกำเนิดจากไหน จนมีอันต้องระเห็จไปอยู่ที่เวียดนามเสียนานหลายปี จึงเอะใจว่าหมูยอนี้น่าจะมีต้นตอมาจากที่นี่ อย่างแรกเลยก็คือชื่อ คำว่า “ยอ” นั้นน่าจะมาจากคำว่า “หย่อ” (Giò) หรือ “หย่อหลั่วะ” (Giò lụa) ที่ใช้เรียกหมูยอข
น้ำพริกป่นปลา แนมผักนึ่ง-ผักสด อาหารง่ายๆ โภชนาการครบ รสชาติอร่อย ช่วยเจริญอาหาร กลุ่มชาติพันธุ์ไทย-ลาว ที่อยู่ริมสองฝั่งโขงทั้งในประเทศไทยและประเทศลาว เรามีวัฒนธรรมร่วมกันหลายอย่างที่ยังคงสืบต่อมาจนปัจจุบัน ทั้งภาษา ศาสนา การแต่งกาย และอาหารที่แทบจะไม่ต่างกันเลย โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกินที่กินข้าวเหนียวเป็นหลักพร้อมกับกับข้าวที่ทำขึ้นง่ายๆ จากวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นตามฤดูกาล กินผักกินปลาแม่น้ำโขงเป็นหลัก น้ำพริกหรือเครื่องจิ้มชนิดหนึ่งที่แพร่หลายอย่างมากคือ ป่นปลา ซึ่งพบว่าชาวลาวนี้กินกันมานาน ดังปรากฏอยู่ในบันทึกของเพียสิง จะเลินสิน ที่ได้จดบันทึกตำรับอาหารพระราชวังหลวงพระบางที่เขาได้คลุกคลีอยู่ในห้องเครื่องในวังหลวง ก่อนที่จะถึงแก่อนิจกรรมใน ค.ศ.1967 ในสมุดจดเล่มนั้นได้กล่าวถึง ป่นปาเลิม (ปลาเลิม) ซึ่งหมายถึงปลาเทพา อันเป็นปลาหนังจำพวกหนึ่งที่มีมากในแม่น้ำโขง เขาบอกถึงวิธีทำว่านำชิ้นปลาไปต้มกับเกลือหรือน้ำปลา มีหอม กระเทียม พริกสด และมะเขือเปราะอ่อนนำไปหมกไฟให้สุกเรียกว่าเครื่องหอม แล้วจึงตำให้เข้ากันกับเนื้อปลา เติมน้ำต้มปลาให้พอข้น ปรุงรสด้วยน้ำปลา โรยต้นหอม ผักชี และใบมะก
ล้ำแค่ไหนมาดูกัน เปิดเทรนด์ แฟชั่นหน้ากาก จากต่างประเทศ ไอเท็มยุคนี้ ตอนนี้สังคมเรากลายเป็น สังคมที่ “ใส่หน้ากาก” เข้าหากันอย่างเต็มตัว และดูท่าว่า “หน้ากาก” น่าจะเป็นอาภรณ์ที่อยู่คู่หน้าของคนทั่วโลกไปอีกนาน อย่างน้อยก็จนกว่าการพัฒนาวัคซีนที่ใช้รักษาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ เชื้อไวรัสโควิด-19 จะประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานเป็นเดือนๆ หรือเป็นปีๆ ระหว่างนี้เท่ากับว่า “หน้ากาก” กลายเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ต่างจากเสื้อผ้า ที่ผู้คนต้องใส่ทุกวันเวลาออกจากบ้าน แล้วกลายเป็น “เทรนด์แฟชั่น” ไปแล้วอย่างรวดเร็ว กลายเป็นสินค้าที่ดีไซเนอร์ทั่วทุกมุมโลก ต่างดีไซน์ออกมาป้อนตลาด เพราะต่างรู้ดีว่า ไม่ว่ายังไง มนุษย์เราก็ยังอยากดูดี ต่อให้ต้องใส่หน้ากาก เห็นกันแค่ “ครึ่งหน้า” แต่ข้าก็ต้องเป๊ะ ว่าแล้ว วันนี้เราลองมาดูกันหน่อยว่า ที่ผ่านมามีใครทำหน้ากากแฟชั่นแบบไหนออกมากันแล้วบ้าง เริ่มที่ประเทศเวียดนาม มีดีไซเนอร์ในกรุงฮานอย ชื่อ Do Quyen Hoa ทำหน้ากากผ้าแฮนด์เมด ปักลายหวานๆ สวยงามด้วยมือ หลายแบบ ออกมาให้สาวๆ มีหน้ากากสวยๆ ได้ใส่กัน มีทั้งลวดลายดอกไม้ สัตว์ แมลง ขายในราคา 21 ดอลลาร์ หรือราว 6
หลอดเส้นพาสต้า ไร้กลิ่นไร้รส เทรนด์ใหม่ทดแทนพลาสติก ย่อยสลายในไม่กี่วัน หลอดเส้นพาสต้า – ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน ผู้คนทั่วโลกต่างหันมาให้ความสนใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น มีการสร้างกระแสลดใช้พลาสติกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นถุงผ้า แก้ว-กระบอกน้ำ และหลอดทางเลือก ที่มีให้เห็นมากมายในปัจจุบัน เพจ Environman ได้แชร์เรื่องราวของบาร์ในประเทศอิตาลี ที่เริ่มมีการหันมาใช้ “หลอดเส้นพาสต้า” แทนหลอดพลาสติก มีคุณสมบัติใช้ง่ายและผู้บริโภคก็สามารถช่วยโลกได้ ซึ่งเจ้าหลอดนี้คิดค้นโดยบริษัท Stroodles หลอดชนิดนี้ก็เป็น Vegan และสามารถกินได้เพราะมันทำมาจากน้ำและข้าวสาลีดูรัม (Durum Wheat) 100% ที่สำคัญคือ ไม่มีรสชาติ เข้ากับเมนูเครื่องดื่มทุกชนิด แต่ต้องเป็นเครื่องดื่มเย็นเท่านั้น เพราะเครื่องดื่มร้อนอาจทำให้หลอดละลายได้ แล้วลูกค้าอาจจะได้พาสต้ามากินแทน หลอด Stroodles ใช้เวลาย่อยสลายได้แค่ภายในไม่กี่วัน และไม่ต้องใช้กรรมวิธีใดมาช่วย แตกต่างจากหลอดกระดาษทั่วไป ที่อาจใช้เวลาย่อยสลายกว่า 60 วัน หรือนานกว่านั้น ปัจจุบัน Eco-cycle ซึ่งเป็นบริษัทรีไซเคิลไม่แสวงหากำไรรายใหญ่ของอเมริกา ชี้ให้เห็นว่
“คุตซินตา” ขนมถ้วยฟิลิปปินส์ สีสันน่ากิน ทำขายน่าจะดี คอลัมน์ อาเซียน คุตซินตา – ขนมอีกชนิดจากฟิลิปปินส์ เพื่อนบ้านอาเซียนที่ละม้ายคล้ายขนมถ้วยไทย คือ “คุตซินตา” ต่างกันตรงที่ขนมถ้วยไทยจะมี 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นส่วนผสมของแป้ง ชั้นบนมีส่วนผสมหน้ากะทิ สำหรับคุตซินตาทำจากแป้งข้าวเจ้า แป้งอเนกประสงค์ และน้ำตาลทรายแดง นำมาใส่ลงในชามผสม คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ระหว่างผสมเติมน้ำเปล่าสะอาดทีละน้อยจนแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ขั้นตอนต่อไปเติมน้ำก๋านโสยซึ่งนิยมใช้นวดผสมกับแป้งข้าวสาลีเพื่อทำบะหมี่เหลือง แผ่นเกี๊ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และใช้ทำปลาหมึกกรอบ ตามด้วยน้ำเมล็ดแอนแนตโทที่ให้สีเหลืองอมส้มหรือส้มแก่ออกโทนน้ำตาลแล้วแต่จำนวนที่ใส่ เทแป้งที่คนเข้ากันดีลงในพิมพ์คล้ายถ้วยตะไล นำไปนึ่ง 35-40 นาที พักให้เย็น โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดฝอย เผยแพร่ครั้งแรก วันพฤหัสที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2562
โควิด-19 ทำยอดขายจักรยานในบังกลาเทศพุ่งกระฉูด หลังคนไม่ไว้ใจขนส่งสาธารณะ การสัญจรในกรุงธากา นครหลวงของบังกลาเทศ เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากมีการประกาศ “ยกเลิกล็อกดาวน์” ไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่การกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ครั้งนี้ ชาวกรุงธากา พบว่า การขี่จักรยาน น่าจะเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด ในช่วงที่วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่สงบ สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า จากเดิมที่รถสามล้อตุ๊กๆ และรถเมล์ที่แออัดไปด้วยผู้โดยสาร คือบริการขนส่งสาธารณะที่ชาวกรุงธากาใช้ แต่ตอนนี้ทั้งรถเมล์ และรถสามล้อตุ๊กๆ กลายเป็นขนส่งสาธารณะที่คนส่วนใหญ่ยังรู้สึกกลัว เนื่องจากรักษาระยะห่างทางสังคมลำบาก เลยกลายเป็นว่า มีคนหันมาใช้จักรยานกันมากขึ้น เพราะรู้สึกมั่นใจ สบายใจมากกว่า จากข้อมูลของ Dhaka’s Bangshal Bike Bazar ที่รวมร้านขายจักรยานอยู่ราว 150 ร้าน พบว่า การปั่นจักรยานไปทำงานหรือไปโรงเรียน กลายเป็น “นิวนอร์มอล” หรือ “วิถีชีวิตใหม่” ของผู้คนในนครหลวงแห่งนี้ “ยอดขายจักรยานเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ตอนนี้คนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการโดยสารรถเมล์ รถแท็กซี่ รถสามล้อไฟฟ้า และหันม
ธุรกิจหลัง “โควิด-19” ถึงกลับมาได้ใหม่ แต่ไม่มีทาง…เหมือนเดิม “โควิด-19” ได้สร้าง “ความปกติรูปแบบใหม่” (New Normal) ให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ แม้หลายสิ่งจะกลับมาใหม่ แต่ก็จะไม่มีทางเหมือนเดิม ร้านอาหารเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องปรับตัวอย่างมากหลังยุคโควิด ลูกค้าจำนวนไม่น้อยยังอยากสังสรรค์ แต่ก็อยากเว้นระยะห่างไปอีกสักพัก จะทำอย่างไรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการแบบคู่ขนานนี้ “มีเดียเมติก อีเทน” ร้านอาหารในกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ผุดไอเดีย “กินข้าวในห้องกระจก” เอาใจลูกค้าที่อยากสังสรรค์กลุ่มเล็กๆ และอยากมีพื้นที่ส่วนตัว ไม่ปะปนกับคนอื่นๆ ห้องกระจกของทางร้านรองรับลูกค้าได้ 2-3 คน พร้อมเสิร์ฟเมนูมังสวิรัติ 4 คอร์ส ท่ามกลางวิวแม่น้ำ พนักงานของร้านจะสวมถุงมือและเฟซชีลด์แบบใส และใช้ถาดที่มีด้ามยาวในการเสิร์ฟอาหาร จะได้เลี่ยงการสัมผัสกับลูกค้า บริการห้องกระจกส่วนตัวนี้ยังอยู่ในขั้นทดลองกับครอบครัวและเพื่อนของพนักงาน แต่ก็มีลูกค้าจองคิวผ่านเว็บไซต์จนเต็มไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนแล้ว สะท้อนความสนใจของลูกค้าที่มีต่อโมเดลร้านอาหารแบบใหม่ ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น เป็นอีกธุรกิจที่เริ่มปรับตัวแล้ว โดย “
เคยกินยัง “อาลัว ทุเรียนไข่ระเบิด” ของดีเมืองสุราษฎร์ ขายดีไม่หวั่นโควิด อาลัว เป็นขนมหวานที่ทำจากแป้ง มีกลิ่นหอมหวาน มักทำเป็นอันเล็กๆ หลายๆ สี ขนมอาลัวมีต้นกำเนิดมาจากประเทศโปรตุเกส ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยครั้งแรก โดยคุณท้าวทองกีบม้า โดยอาลัวแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ อาลัวชาววัง และ อาลัวจิ๋ว โดยอาลัวชาววังมีขนาดใหญ่กว่า และมีส่วนผสมของกะทิมากกว่าอาลัวจิ๋ว แต่อาลัวที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพูดถึงในวันนี้ ไม่ใช่อาลัวที่เราเคยเห็นกันทั่วๆ ไป แต่เป็น อาลัว ทุเรียนไข่ระเบิด ของ คุณนิช-กนกกร สุวรรณ วัย 34 ปี เจ้าของร้าน อาลัว ทุเรียนไข่ระเบิด ของแท้ ต้นตำรับแม่นิช โดยเธอให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับที่มาที่ไป กว่าจะมาเป็นเจ้าอาลัวชื่อไม่คุ้นหู หน้าตาแปลกใหม่นี้ว่า เดิมที คุณนิชเป็นแม่ค้าขายขนมหวานไทย ตามตลาดนัดทั่วไป จนเมื่อเธอมีลูกน้อยที่ต้องดูแล จึงเริ่มหันมาคิดว่า จะทำอะไรขายดี เพื่อที่จะสามารถเลี้ยงดูลูกอ่อนไปได้ด้วย ด้วยความที่มีวิชาการทำขนมหวาน จึงตัดสินใจทำอาลัวแบบบีบ และทำขนมตามออร์เดอร์ อย่างขนมสำหรับจัดเบรกอยู่ที่บ้าน ไปพร้อมๆ กับเลี้ยงลูกไปด้วย ประกอบกับช่ว
ไม่ได้ฮิตแค่ไทย! “ร้านต้นไม้ในอเมริกา” ยอดขายพุ่ง สวนกระแสธุรกิจอื่น ช่วงกักตัวอยู่บ้าน เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายคนได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง อยู่กับครอบครัว และอยู่กับ “ต้นไม้” มากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจขายต้นไม้ ธุรกิจจัดสวนทั้งแบบเอาต์ดอร์, อินดอร์ นอกจากไม่ล้มตายเหมือนธุรกิจหลายประเภท ยังเติบโต ทำรายได้ดีอย่างไม่คาดฝัน และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ได้ทำให้ร้าน Plantz ของ สตีฟ สแตนฟอร์ด ในแทมป้า เบย์ รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ที่เปิดมา 10 ปี เจอพิษโควิด-19 กระทั่งคิดว่าจะต้องปิดกิจการ ไม่เพียงพลิกฟื้นอยู่ต่อได้ แต่ยังขายดีกว่าเดิมด้วย สตีฟ สแตนฟอร์ด ประธานและเจ้าของ Plantz ซึ่งขายต้นไม้ระดับไฮเอนด์ ให้แก่บริษัท ห้างร้านต่างๆ เล่าว่า “ธุรกิจของเราส่วนใหญ่ มีลูกค้าเป็นบริษัท โรงแรม และโรงพยาบาล ตึกอาคารพาณิชย์ในย่านแทมป้า เบย์ ซึ่งมาตรการกักตัวได้ส่งผลอย่างรุนแรงต่อธุรกิจ เพราะลูกค้ารายใหญ่ของผมต่างหยุดซื้อ ความคิดที่ว่าผมอาจต้องปิดธุรกิจมันน่ากลัวมาก” สตีฟ เล่าว่า เขาคิดวนอยู่กับความคิดที่บั่นทอนจิตใจนั้น กระทั่งต่อมาเขาได้เห็นยอดขายออนไลน์ในเดือนเมษายน ที่
ความบันเทิงยุคโควิด-19! คาราโอเกะ แบบ #New Normal โควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งผู้บริโภคและเจ้าของธุรกิจต่างต้องปรับตัวรับความปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) ที่ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นแบบไหน “คาราโอเกะ” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนัก เพราะเป็นสถานที่ที่มักรองรับผู้คนจำนวนมาก และต้องมีมาตรการลดความเสี่ยง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า สำนักข่าวเกียวโด หยิบยกการปรับตัวของผู้ประกอบการคาราโอเกะในญี่ปุ่น หลังทางการไฟเขียวให้กลับมาดำเนินธุรกิจได้ “คาราโอเกะ มาเนคิเนโกะ” ใกล้สถานีชินจูกุ ใช้เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เช็กลูกค้าทุกคน จะได้แน่ใจว่าไม่มีผู้ที่เป็นไข้สูงเข้าใช้บริการ นอกจากนี้ ลูกค้าจะต้องร้องเพลงด้วยไมโครโฟนที่มีผ้าครอบ พร้อมกรอบพลาสติกกันน้ำลาย พร้อมทั้งมีถุงมือเตรียมไว้สำหรับลูกค้าที่ต้องการสวม ลูกค้าหญิงวัย 18 ปี ที่มาร้องเพลงกับเพื่อน บอกว่า เธอได้มาคาราโอเกะครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ซึ่งเธอรู้สึกมีความสุขมากๆ ส่วนนักศึกษามหาวิทยาลัย วัย 21 ปี มองว่า มาตรการรับมือไวรัสมีความเหมาะสมและรับผิดชอบ ทำให้เขาใช้บริการได้อย่างสบายใจ คาราโอเกะในญี่ปุ่น ต้อง
