ข่าววันนี้
ดาวพฤหัสถือเป็นดาวดี โดยใน 1 ปีจะมีการโยกย้าย ซึ่งปีนี้ดาวพฤหัสจะย้ายในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ล่าสุดอ.คฑา ชินบัญชร ได้มาออกรายการแฉ พร้อมเผยถึงดวงทั้ง 12 ราศีว่า ราศีไหนดวงจะรุ่งและดวงโคม่า เริ่มจากดวงโคม่า คือ ราศีพฤษภ โดนดาวพฤหัสทิ้งและมีราหูเข้ามา แนะนำให้ช่วยเหลือคนอื่นที่ตกทุกข์ได้ยากและให้ระวังอุบัติเหตุ ราศีพิจิก ต้องระวังเรื่องเอกสาร สัญญา คดีความ การกู้เงินค้ำประกัน ต่อมาเป็นดวงระดับปานกลาง ราศีมิถุน ได้โชคจากผู้ใหญ่ ส่วนราศีกรกฎ จะได้แฟนสูงวัยกว่าและผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่ต้องระวังเรื่องเล่นพนันและเสี่ยงโชคไม่ควรไปยุ่ง ราศีธนู จะได้ลาภลอยแบบฟลุ๊คๆ จากหวยและรางวัล ราศีมังกร ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และราศีมีน จะขายของดี ส่วนดวงที่จะรุ่งและดีมากๆ ราศีกันย์ ดวงจะดีเลิศ รวยแบบพลิกชีวิต แต่ต้องทำมาหากิน โดยมีช่องทางธุรกิจที่ดี ราศีเมษ จะดีในเรื่องของข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ได้เลื่อนขั้นเลื่อนยศ หากเป็นชาวบ้านต้องทำงานที่เกี่ยวโยงกับข้าราชการ ราศีสิงห์ จะดีในส่วนของข้าราชการพลเรือนและคนทำงานประจำได้เลื่อนขั้นตำแหน่ง ราศีตุลย์ จะได้ลาภลอย และราศีกุมภ์ มีโชคจากความรัก ส่วนการเสริมดวง ให้ใส่ชุดส
จากกรณีเจ้าหน้าที่ พม.พิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก และ อบต.วัดจันทร์ จ.พิษณุโลก ตลอดทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลือ ด.ช.โภคิม พึ่งพิน อายุ 13 ปี และ ด.ช.ปิยะชัย พึ่งพิน อายุ 11 ปี ซึ่งได้รับความเดือดร้อนที่ถูกตัดกระแสไฟฟ้า ทำให้อยู่ด้วยความลำบากในยามค่ำคืนมานานกว่า 2 เดือน เนื่องจากไม่มีเงินไปจ่ายค่าไฟฟ้า และกำลังจะถูกตัดน้ำประปาอีกด้วย โดยเด็กชายทั้ง 2 คน ได้อยู่อาศัยกับนายธงชัย พึ่งพิน อายุ 43 ปี ผู้เป็นพ่อ ในสภาพบ้านเป็นบ้านไม้เก่าๆ โดยใช้ป้ายโฆษณาไวนิลปิดบังเอาไว้พอให้คุ้มแดด คุ้มฝน มีมุ้งขาดๆ ที่กางนอนกันยุงกัด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว เร่งช่วย 2 เด็กชาย อาศัยในความมืดหลังพ่อป่วย โดนตัดไฟ กำลังโดนตัดน้ำ วันที่ 6 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 19/1 หมู่ 4 ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก อีกครั้ง พบนายธงชัย และบุตรชาย 2 คน อยู่พร้อมหน้ากัน โดยผู้เป็นพ่อกำลังทำความสะอาดรอบตัวบ้านพัก เนื่องจากมีป่าหญ้าขึ้นรกปิดบังเอาไว้ ส่วนลูกชายทั้ง 2 คน กำลังช่วยกันล้างจานและเตรียมทำอาหารมื้อเย็นหลังจากกลับจากโรงเรียนมาแล้ว นายธ
ร้านอาหารสงขลาตรึงราคาเดิม สวนกระแสการปรับราคาก๊าซหุงต้ม ใช้เตาถ่านแทนก๊าซเพื่อลดต้นทุน ไม่ต้องการผลักภาระให้ผู้บริโภค วันที่ 6 ก.ย. รายงานข่าวว่าคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)มีมติให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจี ในอัตรา 0.67 บาท ต่อ กกก. จากเดิม กก.ละ 20.49 บาท เป็น 21.15 บาท หรือปรับราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น 10 บาทต่อถังขนาด15 กก. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. รายงานข่าวว่าจากการสำรวจบรรดาร้านอาหารใน จ.สงขลา โดยเฉพาะร้านข้าวแกงริมทาง ซึ่งเป็นปากท้องส่วนใหญ่ของประชาชน เช่น ที้ร้านข้าวแกงป้าไพ ในย่านชุมชนวชิรา เขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งจำหน่ายอาหารราคาต่ำกว่าที่อื่น โดยเฉพาะแกงถุงและกับข้าวขายเพียงถุงละ 10 บาท พบว่ายังไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใดและอาหารทุกอย่างยังขายราคาเดิม นางประไพ ทองมณี อายุ 65 ปี กล่าวว่า แม้ราคาก๊าซหุงต้มซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักจะเพิ่มขึ้นถึงถังละ10 บาท แต่ก็ยังขายราคาเดิมทุกเมนู เนื่องจากไม่ต้องการผลักภาระให้กับผู้บริโภคหรือลูกค้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ และนักเรียนนักศึกษา อาจจะปรับเปลี่ยนนำเตาถ่านเข้ามาใช้ประกอบอาหารแทนเตาแก๊สบ้างบางส่วน เพื่อประหย
นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยในรูปแบบประชารัฐ หรือจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร (World Food Valley Thailand) ภายใต้แนวคิดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศโดยร่วมมือกับเอกชนรายใหญ่ ว่า ปัจจุบันกระทรวง ลงนามกับบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ไปแล้ว 1 แห่ง ที่ จ.อ่างทอง เนื้อที่ 1.3 พันไร่ และเร็วๆ นี้ มีแผนที่จะลงนามร่วมกับ บริษัท น้ำตาลราชบุรี จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ที่ จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ต่อยอดมาจากอ้อย และร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดตั้งฟู้ดวัลเลย์ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา “การพัฒนาเอสเอ็มอีให้เติบโตขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยได้ โมเดลนี้จะเริ่มจากอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอาหาร โดยผู้ประกอบการที่เข้าไปลงทุนในโครงการ World Food Valley Thailand จะได้ประโยชน์จากการใช้วัตถุดิบในพื้นที่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และจะได้รับสิทธิป
ดาวพฤหัสถือเป็นดาวดี โดยใน 1 ปีจะมีการโยกย้าย ซึ่งปีนี้ดาวพฤหัสจะย้ายในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ล่าสุดอ.คฑา ชินบัญชร ได้มาออกรายการแฉ พร้อมเผยถึงดวงทั้ง 12 ราศีว่า ราศีไหนดวงจะรุ่งและดวงโคม่า เริ่มจากดวงโคม่า คือ ราศีพฤษภ โดนดาวพฤหัสทิ้งและมีราหูเข้ามา แนะนำให้ช่วยเหลือคนอื่นที่ตกทุกข์ได้ยากและให้ระวังอุบัติเหตุ ราศีพิจิก ต้องระวังเรื่องเอกสาร สัญญา คดีความ การกู้เงินค้ำประกัน ต่อมาเป็นดวงระดับปานกลาง ราศีมิถุน ได้โชคจากผู้ใหญ่ ส่วนราศีกรกฎ จะได้แฟนสูงวัยกว่าและผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่ต้องระวังเรื่องเล่นพนันและเสี่ยงโชคไม่ควรไปยุ่ง ราศีธนู จะได้ลาภลอยแบบฟลุ๊คๆ จากหวยและรางวัล ราศีมังกร ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และราศีมีน จะขายของดี ส่วนดวงที่จะรุ่งและดีมากๆ ราศีกันย์ ดวงจะดีเลิศ รวยแบบพลิกชีวิต แต่ต้องทำมาหากิน โดยมีช่องทางธุรกิจที่ดี ราศีเมษ จะดีในเรื่องของข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ได้เลื่อนขั้นเลื่อนยศ หากเป็นชาวบ้านต้องทำงานที่เกี่ยวโยงกับข้าราชการ ราศีสิงห์ จะดีในส่วนของข้าราชการพลเรือนและคนทำงานประจำได้เลื่อนขั้นตำแหน่ง ราศีตุลย์ จะได้ลาภลอย และราศีกุมภ์ มีโชคจากความรัก ส่วนการเสริมดวง ให้ใส่ชุดส
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยหลังการประชุมการติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนการอำนวยการความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Doing Business) ว่า การดำเนินงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจขึ้นอย่างชัดเจน โดยล่าสุดของธนาคารโลก ได้ยืนยันผลการปฏิรูปของประเทศไทย ซึ่งสำรวจจากในช่วงเดือนพ.ค. 2560 ซึ่งระบุว่า ประเทศไทยมีการปฏิรูปการอำนวยความสะดวกธุรกิจดีขึ้นอย่างชัดเจนใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.การเริ่มต้นธุรกิจ จากการยกเลิกข้อกำหนดในการให้ผู้ประกอบการจัดส่งสำเนาข้อบังคับการทำงานให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รวมถึงยกเลกการใช้ตราประทับของบริษัทในใบหุ้น นอกจากนี้ ยังมีการจดทะเบียนทรัพย์สิน จากการที่กรมที่ดินมีการจัดเก็บหนังสือแสดงสิทธิแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์สำหรับแสดงข้อมูลรูปแปลงที่ดินในเขตกรุงเทพฯ 3.การคุ้มครองนักลงทุนรายย่อย จากการให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถฟ้องร้องกรรมการบริษัทได้ง่ายขึ้น และ 4.การแก้ไขปัญหาการล้มละลาย จากการปรับเปลี่ยนวิธีการลงคะแนนเสียงในแผนการฟื้นฟู นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ผลการจัดอันดับ Doing Business ปีที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 6 กันยายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร้านมินิมาร์ทที่มีรูปทรงแปลกตาคล้ายศาลาไทย ตกแต่งด้วยลวดลายวิจิตรอย่างประณีตสวยงาม บนเนื้อที่ 1 ไร่ ที่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 13 บ้านนาสะไมย์ ต.นาสะไมย์ อ.เมืองยโสธร เมื่อไปถึงพบ นายขุนแผน ปิ่นวันนา อายุ 42 ปี เจ้าของร้านมินิมาร์ทวิจิตรศิลป์ ส.รวมโชค กำลังเดินจัดเตรียมสินค้าเบ็ดเตล็ด และสำรวจสินค้าเพื่อไว้จำหน่ายให้กับผู้สัญจรผ่านไปมา พร้อมทั้งเปิดเผยว่า แนวคิดที่สร้างร้านมินิมาร์ทให้เป็นทรงไทยเนื่องจากตนอยากอนุรักษ์ศิลปะลายไทยเพื่อความสวยงามและให้ลูกหลานได้ดูสืบไป ตนภาคภูมิใจมากที่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อความงดงามที่ออกจากใจ มีความละเอียดอ่อน มีเสน่ห์ในตัว ส่วนลวดลายและการออกแบบตัวอาคารทั้งหมดตนเป็นคนคิดและทำขึ้นมาเอง เนื่องจากตนเคยเป็นช่างแกะสลักมาตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยมีคุณตาเป็นคนถ่ายทอดความรู้ทางด้านนี้ให้มาตลอด ส่วนอาคารที่ตนก่อสร้างเป็นลักษณะทรงไทย หลังคาโค้ง 4 น้ำตก กว้าง 15 เมตร ยาว 30 เมตร และสูง 13 เมตร บนเนื้อที่ 1 ไร่ และเสาอาคารก็แกะเป็นลายไทยกนก นอกจากนี้ มีประชาชนจำนวนมากที่ขับรถผ่านแล้วเข้ามาถ่ายรูปพร้อมทั้งสอบถามเกี่ยวกับการก่อสร้าง กา
ลืมตาออกมาดูโลกแล้วสำหรับลูกชายฝาแฝดของ ‘แม่ชม-พ่อน็อต’ โดยเพื่อนๆ และครอบครัวมาให้กำลังใจกันคึกคักล้นโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงเช้า โดยคุณยายคุณย่าเปิดใจว่าเห็นหน้าหลานแล้ว ดีใจจนแทบเป็นลมหลายตลบทีเดียว และสุดท้ายครอบครัว “รังษีสิงห์พิพัฒน์” ก็ได้เห็นหน้าฝาแฝดสมใจที่ได้รอคอย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเพื่อนๆ ได้หอบของขวัญมารับขวัญลูกแฝดของคุณแม่ชม โดยส่วนใหญ่จะเป็นของใช้เด็กอ่อน ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องปั๊มนม โดยมีแบรนด์ดังอย่าง Givenchy รองเท้าจาก Hermes เสื้อผ้าและเครื่องใช้เด็กอ่อนจาก Ralph Lauren รวมไปถึงของใช้อื่นๆ ขอบคุณที่มา chomismaterialgirl
ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต คลอดลูกชายฝาแฝดแล้วในช่วงบ่ายวันนี้ (6 ก.ย.) โดย แฝดคนพี่ มีชื่อว่า ธันเดอร์-สายฟ้า รังษีสิงห์พิพัฒน์ น้ำหนัก 2.66 กิโลกรัม ส่วนแฝดคนน้องชื่อว่า น้องสตอร์ม-พายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ น้ำหนัก 2.56 กิโลกรัม คลอดห่างกัน 1 นาที ส่วนลำตัวมีความยาวเท่ากันคือ 47.5 เซนติเมตร ทำเอาคุณพ่อน็อต-วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ ยิ้มแก้มฉีก แถมมีกำลังใจดีๆ จากคุณย่าคุณยายและแก๊งเพื่อนสนิทที่พร้อมใจกันมาต้อนรับแน่นโรงพยาบาลเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ชมพู่จะเปิดแถลงข่าวในวันเสาร์ที่ 9 กันยายนนี้ ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ นอกจากนี้ คุณพ่อน็อตยังได้เผยถึงที่มาของชื่อ สายฟ้า-พายุ ให้ฟังด้วยว่า https://www.instagram.com/p/BYr1p9dlElm/ ขอบคุณภาพและคลิปจาก araya.vogue
ลุ้นกันหนักมาก สำหรับฤกษ์คลอดของลูกชาย แม่ชม-พ่อน็อต โดยเพื่อนๆ ครอบครัวมากันคึกคักล้นโรงพยาบาล ตั้งแต่ช่วงเช้า มีภาพบรรยากาศให้เห็นความคึกคัก โดยทั้งเพื่อน และคุณย่า คุณยาย ใส่เสื้อทีมหลานๆ มาเชียร์กันล้นทีเดียว ซึ่งคุณยาย คุณย่า ลุ้นหนักมากเปิดใจว่า แทบเป็นลม (อ่าน มาแล้วลูกแฝด “ชมพู่-น็อต” เพื่อน ครอบครัว สุดตื่นเต้นแห่ลุ้นหน้าห้องคลอด แทบลมจับ) โดยผู้จัดการส่วนตัวของนางเอกสาว เผยว่า ตอนนี้ชมพู่คลอดน้องแล้วแฝดคนโตชื่อ ธันเดอร์-ด.ช.สายฟ้า น้ำหนักตัว 2.66 กิโลกรัม ความยาว 47.5 ซม. และแฝดคนเล็กชื่อ สตอร์ม-ด.ช.พายุ น้ำหนักตัว 2.56 กิโลกรัม ความยาว 47.5 ซม. ใช้เวลาคลอดห่างกัน 1 นาที สุขภาพแข็งแรงปลอดภัยดีทั้งคุณแม่คุณลูก โดยก่อนคลอด แม่ชม พ่อน็อต ได้นั่งให้สัมภาษณ์รายการสามแซบ ซึ่งม่ีช็อตหอมแก้มกัน น้ำตาไหลด้วย ลองดูนาที ที่กลุ่มเพื่อน ส่งตัวสาวชมพู่ เข้าห้องคลอดกันจะรู้ว่า ครอบครัวของทั้งคู่ตื่นเต้นหนักแค่ไหน
