ข่าววันนี้
ในทุกเส้นทางชีวิต ต่างมีเป้าหมายและแรงบันดาลใจเป็นของตัวเอง สำหรับ “โอปอ–ธภัทรวัฒน์ โจสรรค์นุสนธิ์” ศิษย์เก่าสาขาการเงินและการลงทุน วิทยาลัยบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เรื่องราวของเขาเปรียบเสมือนการเดินทางที่หลอมรวมความฝัน ความรับผิดชอบ และความรักที่มีต่อครอบครัว ไว้ในเส้นเดียวกัน จากอดีตนักกีฬาเจ็ตสกี ผู้คว้าแชมป์โลก สู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการศูนย์รับน้ำนมดิบที่ดำเนินสะดวกและจอมบึง จังหวัดราชบุรี นับเป็นก้าวสำคัญของการเติบโต ที่สะท้อนพลังของการเลือกเดินตามฝันและหน้าที่ในเวลาเดียวกัน โอปอ ย้อนเล่าถึงการตัดสินใจเลือกเรียนที่วิทยาลัยบริหารธุรกิจ ให้ฟังว่า หลักสูตรการบริหารธุรกิจเป็นศาสตร์ที่ยืดหยุ่นและสามารถนำไปใช้ได้จริงในทุกบริบทของชีวิต ช่วงวัยเรียนของโอปอไม่ธรรมดา เพราะนอกจากเรียนแล้ว เขายังเป็นนักกีฬาเจ็ตสกีควบคู่กับการช่วยคุณแม่ทำงาน เพื่อนๆ เรียกเขาว่า ‘โอปอคิวทอง’ เขาต้องจัดตารางชีวิตชัดเจน แพลนไว้ล่วงหน้าทุกอาทิตย์ว่าช่วงไหนเรียน ช่วงไหนซ้อมกีฬา หรือทำงาน ความมีวินัยและการบริหารเวลาอย่างเป็นระบบ เป็นทักษะสำคัญที่ติดตัวเขามาจนถึงทุกวันนี้ “การเรียนหลักสูตรนี้ เหมือนเป็
จากคำถามในวัยเยาว์ สู่เส้นทางสายความยุติธรรมที่เป็นแรงผลักดันให้ “ปาริชาต ศิริวรรณ์” ได้ก้าวเข้ามาสู่การเป็นนักนิติวิทยาศาสตร์หญิงของกลุ่มตรวจสถานที่เกิดเหตุ กองปฏิบัติการพิเศษ (ส่วนกลาง) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยเริ่มต้นจากคำถามที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังในวัยเยาว์ที่ว่า “ความจริง มันมีหน้าตาแบบไหน” ความอยากรู้ในสัจธรรมนี้ ผลักดันให้เธอตัดสินใจเลือกศึกษาในสาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โดยยึดมั่นในหลักการที่ว่า “แม้เหยื่อจะพูดไม่ได้แล้ว แต่หลักฐานจะพูดแทนได้เสมอ” ซึ่งเธอเลือกเดินบนเส้นทางสายความยุติธรรมที่ต้องเข้าไป “ฟังเสียงเงียบๆ” ของวัตถุพยานในทุกที่เกิดเหตุเพื่อรักษาสิ่งที่เธอเรียกว่า “ความจริง” ไว้ให้ได้ ปาริชาต เล่าว่า ในฐานะนักนิติวิทยาศาสตร์ที่ทำงานใน กลุ่มตรวจสถานที่เกิดเหตุ เธอคือทีมแนวหน้าที่ต้องเข้าสู่พื้นที่ทันทีหลังเกิดคดีร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นเหตุยิงกัน ฆาตกรรม หรืออุบัติเหตุท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด หน้าที่ของเธอไม่ใช่การสอบปากคำ แต่คือการ “ฟังเสียงเงียบๆ” ของหลักฐานเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นรอยเลือดที่หยดอยู่บนพื้น ปลอกกระสุน รอยเท้า หรือแม้แต่เส้นผมเ
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics เผยข้อมูลว่า การท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นกิจกรรมสำคัญที่สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจของไทย และยังเป็นช่องทางสำคัญของการส่งผ่านเม็ดเงินให้เกิดการหมุนเวียนในพื้นที่ต่างๆ หลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ที่ปกติการหมุนเวียนของเม็ดเงินทางเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ เป็นการเปิดโอกาสในการสร้างธุรกิจอันเป็นแหล่งงานตามแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พบว่า เม็ดเงินรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2567 สูงถึง 2.9 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศที่ยังมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง โดย ttb analytics ประเมินรายได้ท่องเที่ยวของคนไทยในปี 2568 ยังสามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันในมิติด้านจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะสูงถึง 284 ล้านคนต่อครั้ง ซึ่งแม้ยังอยู่ภายใต้บริบท “เที่ยวใกล้ ไปกลับ กระชับเส้นทาง” ส่งผลให้รายจ่ายต่อทริปลดลง แต่ด้วยการชดเชยของมิติจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศสามารถสร้างมูลค่าเกินกว่า 1.20 ล้านล้านบาท การท่องเที่ยวในประเทศของนักท่องเที่ยวไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่า
กรุงเทพฯ เมืองหลวงประเทศไทย ผลิตขยะเฉลี่ยวันละ 9,000 ตัน ขยะส่วนใหญ่ถูกส่งไปฝังกลบอย่างไร้ค่า กลายเป็นต้นตอของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เรื้อรัง “การแยกขยะ” จึงเป็นคำตอบของการแก้ปัญหาที่ต้นทาง กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) บริษัทเอกชนที่มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ในฐานะของสมาชิกโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน หรือ PPP Plastics ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และภาคีเครือข่าย ในการสนับสนุน “โครงการมือวิเศษกรุงเทพฯ” ตั้งจุดรับขยะพลาสติก 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรวบรวมขยะที่ประชาชนคัดแยก โดยเปิดรับพลาสติกทุกประเภทที่ล้างสะอาดและตากแห้ง พร้อมเพิ่ม “ตะแกรงขยะกำพร้า” เพื่อรองรับขยะพลาสติกที่ไม่มีมูลค่าในตลาด คุณเกศทิพย์ หาญณรงค์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท ซีโร่ เวสท์ โยโล จำกัด (YOLO) ซึ่งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมด้านการจัดการขยะ กล่าวว่า ต่างประเทศมีกฎหมายบังคับให้ประชาชนต้องแยกขยะ แต่ประเทศไทยยังไม่มี ใครที่อยากทำ สามารถเริ่มทำด้วยตัวเองก่อน คัดแยก ทำความสะอาด แล้วส่งมาที่สำนักงานเขต เดี๋ยวจะมีคนจัดการต่อให้เอง สำหรับพลาสติก
ศิษย์เก่าจากรั้ววิทยาลัยดนตรี รางวัลศิษย์เก่ายอดเยี่ยม ผู้ประสบความสำเร็จในงานด้านศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม ประจำปี 2566 เป็นที่รู้จักในฐานะนักร้องเสียงดีสไตล์นีโอโซลของวงการดนตรี เส้นทางชีวิตที่น่าสนใจของ เพียว–เอกพันธ์ วรรณสุทธิ์ เด็กร้อยเอ็ด ที่โตมากับเพลงลูกทุ่ง หมอลำ สู่การเป็นนักร้องสายโซล แจ๊ส ระดับประเทศ แต่ละช่วงการเดินทางกว่าจะถึงวันนี้มีหลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้นในชีวิตของเพียว ย้อนเวลาสมัยเด็ก เพียว เริ่มต้นจากคุณแม่ชอบฟังเพลงลูกทุ่ง และเปิดเพลงบ่อยครั้งทำให้ได้ยินคุ้นหูและร้องตามตั้งแต่เด็กจนรู้สึกเริ่มสนใจดนตรีขึ้นมา เมื่อเริ่มร้องเพลงได้เข้าสู่เวทีประกวดแนวการร้องทำนองเสนาะก่อน เนื่องจากช่วงวัยนั้นไม่ได้คิดถึงอาชีพนักร้องจริงจัง แต่ได้คำแนะนำจากคุณครูศูนย์ภาษาอังกฤษของคริสเตียนในจังหวัดร้อยเอ็ดแนะนำว่า ถ้าชอบดนตรี ชอบร้องเพลง ลองเรียนดนตรี เรียนวอยซ์ ซึ่งเพียว ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีมหาวิทยาลัยที่สอนเกี่ยวกับดนตรี สอนร้องเพลงจริงจัง จึงเริ่มศึกษาข้อมูลประกอบกับเห็นรายการทีวีที่มีนักศึกษามหาวิทยาลัยมาออกรายการร้องเพลงประสานเสียง รู้สึกชอบและสนใจจึงตัดสินใจสอบตามมหา
เวทีนานาชาติขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพและ BCG Economy ชูไทยสู่ศูนย์กลาง “กัญชง–กัญชา–กระท่อม” แห่งเอเชีย สร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรมและมาตรฐานสากล สมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (TIHTA) จับมือ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (NEO) เตรียมจัดงาน Asia International Hemp Expo & Forum (AIHEF 2025) ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “Making New Waves” งานนี้เป็นเวทีนานาชาติด้าน กัญชง–กัญชา–กระท่อม ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุม Wellness, Building Materials และ Functional Food คาดดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 10,000 คนจากทั่วโลก นายภูมิใจ ขำภโต นายกสมาคม TIHTA เผยว่า ไทยมีศักยภาพสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมพืชเศรษฐกิจสุขภาพและวัสดุทดแทน ภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรฐานสากล เช่น Thai Herbal Pharmacopoeia, Premium Herbal Products และ GACP ปี 2567 ตลาดสมุนไพรไทยมีมูลค่า 44,800 ล้านบาท เติบโต 7% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร มูลค่า 8,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 9% สะท้อนกระแสผู้บริโภคที่หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดวัสด
สมาคมนักวางแผนการเงินไทย จัดงานเสวนา “วันวางแผนการเงินโลก World Financial Planning Day 2025 ครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “วันวางแผนการเงินโลก : การเงินคนไทยต้องรอด” เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงิน ขณะที่เศรษฐกิจที่ชะลอตัวเติบโตต่ำ ทำให้ภาคธุรกิจลดต้นทุน-ลดกำลังการผลิต กระทบมาถึงรายได้คนทำงาน โบนัสไม่มี-โอทีไม่ได้-เงินเดือนไม่ขึ้น แถมภาคธุรกิจหันมาใช้ AI ทำงานแทนคนในหลายสาขาอาชีพ ทำให้เสี่ยงตกงาน ท่ามกลางภาระหนี้ท่วมหัว สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อจีดีพีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลายองค์กรเริ่มเปิดให้พนักงานสมัครใจเกษียณได้ตั้งแต่อายุ 45 ปี สะท้อนสัญญาณว่าคนไทยอาจต้องเผชิญกับ “ชีวิตการทำงานที่สั้นลง” (20–25 ปี) แต่ “ชีวิตหลังเกษียณที่ยาวนานขึ้น” (35–40 ปี) ปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนสั่นคลอนต่อฐานะการเงินของประชาชนคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คนชั้นกลาง” ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “เดอะแบก” ที่มีภาระดูแลพ่อแม่ ขณะเดียวกันก็ต้องรับผิดชอบดูแลครอบครัวตนเอง จากที่เคยมั่นคง อาจกล
ผ่านพ้นไปอย่างอิ่มอก อิ่มใจ และอิ่มท้อง อีกทั้งยังอิ่มบุญกับค่ำคืนดินเนอร์เพื่อการกุศล JOURNEY OF FLAVOR : A TWIST FOR THE BETTER TOGETHER ที่วิทยาลัยดุสิตธานี ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี และ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ จัดขึ้น เมื่อคืนวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องอาหารสแควร์วัน โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้เป็นครั้งแรกของไทยที่ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี ผู้เป็นเซเลบริตี้เชฟ 12 คน ได้แก่ เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ เชฟโต้ง-ยุทธจักร แสงศาสตรา เชฟปาร์ค-ภัทรวิทย์ จันทร์ไทย เชฟฝ้าย-ศิโรรัตน์ เถาว์โท เชฟกิ๊ก-กมล ชอบดีงาม เชฟบัส-ธวัชชัย อัครวงศ์วัฒนา เชฟเตย-พชรคุน กัลยาณมิตร เชฟภู-ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช เชฟปูน-ภูผา ชุณหรัศมิ์ เชฟบอย-ปิยะชาติ พุทธวงษ์ เชฟแอนนี่-อังคณา เอี่ยมสอาด และเชฟเอ็ม-ศิริพงศ์ ชุติธาดากุล มารวมตัวกันเพื่อรังสรรค์เมนูทั้งคาวและหวานในสไตล์ Modern Thai Twist เสมือนพาแขกผู้มีเกียรติเดินทางไปยังภาคต่างๆ ของไทยผ่านรสชาติอาหารไทยทั้ง 5 ภาค “ค่ำคืนนี้เป็นครั้งแรกที่สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานีได้รวบรวมเชฟผู้เป็น
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการสานต่อโครงการ “รฟม. ปั้นอาชีพ” เข้าสู่ปีที่4 โดยในปี 2568 จับมือ เทศบาลเมืองลัดหลวง บริษัทที่ปรึกษา PMCSC3 บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ มติชนอคาเดมี จัดอบรม “ตะกร้าจักสานสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ชุมชน” พร้อมให้ความรู้เรื่องต้นทุน และแหล่งจำหน่ายวัตถุดิบให้แก่ประชาชนในพื้นที่แนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) รวมทั้งผู้บกพร่องทางการเคลื่อนไหวและทางสติปัญญา ในพื้นที่ตำบลบางพึ่ง ตำบลบางครุ และตำบลบางจาก ของเทศบาลเมืองลัดหลวง ได้พัฒนาอาชีพด้านงานจักสานกว่า 50 คน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้ ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ เทศบาลเมืองลัดหลวง จังหวัดสมุทรปราการ นายสุทัศน์ สิขเรศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า การดำเนินโครงการ “รฟม. ปั้นอาชีพ” ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จและความตั้งใจจริงของ รฟม. ในการดูแลชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา โครงการ “รฟม. ปั้นอาชีพ” ได้จัดอบรมหลาก
‘ล้งเล้ง’ ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ้าเก่าแก่กว่า 40 ปีในย่านบรรทัดทอง สืบทอดสู่ทายาทรุ่นที่ 2 คือ คุณมุก-มุกรวี หวังเพื่อสุข โดยร้านมีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวทางฝั่งคุณแม่ ก่อนจะแยกมาเปิดร้านของตัวเองที่บริเวณตลาดสวนหลวงและได้ย้ายร้านมายังที่ตั้งในปัจจุบัน โดยมีเมนูขึ้นชื่อของร้านคือ เกี๊ยวปลาจัมโบ้ ที่โดดเด่นด้วยไส้แน่น แป้งบาง ทำสดใหม่ทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีเมนูยอดนิยมอื่นๆ เช่น บะหมี่เย็นตาโฟ, เกาเหลาเส้นปลาน้ำใส, หนังปลากรอบสูตรล้งเล้ง และเกี๊ยวทอดไส้หมู ต่อมาได้ขยายสาขาที่ 2 ไปยังบริเวณริมถนนพระราม 4 ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากกัน โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อขยายพื้นที่ครัวสำหรับการผลิตลูกชิ้น แม้จะได้รับการติดต่ออยู่หลายครั้ง แต่คุณมุกย้ำว่า “ยังไม่คิดจะขายแฟรนไชส์ เพราะต้องการควบคุมคุณภาพให้ได้มากที่สุด เพื่อคงมาตรฐานของร้านในระยะยาว” โดยเลือกต่อยอดธุรกิจไปสู่แพลตฟอร์มดีลิเวอรีและรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่ประทับใจในรสชาติและคุณภาพที่สม่ำเสมอ ในวันที่บรรทัดทอง กลายเป็นจุดเช็กอินของเหล่านักกินและนักท่องเที่ยว การแข่งขันที่สูงขึ้นเป็นเรื่องที่หลีก
