ข่าววันนี้
ในงานประกาศรางวัล “LINE MAN Wongnai Users’ Choice Best of 2026” รวมที่สุดของร้านอร่อยรีวิวดีจากเสียงผู้ใช้งานจริงกว่า 26 ล้านคนทั่วประเทศ โดยคัดเลือก 685 ร้านจากกว่า 700,000 ร้านทั่วไทย ครอบคลุมตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ดระดับตำนานไปจนถึงร้านไฟน์ไดนิ่ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่เข้าใจทั้งผู้บริโภคและร้านอาหารด้วยจุดแข็งด้าน Local Understanding พร้อมมอบ “รางวัลบุคคลแห่งปีด้านอาหารที่ยกระดับอาหารรสมือคนไทย – LINE MAN Wongnai The Visionary Taste Maker Award” เป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องผู้สร้างสรรค์และผู้ขับเคลื่อนวงการอาหารไทย ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปิดตัวรางวัล “LINE MAN Wongnai The Visionary Taste Maker Award” หรือรางวัลบุคคลแห่งปีด้านอาหาร เพื่อยกย่องคนเบื้องหลังความอร่อยที่กำลังเปลี่ยนเกมวงการอาหารไทย ทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาแบรนด์ และการผลักดันอาหารไทยสู่เวทีสากล ได้แก่ คุณปลา–อัจฉรา บุรารักษ์ ผู้ก่อตั้ง iberry Group, คุณแจะ–ศิริวรรณ ธรณนิธิกุล เจ้าของร้านอาหารเครือ อิส_แฮพ_เพ่น และเชฟไอซ์–ศุภักษร จงศิริ เจ้าของร้าน ศรณ์ (Sorn) คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้า
แม้โลกจะพูดถึงความเท่าเทียมมากขึ้นเพียงใด เสียงของผู้หญิงจำนวนมากก็ยังคงเลือนหายไปใต้เงาของประวัติศาสตร์กระแสหลัก วรรณกรรมกลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยแห่งสุดท้ายที่ความทรงจำเหล่านั้นยังหายใจได้ และนั่นคือหัวใจสำคัญของ รางวัลชมนาดอินเตอร์ (Chommanard International Women’s Literary Award) โครงการความร่วมมือระหว่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ที่ยกระดับเวทีวรรณกรรมสตรีไทยสู่ระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว ครอบคลุมนักเขียนหญิงใน 13 ประเทศ และเขตเศรษฐกิจทั่วอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน โดยมีเงินรางวัล Grand Prize สูงถึง 500,000 บาท ซึ่งนับเป็นหนึ่งในรางวัลวรรณกรรมสตรีที่สูงที่สุดในภูมิภาคนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 รางวัลชมนาดอินเตอร์พานักเขียนหญิงที่เข้ารอบสุดท้าย 8 ท่าน ออกสำรวจกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองหลวงแห่งวรรณกรรมและสื่อ ผ่านกิจกรรม Media & Publishing Tour ที่ออกแบบมาเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้นักเขียนได้สัมผัสระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสื่อและการพิมพ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ห้องข่าวของ Bangkok Post ไปจนถึงห้องประชุมระดับผู้บริหารของธนาคารกร
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์” ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยวัฒนธรรมอาหารผ่านคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก “มิชลิน ไกด์” โดยได้เชิญบุคลากรจากร้านอาหารในคู่มือมิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทยประจำปี 2569 มาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเสวนา นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนและการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่มีความเข้มข้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าและช่วยฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ โดย “วัฒนธรรมอาหารไทย” ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความพิถีพิถัน และภูมิปัญญาท้องถิ่น และสามารถต่อยอดเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” จากรายงาน ‘Beyond the MICHELIN Stars’ ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2568 โดยเอิร์นส์
กลายเป็นกระแสอีกครั้ง เมื่อ “รื่นรมย์ (REUNROM)” แบรนด์เครื่องหอมภายใต้เครือ KARMART บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ได้ไปปรากฏอยู่ในอินสตาแกรมของ Scott Disick @letthelordbewithyou เซเลบดังระดับโลก ที่มีผู้ติดตามกว่า 28.2 ล้านคน ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องรสนิยมและไลฟ์สไตล์ระดับ Luxury หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ไป ทำให้คนไทยหลายคนไปโฟกัสตรงที่หลายมุมบ้านที่มี “ก้านไม้หอมแบรนด์ไทย” ตั้งอยู่ในคฤหาสน์หลังใหม่ของ Scott Disick และเป็นตัวเดียวกับที่แม่อีลอน มัสก์ ใช้ แม้จะไม่ได้เป็นจุดเด่นสุดของภาพ แต่ด้วยลักษณะการจัดวางที่ดูเป็นการใช้งานจริง ทำให้เป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะหลายคนคิดว่ากลิ่นจากแบรนด์ไทยอาจโดนใจเศรษฐีที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ ของการใช้ชีวิต แต่สิ่งที่ชาวเน็ตหลายคนยังคาดเดากันอยู่ นั่นคือ Scott Disick ใช้กลิ่นไหนในคฤหาสน์หลังนี้ แต่ก่อนหน้านี้ “รื่นรมย์” ยังเคยปรากฏในบ้านของแม่ Elon Musk ซึ่งเป็นโปรดักต์น้ำหอมหัวพระจันทร์ (The Moon Perfume Collection) ที่ถือเป็นไอเท็มไฮไลต์ของแบรนด์ อย่างไรก็ตาม การที่แบรนด์เครื่องหอมไทยได้ไปปรากฏอยู่ในอินสตาแกรมดาราเซเลบชื่อดัง
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางที่ดันให้ต้นทุนต่างๆ ดีดตัวสูงขึ้น ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงตามไปด้วยเช่นกัน แต่ในวิกฤตเรายังได้เห็นแบรนด์ต่างๆ ออกมาประกาศ “ตรึงราคาสินค้า” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้บริโภค แม้จะต้องแบกต้นทุนไว้เอง จะมีแบรนด์ไหนบ้างนั้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รวบรวมมาให้แล้ว ศรีจันทร์ คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายศรีจันทร์ (SRICHAND) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 76 ปี และ ศศิ (sasi) ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขอใช้พื้นที่ตรงนี้นิดหนึ่งครับ ช่วงนี้ต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง ขึ้นกันแทบทุกตัว ผมเข้าใจดีว่าทุกคนรู้สึกกังวลถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่ศรีจันทร์ตัดสินใจคือ เราจะตรึงราคาสินค้าทุกตัวไว้ก่อนครับ ไม่ใช่เพราะต้นทุนเราไม่ขึ้นนะครับ ขึ้นเหมือนกัน แต่เรากำลังทำงานหนักร่วมกับผู้ผลิต Supplier และ Partner ทุกราย เพื่อหาทางบริหารจัดการต้นทุนให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับ Efficiency ภายใน การเจรจาเงื่อนไขใหม่ หรือหาวิธีที่สร้างสรรค์กว่าเดิม ในเวลานี้เราขอเลือกรับ
จากเทรนด์ “นุ่งยีนส์ห่มสไบ” ที่ฮิตกันทั่วประเทศ สู่เทรนด์ใหม่ “ถ่ายรูปกับดอกบัว” ที่กำลังมาแรงบนติ๊กต็อก เมื่อ Gen Z กลายเป็นผู้จุดกระแสนี้ขึ้นมาจนอินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ และดาราหันมาตามเทรนด์นี้กันเต็มหน้าฟีด จากดอกไม้ไหว้พระสู่ไอเทมฮิต โดยปกติเราจะใช้ “ดอกบัว” สำหรับไหว้พระ เพราะเป็นดอกไม้แห่งความบริสุทธ์ ความดีงาม และความศรัทธา แต่ในปัจจุบันดอกบัวกลายเป็นไอเทมฮิตในกลุ่ม Gen Z และคนรุ่มใหม่จากกระแส “ถ่ายรูปกับดอกบัว” ที่เปลี่ยนภาพจำดอกไม้ไหว้พระให้เป็นดอกไม้สายแฟชั่น สวยไม่แพ้ดอกกุหลาบ ดอกทานตะวัน ดอกทิวลิป หรือดอกเยอร์บีร่า และยังสามารถแมตกับชุดได้หลากหลายเพราะความละมุนของสีชมพู ไม่ว่าจะแต่งตัวสไตล์อะไร โพสต์มุมไหนก็ดูไวบ์ดี ซึ่งมีอินฟลูฯ ครีเอเตอร์ และคนดังหันมาตามเทรนด์นี้ ทั้ง ซ้อก้าด, เนสตี้, ฟาอัล พร้อมกับเพลงดั่งฝันฉันใดของวง Klear ที่กลับมาฮิต ซึ่งคาดเดากันเทรนด์ดอกบัวเริ่มมาจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ “เอโคโอเค” ที่โพสต์ภาพดอกบัวในแจกัน พร้อมแคปชั่น “เสียตังซื้อดอกไม้นอกแพงๆ ตั้งนาน” โดยมียอดรีโพสต์ 1.5 หมื่น และยอดไลก์ 1.8 หมื่น พร้อมคอมเมนต์ที่เห็นด้วยว่า “จริงค่ะ ดอกไม้บ้านเรา
วันที่ 26 มีนาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า วันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเร่งออกมาตรการดูแลผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนค่าครองชีพของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยรัฐบาลมีเป้าหมายช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และรักษาสมดุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า กระทรวงการคลังได้เสนอ 7 มาตรการต่อ ครม. โดยบางมาตรการสามารถดำเนินการได้ทันที ขณะที่บางส่วนต้องผ่านขั้นตอนเพิ่มเติม โดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์มีเกี่ยวข้องกับ 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การดูแลกลุ่มเปราะบาง การควบคุมราคาสินค้า และการช่วยเหลือภาคเกษตรและผู้ประกอบการ หนึ่งในมาตรการสำคัญของรัฐบาล คือการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาท เป็น 400 บาท เพื่อใช้ซื้อสินค้าจำเป็นควบคู่กับโครงการลดค่าครองชีพ รวมถึงการพิจารณาช่วยเหลือค่าขนส่งทั้งระบบขนส่งสาธารณะ วินมอเตอร์ไซค์ และไรเดอร์ กระทรวงพาณิชย์เตรียมดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย“ ลดภาระค่าครองชีพร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก-ค้าส่งทั่วประเทศ นำสินค้าจำเป็
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร้านสะดวกซื้อที่อยู่คู่ชุมชนและสังคม ขอเคียงข้างคนไทยในทุก ๆ สถานการณ์ ด้วยการส่งมอบรายการ “ร่วมด้วยช่วยค่าครองชีพ” เพื่อแบ่งเบาภาระลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ผ่านการผนึกกำลังคู่ค้า สินค้าของกิน ของใช้ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมาลดราคามากกว่า 3,000 รายการ อาทิ สินค้าของใช้คู่บ้าน คู่ครัว เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ เครื่องปรุงต่างๆ ผงซักฟอก แชมพู ที่ต้องหาชื้อเข้าบ้านในทุก ๆ เดือน ให้ผู้บริโภคสามารถมาเลือกซื้อได้สะดวก ปัจจุบันเซเว่น อีเลฟเว่น ได้เปิดโซนใหม่พิเศษสำหรับสินค้าของใช้ในบ้านอย่างโซน ALL GROCER’S ไว้รองรับความต้องการที่หลากหลายโดยเฉพาะสินค้าไชส์ใหญ่ หรือยกแพ็ค ในราคาที่คุ้มค่ามาก ๆ เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อของเข้าบ้านได้สะดวกง่ายๆ ใกล้ๆบ้าน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านรายการ “ฝากท้องที่เซเว่น” ที่ลดราคาสูงสุดถึง 50% และรายการ Meal Deal มื้อสนุกเลือกจับคู่ได้ตามใจ มามอบความคุ้มค่าในทุกมื้อไม่ว่าจะเป็นมื้อหลัก หรือทานเล่นระหว่างมื้อ พร้อมกันนี้ มีรายการโปรโมชั่นลดอย่างแรง ซื้อครบรับฟรีของ
แฟลช เอ็กซ์เพรส จับมือ กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมส่งเสริมและพัฒนาระบบระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตรอย่างครบวงจร มอบส่วนลดค่าบริการจัดส่ง 10% และการันตีส่งด่วนถึงปลายทางทั่วประเทศ หวังช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าของผลผลิต และเปิดโอกาสใหม่ๆให้กับพี่น้องเกษตรกรไทย เพื่อยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน นางสาวปรินทร์ทิพย์ อิสริยเมธา ผู้ช่วยรองกรรมการผู้อำนวยการสื่อสารองค์กร และรัฐกิจสัมพันธ์ กลุ่มธุรกิจแฟลช กล่าวว่า บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการยกระดับศักยภาพระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยให้ก้าวไปอีกขั้น โดยเฉพาะในภาคการเกษตร ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเรามีความเชื่อมั่นว่า การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตรอย่างครบวงจร โดยเฉพาะการทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าของผลผลิต และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกรไทย ล่าสุด แฟลช เอ็กซ์เพรส ได้ร่วมมือกับ กรมส่งเสริมการเกษตร ในการสนับสนุนและพัฒนาระบบ โลจิสติกส์ภาคการเกษตรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการมุ่งเน้นการขนส่งผลไม้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมกันแถลงข่าว แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ครม.ให้ความเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ 7 เรื่อง คือ 1. เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง กลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ว่าจะลดอย่างไรในระยะเวลาแค่ไหนตามความเหมาะสม 2. การดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งครม.เห็นชอบว่าจะมึการเติมเงิน ที่ปกติการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจะมีวงเงิน 300 บาทต่อเดือนต่อคน โดยจะเพิ่มให้อีก 100 บาทเท่ากับ 400 บาทต่อเดือนต่อคน โดยระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการจะใช้เพียง 1 เดือนก่อน เมื่อเป็นรัฐบาลทางการจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง 3. กลุ่มขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันทั้งกลุ่มรถบรรทุก และรถโดยสาร รวมถึงกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 4. การช่วยเหลือภาคเกษตรกร เบื้องต้นคิดว่าสิ่งที่จะกระทบเกษตรกรเร็วที่สุดคือเรื
