ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนดกรมทางหลวง ที่ลงนามโดยนายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เรื่อง มาตรฐานและลักษณะที่พักริมทางในเขตทางหลวงพิเศษและทางหลวงสัมปทาน พ.ศ.2560 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 อธิบดีกรมทางหลวงจึงกำหนดมาตรฐานและลักษณะที่พักริมทางในเขตทางหลวงพิเศษและทางหลวง สัมปทาน โดยได้มีการกำหนดที่พักริมทาง(Rest area)ในเขตทางหลวงพิเศษและทางหลวงสัมปทานออกเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย ศูนย์บริการทางหลวง (Service Center) ได้แก่ ที่พักริมทางขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ ประมาณ 50 ไร่ขึ้นไป มีระยะห่างจากศูนย์บริการทางหลวงอื่นประมาณ 60 ถึง 100 กิโลเมตร จัดให้มีขึ้นเพื่อเป็นจุดแวะพักหลักสำหรับผู้ใช้ทาง ,สถานที่บริการทางหลวง (Service Area)ได้แก่ ที่พักริมทางขนาดกลาง มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ขึ้นไป มีระยะห่างจากศูนย์บริการทางหลวงหรือสถานที่บริการทางหลวงอื่นประมาณ 30 ถึง 60 กิโลเมตร จัดให้มีขึ้นเพื่อเป็นจุดแวะพักหลักสำหรับผู้ใช้ทาง และ จุดพักรถ (Rest Stop) ได้แก่ ที่พักริมทางขนาดเล็ก มีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ขึ้นไป มีร
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนา “จับทิศทางค่าเงิน อัตราดอกเบี้ยและหุ้นเด่น” ที่โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์ ว่า เศรษฐกิจไทยในขณะนี้ยังอยู่ในภาวะไม่สมดุล เนื่องจากอัตราการออมมากกว่าอัตราการลงทุน ส่งผลให้เศรษฐกิจไม่เติบโตเท่าที่ควร โดยอัตราการออมเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) อยู่ที่ 32% ขณะที่อัตราการลงทุนต่อจีดีพีอยู่ที่ 22% ทำให้มีส่วนต่างของอัตราการออมกับการลงทุนต่อจีดีพีที่ 9.6% และมีอัตราของดุลบัญชีเดินสะพัดต่อจีดีพีที่ 12.1% ซึ่งยังอยู่ในระดับสูง และไทยยังเกินดุลบัญเดินสะพัดต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามมองระดับที่เหมาะสมของอัตราดุลบัญชีเดินสะพัดต่อจีดีพี ไม่ควรเกิน บวกหรือลบ 3% ดังนั้นเพื่อกระตุ้นการลงทุนและสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ ในแง่นโยบายการเงิน คาดว่าจะยังเห็นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ที่ระดับ 1.50% ทั้งปีนี้เพื่อช่วนหนุนเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันควรปฏิรูปเงินทุนให้เคลื่อนย้ายอย่างเสรี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนต่างสามารถเลือกลงทุนได้ตามความน่าสนใจ
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ว่า ที่ประชุมได้รายงานผลการตรวจติดตามการจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำของสถานประกอบกิจการทั่วประเทศ ซึ่งจากผลการตรวจสถานประกอบกิจการ พบว่าส่วนใหญ่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีจำนวนน้อยมากที่ฝ่าฝืนและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย “กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ได้ตรวจสอบเมื่อเดือนมกราคม พบว่า มีสถานประกอบกิจการผ่านการตรวจ 3,176 แห่ง ลูกจ้าง จำนวน 132,036 คน พบว่าปฏิบัติไม่ถูกต้อง 86 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 2.7 และมีลูกจ้างได้รับการปฏิบัติไม่ถูกต้อง 462 คน คิดเป็นร้อยละ 0.3 ส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง 1-9 คน” ม.ล.ปุณฑริก กล่าวและว่า สถานประกอบการที่ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ที่มา มติชนออนไลน์
ควันหลงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Shanghaiist ได้เผยแพร่ข่าว ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองเสิ่นหยาง เอาใจหนุ่มโสด ด้วยการจัดแฟชั่นโชว์สไตล์สาวๆ “วิคตอเรีย ซีเคร็ท” ทำเอาหนุ่มๆชาวจีน ต่างเข้าไปชมอย่างใกล้ชิด พร้อมนำเอาสมาร์ทโฟนมาเก็บภาพเหล่าสาวงามในชุดชั้นใน พร้อมปีกอันสวยงาม ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากแฟชั่นโชว์วิคตอเรีย ซีเคร็ท ที่จัดขึ้นในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อปีที่แล้ว ขอบคุณภาพจาก NetEase
คอลัมน์ ไอคิวทะลุฟ้า ปฤษณา กองวงค์ ทุกครั้งที่วิทยาลัยจัดงาน ต้องขอแรงจากนักศึกษาช่วยจัดสถานที่ ต้องยกกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่และหนักมาก โดยใช้แรงงาน 4-5 คนต่อ 1 กระถาง ทำให้ยากลำบาก กลายเป็นที่มาของ “อุปกรณ์ยกกระถางต้นไม้” จากแนวคิดของ ใบเตย น.ส.ปีวรา หงษรานนท์, กิ๊บ น.ส.สิขรินธร แปงใจ นักศึกษาชั้น ปวส.1 สาขาเมคคาทอนิกส์ และ เอ็กซ์ นายธรรมสิทธิ์ สุทานักศึกษาชั้น ปวส.2 สาขาไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคลำปาง โดยมี ว่าที่ร.ต.สุกิจ ขัดชอนใบ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ล่าสุดคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ประเภทที่ 1 ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนาสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ครั้งที่ 27 ปี 2559-2560 จัดโดยสถาบันอาชีวศึกษาภาคเหนือ ที่วิทยาลัยเทคนิคลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน เพื่อคัดเลือกผลงานสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ จำนวน 48 ผลงาน เป็นตัวแทนสถานศึกษาภาคเหนือเข้าร่วมการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ในระดับชาติ ปี 2560 ในสนามแข่งนี้มีสถาบันอาชีวศึกษาภาคเหนือ 17 จังหวัด จำนวน 85 แห่ง ส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าประกวดทั้งสิ้น 518 ผลงาน เข้าร่วมแข่งขัน ใบเตย อธิบายว่า อุปกรณ์นี้ใช้หลักคานงัดใ
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายวรานนท์ ปีติวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานกึ่งไร้ทักษะหรือระดับปฏิบัติการนั้น ว่า กรมการจัดหางานได้มีการสำรวจความต้องการแรงงานในระดับล่าง พบว่า สามารถทดแทนด้วยแรงงานต่างด้าวกว่า 3 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยปัจจุบัน แรงงานกลุ่มนี้ยังไม่มีการจัดระบบเท่าที่ควร ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาเหล่านี้ที่ต้องดูแลแรงงานให้ได้มาตรฐานสากล รวมไปถึงการส่งเสริมให้นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวพัฒนาแรงงานของตนเอง ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 โดยที่นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและนำมาลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด โดยจะกำหนดเงื่อนไขในการต่ออายุใบอนุญาตทำงานครั้งต่อไป สำหรับแรงงานต่างด้าว จะต้องผ่านการพัฒนาฝีมือแรงงานด้วย ขณะเดียวกันแรงงานในพื้นที่สูงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหลายหมื่นคน ก็เป็นอีกกลุ่มที่สามารถนำมาทดแทนการขาดแคลนแรงงานได้ รวมทั้งร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศพัฒนาแรงงานในกลุ่มประเทศCLMV เพื่อรองรับอุตสาหกรรมต่างๆด้วย “อุตสาหกรรมในประ
นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ภายหลังที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ โดยเน้นพัฒนาส้วมสาธารณะในประเทศไทยให้บรรลุ 3 เรื่อง คือ สะอาด เพียงพอ ปลอดภัย ให้ได้มาตรฐาน หรือ Healthy Accessibility Safety (HAS) โดย 1. สะอาด หมายถึง ส้วมจะต้องได้รับการดำเนินการให้ถูกหลักสุขาภิบาล เช่น ห้องส้วมและสุขภัณฑ์ทั้งหมดจะต้องสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น มีวัสดุอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริหาร เช่น น้ำสะอาด สบู่ล้างมือ กระดาษชำระเพียงพอ การเก็บกักหรือบำบัดสิ่งปฏิกูลถูกต้องและมีสภาพแวดล้อมสวยงาม ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ใช้บริการ 2. เพียงพอ หมายถึง ต้องมีส้วมให้เพียงพอแก่ความต้องการของผู้ใช้รวมถึงผู้พิการ ผู้สูงวัย หญิงมีครรภ์และส้วมต้องพร้อมใช้งานตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ 3. ปลอดภัย หมายถึง ผู้ใช้บริการจะต้องปลอดภัยขณะใช้ส้วม เช่น สถานที่ตั้งส้วมไม่เปลี่ยว ห้องส้วมแยกเพศชาย-หญิง “ในทางกลับกัน ส้วมสาธารณะในพื้นที่กทม.กลับพบว่ามีเพียงร้อยละ 40-50 เท่านั้นที่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณสุขระดับประเทศ ซึ่งกทม.ต้
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประเทศดูไบเตรียมให้บริการโดรนขนส่งคน หรือ “แท็กซี่โดรน” อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม ปีนี้ โดยแมตต์ อัล-เทเยอร์ หัวหน้าหน่วยงานด้านการคมนาคมและการขนส่ง กล่าวว่า โดรนรุ่นดังกล่าวคือรุ่น eHang 184 ซึ่งได้ทำการทดสอบการบินแล้ว ซึ่งโดรนรุ่นนี้สามารถจุผู้โดยสารได้ 1 คน รองรับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม สามารถบินได้ครั้งละ 30 นาที เร่งความเร็วได้ถึง 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง และการชาร์จหนึ่งครั้งสามารถบินได้ระยะทาง 50 กิโลเมตร ซึ่งการใช้งานโดรนดังกล่าวนั้นออกแบบมาให้ผู้โดยสารสามารถแตะเลือกจุดหมายปลายทางได้ที่หน้าจอทัชสกรีนบนโดรนโดยไม่มีคนอื่นมาควบคุมโดรนนี้ “นี่ไม่ใช่แค่ตัวโมเดล แต่เรามีการทดสอบยานพาหนะดังกล่าวบนน่านฟ้าของดูไบแล้ว นอกจากนี้ โดรนรุ่นดังกล่าวยังเคยมีการทดสอบที่รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2016” นายแมตต์กล่าว ขณะที่ ดร.สตีฟ ไรท์ อาจารย์อาวุโสสาขาอากาศยานและระบบการบิน แห่งมหาวิทยาลัยเวสต์ออฟอิงแลนด์ กล่าวกับบีบีซีว่า เรื่องความปลอดภัยยังถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก ซึ่งตนต้องการเห็นการทดสอบการบินของโดรนอย่างน้อย
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 14 ก.พ. พ่อค้าแม่ค้าดอกไม้ครอบครัวหนึ่ง เร่งจัดช่อดอกไม้ ก่อนนำตกแต่งภายในเต็นท์ริมถนนบริเวณหน้าศาลหลักเมืองสุราษฎร์ฯ ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี เทศบาลนครสุราษฎร์ฯ ตั้งแต่ช่วงค่ำของคืนวันที่ 13 ก.พ.60 เพื่อรอขายให้กับประชาชนที่เดินทางผ่านถนนเส้นนี้ โดยตั้งใจจะขายข้ามคืนเพื่อรอรับวันวาเลนไทน์ที่จะถึงในเที่ยงคืนวันนี้ สำหรับดอกไม้ที่นำมาจัดช่อขายมีหลายชนิดมีทั้งดอกไม้สดดอกไม้กระดาษและดอกไม้พลาสติก ในส่วนของดอกไม้สดนั้นเริ่มต้นจัดช่อขายในราคาตั้งแต่ 100 บาทจนถึง 2,000 บาท ดอกไม้พลาสติกขายในราคาตั้งแต่ 400 ถึง 500 บาท และที่เป็นเอกลักษณ์ของทางร้านคือดอกไม้กระดาษราคาเริ่มต้นที่ช่อละ 100 ถึง 1,000 บาท นอกจากนี้ยังมีตุ๊กตาหมีและสินค้าที่สื่อแทนความรักจำหน่ายเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าอีกด้วย โดยนายปิยะ เศรษฐสวัสดิ์ เจ้าของซุ้มขายดอกไม้ เล่าให้ฟังว่าตนเองและเพื่อนๆได้มาวางขายดอกไม้ที่บริเวณนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว และได้ผลตอบรับดีมากขายได้ยอดกว่า 1 หมื่นบาทในคืนเดียว ในปีนี้ตนเองเลยชวนเพื่อนๆมาตั้งเต็นท์ขายกันอีก เพราะคิดว่าผลตอบรับคงจะเป็นเช่นปีที่แล้ว โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นก
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ นางศรัณยา ท้วมทรัพย์ อายุ 46 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวในโรงอาหารโรงเรียนประจวบวิทยาลัย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวในโรงเรียนมานานกว่า 5 ปี วันนี้เนื่องในวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก จึงปิดป้ายหน้าร้านเพื่อประกาศให้เด็กนักเรียนและครูกินก๋วยเตี๋ยวฟรีกว่า 300 ชาม โดยใช้เงินลงทุนกว่า 3,500 บาท ซึ่งเด็กนักเรียนให้ความสนใจทำให้มีกระแสตอบรับเป็นอย่างดีหมดภายใน 30 นาที โดยมีเพื่อนบ้านมาช่วยปรุงในการแจกดังกล่าว ขณะที่ก่อนหน้านี้ในโอกาสวันสำคัญของโรงเรียนก็ได้นำก๋วยเตี๋ยวมาบริการฟรีเช่นกัน สำหรับวันวาเลนไทน์อยากให้เด็กนักเรียนทุกคนมีความรักความเมตตาซึ่งกันและกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจให้กัน ที่มา : มติชนออนไลน์
