ข่าววันนี้
นายสตีฟ สรเทพ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย กล่าวขอบคุณคณะรัฐบาลนายกฯ อนุทิน และคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ช่วยปลดล็อกช่วงเวลาขายแอลกอฮอล์ตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น ให้กับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร โดยคำนึงถึงบริบทของประเทศไทยที่เป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยว ซึ่งแตกต่างจาก 53 ปีที่แล้วของคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ออกมาเพื่อห้ามข้าราชการออกไปนั่งดื่ม เพราะว่ากฎหมายฉบับล่าสุดที่แก้ไขออกมานั้น นอกจากจะสร้างปัญหาในการทำธุรกิจของร้านอาหารแล้ว ยังมีผลกระทบกับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาช่วงปลายปี โดยเฉพาะเป็นช่วงไฮซีซันของประเทศไทย ซึ่งจากกฎหมายที่ประกาศออกมาล่าสุดที่ผ่านมา สร้างความหวาดกลัวให้นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะสำนักข่าวต่างๆ ทั่วโลกได้เผยแพร่ถึงความผิดที่นักท่องเที่ยวจะได้รับด้วยหากมีการนั่งดื่มในร้านอาหารเกินเวลาที่กำหนด จึงมีผลกับการตัดสินใจที่จะเลือกมาเที่ยวประเทศไทย โดยทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนใจเลือกที่จะไปประเทศอื่นในอาเซียนแทน การปลดล็อกช่วงเวลาให้ขายแอลกอฮอล์ได้ จะช่วยส่งเสริมให้กับธุรกิจร้านอาหารมีรายได้จากการขาย
ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สภานโยบาย) ครั้งที่ 3/2568 เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะรองประธาน พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ในฐานะเลขานุการสภานโยบาย รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมสภานโยบายฯ ได้มีมติในนโยบายที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ การประชุมครั้งนี้ ได้มีมติและข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญหลายประการ ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการอุทกภัย การพัฒนากำลังคน การยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยช่วงต้นของการประชุม ศาสตราจารย์กิตติคุณบวรศักดิ์ ไ
ก่อนจบปี 2568 “สงครามสุกี้” ยังเดือดทะลุหม้อ เมื่อแบรนด์หม้อไฟยักษ์ใหญ่ระดับโลก อย่าง Haidilao (ไหตี่เลา) กระโดดลงหม้อมาลุยสงครามนี้อีกหนึ่งแบรนด์ ด้วยการเปิดตัว HI Dee Shabu (ไหตี่ชาบู) ในไทย โดยปักหมุดเซ็นทรัล พระราม 3 เป็นที่แรกของโลกในคอนเซ็ปต์ชาบู ในรูปแบบการขายแบบอะลาคาร์ต กับบุฟเฟต์บาร์ โดยมีราคาชุดหมู เริ่มต้น 199 บาท ชุดเนื้อเริ่มต้น 349 บาท ที่สามารถสั่งเป็นชุดเปิด และบวกบาร์บุฟเฟต์เพิ่มราคา 69 บาท จากการเปิดตัวในครั้งนี้ สร้างกระแสบนโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก เพราะไหตี่เลาเป็นแบรนด์ดังที่คนไทยรู้จักกันดี ประกอบกับสงครามสุกี้กำลังเดือด ยิ่งทำให้ตลาดนี้เป็นที่น่าจับตามอง หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ แบรนด์ใหญ่ของไทยก็ปล่อยหมัดเด็ดกันแบบไม่มีใครยอมใคร เริ่มกันที่ MK Restaurants ในเครือ MK GROUP แบรนด์ในตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานาน 39 ปี เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ความนิยมของแบรนด์เริ่มจางลง จากอะลาคาร์ต แบรนด์จึงปรับโมเดลใหม่เป็น “บุฟเฟต์” เพื่อตอบรับเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบการทานบุฟเฟต์ ซึ่งมีทั้ง “MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” ที่ต่อแคมเปญมาเรื่อยๆ และ “MK Premium Buff
สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้แม้ระดับน้ำจะลดลงมาแล้ว แต่ความกังวลของประชาชนยังคงทวีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่ตามมาคือความเสียหายและภาระหนี้สิน การบรรเทาและฟื้นฟูความเสียหาย จึงเป็นเสมือนหนทางที่จะช่วยพลิกฟื้นทั้งกำลังใจและเศรษฐกิจในพื้นที่ หน่วยงานทั้งภาครัฐและสถาบันการเงิน ต่างต้องเร่งออกมาตรการเยียวยาให้ครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีวิต การค้า และหนี้สิน จากผลสำรวจของ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้มีการดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน ทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ เพื่อศึกษาความรู้สึก ความต้องการ และมุมมองของประชาชน ต่อเหตุการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้ โดยได้สำรวจจากกลุ่มตัวอย่างทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,142 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 29–30 พฤศจิกายน 2568 พบว่า “ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.8 เห็นว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ครั้งนี้เป็น “เหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ” ขณะที่ ร้อยละ 24.2 มองว่า “ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย” และยังสามารถป้องกันหรือบรรเทาได้หากมีระบบ” 5 อันดับความต้องการเร่งด่วน ให้ช่วยเหลือ ประชาชนทุกจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อสอบถามถึงความต้องการของประชาชน พบ 5 อันดับแรกของข้อมูลสะท้อนภาวะวิกฤตของประช
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 โดยอนุมัติการช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย ครัวเรือนละ 9,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ประชาชนสามารถยื่นลงทะเบียนได้ทันทีทั้งช่องทางออนไลน์และหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัย ช่องทางลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือ ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบสามารถลงทะเบียนได้ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้ 1. ลงทะเบียนออนไลน์ เว็บไซต์ : https://flood68.disaster.go.th/Dashboard/BoardHelpRegister ให้คลิกปุ่ม “Flood 68 แบบคำร้องความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568” พร้อมกรอกข้อมูลและแนบเอกสารให้ครบถ้วน 2. ยื่นคำร้องที่พื้นที่ สามารถยื่นเอกสารโดยตรงที่ หลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือ จำนวน 9,000 บาท จะต้องเป็นผู้ที่มีที่อยู่อาศัยประจำในเขตพื้นที่ประสบภัย และเข้าข่ายผลกระทบ 1 ใน 4 กรณี ดังนี้ 1. ที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย 2. ที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วัน 3. บ้านถูกน้ำล้อมรอบจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เป็นเวลาเกิน 7
27 มหาวิทยาลัย จับมือ บพท. พัฒนาคน – พัฒนาพื้นที่ นำ 85 ผลงาน ”วิจัยกินได้” สร้างงาน-สร้างอาชีพ-สร้างรายได้-ลดความเหลื่อมล้ำ จัดแสดงและสาธิตให้ประชาชนเข้าชม พร้อมรับคำปรึกษาแนะนำจากทีมนักวิจัยโดยตรง ที่อิมแพค เมืองทองธานี นางสาวพิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานในวันนี้ กล่าวว่า “งานในวันนี้เป็นการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมและพร้อมใช้ไปช่วยพัฒนาชุมชน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ และเสริมความสามารถในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของ คุณสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวง อว.) ที่ได้มุ่งผลักดันนโยบาย “วิจัยติดดิน นวัตกรรมยกระดับเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทย” เพื่อให้ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีต่าง ๆ นำไปยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็วและตรงจุด” “มหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวง อว. กระจายอยู่ทั่วประเทศ และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนท้องถ
นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหาร บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ร่วมเปิดทุ่งทานตะวันสีสันสดใสกว่า 5 ไร่ รับลมหนาวในงาน “ทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง ครั้งที่ 6” ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ บริษัท ซีพีแรม จำกัด สำนักงานใหญ่ ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ชวนนักท่องเที่ยวต้อนรับลมหนาวท่ามกลางธรรมชาติและสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนใกล้กรุงเทพฯ เพียง 45 นาที สร้างโมเมนต์สุดประทับใจกับกิจกรรมหลากหลายสำหรับทุกคน โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีเปิดงานดังกล่าวในครั้งนี้ นายวิเศษ กล่าวว่า ซีพีแรม เป็นองค์กรที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วกันว่า เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ มีดินดี มีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้มีผลิตผลทางการเกษตรที่หลากหลายและมากมาย บริษัท ซีพีแรม จำกัด เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทาน ได้เล็งเห็นความสำคัญของเกษตรกรรม ซึ่งเป็นฐานรากของห่วงโซ่อุปทานอาหาร เราจึงได้จัดตั้ง “ศูนย์วิชาการเกษตร ซีพีแร
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ปี 2569 ตลาดครีมซองของไทย จะมีมูลค่าราว 12,700 ล้านบาท หรือโตราว 4.0% โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาที่ย่อมเยา เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ลูกค้างบจำกัด สามารถหาซื้อได้ง่าย มีขายตามร้านสะดวกซื้อ พกพาสะดวก เหมาะกับคนชอบเดินทาง ต้องการใช้ด่วน รวมถึงตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากทดลองใช้ จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ พบว่า ผู้ผลิตแบรนด์ไทย ครองส่วนแบ่งกว่า 82% ของมูลค่าตลาดครีมซอง ขณะที่ 18% เป็นสินค้านำเข้า ในส่วนของช่องทางการขาย ร้านสะดวกซื้อยังเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 90% และอีก 10% คือช่องทางอื่นๆ เช่น Specialty Store และซูเปอร์มาร์เก็ต เทรนด์ตลาดครีมซองที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ได้แก่ เผยแพร่ครั้งแรก 21 ต.ค. 68
เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงหนังสือของสำนักพระราชวัง เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระราชกระแสเนื่องด้วยเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เนื้อหาระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ในการนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เชิญพระราชกระแส ดังนี้ 1. ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ทุกราย ไว้ในพระบรมราชานุคราะห์ 2. พระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และทรงชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าว 3. ท
จากวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ ส่งผลกระทบต่อผู้คนเป็นวงกว้าง ทั้งในด้านของความเป็นอยู่ อาชีพ และธุรกิจที่ต้องหยุดชะงัก หนึ่งในนั้นคือ คลินิก นพ.สมนึก วีระนรพานิช ที่เปิดให้บริการมานาน 18 ปี ได้ประกาศปิดตัวถาวร โดยโพสต์แจ้งรายละเอียดไว้ดังนี้ “ปิดคลินิกอย่างถาวรแล้วครับ….18 ปีที่ให้การดูแลรักษาคนที่มีลูกยาก เริ่มบุกเบิกจากศูนย์ จนคนรู้จักทั่วประเทศ…ขอเก็บความภูมิใจไว้กะตัวละกัน #สังเวยน้ำท่วมหาดใหญ่ 68” หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทำหลายคนอ่านแล้วน้ำตาไหล เพราะส่วนใหญ่เข้ามาขอบคุณหมอสมนึก ที่ช่วยให้มีลูก อาทิ ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ ทั้งรักษา ทั้งดูแลและทำคลอด ตั้งแต่ปี 56-58 ลูกชายเป็นหนุ่มน้อย 10 ขวบแล้วค่ะ ส่งกำลังใจให้คุณหมอนะคะ, กำลังใจ ให้คุณหมอค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ 9/11/58 ตอนนี้ 10 ขวบ สูง 155 น้ำหนัก 70 เรียนได้เกรด 4 เกือบทุกวิชา ไม่มีคุณหมอ พ่อกับแม่ ก็ไม่มีเด็กอ้วนคนนี้ค่ะ ขอบคุณมากๆๆ สู้ นะคะ, เด็กหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง เจริญเติบโตมากับอาจารย์หมอ หลายๆ คนฝากความหวังไว้ที่คลินิกแห่งนี้ เสียดายอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือราคาสูงๆ และความทรงจ
