ข่าววันนี้
ในปัจจุบันที่โลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มีคนไทยจำนวนมากตกเป็นเหยื่อและสูญเสียทรัพย์สินไปแล้วหลายหมื่นล้านบาทให้กับมิจฉาชีพออนไลน์ โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดเผยข้อมูลว่า ในช่วงเวลา 5 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม 2567 – กุมภาพันธ์ 2568 มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 11,348 ล้านบาท แม้ว่าจะลดลงจาก 14,683 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน แต่ถือว่ายังน่าเป็นห่วง เนื่องจากประชาชนบางส่วนขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์ ในขณะที่มิจฉาชีพได้พัฒนากลอุบายหลอกลวงได้แนบเนียนและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เดินหน้าเชิงรุกในการสร้างความตระหนักรู้และเสริมภูมิคุ้มกันให้คนไทยอย่างต่อเนื่อง พาไปเจาะลึก 5 รูปแบบกลโกงยอดนิยม เพื่อให้แยกแยะระหว่างข้อมูลจริงกับกลโกง พร้อมเน้นย้ำถึงจุดอ่อนสำคัญที่ทุกคนต้องสังเกตก่อนที่จะสูญเสียทรัพย์สินให้กับมิจฉาชีพ 1. หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล/สิทธิพิเศษ/วัตถุประสงค์อื่นๆ รู
ความน่ารักของ “โมเน่กับโซล” ยังตกพี่ๆ ได้อยู่หมัด ล่าสุดกับปรากฏการณ์ สร้างยอดขาย 1 ล้านบาท ใน 5 นาที จากการไลฟ์ขาย “ไทยดม” แบรนด์ยาดมสมุนไพรสัญชาติไทย ที่ใช้เวลาพัฒนาสูตรและคุณภาพนานกว่า 1 ปี ของ พีท-กันตพร หาญพาณิชย์ ทายาทโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ กับ แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย ที่หลงรักแฝดทั้งสอง จนยกให้เป็น Friends Of Thaidom ก่อนหน้านี้ พีท เคยโพสต์ใบ้การเปิดตัว Friends Of Thaidom ไว้ในเฟซบุ๊ก ซึ่งอธิบายรายละเอียดไว้ว่า “และแล้วไทยดมก็มีผลิตภัณฑ์ตัวพิเศษออกมาจนได้ ครั้งแรกกับการร่วมมือกับ Thai Artist ในการดีไซน์ตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ และเพื่อที่จะได้เข้ากับการเปิดตัว Friends Of Thaidom ของเรา ขอเปิดตัวให้เห็นตัว Limited ของเราในวันที่ 15 ธ.ค. 68 และจำหน่ายครั้งแรกใน Live ซึ่งเป็น Online Exclusive เท่านั้นใน TikTok ช่อง Kambum_live วันที่ 18 ธ.ค. 68 นี้” และในวันต่อมา ก็ได้เฉลยว่า โมเน่กับโซล คือ Friends Of Thaidom ทำให้เหล่าแฟนคลับที่หลงรักแฝดทั้งสอง รอคอยการไลฟ์ในครั้งนี้ กระทั่งเมื่อวาน (18 ธ.ค. 68) โมเน่กับโซล ได้ไปร่วมไลฟ์ขายไทยดมกับ แก้มบุ๋มและพีท โดยสามารถทำยอดขายได้ 3 แสนบาทใน 1 นาที
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโดยรวมในปี 2568 ส่งผลให้ผู้บริโภคที่กำลังวางแผนสร้างบ้านชะลอการตัดสินใจออกไป เหตุจากขาดความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ “หาดใหญ่” เมื่อรวมกับปัจจัยที่ไม่ส่งผลเชิงบวกมากนัก ทั้งค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าแรงที่ปรับขึ้น การแข่งขันทางตรงจากบริษัทรับสร้างบ้าน และการแข่งขันจากดีเวลอปเปอร์ ที่กระโดดลงมาชิงเม็ดเงินในตลาดนี้กันมากขึ้น ทำให้ตลาดรับสร้างบ้านเต็มไปด้วยโจทย์ที่ยากและท้าทายสำหรับผู้ประกอบการทุกราย ปีแห่งการประคองตัว นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) กล่าวว่า จากภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2568 อยู่ในภาวะตลาดที่ฟื้นตัวช้าจากปัจจัยรอบด้านที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตของภาคธุรกิจมากนัก ทั้งจากเสถียรภาพทางการเมืองไม่นิ่ง เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศค่อนข้างทรงตัวและถดถอยในบางช่วงเวลา ส่งผลทางตรงต่อกำลังซื้อผู้บริโภคที่ขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนและใช้จ่ายที่นำไปสู่การชะลอการตัดสินใจสร้างบ้านในปีนี้ออกไปก่อน สะท้อนได้จากสถิติ 3 ไตรมาส (ม.ค. – ก.ย.) ของปี&nbs
ในยุคที่วิถีชีวิตคนไทยต่างมีไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบทำให้อาหารพร้อมรับประทานเป็นที่นิยมมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มนิยมบริโภคเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยที่ในใจคนไทยยังคงโปรดปรานรสชาติเมนูอาหารในบ้านที่คุ้นเคยอยู่เสมอ ซีพีแรม ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน จึงตอบโจทย์ความต้องการนี้ด้วยเมนูยอดฮิตที่แทบทุกคนต้องเคยลิ้มลองกันมาแล้ว นั่นก็คือ “ข้าวกะเพราถาดสีแดง ใน 7-Eleven” ที่ยังคงความอร่อยจัดจ้าน หอมกลิ่นใบกะเพรา พร้อมรสเผ็ดซ่า อันเป็นเอกลักษณ์ของซีพีแรม ซึ่งวันนี้เราจะมาไขความลับความอร่อยของข้าวกะเพราซีพีแรม พร้อมเจาะลึกแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่เป็นมากกว่าการสร้างสรรค์รสชาติ แต่คือความมั่นคง-ความยั่งยืนทางอาหารที่แท้จริง ปัจจุบัน เมนูข้าวกะเพราของซีพีแรม มีกำลังการผลิตรวม 5.6 ล้านถาดต่อวัน และใช้ใบกะเพราสดวันละมากกว่า 1.36 ตัน (เฉพาะใบ) โดยเมนูกะเพรายอดนิยม 3 อันดับแรกคือ ข้าวกะเพราไก่คั่ว ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว และข้าวกะเพราหมู ซีพีแรม ให้ความสำคัญกับใบกะเพราอย่างมากซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลัก เพราะเป็นวัตถุดิบหลักที่เป็นกุญแจสำคัญต่อรสชาติ แต่ถึงแม้กะเพราจะเป็นพืชที่ปลูกง่าย
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร “อยากได้สูตรน้ำคลุกหมี่อร่อยๆ ค่ะ เอาไปทำขายค่ะ” บ่อยครั้งที่บรรดา FC ของแม่บ้านทันสมัยถามเข้ามาทางออนไลน์ ซึ่งผมมีไว้ทั้ง Facebook Line Instagram E-mail TikTok และเว็บไซต์แม่บ้านทันสมัย บางอย่างก็ทำมาเกิน 10 ปีแล้ว โดยเฉพาะเฟซบุ๊กมีผู้ติดตามประมาณ 3 หมื่นกว่าคน นับว่ามากพอควรสำหรับเพจที่ไม่ได้ใช้เงินโฆษณามากมายอะไร แต่แล้ววันดีคืนดี หลังจากที่ผมรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้เป็นสิบปี เฟซบุ๊กแม่บ้านทันสมัยโดนแฮกไปเรียบร้อย แถมคนแฮกยังส่งเมสเสจมาเยาะเย้ยว่า “ตอนนี้ไอซื้อเพจยูแล้วนะ” คงทำนองว่าถ้าอยากได้คืนให้จ่ายเงินซื้อกลับ นอกจากเพจเฟซบุ๊กที่โดนแฮกไปแล้ว แสบกว่านั้นคือเจ้าคนแฮกคงเอารูปโป๊ไปใส่ ทางเฟซบุ๊กส่งคำขาดมาว่าเพจนี้ทำผิดจริยธรรมจึงระงับใช้บัญชีของผม รวมไปถึงเพจลูกอื่นๆ อินสตาแกรม ทุกหน้า ชื่อผมเข้าไปทำอะไรไม่ได้เลย แต่ตัวหน้ายังอยู่ สุดท้ายผมเลยเปิดเพจส่วนตัวใหม่ และแม่บ้านทันสมัยใหม่ ช่วยกันติดตามหน่อยครับ https://www.facebook.com/Modernwoman.cooking.school/ เพจแม่บ้านทันสมัยเก่าตอนนี้กลายเป็นเพจคนเลี้ยงปลาวาฬอนุรักษ์สัตว์ไปซะแล้ว เพราะฉะน
แกร็บ ผู้นำแพลตฟอร์มอันดับ 1 ในบริการเรียกรถและฟู้ดดีลิเวอรีในประเทศไทย เผยข้อมูลเทรนด์ “ที่สุดแห่งปี 2025” ครอบคลุมทั้งบริการการเดินทางและสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน โดยในปีที่ผ่านมา “เทวาลัยพระพิฆเนศ” บริเวณสี่แยกห้วยขวางกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่มาแรงที่สุดด้วยยอดเรียกรถที่เติบโตขึ้นถึง 678% ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนยังคงติดอันดับชาติที่เรียกใช้บริการมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงโกลเด้นวีกที่เติบโตขึ้นถึงเกือบ 50% พบ “นครนายก” กลายเป็นจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองที่มาแรงแห่งปี และคอนเสิร์ต Blackpink ทำยอดเรียกรถไปสนามราชมังฯ โตขึ้นเกือบ 5 เท่า บริการเรียกรถ บริการเรียกรถผ่านแอปยังคงเติบโตและได้รับความนิยมทั้งจากผู้ใช้บริการชาวไทยและชาวต่างชาติ โดย 3 จุดหมายปลายทางหลักที่ผู้ใช้บริการนิยมเดินทางไปมากที่สุดคือ สนามบิน สถานีขนส่ง และห้างสรรพสินค้า โดยปีนี้ “เซ็นทรัลเวิลด์” มาแรงเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK Center) ไอคอนสยาม และสยามพารากอน ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ พระบรมมหาราชวัง ถนนข้าวสาร และเยาวราช โดย “เทวาลัยพระพิฆเนศ” บริเวณสี่แยกห้ว
การเติบโตของ “ส้มแพ็กพร้อมทาน” ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ส้มเซเว่น” กำลังกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจของตลาดผลไม้ไทย เมื่อโมเดล “คัด–แพ็ก–ส่ง” จากเอสเอ็มอีสามารถขยายตัวบนเครือข่ายเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกทั้งเหนือและใต้ พร้อมเปิดภาพใหม่ของเอสเอ็มอีที่ใช้มาตรฐานค้าปลีกสมัยใหม่ต่อยอดธุรกิจท้องถิ่นให้เติบโตได้จริง หนึ่งในเอสเอ็มอีที่สามารถพัฒนาโมเดลนี้จนประสบความสำเร็จ คือ “SME ส้มเซเว่นฯ 100 ล้าน” อย่าง “เกรียงศักดิ์ เถ้าแก่ส้ม” ที่ร่วมพัฒนากระบวนการผลิตกับเซเว่น อีเลฟเว่น จนทำให้ “ส้มโชกุนเบตง” และ “ส้มสายน้ำผึ้งฝาง” กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมบนเชลฟ์ และสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรอย่างมั่นคง จุดเริ่มต้นโรงแพ็กส้มรายใหญ่ภาคใต้ : เส้นทางเติบโตของเถ้าแก่ส้มตัวจริง เส้นทางธุรกิจของ เกรียงศักดิ์ พิพิธภัณฑ์ หรือ เกรียงศักดิ์ เถ้าแก่ส้ม เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2537 จากการส่ง วุ้นน้ำมะพร้าว เข้าจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น สาขากิม
การ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทชั้นนำด้านข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจและเทคโนโลยี คาดการณ์ว่าในปี 2569 ว่าจะมีรถยนต์ไฟฟ้า (EVs) 116 ล้านคัน ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ รถบัส รถตู้ และรถบรรทุกหนักวิ่งอยู่บนถนนทั่วโลก Jonathan Davenport ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์การ์ทเนอร์กล่าวว่า “แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้อัตราภาษีศุลกากรสำหรับการนำเข้ารถยนต์ และหลายรัฐบาลในประเทศต่างๆ ยกเลิกเงินอุดหนุนและสิ่งจูงใจเพื่อการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า แต่คาดว่าในปี 2569 จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนจะยังเพิ่มขึ้นถึง 30% และในปีหน้านี้ จีนจะยังเป็นผู้นำตลาด คิดเป็น 61% ของปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด และรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากลูกค้าให้ความสำคัญกับความมั่นใจที่มีเครื่องยนต์เบนซินสำรองไว้ใช้ในยามที่ต้องการ” คาดว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ (BEV) จะยังมีจำนวนเกินครึ่งของจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด แต่ก็ยังมีลูกค้าที่เลือกรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากขึ้น ปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าแบ่งตามประเภทรถยนต์ ทั่วโ
ในช่วงที่โลกธุรกิจกำลังเร่งเครื่องเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นหัวใจของการทำงานในเกือบทุกอุตสาหกรรม ส่งผลให้ SMEs ไทย ต้องมองหาแนวทางใหม่เพื่อเพิ่มความเร็ว ความแม่นยำ และลดความผิดพลาดในการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน โลกก็ขยับเข้าสู่ “ฮวงจุ้ยยุค 9” (พ.ศ. 2567–2586) ซึ่งเป็นยุคที่พลังงานของสถานที่และจังหวะเวลา มีผลต่อการทำงานและสุขภาพทางอารมณ์มากขึ้นกว่ายุคที่ผ่านมา บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี และสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย ได้เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs เชิญวิทยากรจาก 2 วงการ ผนึก 2 องค์ความรู้ ทั้ง AI และฮวงจุ้ยเชิงเหตุผล มาเป็น “คู่แนวคิด” ใหม่ให้ SMEs เตรียมพร้อมสู่ “ปีมะเมีย 2569” คุณอัจฉริยะ ดาโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เล่าว่า SMEs ไม่จำเป็นต้องใช้ AI ทุกอย่าง แต่ควรให้ AI รับหน้าที่เป็น “ผู้ช่วย” แก้ปัญหาที่ทำให้เสียเวลาในการทำงานประจำ ตัวอย่างเช่น การใช้ Manus AI ช่วยจัดการเอกสาร ตอบอีเมล ค้นข้อมูล หรือวางตารางงาน ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาไปโฟกัสงานขายและงานสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อ
หลังจากมีโครงการคนละครึ่งพลัส เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระให้ประชาชน และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ LINE MAN Wongnai ได้อัปเดตถึงสถานการณ์ร้านอาหาร ไว้อย่างน่าสนใจ โดย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เผยว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เลือกขายบนแพลตฟอร์มไลน์แมนมากถึง 65% ทำยอดขายคนละครึ่งพลัส มากที่สุดในตลาด 63% เกิดออร์เดอร์รวมกว่า 8 ล้านออร์เดอร์ใน 3 สัปดาห์ และทำให้ยอดขายร้านค้าทั่วประเทศ เติบโตเฉลี่ย 4.2 เท่า นอกจากนี้ ยังช่วย “ร้านเล็ก” (รายได้ต่ำกว่าหมื่นบาทต่อเดือน) ให้เติบโตได้จริง โดยมียอดขายพุ่งถึง 5.9 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ส่วนร้านขนาดกลาง (รายได้มากกว่าหมื่นบาทต่อเดือน) เติบโตขึ้น 2 เท่า อานิสงส์ของโครงการนี้ยังส่งไปถึงไรเดอร์ ช่วยสร้างรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15-25% ตามปริมาณออร์เดอร์ต่อวันที่สูงขึ้น โดยยังพบข้อมูลน่าสนใจ ผลจากคนละครึ่งพลัส ดันยอดขายร้านต่างจังหวัดโตสูง จังหวัดที่ทำผลงานโดดเด่น มียอดขายร้านเติบโตสูงที่สุด เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ได้แก่ จันทบุรี (+9.4 เท่า), หนองบัวลำภู (+9.3 เท่า), อุตรดิตถ์ (+8.9 เท่า),
