ข่าววันนี้
เช็กรายละเอียด! เปิดลงทะเบียนรับส่วนลดค่าน้ำ-ค่าไฟ 1 ครัวเรือน ต่อ 1 สิทธิ นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิต่อ 1 รหัสประจำบ้าน ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการ สามารถเข้าร่วมมาตรการบรรเทาฯ ซึ่งมีเงื่อนไขการให้สวัสดิการแบบ 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิต่อ 1 รหัสประจำบ้าน โดยผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการ ที่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการบรรเทาฯ จะต้องยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย และลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปากับหน่วยงานผู้ให้บริการเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น ซึ่งมีรายละเอียดการลงทะเบียน ดังนี้ 1. การลงทะเบียนรับสิทธิค่าไฟฟ้า สามารถลงทะเบียนได้ที่ (1) สำนักงานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือผ่านเว็บไซต์ https://meagate1.mea.or.th/welfareregis เบอร์ติดต่อ 1130 (2) สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือผ่านเว็บไซต์ https://welfareregis.pea.co.th เบอร์ติดต่อ 1129 และ (3) กิจกา
ยุคที่ต้องปรับตัว! สุกี้จินดา เปิดบุฟเฟต์หม้อไฟ ราคา 388 บาท จัดโปร 1 เดือนเต็ม จากเทรนด์หม่าล่าหม้อไฟที่ฮิตเป็นกระแส วันนี้ดูเหมือนจะคลายมนต์ขลังลง เช่น บรรยากาศบนถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ย่านห้วยขวาง ที่ถูกขนานนามให้เป็นไชน่าทาวน์แห่งใหม่ จากการเปิดตัวของร้านอาหารจีนมากมาย แต่ปัจจุบันกลับดูซบเซาลงจากการทยอยปิดตัวลงของร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านหม่าล่า ชาบูหม้อไฟ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง จากการเปลี่ยนเส้นทางไปเที่ยวภูเก็ต สมุย พัทยา เกาะล้าน มากกว่ากรุงเทพฯ รวมถึงการกรวดขันของสำนักงานเขตห้วยขวางที่ลงไปตรวจสอบการประกอบธุรกิจของคนจีน จากมีเรื่องร้องเรียนต่างๆ เช่น คนจีนเข้ามาประกอบอาชีพอะไร ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากการที่ร้านอาหารหม่าล่า ชาบูหม้อไฟทยอยปิดตัว ทำให้คาดการณ์ว่าร้านที่ยังเปิดบริการอยู่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อการเติบโตของธุรกิจ เช่น สุกี้จินดา ร้านหม่าล่าสายพานเจ้าแรกของไทย ล่าสุดได้ปรับตัวเปิดบุฟเฟต์ โดยเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 เพจสุกี้จินดา ได้โพสต์ขอยอดแชร์ หากได้จำนวน 500 แชร์ จะจัดบุฟเฟต์ให้ในราคาปังๆ ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้รับกระแสตอบ
กระทรวงแรงงาน เปิดให้แรงงานกู้ ดอกเบี้ยต่ำ ใช้ปลดหนี้นอกระบบ กระทรวงแรงงานจัดงบ 80 ล้าน ให้แรงงานกู้ ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเป็นเงินทุน หรือใช้ปลดหนี้จากการกู้ยืมเงินนอกระบบ วันที่ 18 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงแรงงานจัดเตรียมงบประมาณกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน 80 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนให้ผู้ใช้แรงงานหรือลูกจ้างได้กู้ยืม หรือใช้ปลดเปลื้องหนี้สินจากการกู้ยืมเงินนอกระบบ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถหาหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไปได้ ภายใต้โครงการเงินกู้กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน Micro Finance ลดหนี้ เติมทุน สร้างสุขแรงงาน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ต้องการดูแลผู้ใช้แรงงานและครอบครัวให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและมีคุณภาพชีวิตที่ดี นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ผู้ใช้แรงงานหรือลูกจ้างที่ประสงค์จะขอกู้ให้ติดต่อที่สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือเครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการ หรือรัฐวิสาหกิจที่ตนเป็นสมาชิก โดยประเภทเงินกู้มีดังนี้ เงินกู้ระยะสั้นกรณีปกติ อัตราดอกเบี้ย 2.75% ต่อปี กำหนดชำระคืนไม่เกิน 1 ปี เง
ขายหมูสะเต๊ะออนไลน์ หวังปลดหนี้ครอบครัว ชูจุดขายเนื้อนุ่ม หอมกะทิ ราว 2 ปีก่อน มาเปิดตัวธุรกิจกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยเรื่องราวสุดดราม่าของสาวน้อยยอดกตัญญู ที่ขวนขวายขายหมูสะเต๊ะออนไลน์ หวังหาเงินมาลดหนี้ก้อนโตให้กับครอบครัว กระทั่งรายการโทรทัศน์ช่องดัง เชิญเธอไปสัมภาษณ์ หลังจากนั้นไม่นาน ชื่อเสียงกิจการ แม่ หมูสะเต๊ะ ก็ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างเรื่อยมา อ่านเรื่องราว : สาวน้อยม.ปลาย ช่วยสางหนี้ 20 ล้านของครอบครัว ด้วย หมูสะเต๊ะออนไลน์ และด้วยความสามารถในการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า ปัจจุบัน แม่ หมูสะเต๊ะ ยังยืนระยะอยู่ในตลาดได้อย่างสง่าผ่าเผย “เลือกใช้เนื้อหมูวัยกลาง เพราะเนื้อนุ่มกว่าหมูแก่ แต่แน่นกว่าหมูเด็ก ซึ่งต้องไปดีลกับที่โรงผลิตตั้งแต่แรกว่าจะเอาแบบนี้ จุดเด่นอีกอย่างคือกะทิ เพราะใช้หัวกะทิในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหมักหมู การชุบย่างหมู หรือแม้แต่น้ำจิ้ม เพราะจะทำให้หมูนุ่มและหอมมากกว่าเดิม ถ้าลองเอาหมูสะเต๊ะของเราไปวางทิ้งไว้นานๆ หรือเอาเข้าตู้เย็นแล้วเอามาเวฟอีกที บอกเลยยังนิ่มอยู่” คุณเจน-สมิทธานันท์ ธนาภิวงศ์ เจ้าของกิจการ แม่ หมูสะเต๊ะ เคยเผยเทคนิคเฉพาะตัวให้ทราบไว้อย่าง
ไม่อยากให้ลูกลำบาก อดีตผู้ตรวจสอบภายใน ขายไส้กรอกอีสาน หารายได้ เมื่อราว 3 ปีที่แล้ว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ คือสื่อแรกที่มีโอกาสสนทนากับ คุณโมเช่-สมิทธิ กาญจนโภคิน ซึ่งเวลานั้น ขายไส้กรอกอีสานพรีเมียมเกรด ใช้ชื่อแบรนด์ ไส้กรอกอีสานลุงเช่ ได้ไม่นานนัก คือ เป็นพ่อค้ามือใหม่ ที่ต้องหันมาค้าขาย เนื่องจากมีความจำเป็นไม่อาจหลีกเลี่ยง คุณโมเช่ เล่าให้เราฟังแบบเปิดอก เริ่มด้วยย้อนประวัติส่วนตัวให้รู้จัก เรียนจบสาขาบัญชีจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เคยทำงานเป็นผู้ตรวจสอบภายใน ประจำหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน มานานกว่า 20 ปี ล่าสุดทำงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง ทำหน้าที่ดูแลระบบตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ แต่ต่อมาบริษัทที่ทำงานอยู่ ประสบปัญหาด้านการเงิน อันเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จึงถูกขอให้ลดวันทำงาน เป็นสัปดาห์ละ 1 วัน และลดเงินเดือนเหลือ 25 เปอร์เซ็นต์ เลยคิดว่าต้องหารายได้มาเติมให้ได้จำนวนเท่ากับที่เคยได้ แต่ครั้นจะไปสมัครงานใหม่ รู้สึกเบื่อ หันซ้ายหันขวาอยู่ไม่นาน จึงตัดสินใจทำ ไส้กรอกอีสานขาย “เป็นเมนูที่ลูกสาวชอบทาน ประกอบกับเมื่อประมาณปี 2540 ช่วงฟองสบู่แ
ถอดรหัส “ผัดกะเพรา” Soft Power อาหารไทย ในสายตา กฤช เหลือลมัย ชื่อของ คุณกฤช เหลือลมัย หลายท่านอาจรู้จักเขาในนาม นักเขียนผู้รอบรู้เรื่องอาหารในหลายมิติ ที่สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์ เมนูต่างๆ ออกมาได้อย่างกลมกล่อมแทบทุกครั้ง กระทั่งเมื่อไม่นาน ช่วงที่สังคมโซเชียลบ้านเรา มีการพูดถึงเมนู “ผัดกะเพรา” กันอย่างกว้างขวาง เขาก็ไม่พลาดที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในวงสนทนา นำเสนอข้อมูลผ่านพื้นที่ของ นิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ไว้อย่างน่าสนใจ “ถ้าเอาตามประสบการณ์ของผมในช่วง ๑๐ ปีหลังมานี้ กะเพราเป็นต้นไม้ล้มลุกอีกชนิดหนึ่งซึ่งมักขึ้นเป็นดงตามธรรมชาติในพื้นที่กึ่งโล่ง อากาศร้อนแล้ง ดินเป็นดินกรวดทรายหรือลูกรังแห้งแข็ง อาจแบ่งคร่าวๆ ได้เป็นกะเพราขาว กะเพราแดง และกะเพราลูกผสม (ใบเขียวแก่ ก้านและดอกสีม่วงแดง) กะเพราแดงไม่ได้มีความฉุนมากกว่ากะเพราขาวเลยนะครับ เพียงแต่กลิ่นจะหอมต่างกันเล็กน้อย มิหนำซ้ำ หากเอาไปปรุงกับข้าว สีแดงในใบจะตกใส่ผัดใส่แกง ทำให้สีออกคล้ำ ดูไม่น่ากินด้วยซ้ำ” คือข้อมูลตอนหนึ่ง จากคุณกฤช เหลือลมัย และเขา ยังบอกไว้ด้วยว่า “ผมค้นไม่พบวิธีทำผัดพริกใบกะเพราในตำรากับข้าวเก่าๆ เลยนะครับ เห็นก็แต่ที่ อ
ชมเป็นบุญตา “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” นิทรรศการพิเศษอนุรักษ์มรดกไทย นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า คณะกรรมการอำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทย มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2567 เรื่อง “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” บอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านจากรัฐจารีตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นรัฐสมัยใหม่ในห้วงศตวรรษที่ผ่านมา โดยจัดแสดงเอกสารต้นฉบับ 41 ชุด กว่า 200 รายการ ที่ล้วนเป็นเอกสารทรงคุณค่าสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งหลายฉบับยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 6 หัวข้อ ได้แก่ 1. “จารจารึก บันทึกสยาม” เป็นชุดเอกสารโบราณที่บันทึกอยู่ในรูปของศิลาจารึก หนังสือสมุดไทย และเอกสารใบลาน ได้แก่ ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ นันโทปนันทสูตรคำหลวง คัมภีร์อัลกุรอาน ไตรภูมิฉบับพระมหาช่วยจารที่วัดปากน้ำ จินดามณี จุลศักราช 1144 รามเกียรติ์ บทละครพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1 หนังสือสมุดไทย เรื่อง สามก๊ก มหาชาติคำหลวง และอุรังคธาตุ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพเค้าโครงทางประวัติศาสตร์ช่วงสมัยส
สารพัดปัญหา ดราม่าไม่เว้นวัน ชีวิตแม่ค้า “ปูนาฟ้าใส” รับมืออย่างไร “ปูนาฟ้าใส” คือ แบรนด์สินค้าของกินพื้นบ้านทางภาคเหนือ อย่าง อ่องมันปูนา น้ำปู หรือกะปิที่ทำมาจากปู และ ปูดองน้ำปลากวน ที่เริ่มต้นจากแม่บ้านธรรมดาๆ ท่านหนึ่ง ที่เคยคิดจะไม่ทำงานหาเลี้ยงชีพอะไร ขอเกาะสามีกินอย่างเดียว “เมื่อก่อนเคยคิดว่าตัวเอง ทำอะไรก็ไม่ได้ แต่ปัจจุบันนี้เราเป็นเจ้าของแบรนด์ มีรายได้เป็นของตัวเอง มีเผื่อแผ่คนข้างๆ คนในชุมชนมีรายได้จากการเลี้ยงปูนาของเรา จึงอยากฝากถึงหลายๆ ท่านที่กำลังท้อ กำลังตกงาน หรืออยากทำอะไรสักอย่าง ให้ลงมือทำเถอะ ใจเรารักสิ่งไหน ให้เราตัดสินใจทำ ในบางครั้งอาจจะมาช้ากว่าคนอื่นแต่เราจะภูมิใจ” คือคำพูดน่าคิด จาก คุณบีม-รชต คำรอด หรือ คุณบีม-ปูนาฟ้าใส ปัจจุบัน แม้กิจการ ปูนาฟ้าใส ของคุณบีม จะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง สามารถส่งได้ทั่วไทยส่งไกลถึงต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่น โซนยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา แต่กว่า เจ้าปูตัวจ้อย จะเดินทางมาถึงวันนี้ บอกเลยมีดราม่า ไม่น้อย โดยคุณบีม เล่าว่า เดิมทีเป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ กับสามี ด้วยความที่เป็นคนชื่นชอบการกินอ่อง
เปิดผลสำรวจ วันสงกรานต์ คน Gen Z ขอเล่นน้ำ ส่วน Gen Y ขอนอน ผ่อนคลายจากการทำงาน The 1 Insight ร่วมกับ CRC VoiceShare เผยเทรนด์ผู้บริโภคช่วงเทศกาลสงกรานต์ เปิดลิสต์สินค้าคลายร้อนที่มียอดขายเติบโตโดดเด่นในช่วงวันที่ 1-15 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในช่วงสงกรานต์ในทุกๆ ปี ได้แก่ 1. กระเป๋ากันน้ำ +260% 2. พัดลม +250% 3. เครื่องปรับอากาศ +230% 4. เสื้อลายดอก +110% 5. น้ำแข็ง +70% 6. ไอศกรีม +60% 7. แป้งทาตัว +50% 8. ครีมกันแดด +40% 9. ยาดม +30% และ 10. น้ำยาเปลี่ยนสีผม +20% เห็นได้ว่าสินค้าที่ยอดขายเติบโตได้ดี มีทั้งสินค้าจำเป็นในการช่วยดับร้อนในช่วงเดือนเมษายนที่อุณหภูมิสูงสุดในช่วงปี และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการฉลองเทศกาลสงกรานต์ ทาง CRC VoiceShare ยังเผยผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของผู้บริโภคในช่วงสงกรานต์ พบว่า คนไทยกว่า 60% มีแผนที่จะเดินทางในประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนา โดยนิยมไปเที่ยวทะเลเป็นอันดับหนึ่ง จังหวัดยอดนิยมได้แก่ ชลบุรี ระยอง และภูเก็ต โดยส่วนใหญ่วางแผนเดินทางช่วงก่อนสงกรานต์จนถึงช่วงเทศกาลระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน และมักเดินทางในช่
Upskill 2024 “จัดจ้านจานเด็ด” งานฝึกอาชีพสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่ SMEs-วัยเกษียณ-อยากสร้างอาชีพ ห้ามพลาด! กลับมาอีกครั้ง! กับงานฝึกทักษะอาชีพที่ดีที่สุดในประเทศไทย Upskill 2024 “จัดจ้านจานเด็ด” จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ผู้นำสื่อที่สนับสนุนการสร้างอาชีพให้เอสเอ็มอี ร่วมกับ มติชนอคาเดมี ผู้นำด้านการฝึกอบรมการสร้างอาชีพ ในเครือมติชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 เมษายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. ณ มติชนอคาเดมี ภายในงานอัดแน่นความรู้ไปกับเวทีทอล์กจากกูรูตัวจริงในวงการอาหารระดับประเทศ พร้อมเปิดทุกแง่มุมการทำธุรกิจแบบหมดเปลือก อีกทั้งยังรวมร้านเด็ดร้านดังมากกว่า 20 ร้านมาให้ฟินกันตลอดทั้งวัน และสร้างงานสร้างอาชีพไปกับเวิร์กช็อป กิจกรรมที่จะช่วยให้ SMEs – วัยเกษียณ หรือผู้ที่กำลังมองหาอาชีพ ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีคุณภาพในอนาคต ดังนี้ ลงทะเบียนฟรี! เข้าร่วมฟังเสวนา Upskill 2024 “จัดจ้านจานเด็ด” งานฝึกทักษะอาชีพที่ดีที่สุดในไทย บอกเลยว่า “ใครก็ปังได้” >>> https://www.matichonevent.com/upskill2024/ พร้อมลุ้นสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนเท่านั้น พบกัน ทอล์กจัดจ้า
