Featured ข่าววันนี้

เปิดเทรนด์ตรุษจีนปี 69 ผู้บริโภคกว่า 57% กังวลราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น

ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีน 2569 เผย 5 เทรนด์สำคัญ พบคนไทยมีแนวโน้ม ‘ซื้อสินค้าแบบฉลาดเลือก’ โดยความสำคัญกับ ‘คุณภาพ’ มากกว่า ‘โปรโมชัน’ และ ‘ความประหยัดต้องมาพร้อมความมงคล’

นายจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “แม้ภาพรวมตลาดค้าปลีกไทยในปี 2569 จะยังคงมีความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่ง SCB EIC คาดการณ์ไว้ที่ 3.7% แต่เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่งความหวังและการฟื้นตัว (Recovery & Hope) ของคนไทยทุกคน หลังจากที่เราได้ก้าวผ่านความท้าทายต่างๆ ในปีที่ผ่านมา และในโอกาสสุดพิเศษที่ ท็อปส์ครบรอบ 30 ปี เราจึงมุ่งมั่นสร้างคุณค่าทางใจภายใต้แกนหลัก ‘Togetherness’ เพื่อดึงสถาบันครอบครัวให้กลับมาแข็งแกร่งและมีความสุขร่วมกันอีกครั้งผ่านประเพณีตรุษจีนที่สืบทอดกันมา

เราคาดการณ์ว่าบรรยากาศการจับจ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ยังคงมีความคึกคัก เนื่องจากเทศกาลตรุษจีนถือเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเพื่อการเฉลิมฉลอง และเสริมความเป็นสิริมงคล ผสานกับเม็ดเงินสะพัดในช่วงตรุษจีนในปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงกำลังซื้อที่มีแนวโน้มในเชิงบวก รวมถึงพลังซอฟต์พาวเวอร์ด้านความเชื่อและวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ยังทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทางใจสำคัญ และเป็นแรงผลักดันให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาแคมเปญที่ตอบโจทย์ความฉลาดเลือกของลูกค้าอย่างแท้จริง ทั้งการคัดสรรของไหว้คุณภาพพรีเมียมที่หลากหลาย ครบถ้วนตามหลักมงคลในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมโปรโมชันที่คุ้มค่ากว่าเดิม เรามั่นใจว่ากลยุทธ์ที่เน้นความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง จะเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นความคึกคัก และมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมให้เติบโต”

สำหรับตรุษจีนในนี้ท็อปส์พบเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคช่วงตรุษจีนที่น่าสนใจจากการจัดทำผลสำรวจอินไซต์แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ของลูกค้าท็อปส์ ผ่านช่องทาง LINE TOPS Thailand และ Personal Shopper พบว่า

  • กลุ่ม Gen X & Gen Y ผู้คุมบังเหียนความเชื่อและการใช้จ่าย – Key Decision Makers หลักของการจับจ่ายช่วงตรุษจีนยังคงเป็นกลุ่ม Gen X (48%) และ Gen Y (30%) โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มรายได้ระดับกลางถึงบน และอาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (80%) โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการไหว้เจ้าตามประเพณีอย่างเคร่งครัด (44%) ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้านก่อนวันไหว้ การสวมเสื้อผ้าใหม่ ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่เป็นมงคล
  • “คุณภาพ” ชนะ “ราคา” ผลไม้มงคลยังเป็น Must-Have Item- หนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นคือ ผู้บริโภคถึง 84% ยืนยันว่าผลไม้มงคลเป็นสินค้าที่ต้องมีในช่วงตรุษจีน และกว่า 55% พร้อมตัดสินใจซื้อแม้ไม่มีโปรโมชัน สะท้อนให้เห็นว่าในเทศกาลที่มีความหมายเชิงวัฒนธรรมและความเชื่อ “ความสดและคุณภาพ” (Freshness & Quality) มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่าปัจจัยด้านราคาเพียงอย่างเดียว
  • Smart Planner วางแผนล่วงหน้า รับมือค่าครองชีพ – ความกังวลด้านค่าครองชีพยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยผู้บริโภคกว่า 57% กังวลเรื่องราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น และ 36% กังวลภาระค่าใช้จ่ายโดยรวม โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y และ Gen X ส่งผลให้ผู้บริโภค 40% วางแผนการซื้อและกำหนดงบประมาณล่วงหน้าอย่างละเอียด ขณะที่ 36% มีแนวโน้มใช้จ่ายน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการควบคุมงบการใช้จ่ายช่วงตรุษจีนไม่ให้เกิน 2,500 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 53% โดยยังคงให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นอันดับแรก (52%) รองลงมาคือการให้อั่งเปา (29%)
  • ฉลองความมงคลแบบรักษ์โลก ลด Food Waste – ตรุษจีนปี 2026 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่การเฉลิมฉลองอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดย 63% ของผู้บริโภคตั้งใจจัดการปริมาณของไหว้ให้เหมาะสม เพื่อลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเทรนด์ Sustainability ที่เริ่มชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคเมือง
  • Modern vs Traditional ความสะดวกที่มาพร้อมความหมาย – แม้ความเชื่อและประเพณียังคงมีบทบาทสำคัญ แต่รูปแบบการช้อปปิ้งได้ปรับเปลี่ยนไป ผู้บริโภคมองหาความสะดวกและความครบจบในที่เดียว (Convenience) ส่งผลให้โมเดิร์นเทรดกลายเป็นช่องทางหลักในการจับจ่าย (67%) เนื่องจากสามารถผสานความถูกต้องตามประเพณีเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ยังพบ Pain Points สำคัญของลูกค้าไม่ว่าจะเป็น ความกลัวทำผิดธรรมเนียม (The Fear of Getting it Wrong) โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่มั่นใจเรื่องของไหว้ที่ถูกต้อง ความยุ่งยากในการหาของ (The Frustration of the Hunt) ที่ต้องซื้อหลายแห่ง ความกดดันด้านงบประมาณ (Anxiety of a Budget) จากค่าครองชีพที่สูงขึ้น และ ข้อจำกัดด้านเวลา (The Pressure of Time) จากไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ

ท็อปส์จึงนำปัจจัยดังกล่าวมาต่อยอดสู่แคมเปญ THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026 โดยออกแบบกลยุทธ์ด้านสินค้า โปรโมชัน ช่องทางการจำหน่าย และการสื่อสารการตลาดให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างรอบด้าน เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวก ครบจบในที่เดียว และช่วยให้การเฉลิมฉลองตรุษจีนเป็นไปอย่างมั่นใจ

สำหรับแคมเปญ THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026 ในปีนี้ ท็อปส์ได้เดินหน้าภายใต้กลยุทธ์ “Discover Prosperity Together” รับปีแห่งการฟื้นตัวและความหวัง (Recovery & Hope) โดยที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าทางใจ (Togetherness) โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก A.C.E. ได้แก่ A – ASSORTMENT: “Discover the Finest Fortune” คัดสรรที่สุดแห่งสินค้ามงคล, C – CONNECT & CUSTOMER EMPOWERMENT: “Discover Your Personalized Prosperity” เชื่อมอินไซต์ รู้ใจด้วย AI และ E – EXPERIENCE: “Discover Seamless Celebration” สร้างประสบการณ์เฮง ไร้รอยต่อ

“ในปี 2569 นี้ ท็อปส์ยังคงมุ่งมั่นบทบาทในการร่วมกระตุ้นการจับจ่ายและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคค้าปลีกไทย ควบคู่กับการยกระดับท็อปส์สู่การผู้นำเบอร์ 1 ในใจผู้บริโภคในทุกเทศกาล โดยเรามั่นใจว่าแคมเปญ THE GREAT CHINESE NEW YEAR 2026 จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคไทยเริ่มต้นปีใหม่อย่างมั่นใจ เมื่อช้อปที่ท็อปส์ พร้อมตั้งเป้ายอดขายช่วงตรุษจีนในปีนี้เติบโตขึ้น 20%” นายจักรกฤษณ์ กล่าวสรุป

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!