รอบโลก
แปลกกว่านี้มีอีกมั้ย! ช่างตัดผมในปากีสถาน ใช้มีดปังตอ เขียง ค้อน ตัดผมลูกค้า จะมีร้านตัดผมที่ไหนเรียกเสียงร้อง “ว้าววว” ได้มากกว่านี้อีกไหม เพราะแค่ “อุปกรณ์” ที่ใช้ตัดผม ก็เรียกเสียงร้องว้าว ร้องว้าย ได้กินขาด เพราะอุปกรณ์เกือบทุกชิ้น แทบจะไม่ใช่เครื่องไม้เครื่องมือที่ช่างตัดผมร้านไหนเขาใช้กัน อาจจะมีแค่ร้านตัดผมของ นายอาลี อับบาส ในเมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน ร้านเดียวก็ได้ ที่ใช้ มีดปังตอ เขียงไม้ ค้อน เศษแก้ว เครื่องพ่นไฟ เป็นเครื่องมือเนรมิตทรงผมสวยๆ หล่อๆ ให้ลูกค้า ร้านตัดผมของนายอับบาส มีความแปลก และโดดเด่นกว่าชาวบ้าน กระทั่งกลายเป็นข่าวในเอเอฟพีที่ตามไปสัมภาษณ์ และเก็บภาพระหว่างนายอับบาสใช้เครื่องมือดังกล่าวเหล่านั้นมาให้บริการลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตัวต้องพยายามฝึกฝนฝีมือมาอย่างดี หลายคนอาจคิดว่า เป็นเพราะสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ที่ทำให้อับบาส ต้องดิ้นรน สร้างความแปลกเพื่อความอยู่รอด แต่เปล่าเลย อับบาส เล่าว่า เขาเริ่มตัดผมสไตล์แบบนี้ โดยใช้อุปกรณ์แปลกๆ เหล่านี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 “ผมคิดว่า ผมน่าจะทำอะไรที่แตกต่างจะได้ดึ
รายได้ไม่มี สนองนี้ดล้วนๆ หนุ่ม 22 ตามรอยไอดอล ผุดบริการ เช่าตัวเองไปทำอะไรก็ได้เป็นเพื่อนคุณ หากใครยังจำกันได้ ที่ประเทศญี่ปุ่น มีหนุ่มหัวใสคนหนึ่ง ผุดบริการ คนที่ไม่ได้เช่า หรือบริการคนที่ไม่ทำอะไรเลย ให้คนอื่นเช่าตัวเขาเอง อาจจะให้ไปนั่งทานข้าวเป็นเพื่อนหรือคอยรับฟังคนระบายทุกข์ เป็นต้น ซึ่งบริการดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยหนุ่มคนดังกล่าวเป็นชาวโตเกียว ที่ชื่อว่า โชจิ โมริโมโตะ วัย 37 ปี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ไม่ได้คุยกับคุณโชจิ โมริโมโตะ แต่ได้คุยกับ คุณลีโอ-ภูรินท์ ดอนสี วัย 22 ปี เจ้าของเพจ เดี๋ยวไปเป็นเพื่อนละกัน ชายหนุ่มผู้ที่ได้แรงบันดาลใจและยึดเอาคุณโชจิ โมริโมโตะ เป็นบุคคลต้นแบบนั่นเอง คุณลีโอ เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้เขาเป็นนักศึกษาสาขาภาพยนตร์ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ด้วยความเป็นคนชอบคิดชอบเขียนบท อีกทั้งชื่นชอบ คุณโชจิ โมริโมโตะ เป็นการส่วนตัว วันดีคืนดีเกิดไอเดีย อยากเล่าเรื่องด้วยภาพและแคปชั่น จึงทำเพจในคอนเซ็ปต์ ใดๆ คือคอนเทนต์ จึงเกิดเป็นที่มาของการ จ้างทิพย์ (ทิพย์ ศัพท์วัยรุ่น ถูกใช้เรียกสำหรับอะไรก็ตามที่ไม่มีจริง แต่เรามโนหรือจินตนาการขึ้นมาเอง เช่น จ้างทิพย์
ร้านในมาเลเซีย “ดิ้นสู้โควิด” เปลี่ยนจากกินข้าวในร้าน มานั่งกินข้าวในรถ (ก็ได้) วินาทีนี้ใครที่ “คิดได้-คิดแปลก” และคิดแบบที่สามารถนำไปปรับใช้จริงได้ ย่อม “ได้เปรียบ” และ “ได้เงิน” แน่นอน ดูอย่างร้านอาหารในเมืองไซเบอร์จายา มาเลเซีย ที่เจอพิษโควิด-19 จนทำให้ขาดรายได้จากการขายอาหารแก่ลูกค้าเข้ามานั่งกินในร้านลดฮวบ โดยรายได้ตอนนี้ เหลือแต่หารายได้จากการขายอาหารแบบ เทก อะเวย์ หรือซื้อกลับไปกินนอกร้านเท่านั้น ทำให้ เลียว คิม งัน เจ้าของร้าน ปาตี เฮ้าส์ ต้องพยายามคิดหาทางออก จนกระทั่งในที่สุด ก็มาเจอรูปแบบการขายอาหารที่เชื่อว่าน่าจะยังไม่มีใครทำ นั่นก็คือ การขายอาหารให้ลูกค้าสามารถนั่งกินในรถของตัวเองได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณเลียว เล่าให้ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์สฟังว่า พิษโควิด-19 ทำให้รายได้ของร้านลดฮวบไปถึง 80 เปอร์เซ็นต์ “มันจึงเป็นความท้าทายมากๆ ที่เราต้องพยายามคิดหาวิธีใหม่ในการหารายได้” คุณเลียว เล่าว่า เขาได้ไอเดียนี้ จากวิธีเสิร์ฟอาหารบนเครื่องบิน จึงลองนำมาปรับใช้ ด้วยการสั่งทำถาดใส่อาหารที่มีขนาดพอดีระหว่างตัวคนขับรถ กับพวงมาลัยรถ เมื่อลูกค้าต้องการเข้า
ญี่ปุ่นทำ Pajamas Suit ชุดทำงานใส่สบายเหมือนชุดนอน สนองนี้ด คนทำงานที่บ้าน ทุกวิกฤต ทำให้เกิดไอเดีย ความคิดใหม่ๆ ออกมาเสมอ ยิ่งวิกฤตครั้งใหญ่ของโลกอย่าง วิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มีผู้คนคิดค้นไอเดียการทำธุรกิจใหม่ๆ ผุดขึ้นมามากมาย เพื่อความอยู่รอด หรือกอบโกยรายได้ในช่วงวิกฤต ล่าสุดที่ญี่ปุ่น ก็มีบริษัททำเสื้อผ้า ปิ๊งไอเดียทำชุดเสื้อผ้าที่เหมาะสำหรับใส่ทำงานอยู่บ้านออกมาให้เลือกซื้อกันแล้ว รอยเตอร์ส รายงานว่า ผลงานแฟชั่นทันสมัย เข้ากับยุคโควิด-19 ที่ว่านี้ เป็นผลงานของ บริษัท โอกิ โฮลดิ้งส์ (Aoki Holdings) บริษัทค้าปลีกของญี่ปุ่น ที่ปิ๊งไอเดียทำ “ชุดพาจามา สูท (Pajamas Suit)” ออกมาวางขายเมื่อกลางเดือนธันวาคม เพื่อเอาใจกลุ่มคนทำงานเวิร์กฟรอมโฮม ในยุคโควิด-19 ที่ทำให้บรรดานายจ้าง บริษัทห้างร้านต่างๆ ต้องปรับตัวหันมาใช้วิธีให้พนักงานทำงานจากที่บ้านกัน และกลายเป็นที่มาของความต้องการชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่แล้วให้ความรู้สึกสบายตัวเหมือน “ชุดนอน” แต่ขณะเดียวกัน ก็ให้ความรู้สึกเป็นทางการเหมือน “ชุดทำงาน” แต่ไม่ใช่ชุดแฟชั่นจ๋า เพื่อเอาไว้สวมใส่เวลาที่อาจต้องมีการประชุม หร
อย่างเหมือน! ศิลปินบราซิล เพ้นต์หน้ากากหน้าคน เนียนเป๊ะ ทั้งสีผิว รูปปาก ขณะที่หน้ากากผ้า ยังคงเป็น “ของคู่หน้า” ที่ต้องใส่กันอยู่ทุกวัน จนกลายเป็น “แฟชั่น” ไปแล้ว ล่าสุดที่ประเทศบราซิลก็มีศิลปินสูงวัยชื่อ ฮอร์เก้ โรริซ วัย 65 ปี ที่เคยทำมาหากิน กับการออกแบบเครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย ที่ใช้ในงานเทศกาลคาร์นิวัล ในนครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล แต่ตอนนี้ต้องหยุดพักไปเพราะการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้งานเทศกาลต่างๆ ถูกระงับไปหมด แต่ฮอร์เก้ ก็ยังมองเห็นช่องทางทำมาหากินที่ใครอื่นยังมองไม่เห็น นั่นก็คือ เพ้นต์หน้ากากผ้าสำหรับคนที่ต้องการอวดใบหน้าของตัวเอง ไม่ต้องการถูกหน้ากากปกปิดใบหน้าท่อนล่างไว้ ศิลปินสูงวัย ผู้ใช้ฝีมือทางศิลปะหาเลี้ยงตัวมานาน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ขณะใส่หน้ากากรูปใบหน้าของตัวเองว่า “ผมใส่หน้ากากผ้านี้ ก็เพราะไม่ต้องการสูญเสียอัตลักษณ์ของตัวเอง” ฮอร์เก้ เล่าถึงการทำงานว่า เขาจะใช้หน้ากากผ้าสีขาว จากนั้นก็ลงมือวาดใบหน้าครึ่งล่างของลูกค้าแต่ละราย โดยให้ความสนใจกับรายละเอียดเรื่องสีผิว และรูปฝีปากเป็นสำคัญ ด้วยความโดดเด่น แตกต่างจากหน้ากากผ้าของเจ้าอื่น ทำ
ไม่ใช่เรื่อง มดเท็จ สิงคโปร์มีร้านขายมดเป็น สัตว์เลี้ยง ร้านแรกแล้วนะ เมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยง เรามักจะนึกถึง สุนัข แมว หรือ กระต่าย หรือ หนูแฮมสเตอร์ แต่ “มด” คงไม่มีใครกล้าคิดว่าจะนำมาเป็น สัตว์เลี้ยง ได้ แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ย่อมมี “คนคิดต่าง” เสมอ เรื่องเลี้ยงมดก็เช่นกัน ที่สิงคโปร์ ก็มี จอห์น ยี วัย 41 ปี ที่เกิดความรู้สึกทึ่ง และลุ่มหลงเสน่ห์ของมดตัวเล็ก ตัวน้อย ถึงขนาดยอมลาออกจากงานประจำพนักงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ออกมาเปิดร้านจัสต์ แอ๊นต์ (Just Ants) ร้านขายมด และอุปกรณ์เลี้ยงมดอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และเป็นร้านแรกในสิงคโปร์ตั้งแต่ต้นปี 2563 ยี เล่าว่า ตัวเขาเองเกิดความรักในมด หลังจากได้ดูหนังสารคดีเกี่ยวกับมดในช่องยูทูบของแคนาดา ที่ทำให้เขาได้รู้จักมดหลากหลายพันธุ์ และยังได้เรียนรู้อะไรมากมายจากมดตัวจิ๋ว ที่ยี บอกว่า “เราสามารถเรียนรู้บทเรียนชีวิตหลายอย่างจากมดเหล่านี้ ได้เห็นถึงความบากบั่น พยายามของพวกมันที่จะมีชีวิตรอดในป่า มันเป็นการเปิดมุมมองใหม่ครั้งใหญ่ให้กับผมเลยล่ะ” หลังจากนำไอเดียไปปรึกษากับภรรยา จนมั่นใจว่าที่สิงคโปร์ยังไม่มีร้านขายมด และอุปกรณ์เลี้
กระดาษวาชิ บางเฉียบเหมือนปีกแมลงเม่า คนญี่ปุ่นใช้รักษาของโบราณอายุ 800 ปี จากครั้งหนึ่งที่ “กระดาษวาชิ” มีความใกล้ชิดกับวิถีชีวิตคนญี่ปุ่น ชนิดพูดได้ว่า แทบจะขาดกันไม่ได้ เนื่องจากกระดาษซึ่งมีเนื้อบางเฉียบราวกับหนังกำพร้าของมนุษย์ และเหนียว ทนทานมาก ได้ถูกนำไปใช้ประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้หลายอย่าง ตั้งแต่ใช้เขียนหนังสือ วาดรูป ทำโคมไฟ ร่ม และบานประตูเลื่อนที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น แต่เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมจากชาติตะวันตกมากขึ้น ทำให้ความต้องการใช้กระดาษวาชิ ซึ่งมีอายุเก่าแก่มากว่า 1,300 ปี และได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ลดฮวบลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่ทว่าตอนนี้ ที่โรงงานเล็กๆ ชื่อว่า “ชินเซ” ในเมืองฮิดากะ จังหวัดโคจิ ห่างจากกรุงโตเกียวไป 640 กิโลเมตร นายฮิโรโยชิ ชินเซ ทายาทรุ่นที่ 4 ของผู้ผลิตกระดาษวาชิ กำลังหาวิธีทำให้กระดาษที่ทรงคุณค่าของญี่ปุ่นกลับมาเป็นที่ต้องการอีกครั้งทั้งในบ้านและในต่างประเทศ ด้วยลักษณะการนำไปใช้งานที่พิเศษเฉพาะทางจริงๆ โดยที่ผ่านมากระดาษวาชิ จากโรงงานของฮิโรโยชิ ซึ่งได้ชื่อว่า
ความพิการไม่ใช่อุปสรรค! “สาวไร้แขน” ใช้ “เท้าทั้งสอง” ออกแบบเสื้อผ้าขาย เท้า อาจฟังดูเป็น “ของต่ำ” แต่ที่จริงแล้ว เท้าก็คืออวัยวะที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอวัยวะอื่นใดในร่างกาย ยิ่งสำหรับผู้หญิงที่เกิดมาพิการไร้แขนทั้ง 2 ข้างอย่าง “เอเดรียน่า เมเซียส” ด้วยแล้วล่ะก็ “เท้าทั้งสอง” ยิ่งมีความสำคัญเปรียบดั่งทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เพราะเธอต้องใช้เท้าทั้งสองทำทุกอย่างต่างมือ ไม่ว่าจะจับช้อนตักอาหารเข้าปาก หยิบจับสิ่งของ หรือแม้แต่ตัดเย็บทำชุดเสื้อผ้าแฟชั่นออกขาย เมเซียส หญิงเม็กซิกันวัย 41 ปี เล่าว่า ดีไซเนอร์ไม่ใช่อาชีพที่อยู่ในความคิดของเธอเลย ที่จริงเธอตั้งใจอยากเป็นทนายความ หลังจากเรียนจบคณะนิติศาสตร์ เธอเคยไปสมัครงานตามสำนักงานทนายความหลายแห่ง แต่ไม่มีสักที่ ที่สนใจอยากจ้าง หญิงพิการที่ไม่มีแขนทั้ง 2 ข้าง เธอจึงหันเหตัวเองมาทำงานเป็นนักเขียน นักเขียนบทละคร เป็นนักพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ กระทั่งตอนนี้เธอหันมาเอาดีด้านดีไซน์เสื้อผ้า และมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองออกมาวางขายเมื่อช่วงกลางปี 2562 ซึ่งเธอทำแทบทุกอย่างด้วย “เท้าทั้งสอง” ของเธอ เมเซียสเปิดตัวคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าของเธอครั้งแ
ไอเดียเข้าท่า “ผ่อนโลง 0%” ไม่มีขั้นต่ำ กี่เดือนก็ได้ ราคานี้ไม่ต้องพะวงเรื่องเงิน เป็นที่ฮือฮากันอย่างมากในโลกโซเชียล หลังจากที่ เพจ ร้านเฮียเล้ง หีบศพ หน้าวัดทวีการะอนันต์ ได้โพสต์วิดีโอเกี่ยวกับการขายโลงศพรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นไอเดียแปลก เน้นความฮา แหวกภาพบรรยากาศเดิมที่ให้ความรู้สึกน่ากลัวปนหลอนประสาท โดยวิดีโอได้รับความสนใจจากชาวโซเชียลเป็นอย่างมาก เพราะเพียงข้ามคืน ก็มียอดเข้าชมทะลุ 4 ล้านวิวกันเลยทีเดียว! “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยกับ เฮียเล้ง – อภิชาติ อยู่เกตุ วัย 34 ปี เจ้าของร้าน เฮียเล้ง หีบศพ หน้าวัดทวีการะอนันต์ เกี่ยวกับที่มาที่ไปคลิปดังกล่าว โดยเขาให้สัมภาษณ์ว่า ตนนั้นเปิดร้านขายหีบศพมาได้ 4 ปีแล้ว แต่กว่าจะมาเป็นเฮียเล้ง หีบศพ ได้อย่างทุกวันนี้ เขาเคยทำงานเป็นสัปเหร่อมาตั้งแต่อายุ 14 ปี จวบจนอายุเข้าเลข 2 ก็หันไปทำอาชีพเกี่ยวกับร้านพรีเวดดิ้งอยู่นานจนถึงจุดอิ่มตัว ก็หันมาทำกิจการโลงศพแทน “เราเคยทำงานเกี่ยวกับความตายมาตั้งแต่อายุน้อยๆ พอโตขึ้นก็เปลี่ยนไปทำงานพรีเวดดิ้ง ซึ่งช่วงนั้นเป็นอาชีพที่กำลังบูมมาก แต่คู่แข่งเยอะ แข่งข
สีสันงานบวช! เหรียญโปรยทานแฟนซี ลายโดราเอมอน เคเอฟซี พับมือระวิงเดือนละ 6 หมื่นชิ้น เป็นที่คุ้นเคยกันดีสำหรับประเพณีงานบุญของไทยอย่างงานอุปสมบทที่ต้องมีธรรมเนียมการโปรยทาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนยึดถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน การโปรยทานของนาคก่อนเข้าโบสถ์นั้นเป็นคติธรรมทางพุทธศาสนา ถือเป็นการแสดงว่าต่อจากนี้ไปนาคได้สละสมบัติทุกอย่างแล้ว เพื่อดำเนินชีวิตตามแบบอย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง จากประเพณีอันดีงาม ได้ต่อยอดเป็นธุรกิจพับเหรียญโปรยทานรูปแบบแปลกใหม่ คุณเมย์ – ขนิษฐา เหลืองทอง สาวลพบุรีเจ้าของเพจร้าน “รับพับเหรียญโปรยทานน่ารักราคาถูก” คุณเมย์เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของการพับเหรียญโปรยทานว่า มีน้องที่รู้จักกันว่าจ้างให้ช่วยพับริบบิ้นเพื่อนำไปใช้ทำบุญ เธอจึงซื้อริบบิ้นมาจำนวนหนึ่ง และศึกษาวิธีการทำผ่านคลิปวิดีโอในเว็บไซต์ยูทูบ เบื้องต้นเริ่มจากการพับแบบง่ายๆ จนเกิดความคิดนำไปโพสต์ขายในกลุ่มงานเหรียญ ในช่วงแรกขายได้ยากมาก เพราะเป็นอะไรที่ใหม่ และไม่เป็นที่ต้องการในตลาดมากนัก แต่พอนานเข้าเริ่มมีคนสนใจเพิ่มขึ้น เมื่อกระแสตอบรับดีเป็นที่น่าพึงพอใจ จึงได้ต่อยอดให้กับธุรกิจนี้ด้วยกา
