ข่าววันนี้
คุณนอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท ลอตเตอรี่พลัส โพสต์เฟซบุ๊ก แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการทำ Marketplace เพื่อคนไทย ในชื่อว่า Thaimart (thaimart. com) โดยคุณนอทเริ่มอธิบายว่าทำไมต้องทำ “ผมไม่ได้สร้าง Thaimart เพื่อไปแข่งกับใคร แต่ผมตัดสินใจจะทำ Thaimart เพราะผมเห็นความจริงบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไทยจำนวนมาก ตั้งใจผลิตสินค้า ตั้งใจสร้างแบรนด์ ตั้งใจขายของ และแบกความรับผิดชอบ ในฐานะผู้ประกอบการจริงๆ แต่พวกเขากลับต้องอยู่ในระบบ ที่ถูกบีบให้ลดราคาแข่งกันจนกำไรไม่เหลือ ถูกเก็บค่า GP ที่ไม่เป็นธรรม และสุดท้ายเงินจำนวนมหาศาลไหลออกนอกประเทศ ประเทศจะพัฒนาไม่ได้ ถ้าคนทำมาหากินในประเทศอยู่ไม่รอด Thaimart จึงเกิดขึ้นด้วยเหตุผลง่ายๆ ผมอยากสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นธรรม ให้คนไทยทำธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง และทำให้เงินหมุนอยู่ในประเทศอย่างถูกต้องและยั่งยืน” ก่อนอธิบายต่อถึงการทำให้แตกต่าง “Thaimart จะไม่ชนะด้วยการเผาเงิน ไม่ชนะด้วยการขายถูกที่สุด และไม่ชนะด้วยการรับทุกคนเข้ามาแล้วปล่อยให้ตลาดเละเทะ Thaimart จะยืนอยู่บน 4 หลักการ 1. GP ที่เป็นธรรม แพลตฟอร์มอยู่ได้ ร้านค้า
ชั่วโมงนี้ เชื่อว่าใครๆ ต่างเห็นแบรนด์โยเกิร์ตเจ้าดังอย่าง Yoguruto (โยกุรุโตะ) ผ่านตามาบ้าง โดยเฉพาะเมนูข้าวเหนียวนิล เมนูบุกน้ำผึ้ง ที่ถูกรีวิวอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียล ทำให้ผู้บริโภคแห่ไปซื้อตามกระแสกันอย่างล้นหลาม จนเพจ Yoguruto Thailand ออกมาโพสต์แจ้งว่า “วัตถุดิบอาจขาดในบางช่วง และอาจทำให้สินค้าบางสาขาหมด” “ก่อนอื่นพวกเราขอขอบพระคุณจากใจสำหรับการสนับสนุนของทุกท่าน ขอบคุณที่ให้เราได้มีโอกาสมอบโยเกิร์ตสดปั่นแสนอร่อย ท็อปปิ้งหลากหลาย ราคาจับต้องได้ ความหวานให้เลือกหลายแบบครับ พวกเราเข้าใจว่าหลายคนอยากแวะมาอุดหนุน และอยากมาลองชิมโยเกิร์ตของเรา แต่เนื่องจากวัตถุดิบหลักเป็นโยเกิร์ตซึ่งต้องใช้เวลาในการหมักให้น้องๆ จุลินทรีย์เติบโตอย่างพอดี เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพตรงตามมาตรฐานของ Yoguruto ทำให้สินค้าอาจจะขาดในบางช่วง ด้วยความรักที่ทุกคนมอบให้ในช่วงนี้ อาจทำให้สินค้าบางสาขาหมด พวกเราต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะครับ ทั้งหมดก็เพื่อให้โยเกิร์ตทุกแก้วอร่อย และได้คุณภาพเหมือนกันทุกแก้ว ซึ่งในขณะนี้ทีมงานกำลังเร่งดูแล และจัดเตรียมวัตถุดิบอย่างเต็มที่เพื่อกลับมาให้บริการอย
หากพูดถึงบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับแถวหน้าของเมืองไทย ชื่อของ ‘อิตาเลียนไทย’ มักจะติดอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ แต่ที่มาของอาณาจักรหมื่นล้านนี้ไม่ได้เริ่มจากสายงานวิศวกรโดยตรง แต่เริ่มต้นจากอดีตแพทย์ที่ผันตัวมาทำโรงน้ำแข็ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปย้อนรอยถึงจุดเริ่มต้น การส่งต่อธุรกิจรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการรับเหมาก่อสร้างในไทย จุดเริ่มต้น เดิมที ‘คุณชัยยุทธ’ ตั้งใจจะเรียนทางด้านการเกษตร แต่ช่วงนั้นเกิดเหตุสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เขาจึงเลือกเรียนในสาขาแพทยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล และได้เข้ารับราชการทหาร และได้แต่งงานกับ ม.ร.ว.พรรณจิตร กรรณสูต ต่อมาได้ตัดสินใจออกจากราชการมาทำธุรกิจ ‘โรงน้ำแข็งและโรงไฟฟ้า’ ต่อมาได้เจอกับ Mr. Giorgio Berlingieri วิศวกรชาวอิตาลี ที่ คุณชัยยุทธ ได้เข้าไปร่วมมือกู้เรือที่จมแม่น้ำเจ้าพระยาได้สำเร็จ จากเหตุการณ์นี้ทำให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ทั้งคู่ได้ร่วมมือสร้างธุรกิจด้วยกัน และก่อตั้ง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ขึ้น ในปี 2501 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 2 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจรับจ้า
นี่อาจะเป็น “ลาเต้แห่งอนาคต” เมื่อบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น “อายิโนะโมะโต๊ะ กรุ๊ป” (Ajinomoto Group) ได้เปิดตัวเครื่องดื่มกาแฟรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ GRe:en Drop Coffee ในสิงคโปร์ โดยนำเสนอนวัตกรรมที่มุ่งเน้นความยั่งยืนด้วยการใช้กาแฟที่ผลิตโดยปราศจากเมล็ดกาแฟ และโปรตีนแก๊สที่ผลิตจากคาร์บอนไดออกไซด์ เครื่องดื่มซีรีส์ใหม่นี้อยู่ภายใต้แบรนด์ Atlr.72 ของอายิโนะโมะโต๊ะ ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ส่วนผสมที่มาจากพืช (plant-based) เซลล์ (cell-based) และจุลินทรีย์ (microbial) เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวของบริษัท โดยเป็นความร่วมมือกับสองสตาร์ทอัพด้านอาหารแห่งอนาคต ได้แก่ Solar Foods ผู้ผลิตโปรตีนแก๊สจากฟินแลนด์ และ Prefer ผู้ผลิตกาแฟทางเลือกที่ปราศจากเมล็ดกาแฟจากสิงคโปร์ โดยเครื่องดื่ม GRe:en Drop Coffee คือนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย กาแฟกรอง (batch-brewed filter coffee) กาแฟลาเต้ โดยใช้ส่วนผสม PreferRoast ของแบรนด์ Prefer ทดแทนกาแฟแบบดั้งเดิม 30% โดยใช้กระบวนการหมักจุลินทรีย์ จากผลพลอยได้ของอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ข้าวหัก และถั่วชิกพีช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 8.8 เท่า เมื่อเที
จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ในประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 6.45 แสนล้านบาท (16.9 พันล้านยูโร) ภายในปี 2573 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ (“BJL”) บริษัทในเครือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี และบริษัท ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) จึงได้ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี สู่มาตรฐานสากล คุณฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “บีเจซีดำเนินธุรกิจเฮลธ์แคร์มา 60 ปี ความร่วมมือกับดีเอชแอลซึ่งเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ทำให้เราสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงขยายฐานลูกค้าไปสู่ลูกค้าต่างประเทศ และนำเสนอโซลูชันระดับโลกที่รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย บริษัทร่วมทุนนี้จะช่วยให้เรายกระดับการบริการ ทั้งในด้วนคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องตามกฎระเบียบที่ผู้ป่วยและผู้ให้บริการด้านเฮลธ์แคร์ควรได้รับ พร้อมทั้งผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทา
สื่อต่างประเทศ รายงานว่า บริษัท Flash Express ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และจัดส่งพัสดุจากประเทศไทย เปิดเผยว่า จะปิดกิจการในมาเลเซีย ในวันที่ 31 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นการถอนตัวออกจากตลาดที่บริษัทเพิ่งมาได้ไม่กี่ปีอย่างไม่คาดคิด การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง และการขาดทุนอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจดีลิเวอรี บริษัทได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ธุรกิจของเราในมาเลเซียจะปิดตัวลงอย่างถาวรในวันที่ 31 มกราคม 2026 ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา” ตามข้อมูลภายในบริษัทที่เผยแพร่กัน Flash Express Malaysia จะหยุดรับคำจัดส่งตั้งแต่ 15 มกราคม เป็นต้นไป โดยจะยังคงส่งพัสุดที่จองไว้ก่อนวันดังกล่าวต่อไป บริษัทระบุว่า จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการชำระบัญชีลูกค้า ติดตามการจัดส่งที่ค้าง และดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการปิดกิจการ Flash Express Malaysia เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ เมื่อ 25 ตุลาคม 2021 เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธการขยายธุรกิจไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Flash โดยสาขาในมาเลเซียก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร โดยเน้นบริการรับสินค้าถึงบ้านฟรี
นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ SMEs ที่สะท้อนพลังของความตั้งใจ คือ “ไร่ทับทิมสยาม” แบรนด์ผลไม้อบแห้งจากเพชรบุรี ที่เริ่มต้นจากครอบครัวเล็กๆ ที่ปลูกกล้วยจนล้นสวน แล้วพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส คุณกุลยา กนกวรกาญจน์ ลูกสาวของผู้ก่อตั้ง เล่าว่า เดิมทีคุณพ่อเพียงอยากทำเกษตรหลังเกษียณ อยากหาซื้อที่ดินเพื่อปลูกกล้วย มะละกอ และส้มโอ แต่ผลผลิตกลับมีมากเกินความต้องการ จึงเริ่มทดลองทำ “กล้วยตากอบแห้ง” ขายออนไลน์และออกบูธต่างๆ จนได้เข้าสู่เชลฟ์เซเว่นฯ เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา จนเป็นที่รู้จักของลูกค้าต่างชาติอย่างเวียดนามและยุโรป “เราไม่ได้มาจากสายอาหารเลยค่ะ พื้นเพเป็นคนสุพรรณบุรีโตมาจากธุรกิจผลิตเบาะนั่ง รถทัวร์ รถบัส แต่พอตัดสินใจลงมือทำธุรกิจอาหารก็รู้เลยว่ามันท้าทายมาก ต้องใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่คัดกล้วยไปจนถึงการออกแบบแพ็กเกจจิ้ง ส่งผลให้กล้วยตากสูตรบ้านๆ กลายเป็น “กล้วยสติ๊กอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์” และต่อยอดด้วยไอเดียใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะกับตลาดยุคใหม่ ทั้งกล้วยสติ๊กเคลือบช็อกโกแลต และล่าสุดคือ “กล้วยสติ๊กเคลือบนมรสสตรอเบอร์รี” ที่เปิดตัวในเซเว่นฯ
ในงาน “มติชน” ฉลองก้าวสู่ปีที่ 49 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น และการรวมตัวของบุคคลจากหลากหลายวงการที่มาร่วมแสดงความยินดี หนึ่งในไฮไลต์ของงาน คือการร่วมคอลแลปกับ “SILPIN” แบรนด์ไทยระดับพรีเมียม ผู้บุกเบิกนวัตกรรม Flavour จากพืช ผัก ผลไม้ และวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยอย่างแท้จริง โดยได้เปิดตัวประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการสื่อไทยกับแนวคิด “สำนักข่าวที่ดื่มได้” ตัวแทนจาก SILPIN กล่าวว่า เนื่องในโอกาสฉลองก้าวสู่ปีที่ 49 ของมติชน SILPIN ได้ร่วมสร้างสรรค์เครื่องดื่มสุดพิเศษให้กับมติชน คือ “Thai Malai Drink” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพวงมาลัยของไทย อันเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับและการอวยพรตามวัฒนธรรมไทย โดย SILPIN ได้สกัดกลิ่นของดอกไม้ที่ใช้ในพวงมาลัยไทย อย่าง ดอกรัก ดอกมะลิ และดอกกุหลาบ เป็นไซรัป Malai Syrup และออนท็อปด้วย Edible Perfume กลิ่นมาลัย เพื่อเติมกลิ่นอายความเป็นไทย และให้ความสดชื่น ตามมาด้วยเครื่องดื่มสุดพิเศษ “Hom Mali Highball” ซึ่งใช้ไซรัปกลิ่นข้าวหอมมะลิ สื่อถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย และสะท้อนภาพมติชนในฐานะสำนักข่าวไทยที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน และ “Tom Yum T
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที เมื่อเพจดังอย่าง “อีซ้อขยี้ข่าว” ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวของนักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่ไปใช้บริการที่ตลาดน้ำชื่อดังอย่าง ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่กลับต้องเจอราคาอาหารที่แพงจนน่าตกใจ โดยเฉพาะเมนูพื้นฐานอย่าง “ข้าวผัดไข่” ที่พุ่งสูงถึงจานละ 1,400 บาท โดยได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “เจ้าของโพสต์ไปทริปตลาดน้ำดำเนินสะดวกเจอราคาค่าอาหารถึงกับช็อก! ไข่เจียวธรรมดา 400 ข้าวผัดไข่ จานใหญ่ 1,400 ทั้งที่มีแค่ไข่กับผัก ไม่มีเนื้อสัตว์ ปริมาณที่เห็นประเมินแล้วไม่น่าเกิน 600 เจ้าของโพสต์เผย ปัจจุบันกินอยู่ภูเก็ต ยังไม่เคยเจอไข่เจียวราคาแรงขนาดนี้ ของแพงพอถูไถได้ถ้าอร่อย แต่ร้านนี้คือ “ไม่ผ่านทุกอย่าง” ยิ่งเจ็บใจเมื่อคนขับเรือแนะนำว่าอร่อยที่สุด สุดท้ายสิ่งที่กินได้มากสุดคือ…ไข่เจียว ตั้งแต่ค่าเรือ ของฝาก ยันอาหาร ราคาชวนอึ้ง ญาติๆ บอกไม่เป็นไร แต่เจ้าตัวขอเก็บความรู้สึกนี้ไว้เป็นบทเรียน และคงไม่คิดกลับไปซ้ำอีก…” หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ เช่น หลายคนตั้งคำถามถึงการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าปล่อยให้มีกา
#MadeinThailand เรื่องราวสินค้าแบรนด์ไทยที่น่าจับตารายนี้ เป็นเรื่องราวจากอาชีพผู้รับเหมาตกแต่งภายในสู่ธุรกิจเกษตรอนาคตไกล ซึ่งฟังดูอาจเป็นเส้นทางที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด แต่สำหรับ คุณณิชชา สารพุทธิเดชา นี่คือจังหวะที่โชคชะตาและโอกาสเดินเข้ามาพบกันพอดี จุดที่ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการ “ดอกไม้กินได้” และล่าสุด กลายเป็นแบรนด์เบอร์ต้นๆ ของตลาด โดยใช้เวลาไม่นานนัก คุณณิชชา เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ย้อนไปราว 2 ปีก่อน มีโอกาสไปดูงาน Pitching อาชีพ ที่มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี เป็นงานที่รวมเอาความคิดสร้างสรรค์และอาชีพรูปแบบใหม่จากคนรุ่นใหม่หลายกลุ่มเข้าด้วยกัน และที่นั่นเอง เธอเจอ “น้องๆ 2 คน” ที่ตั้งใจจะปลูกดอกไม้ขายโดยมีนวัตกรรมยืดอายุการจัดเก็บเข้ามาเพิ่มมูลค่า เป็นไอเดียที่ทั้งสดใหม่และน่าจะไปได้ไกล เธอจึงตัดสินใจชวนมาทำบริษัทด้วยกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ แบรนด์ At Flower-Edible Flower Farm อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่าช่วงเวลานั้นแทบไม่รู้จักธุรกิจนี้เลย รู้เพียงว่า “ดอกไม้กินได้” เริ่มเป็นที่นิยมในโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ระดับพรีเมียม แต่หากนำมาผสานกับนวัตกรร
