ข่าววันนี้
ฮือฮาหัวเผือกยักษ์น้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัมเจ้าของเผยไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดน่านพบเห็นหัวเผือกในสวนกลางป่ามีขนาดใหญ่ ญาติคนดังกล่าวจึงมอบให้กลับมารับประทานที่จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าตัวจึงนำไปประกอบอาหารแบ่งปันญาติพี่น้อง เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า พบหัวเผือกยักษ์ ที่บ้านเลขที่ 2 บ้านกู่แดง ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ โดยพบกับนายประสิทธิ์ ชูดวง รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของบ้าน ที่นำหัวเผือกยักษ์ดังกล่าวออกมาชั่งน้ำหนัก ซึ่งหัวเผือกหัวดังกล่าวมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักถึง 11 กิโลกรัม ซึ่งพอๆกับน้ำหนักของเด็กวัย 4 ขวบ นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาได้เดินทางไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดน่าน และไปที่สวนของญาติคนดังกล่าว ซึ่งปลูกพืชแบบสวนผสมตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงทั้งเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ และปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผล พืชผักสวนครัว ควบคู่กันไปโดยใช้ปุ๋ยหมัก และก็สะดุดกับต้นเผือกซึ่งเจ้าของสวนได้ปลูกไว้ ที่มีลำต้นใหญ่ จึงช่วยกันขุดขึ้นมาพบว่ามีขนาดใหญ่มากผิดปกติ กว่าเผือกต้นอื่นซึ่งปกติหัวเผือกจะมีน้ำหนักประมา
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 ภายหลังจากที่สำนักงานชลประทานที่ 8 และจังหวัดนครราชสีมา ได้ขอความร่วมมือเกษตรกรให้งดปลูกข้าวนาปรังทุกพื้นที่ เนื่องจากในปีนี้เขื่อนต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา คือ เขื่อนลำตะคอง, ลำพระเพลิง, มูลบน, ลำแชะ และลำปลายมาศ มีระดับน้ำกักเก็บเหลืออยู่น้อย เฉลี่ยรวมแค่ 42% จึงต้องเก็บไว้เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ทำให้เกษตรกรต่างพากันหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าวนาปรังกันอย่างคึกคัก เช่นนายบัญญัติ กิสันเทียะ อายุ 63 ปี เกษตรกรในพื้นที่ บ้านบุระไหว ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีที่นาอยู่ในเขตชลประทาน ปีนี้ได้ปรับที่นาเป็นแปลงปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนข้าวนาปรัง อาทิ ถั่วฝักยาว แตงกวา และผักชี โดยนายบัญญัติ กล่าวว่า ปีก่อนๆ ตนจะปลูกข้าวนาปรังบนที่นา 5 ไร่ แต่ปีนี้ทางชลประทานขอความร่วมมือให้งดปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากน้ำมีน้อย ดังนั้นจึงได้หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน ซึ่งปลูกไว้บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ และหาวิธีประหยัดน้ำ โดยเฉพาะแปลงปลูกถั่วฝักยาว ได้ทำเป็นร่องกลางรางปลูกถั่ว ก่อนที่จะสูบน้ำมาปล่อยไว้ให้มีความชุ่มชื้น ทำให้ไม่ต้องรดน้ำต้นถั่วฝักยาว 2-
โลกโซเชียลมีการแชร์ แม่ค้าขายลูกชิ้นสุดสวย ที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งกลายเป็นที่ฮือฮาในโลกเพจออนไลน์ของชาวพิษณุโลก โดยพบว่า สาวคนดังกล่าวคือ น.ส.กานต์ธิดา อุ่มสวัสดิ์ หรือเมย์ อายุ 25 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม คณะวิทยาการจัดการ ซึ่งเปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ ว่า ปัจจุบันเรียนปี 4 และอยู่ในช่วงการฝึกงาน ทำให้ไม่มีเวลารับงานพริตตี้ ซึ่งเป็นงานที่จะทำในช่วงเรียนหนังสือเป็นอาชีพเสริมระหว่างเรียน โดยมีเวลาในช่วงเย็น จึงคิดว่าจะหารายได้เสริมเพราะรับงานพริตตี้ไม่ได้ จึงหันมาขายลูกชิ้น เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากเหมือนอาหารชนิดอื่น “เพิ่งเริ่มทำมาได้ 2 วัน ก็งงว่า เกิดกระแสในโลกโซเชียลได้อย่างไร เพราะปกติตนก็ช่วยบ้านแฟนขายทับทิมกรอบ และถ่ายรูปลงโซเชียลอยู่บ่อยๆ แต่ครั้งนี้มาขายเอง อยู่หน้าร้านเอง และที่ตัดสินใจมาขายเพราะอยากหารายได้เสริม อาชีพขายของเป็นอาชีพสุจริต ไม่ได้คิดว่า อยากเป็นกระแสคนหน้าตาดีมาขายของ เพราะที่ผ่านมาก็ไปช่วยขายของบ่อยๆ และคงไม่คิดจะใส่สายเดี่ยวไปขายของ แต่ก็คงมีใส่เสื้อกล้ามบ้างตามสภาพอากาศ แต่ก็จะเลือกเสื้อผ้าที่เซฟตัวเอง” น้องเมย์ กล่าว เมย์ กล่าวอีกว่า งา
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นในจังหวัดหนองคาย ซึ่งส่วนใหญ่ส่งผลกระทบไม่ดีกับคน สัตว์ และพืชผลทางการเกษตร แต่กลับส่งผลดีกับร้านค้าขายของริมถนนสายหนองคาย-โพนพิสัย บริเวณบ้านเดื่อ ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ที่มีการขายสินค้าที่ใช้ในครัวเรือน และในการประกอบอาชีพหลากหลายชนิด โดยแม่ค้ากล่าวว่า ช่วงนี้อากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะในช่วงกลางคืนจนถึงช่วงเช้า สินค้าที่ขายดีที่สุดคือเตา ทั้งแบบใช้ถ่าน และแบบใช้ฟืน รวมไปถึงเตาที่ทำจากถังขนาดใหญ่ที่แม่ค้า-พ่อค้า นำไปใช้ในการทำอาหารประเภทปิ้งย่างขาย ขายดีกว่าช่วงอากาศปกติกว่าเท่าตัว สำหรับเตาถ่านเหล่านี้ มีราคาเริ่มตั้งแต่ 60 บาทจนถึง 500 บาท ส่วนสินค้าที่ขายดีไม่แพ้กันอีกอย่างหนึ่งคือหม้อจิ้มจุ่ม ที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อเป็นชุดพร้อมเตา เริ่มจากชุดละ 130 บาท ถึงชุดละ 210 บาท ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อไปเพื่อทำจิ้มจุ่มกินกันในครอบครัว นอกจากนี้ สุ่มไก่ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน เนื่องจากเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ชน นำไปแยกขังไก่เพื่อผึ่งแดดคลายหนาว
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานที่บริเวณแหล่งขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หน้าธนาคารไทยพานิชย์ ถนนเทศบาล2 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเงียบเหงาไม่คึกคักเหมือนทุกงวดที่ผ่านมา หลังมีข่าวสลากกินแบ่งปลอมออกแพร่ระบาดทำให้ลูกค้าลดจำนวนลง ด้านนายโอภาส คุณพงษ์ลิขิต อายุ 60 ปี พ่อค้าฉลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ในช่วงนี้การขายสลากได้รับผลกระทบจากข่าวสลากปลอม ทำให้ยอดขายตกลงและเหลือจำนวนมากทั้งที่ใกล้เวลาการออกสลาก โดยร้านตนเองนั้นขายอยู่ในพื้นที่และลงทะเบียนกับทางเทศบาลอย่างถูกต้อง สามารถตรวจสอบและสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งฝากให้หน่วยงานของรัฐ ช่วยดูแลแม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ เดินเร่ขายมาจากที่อื่น ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบลงทะเบียนให้ถูกต้อง เหมือนร้านค้าที่ขายประจำพื้นที่ เพื่อควบคุมป้องปรามตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว หากทำผิดกฎหมายในการค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาลต่อไป ขณะที่ที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาชัยนาท พบว่าบรรยากาศการขายสลากกินแบ่งไม่ค่อยคึกคักเหมือนที่ผ่านมา โดยผู้ค้าสลากเปิดเผยว่า ตั้งแต่มีกระแสสลากกินแบ่งปลอมระบาดในหลา
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนา “จับทิศทางค่าเงิน อัตราดอกเบี้ยและหุ้นเด่น” ที่โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์ ว่า เศรษฐกิจไทยในขณะนี้ยังอยู่ในภาวะไม่สมดุล เนื่องจากอัตราการออมมากกว่าอัตราการลงทุน ส่งผลให้เศรษฐกิจไม่เติบโตเท่าที่ควร โดยอัตราการออมเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) อยู่ที่ 32% ขณะที่อัตราการลงทุนต่อจีดีพีอยู่ที่ 22% ทำให้มีส่วนต่างของอัตราการออมกับการลงทุนต่อจีดีพีที่ 9.6% และมีอัตราของดุลบัญชีเดินสะพัดต่อจีดีพีที่ 12.1% ซึ่งยังอยู่ในระดับสูง และไทยยังเกินดุลบัญเดินสะพัดต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามมองระดับที่เหมาะสมของอัตราดุลบัญชีเดินสะพัดต่อจีดีพี ไม่ควรเกิน บวกหรือลบ 3% ดังนั้นเพื่อกระตุ้นการลงทุนและสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ ในแง่นโยบายการเงิน คาดว่าจะยังเห็นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ที่ระดับ 1.50% ทั้งปีนี้เพื่อช่วนหนุนเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันควรปฏิรูปเงินทุนให้เคลื่อนย้ายอย่างเสรี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนต่างสามารถเลือกลงทุนได้ตามความน่าสนใจ
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 16 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันหวยออกว่า ที่บริเวณวัดพระพุทธไสยาสน์ ไสยาราม (วัดพระนอน) บ้านเชียงเครือ ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.สกลนคร พบว่ามีชาวบ้านเดินทางมากราบไหว้ และทำพิธีขอโชคลาภ ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นมีคนเคยมาบนแล้วถูกหวยรางวัลที่ 1 รวยมาแล้วหลายล้านบาท นอกจากนั้นวัดดังกล่าวอยู่ห่างจาก ม.เกษตรศาสตร์วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร เพียง 3 ก.ม.เท่านั้น จึงทำให้ มีนิสิตนิยมมากราบไหว้และทำบุญกันมากทุกวัน นายอิน (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านดอนเชียงบาน ต.เชียงเครือ กล่าวว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของพระนอนนั้นแถบนี้รู้จักกันดี ส่วนตนนั้นมากราบทุกวันเพราะทำมาค้าขาย วันไหนขายของไม่ดี เมื่อยกมือไหว้และบอกกล่าว ไม่ถึงชั่วโมงของจะขายเกลี้ยงทันที ดังนั้นช่วงหวยจะออกจะมีชาวบ้านมากราบไหว้หนาตาทุกวัน ใครที่บอกว่าไม่มีโชคลองมาไหว้ดู ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสวนสาธารณะ รูปปั้น “พญาเต่างอย” บ้านเต่างอย อ.เต่างอย จ.สกลนคร ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาไหว้ ทั้งผักบุ้งน้ำแดง หนาแน่น ทำให้รถยนต์ที่เดินทางเข้าไปยังอำเภอต้องต่อกันยาวนับกิโลเมตร แต่ก็เคลื่อนไปได้เรื่อยๆ ในช่วงเช้
กินมาตั้งนาน เรียกว่าตั้งแต่เด็กก็ว่าได้ สำหรับขนมรูปตัวหมี โคอะลา หรือ โคอะลา มาร์ช แต่เพิ่งจะเคยเห็นว่า โรงงานทำโคอะลา มาร์ช ทำแบบนี้นี่เอง กด like ติดตาม sentangsedtee.com
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนุ่มนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก อูเบอร์ เป็นจำนวนเงิน 45 ล้านยูโร หลักจากแอปพลิเคชั่นอูเบอร์มีการส่งข้อมูลการเดินทางของเขาไปให้กับภรรยา จนทำให้ภรรยาสงสัยว่าเธอนั้นอาจจะถูกนอกใจ และนักธุรกิจคนนี้ได้ถูกภรรยาฟ้องหย่าในเวลาต่อมา นักธุรกิจรายนี้เล่าว่า ครั้งหนึ่งเขาได้เคยใช้มือถือของภรรยาล็อกอินเข้าใช้งานแอปพลิเคชั่น และเมื่อใช้เสร็จเขาได้ทำการล็อกเอาท์ออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ข้อมูลการใช้งานแอปฯยังถูกส่งไปยังมือถือของภรรยาของเขาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ภรรยาเกิดความสงสัยขึ้น และเขาถูกภรรยาฟ้องหย่า ด้านทนายของนักธุรกิจผู้นี้กล่าวว่า ลูกความของเขาตกเป็นเหยื่อในการใช้แอปพลิเคชั่น และบั๊กจากแอปฯอูเบอร์เป็นสาเหตุให้ลูกความของเขามีปัญหาชีวิตส่วนตัว ทั้งนี้ยังพบว่าผู้ใช้รายอื่นก็พบเจอปัญหาจากบั๊กในแอปพลิเคชั่นอูเบอร์เช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ได้มีการโพสต์คลิปชาวบ้าน ต.หนองตรุด ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง หรือใกล้เคียงกำลังนั่งรวมกลุ่มกันเพื่อใช้อุปกรณ์ดักจับสัตว์น้ำบริเวณห้วยหนองในพื้นที่ แต่ที่น่าสนใจยิ่งก็คือได้มีลูกปลาจำนวนมากมายกระโดดขึ้นมาอยู่ในอุปกรณ์ดักจับสัตว์น้ำ หรือแม้กระทั่งร่มกันแดด โดยที่ชาวบ้านไม่ต้องไปไล่ต้อน หรือทำอะไรเลย ซึ่งนับเป็นปรากฎการณ์ที่แปลกอย่างยิ่ง ชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่า ปกติช่วงปลายฝน และกำลังเข้าสู่ช่วงแล้ง ก็จะมีลูกปลาจำนวนมากกระโดดขึ้นมาเช่นนี้ เพียงแต่ปีนี้มีจำนวนมากมายกว่าทุกปี ซึ่งน่าจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้เกิดน้ำท่วมใหญ่ถึง 3 รอบ และกินเวลานาน 2 เดือน จึงทำให้แม่ปลาถูกต้อนมารวมกันในพื้นที่ ก่อนที่วางไข่ออกเป็นลูกปลาจำนวนมาก อย่างไรก็ตามปรากฎการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแค่วันเดียว จากนั้นจำนวนลูกปลาก็ค่อยๆ ลดลงไป https://www.khaosod.co.th/wp-content/uploads/v/2017_01/Fish.mp4
