ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ สวพ.FM 91 ถนนพหลโยธิน นายสนอง แก้วมะลัง อายุ 38 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง ทะเบียน 1มข 2315 กรุงเทพมหานคร ส่งมอบกระเป๋าสตางค์ พร้อมเงินสด 22,000 บาท คืนให้กับนางนิ จิง และนางซู ชิเยา 2 ครูสอนภาษาสาวชาวจีน โรงเรียนเอกชน ใน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยมี น.ส.จิตต์ผ่องใส ศรีวังพล ผู้บริหารสถานีวิทยุ สวพ.FM 91 ร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบ โดยนายสนอง เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ รับผู้โดยสารผู้หญิง 2 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน จากหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง มาส่งหน้าห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล เวิลด์ ราชดำริ จากนั้นขับรถมาเติมก๊าซ ที่ปั๊มก๊าซ ข้างสนามกีฬา กองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต ระหว่างนั้นได้สำรวจภายในรถ ก่อนจะนำรถเข้าปั๊มน้ำมัน ล้างรถ เพื่อส่งกะ พบกระเป๋าสตางค์แบบยาว สีเทา หล่นอยู่ซอกข้างประตูผู้โดยสารตอนหน้าข้างคนขับ เมื่อเปิดดูพบเงินสด ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท 20 ฉบับ, ธนบัตรฉบับละ 500 บาท จำนวน 4 ฉบับ คิดเป็นเงินทั้งหมด 22,000 บาท นอกจากนี้ ยังพบเอกสาร และรูปถ่าย จึงโทรศัพท์เข้ามาที่หมายเลข โทรฟรี 1644 ประกาศประชาสัมพันธ์ตามหาเจ้าของ พร้อมกั
เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านเกาะสมุย ว่าที่บริเวณชุมชนบ้านแม่น้ำ ซอยศาลเจ้าจ่าวเองแซะแม่น้ำ หมู่ 1 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีการปล่อยน้ำเสียลงทะเลซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและผู้ประกอบการริมชายหาด ที่ต้องทนกับกลิ่นเหม็นและความสกปรก จนนักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินผ่านและลงเล่นน้ำบริเวณนี้เพราะกลัวเชื้อโรคที่มากับน้ำเสีย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปรับปรุงโดยด่วน ภายหลังรับทราบข้อมูลจึงดินทางไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พร้อมกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ พบมีน้ำเสียไหลมาจากรางน้ำสาธารณะของชุมชน ซึ่งมีปลายท่อมาออกตรงศาลาหมู่บ้านก่อนปล่อยลงสู่ทะเล ซึ่งจุดดังกล่าวมีทั้งเศษขยะและน้ำเสียที่ปล่อยออกมายังมีสภาพเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็น จนหาดทรายกับน้ำทะเลตรงจุดนี้ก็มีสีดำไปด้วย ชาวบ้านยังบอกอีกว่า เคยร้องเรียนไปยังเทศบาลนครเกาะสมุยให้มาแก้ไขแล้ว แต่ยังไม่ได้มาดำเนินการ ซึ่งชาวบ้านกลัวว่าเชื้อโรคที่มากับน้ำจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ กระทบต่อระบบนิเวศน์ทางทะเล และยังจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเกาะสมุยด้วย จึงอยากให้รีบแก้ไขปัญหานี
กรมอุทยานฯ สร้างจิตสำนักอนุรักษ์ควายไทย เผยข้อมูลควายป่าพบเพียง 4 พันตัวทั่วโลก ในไทยพบได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง มี 69 ตัว ห่วงประชากรควายป่าลดลง เร่งดำเนินการ 4 โครงการฟื้นฟูควายป่าให้แข็งแรง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า แถลงข่าววันอนุรักษ์ควายไทย ภายใต้แนวคิด ควายป่า ควายบ้าน ควายไทย โดยกล่าวว่า ควายเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน เห็นได้ชัดเจนในการช่วยเหลือเกษตรกรทำการเกษตร ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้หันมาอนุรักษ์ควายไทย ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง โดยครม.มีมติกำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันอนุรักษ์ควายไทย” เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชดำรัสถึงหลักการดำเนินโครงการธนาคารโค กระบือ เป็นครั้งแรก น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ปัจจุบันผู้เลี้ยงควายไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนควายป่า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าสงวน 15 ชนิดของไทย เป็นสัตว์ป่าหายากมีประชากรกระจายอยู่ทั่วโลกน้อยกว่า 4,000 ตัว พบในประเทศอินเดีย เนปาล ภูฏาน สำหรับประเทศไทย พบที่เขตร
ทีมนักวิจัยด้านชีววิทยา นำโดยศาสตราจารย์ สตีเฟน เมย์ฟิลด์ นักชีววิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมสาหร่ายจากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ร่วมกับทีมวิจัยของบริษัท แซปไฟร์ อีเนอร์ยี บริษัทพลังงานทางเลือกในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ทดลองเพาะเลี้ยงสาหร่ายที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมในสระน้ำทดลองภายในห้องปฏิบัติการ เพื่อค้นหาสาหร่ายที่มีประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตที่ดีเพื่อสนองตอบความต้องการของอุตสาหกรรมที่ต้องการนำสาหร่ายไปแปรรูปเป็นอาหาร, เชื้อเพลิง และพลาสติก ในอนาคต ศาสตราจารย์เมย์ฟิลด์กล่าวว่า แม้สาหร่ายจะมีทั่วโลก แต่จำเป็นต้องมีการเพาะเลี้ยงเพื่อให้ได้ผลผลิตเพียงพอกับความต้องการในการผลิตผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้และสามารถแข่งขันในสภาพตลาดทั่วไปได้ แต่ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องทดลองจนแน่ใจได้ว่า สาหร่ายที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอนั้นจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อพืชน้ำอื่นๆ หรือเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ผลการทดลองที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ได้สาหร่ายจีเอ็มโอที่สามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ และไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้
โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก เกรียงไกร ธาตวากร ซึ่งเป็นหนุ่มช่างตัดขนสุนัข ที่ทำงานจิตอาสาดูแลสุนัขจรจัดเป็นงานอดิเรกอยู่เสมอ โดยล่าสุด ได้เดินทางไปตัดขนให้สุนัขตัวหนึ่ง ซึ่งดูสภาพแล้วแทบไม่เหมือนสุนัข โดยเขาได้ระบุเรื่องราวความประทับใจว่า “ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน..ไม่จำเป็นต้องไปเกิดใหม่” ..ดีใจได้ช่วยเหลือตัดขนหมาให้ลุงคนนี้และเห็นคนใจดีออกเงินช่วยค่าทำหมันให้หมา.. ได้เห็นความรักของเค้าที่มีต่อหมาตัวนี้ขนาดโดนหมากัดตอนตัดขนเค้ายังกอดหมาของเค้าเลย.. ช่างไม่ลังเลที่จะช่วยเลยนะ.. ถึงจะจนแต่หมามันก็มีความสุขในแบบของมันนะมีบ้านอยู่มีเจ้าของมีข้าวมีน้ำกินทุกวัน..หมาตัวนี้ไม่มีเห็บหมัดสักตัวไม่เป็นโรคผิวหนัง แค่มีสภาพขนแบบนี้เท่านั้น ..ช่างยินดีเดินทางไปช่วยหมาสภาพแบบนี้นะ ถึงจะไม่ใช่หมาจรจัดแต่มีเจ้าของแบบนี้ ก็จะทำให้ แต่คนที่ติดต่อมาให้ช่วยเหลือก็ต้องเข้าใจด้วยช่างไม่ได้มีอาชีพทำงานจิตอาสา..แต่เปิดร้านทำมาหากินหาเงินใช้เหมือนท่านนั่นแหละครับ..งานจิตอาสาคือต้องเสียสละเวลายอมปิดร้านขาดรายได้เพื่อไปช่วยหมาที่ท่านขอมา..หมาต้องมีสภาพหนักจริงๆ หรือมีจำนวนมากๆ ที่ต้องตัดขน แบ
เป็นอีกคลิปสร้างเสียงฮาในโลกโซเชียลที่มีคนแชร์เยอะมาก สัปดาห์เดียวปาเข้าไป 3.6 ล้านวิว นาทีเหล่าวัยรุ่นเต้นทางไฟชอร์ตหน้าเวทีหมอลำ ที่วัดศรีบัวบาน บ้านต้อง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยคลิปนี้ถูกโพสต์โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Taweesub Daungkampha เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า “เต้ยลาเสียงอิสาน บ้านต้อง 😆😆 จักไผเป็นไผ เด้าเป็นเด้า 😂😂 กะเทยนครพนมไม่เคยแพ้จังหวัดใดในโลก 5555555555” ขอบคุณที่มา Taweesub Daungkampha
วันที่ 11 พฤษภาคม น.ส.ทิวานันท์ ไชยนันท์ หรือเล็ก แกนนำกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าถนนคนเดินวันอาทิตย์ จ.เชียงใหม่ เผยว่า ช่วงเปิดเทอม ผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่ายบุตรหลาน เฉลี่ย 10,000-20,000 บาท/ราย แต่สภาพเศรษฐกิจที่เป็นภาวะเงินฝืด ค้าขายไม่คล่อง ทำให้ได้รับความเดือดร้อน รายได้ไม่พอรายจ่ายจำเป็นต้องกู้เงินทั้งในระบบ และนอกระบบ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน และค่าใช้จ่ายในครอบครัว ถ้ากู้นอกระบบ ดอกเบี้ย 10-20 % ต่อเดือน แต่จำเป็นต้องกู้เพราะสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้เพิ่ม ดังนั้นอยากให้รัฐบาล กระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยว ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ดีกว่าออกมาตรการจำกัดนักท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย “ปกติผู้ค้าถนนคนเดิน มีรายได้เฉลี่ย วันละ 10,000 บาท ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเทศกาลสงกรานต์ ที่ผ่านมา เหลือวันละ 2,000-3,000 บาทเท่านั้น ลดลง 70-80 % เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ไม่กิน ไม่ซื้อของ แต่จับจ่ายใช้สอยเฉพาะสิ่งที่จำเป็น ทำให้ผู้ค้าต้องรัดเข็มขัด ลดรายจ่ายครอบครัวให้มากที่สุด ทางเดียวที่ทำให้ผู้ค้ารายย่อยอยู่รอด คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น กระจายนักท่องเที่ยวและเม็ดเ
เมื่อวันที่ 11 พ.ค. รายงานข่าวว่าธนาคารของรัฐในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่เปิดให้ลงทะเบียนเช่นที่ธนาคารออมสินและธนาคารออมสินสาขาศรีภูวนารถ มีประชาชนไปลงทะเบียนเปิดบัญชีใหม่และรับสมุด เพื่อที่จะนำไปใช้ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐรอบที่ 2 เพราะเป็นวันสุดท้ายของการเปิดทำการในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะหยุดยาวต่อเนื่องกัน3วัน จะไปเปิดให้ลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่15 พ.ค. หลายคนเกรงว่าในวันสุดท้ายคนจะยิ่งมากและไม่สะดวก จึงได้มาลงทะเบียนไว้ก่อน รายานข่าวจากเจ้าหน้าที่ธนาคารเปิดเผยว่า ยอดผู้มาลงทะเบียนรอบ 2 เพิ่มขึ้นกว่ารอบแรกประมาณ 2 เท่าตัว แต่จะผ่านการพิจารณาของกรรมการทั้งหมดหรือไม่ อยู่ที่หลักฐานและความเป็นจริง
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบกระบือ 2 ตัว เป็นเพศผู้และเพศเมีย มีคุณสมบัติครบถ้วนของกระบือไทยแท้แบบโบราณหายาก โดยลักษณะกระบือไทยโบราณ มีลำตัวยาว ตาแต้ม แก้มจุด คอป้อง เขาบายศรี หางยาว ขาถุงเท้า 4 ขา ขนดำทอง มีขวัญกวักทรัพย์กลางลำตัว ตัวผู้อายุ 25 เดือนชื่อ “หนึ่ง” และเพศเมีย ชื่อ”ปัก” อายุ 15 เดือน เป็นกระบือของนางรุ่งอรุณ ปั้นโหมด อายุ 30 สารวัตรกำนันหญิงตำบลคลองทราย อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ที่ 5 ต.คลองทราย อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร นางรุ่งอรุณ กล่าวว่า หลังจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย ได้สานต่ออาชีพจากบิดาและมารดาประกอบอาชีพทำการเกษตร และเลี้ยงกระบือควบคู่กันการทำนา ซึ่งตนชอบเลี้ยงกระบือมาตั้งแต่เด็กๆแม้จะเป็นผู้หญิงก็ตาม หลังแต่งงานมีครอบครัว หันมาเอาดีทางการเลี้ยงกระบือ มีเป้าหมายเพื่อจำหน่ายเป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ ไม่เน้นจำหน่ายให้โรงฆ่าสัตว์ เนื่องผูกพันกับกระบือที่เลี้ยงมาทุกตัว แม้เรียนไม่สูงมากนักแต่พยายามศึกษาเรียนรู้จากสื่อต่างๆทางอินเทอร์เน็ต สิ่งพิมพ์ รวมทั้งเรียนรู้จากการอบรมด้านปศุสัตว์ในการผสมเทียมและวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้อง จากเดิมเลี้ยงตามท้องทุ่
กลายเป็นภาพที่เห็นแล้วถึงกับอึ้ง เมื่อเพจ Dr.เช้าตรู่ ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับสูตินรีเวช ได้แชร์ภาพก้อนขนาดใหญ่ ซึ่งได้ระบุว่า” #เนื้องอกรังไข่ ขนาดใหญ่มากกกก😱😱😱 33 เซนติเมตร หนัก 8 กิโลกรัม #ตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยเห็นใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย” โดยผู้โพสต์ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า คนไข้รายดังกล่าวอายุ 45 ปี เป็นคนอ้วนจึงไม่รู้ตัวว่าเกิดเนื้องอกในร่างกายขึ้นเพราะไม่มีอาการ แต่ท้องผู้ป่วยใหญ่มาก หลังจากผ่าตัดคนไข้ปลอดภัยดี โดยลักษณะคนไข้อ้วน หน้าท้องหนา เเผลผ่าตัดใหญ่ตามขนาดก้อน จึงเจ็บแผลผ่าตัดมากกว่าเคสปกติ แต่ผลตรวจเบื้องต้น ค่ามะเร็งในเลือดปกติ แต่ยังต้องรอผลตรวจยืนยันจากชิ้นเนื้อ คาดว่าอาจเป็นเนื้องอกปกติ ที่ไม่ใข่มะเร็ง แต่เนื่องจากคนไข้อายุเยอะ ก้อนใหญ่มาก ก็ถือว่ายังไม่ปลอดภัย ต้องรอฟังผลชิ้นเนื้อ ยืนยันอีกทีครับว่าเปนมะเร็งหรือไม่ ทั้งนี้ สำหรับผู้หญิง ควรหมั่นตรวจสุขภาพ อัลตร้าซาวน์ปีละครั้ง เพราะบางโรคแม้ว่าจะเป็นเยอะแล้ว แต่ก็ไม่มีอาการ ทำให้รักษาได้ล่าช้าเพราะรู้ก่อน รักษาก่อน มีโอกาสหายสูงกว่า
