รอบโลก
ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ บรรดาคนรุ่นใหม่ในเมืองกุ้ยหยาง เมืองเอกของมณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ต่างนิยมใช้ชีวิตตามวิถี “กาแฟยามกลางวัน สังสรรค์สุรายามค่ำคืน” (Coffee by Day, Beer by Night) วัฒนธรรมนี้ได้กลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่สร้างสีสันให้กับบรรยากาศวันหยุดของเมือง และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจการบริโภค โดยร้านกาแฟท้องถิ่นอย่างร้าน “กัปตัน จอร์จ” (Captain George) มีลูกค้าเข้าใช้บริการอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่เช้าตรู่ เหล่านักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่เดินทางมาจากกรุงปักกิ่งต่างประทับใจในคุณภาพที่เหนือระดับของวงการกาแฟในกุ้ยหยาง ผู้ก่อตั้งคาเฟ่แห่งหนึ่งของกุ้ยหยางยังได้รับรางวัลการแข่งขันดริปกาแฟชิงแชมป์โลก (World Brewers Cup) ประจำปี 2025 อีกทั้งร้านกาแฟต่างๆ ยังมีการนำนวัตกรรมมาผสมผสานกับวัตถุดิบพื้นเมือง อาทิ ผลกุหลาบป่า (Roxburgh Rose) และผักคาวตอง ซึ่งได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมสูง แม้ว่ากุ้ยหยางจะไม่ได้ผลิตเมล็ดกาแฟเอง ทว่ากลับมีคาเฟ่มากกว่า 3,000 แห่ง และมีบุคลากรดีกรีแชมป์ระดับประเทศและระดับสากลทั้งด้านการคั่วและการชงกาแฟมากกว่า 10 ราย ขณะท
ในช่วงเวลาที่โรคระบาดโควิด-19 กำลังแพร่กระจาย ผู้ประกอบการทั่วโลกต่างหาทางรอดจากสมรภูมินี้กันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการไทย หรือผู้ประกอบการในต่างประเทศ ซึ่งหลายๆ คน อาจไม่ได้มองสถานการณ์นี้ว่า “วิกฤต” แต่มองว่านี่อาจเป็น “โอกาส” ของธุรกิจก็ย่อมได้ เรื่องราวของ นิคกี้ ซีแมน หญิงสาววัย 29 ปี จากแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้ตนจะเผชิญกับวิกฤต แต่ก็ก้าวข้ามผ่านและได้พลิกวิกฤตช่วงโควิด-19 ให้เป็นโอกาสทอง สร้างแบรนด์มะกอก Freestyle Snacks ที่ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาให้คนรักมะกอก แต่ยังสร้างยอดขายถล่มทลาย และเปลี่ยนใจคนที่ไม่ชอบมะกอก ให้หันมาหลงรัก จุดเริ่มต้นจากช่วงล็อกดาวน์ ก่อนที่จะก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว นิคกี้เคยทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการให้กับ Bain & Company และได้ไปฝึกงานพิเศษที่ Whisps Cheese Crisps แนวคิดของ Freestyle Snacks เริ่มต้นขึ้นในปี 2021 ในช่วงที่โรคระบาดทำให้บาร์มะกอกสดในร้านขายของชำต้องปิดตัวลง เธอซึ่งเป็นคนชอบมะกอกมากๆ อยู่แล้ว พบว่า มะกอกในขวดโหลแบบเดิมๆ ทั้งคุณภาพและความสะดวก
ทุกคนเคยคิดไหมว่าจากความชอบในวัยเด็กจะเปลี่ยนมาเป็นเงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี 1,589 ล้านบาทต่อปี ได้จริง นี่คือเรื่องราวของ Ryan Vesler (ไรอัน เวสเลอร์) ซีอีโอวัย 42 ปี ผู้ที่ไม่ได้แค่ชอบเสื้อผ้ากีฬาเก่าๆ แต่ใช้ความหมกมุ่นนั้นเป็นเชื้อเพลิงในการสร้าง Homage แบรนด์เสื้อผ้าสปอร์ตและป๊อปคัลเจอร์ที่ชุบชีวิตอดีตให้กลับมาเท่อีกครั้ง จนกลายเป็นธุรกิจที่ดารา A-List อย่าง Ryan Reynolds และนักกีฬา NBA อย่าง Kevin Durant ต้องร่วมลงทุนด้วย จุดเริ่มต้นของ Homage ไม่ได้เกิดมาจากห้องประชุมหรูหรา แต่มาจากความตื่นเต้นในวัย 13 ปีของ Ryan Vesler ขณะที่กำลังคุ้ยกองเสื้อผ้าเก่าๆ ในร้านมือสอง เขาไม่ได้เพียงมองหาสินค้าทั่วไป แต่กำลังค้นหาความพิเศษ ความรู้สึกของการเจอเสื้อยืดกีฬาหรือเจอร์ซีย์สีรุ้งของ Houston Astros ที่หายาก มันทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่เหมือนใคร ความหลงใหลนี้ทำให้เขาผันตัวเป็นนักธุรกิจตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เขากวาดซื้อของสะสมวินเทจจากร้านเล็กๆ และใช้ eBay (แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ) เป็นตลาดหลักในการขายต่อ จนทำเงินได้เกือบ $20,000 หรือประมาณ 6 แสนกว่าบาทต่อปี พูดง่ายๆ ว่า เงินท
กลับมาอีกครั้งกับช่วงสิ้นปี! โดยมีสิ่งหนึ่งที่เป็นเหมือนธรรมเนียมสำคัญในทุกปี โดยไม่ใช่เทศกาลคริสต์มาสหรือการนับถอยหลังเข้าปีใหม่ แต่นั่นคือ “การประกาศสีแห่งปี จาก PANTONE” สถาบันด้านสีที่ทรงอิทธิพลและสร้างมาตรฐานแห่งการใช้สี และเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางเทรนด์สีของโลกในทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่แฟชั่น การออกแบบ ความงาม โดยสีแต่ละปีถือเป็นตัวแทนของอารมณ์และทิศทางของโลกในช่วงเวลานั้นๆ อีกด้วย ล่าสุดทาง PANTONE ได้มีการประกาศสีแห่งปี 2026 โดยให้สี “Cloud Dancer” หรือ PANTONE 11-4201 โทนสีขาวละมุน ที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบ ท่ามกลางโลกที่ดูวุ่นวายและเร่งรีบ โดย Leatrice Eiseman ผู้อำนวยการบริหารของ PANTONE กล่าวว่า “ความวุ่นวายที่กำลังรายล้อมเราทุกวันนี้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ยินเสียงภายในจิตใจตัวเองได้ยากขึ้น ทำให้ PANTONE 11-4201 Cloud Dancer คือเฉดสีขาวบริสุทธิ์ที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย สงบ และปลดปล่อยจากสิ่งรบกวนภายนอก” ด้านมุมมองจากนักออกแบบ Uriel Tannen ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Flitch กล่าวว่า “Cloud Dancer เป็นสีขาวที่ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะกับบ้านในสหราชอาณาจักรที่แสงธรรมชาติมักจะเปล
เรื่องราวของ “มิชลิน ไกด์” เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1889 กับการก่อตั้งบริษัท มิชลิน โดยสองพี่น้องชาวฝรั่งเศส อองแดร และ เอดูอาร์ มิชลิน ซึ่งในยุคนั้นยังเป็นเพียงผู้ผลิตยางรถยนต์ แต่ทั้งคู่มีความต้องการอยากส่งเสริมให้คนออกเดินทางมากขึ้น เพราะเมื่อคนเดินทาง รถก็จะวิ่ง และยางก็จะสึกบ่อยขึ้น จากแนวคิดนั้นเอง นำไปสู่การถือกำเนิดของ “คู่มือมิชลิน” (MICHELIN Guide) ในปี ค.ศ. 1900 หนังสือเล่มเล็กปกแดงที่แจกฟรีให้ผู้ขับขี่รถยนต์ ใช้เป็นคู่มือแนะนำเส้นทาง ร้านอาหาร โรงแรม ปั๊มน้ำมัน และอู่ซ่อมรถทั่วฝรั่งเศส เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเดินทาง ต่อมาในปี ค.ศ. 1926 “มิชลิน ไกด์” ได้เริ่มมอบ “ดาวมิชลิน” ให้กับร้านอาหารเป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องร้านที่มีคุณภาพโดดเด่น กระทั่งปี ค.ศ. 1933 ได้กำเนิดผู้ตรวจสอบ มิชลิน ไกด์ (MICHELIN Guide Inspector) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและโรงแรมที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของ “มิชลิน ไกด์” ในปัจจุบัน กว่า 90 ปีต่อมา ในปี ค.ศ. 2018 “มิชลิน ไกด์” ได้เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ เช่น ภูเก็ต พัง
หมดยุคของลาบูบู้แล้วหรือยัง? หากย้อนกลับไปปี 2024 ตุ๊กตา Labubu ถือเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างมาก เกือบทุกคนต้องมีไอเทมนี้ห้อยติดกระเป๋า ซึ่งผู้ที่จุดกระแสความแมสนี้เกิดจาก “ลิซ่า Blackpink” ที่ทำให้ดังไปทั่วโลก และทำเอาอาร์ตทอย ของ Pop Mart ต่างพากัน Sold Out ของหมดสต๊อก ไม่มีให้ซื้อสักตัว เพราะมีเหล่าพ่อค้าคนกลางกว้านซื้อไปอัปราคากันเป็นแถบ แต่ดูเหมือนว่าถึงเวลาต้องบอกลาเจ้าเอลฟ์ ฟันแหลม หูกระต่ายตัวนี้เร็วกว่าที่คิด เพราะไม่นานมานี้ มีตุ๊กตาตัวใหม่ที่กำลังฮิตอยู่ใน Xiaohongshu ตอนนี้ ในคอลัมน์ #Reviews “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปรู้จักกับ Fuggler ตุ๊กตามอนสเตอร์ที่เหล่าพี่สาวจีนให้ฉายาว่าเป็นคู่แข่ง Labubu ชวนรู้จัก Fuggler ตุ๊กตาฟันปลอม ตากระดุม สุดแปลก Fuggler (ฟักเกลอร์) หรือ Funny Ugly Monsters ตุ๊กตามอนสเตอร์ฟันปลอม หน้าตาประหลาด หรือ Ugly Toy ที่ทำลายภาพลักษณ์ความน่ารักของตุ๊กตาแบบดั้งเดิม เพราะแต่ละตัวเกิดมาเพื่อก่อความวุ่นวายทุกที่ที่ไป มีลักษณะไม่เหมือนตุ๊กตาทั่วไป โดยจะมีฟันคล้ายมนุษย์ ดวงตาว่างเปล่า ท่าทางชวนขนลุก และรูก้นที่มีกระดุมติดอยู่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะต
ธุรกิจนี้เกิดจาก Painpoint ของ Leila Quraishi ที่ตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กมัธยมปลาย ที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการ เธอจึงทำแบรนด์ถุงเท้า Nudesox ที่มีสีกลมกลืนกับสีผิว ใช้วัสดุดี ไม่หลุดง่าย จนกระทั่งในปีนี้เธอตั้งเป้าว่าจะขายสินค้าให้ได้มากกว่า 30,000 คู่ และทำรายได้แตะหลัก 7 หลักในปี 2026 จุดเริ่มต้น Leila Quraishi เล่าว่าเธอเริ่มธุรกิจ Nudesox ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย หลังจากพบปัญหาว่าถุงเท้าที่ขายอยู่ตามท้องตลาดนั้น หลุดง่าย ไม่มีรองรับแรงกระแทก และสีไม่กลมกลืนกับผิว จึงปิ๊งไอเดียทำไมถุงเท้าสีผิวที่ดูแฟชั่นและใส่สบายขึ้น “ในตอนนั้นเราก็หาถุงเท้าแบบที่ต้องการไม่ได้เลย เพรามันใส่ไม่สบาย หลุดง่าย ไม่นุ่ม แถมยังไม่คลุมเท้าอีกด้วย แล้วเราก็ไม่ชอบถุงเท้าที่มีสีสันสดใส เลยคิดว่าน่าจะมีอีกหลายคนที่คิดแบบเดียวกัน” โดยกว่าที่ Nudesox จะมีสินค้าตัวแรกออกมา เธอใช้เวลาถึง 2 ปีเต็ม ในการเลือกผู้ผลิตที่เข้าใจในคอนเซ็ปต์นี้ โดยเริ่มต้นด้วยเงินทุนของตนเองประมาณ 10,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 360,000 บาท) ซึ่งเธอไม่ได้มีการระดมทุนจากภายนอกเลย และทุกบาททุกสตางค์ที่ได้จากธุรกิจจะถูกนำไปลงทุนเพื่อขยายกิจกา
ในโลกแห่งเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เคยเห็นในภาพยนตร์ Sci-fi สุดล้ำที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีในโลกอนาคต ซึ่งกำลังเกิดขึ้นจริงในโลกยุคปัจจุบัน และนี่คือจุดเริ่มต้นครั้งใหญ่ในการปฏิวัติ “การทำงานบ้าน” เพราะล่าสุด บริษัท 1X (วันเอ็กซ์) บริษัทหุ่นยนต์ที่มีผู้สนับสนุนรายใหญ่อย่าง Open AI ได้เปิดให้จอง “NEO (นีโอ)” หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์หรือหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์รุ่นแรกของโลก ออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการจัดการงานบ้าน ไม่ว่าจะเป็น พับผ้า ทำความสะอาดห้อง จัดระเบียบของ แนะนำสูตรอาหาร ฯลฯ เพื่อให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า นอกจากนี้ หุ่นยนต์ NEO Home Robot ยังใช้งานง่าย ด้วยการสั่งการด้วยเสียง สามารถเข้าใจบริบทได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้หน้าจอ ราคาเริ่มต้น 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 649,000 บาท จุดเด่นสำคัญของ NEO หุ่นยนต์ NEO เป็นเหมือนผู้ช่วยที่คอยช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน โดยสามารถจัดการงานบ้านได้ สามารถเลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์ และผสานกับสภาพแวดล้อมได้อย่างดี เช่น สามารถเคลื่อนไหวเพื่อหยิบจับสิ่งของได้อย่างเหมาะสม ฟีเจอร์เด่นของหุ่น
ร้านอาหาร นาราไทย คูซีน ร้านอาหารไทยต้นตำรับ ภายใต้การบริหารของเครือนารา กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจร้านอาหารไทยระดับพรีเมียม ขยายธุรกิจต่อเนื่องในระดับนานาชาติ ล่าสุดเปิดสาขาใหม่ ณ One Central P.O. BOX 9292 เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นับเป็นสาขาที่ 22 ในต่างประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย ตอกย้ำความสำเร็จผลักดันอาหารไทยสู่เวทีโลกต่อเนื่องมาตลอด 20 ปี ในงานได้รับเกียรติจาก ท่านทูต สรยุทธ ชาสมบัติ เอกอัครราชทูตไทย ประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณะกงสุล เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานดูไบ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ร่วมแสดงความยินดีอบอุ่น โดยมี คุณยูกิ-นราวดี ศรีกาญจนา และ คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งเครือนารา กรุ๊ป ร่วมต้อนรับ ณ นาราไทย คูซีน สาขา One Central ดูไบ คุณนราวดี ศรีกาญจนา เปิดเผยว่า การขยายสาขาในดูไบถือเป็นหมุดหมายสำคัญในแผน International Expansion Plan โดยเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรแฟรนไชส์ท้องถิ่น กลุ่มบริษัท AHGH ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจ F&B Franchise Business ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในตลาด UAE แม้จะมีร้านอาหารไทยอย
บทความโดย : มิสมิลเลียนแนร์ เจ้าของคอลัมน์ ไอเดียต่างแดน หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับคำว่า “กาชาปอง” หรือตู้ขายของเล่นอัตโนมัติแบบหยอดเหรียญ ซึ่งเมื่อหมุนแล้วของเล่นที่บรรจุในแคปซูลจะหล่นลงมาแบบสุ่ม ถูกอกถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ชอบลุ้นว่าจะได้อะไร ไอเดียตู้สุ่มขยายจากของเล่น ของที่ระลึก ไปจนถึงของใช้เล็กๆ น้อยๆ รวมทั้งแพร่หลายจากญี่ปุ่นออกไปยังต่างประเทศ รวมถึงไทยที่มีจุดตั้งตู้กาชาปองมากมายในห้างสรรพสินค้า ล่าสุด กาชาปอง ได้ขยับเข้าไปในแวดวงเครื่องดื่มด้วย ตอบโจทย์คนที่เปรี้ยวปากอยากจะดื่ม แต่คิดไม่ออกว่าจะดื่มอะไรดี ก็ให้ตู้กาชาปองเลือกแทนไปเลย เว็บไซต์ soranews24 ระบุว่า ขณะนี้มีการติดตั้งตู้กาชาปองสายแอล(กอฮอล์) บริเวณร้าน Kurand Sake Gacha Popup Store ในห้างสรรพสินค้า “โทบุ” ติดกับสถานี Ikebukuro ใจกลางกรุงโตเกียว แต่ไม่ต้องกังวลใจว่าแคปซูลในตู้กาชาปองที่มีขนาดเล็กจะใส่เครื่องดื่มได้น้อยเกินไป ทำให้ต้องควักเงินจ่ายแพง เพราะทางร้านไม่ได้ใส่เครื่องดื่มจริงๆ เอาไว้ แต่ละแคปซูลจะมีคูปองบรรจุอยู่ให้ผู้ซื้อนำไปแลกรับเครื่องดื่มที่ร่วมรายการสำหรับดื่มภายในร้าน แม้นี่จะเป็นการหยอดตู้แบบสุ่ม แต่
