เรียกได้ว่ากระแสมัทฉะปีนี้มาแรงอย่างมาก ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคสายรักสุขภาพหันมาสนใจดื่มกัน รวมไปถึงผู้ประกอบการหลายรายต่างนำช่องว่างทางการตลาดนี้มาเปิดเป็นร้านมัทฉะเพื่อรองรับกับความต้องการของผู้บริโภค
แต่กระแสยังคงมีมาให้ได้เห็นอยู่ตลอดๆ ล่าสุดผู้ใช้งาน X รายหนึ่งได้กล่าวถึงร้านมัทฉะเจ้าหนึ่งในแอปดีลิเวอรี โดยโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพว่า
“Xึงงงง เห็นคนแชร์มัทฉะร้านนึงมาในแอพมา ตัวถูกสุดน่าจะแก้วละ 320฿ (ถ้าดูไม่ผิดนะ) แต่!!… แต่ตัวแพงสุดคือ 3,900฿ 👁️🫦👁️คือนึกว่าขายทั้งกระปุก รู้แหละว่าใช้ชาตัวไหน ราคามันแรงจริงช่วงนี่ แต่นี่ก็… ใครไหวไปก่อนเลยจ้าาา นู๋ขอนั่งรออยู่ตีนดอยมัทฉะต่อละกัน👀”
ล่าสุด อินฟลูเอนเซอร์ช่อง feelatz ผู้ติดตามกว่า 757.4 k ได้ออกมาทำคลิป เผยแพร่ผ่านช่องทางติ๊กต็อก เป็นการรีวิวร้านมัทฉะดังกล่าว โดยเมนูที่ได้ซื้อมาอยู่ในราคา 3,900 บาทจริง (ชื่อเมนู SEIJYU CLASSIC LATTE )
เนื้อหาในคลิปกล่าวว่า
“มัทฉะมีรสชาติออกเค็ม และมีความขมอยู่ในคอ แต่โดยรวมมีความอร่อย ซึ่งคล้ายๆ ร้านที่เคยกินที่เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยส่วนตัวรู้สึกว่าไม่ได้ว้าว เพราะแยกไม่ออก”
หลังจากที่ลงคลิปไปได้ไม่นาน ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม ส่วนใหญ่คอมเมนต์ถึงเรื่องราคา ที่มีความรู้สึกว่าแพงจนเกินไป อาทิ
“มันไม่ควรจะสนับสนุนพวกราคาแพงเกินเหตุแบบนี้ ราคาอาหารตอนนี้มันเฟ้อไปหมดแล้ว”
“แพงเพราะอะไรคะ อยากทราบเป็นความรู้”
แต่ก็มีบางคอมเมนต์ที่มีความเห็นสวนทางกันว่า “ถ้าคิดว่าแพง นั่นแสดงว่าเขาไม่ได้ทำมาขายคุณ”
จากการจับทิศทางความคิดเห็นของชาวเน็ตจำนวนไม่น้อย ส่วนใหญ่เริ่มออกมาเรียกร้องและไม่สนับสนุนเมนูที่ overpriced เกินจริง ที่มองว่าน้ำแก้วละ 4,000 บาทนั้น ดูไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่
ทางร้านได้มีการตอบกลับคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า “มัทฉะทางร้านเป็นเกรดพิธีการทั้งหมดค่า แต่มีหลากหลายรสชาติ หลายสายพันธุ์ หลายแหล่งที่มา และมีราคาที่หลากหลายค่า 💚 ราคาเริ่มต้น 150฿ ค่า”
ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสเมนูราคาแพงมาแล้ว จากเมนูดารา เช่น แกงเขียวหวาน 250 บาท ของนัท นิสา หรือ เมนูไข่พะโล้ จากเอ ศุภชัย ที่ขายในราคา 499 บาท ซึ่งหลังจากที่ออกมาวางขายทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์กันยกใหญ่ว่า ราคาสูงจนเกินไป ซึ่งเหตุการณ์คล้ายๆ กับกระแสของมัทฉะแก้วละเกือบ 4,000 บาทนี้เอง
ราคามัทฉะ ในท้องตลาดไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นแท้ 100% โดยแหล่งปลูกหลักมาจากพื้นที่ที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตชาคุณภาพสูง เช่น เมืองอุจิ (Uji) ในจังหวัดเกียวโต (Kyoto) ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดและแหล่งผลิตมัทฉะเกรดพิธีการ (ceremonial grade) นอกจากนี้ยังมีแหล่งอื่นๆ เช่น เมืองนิชิโอะ (Nishio) ในจังหวัดไอจิ (Aichi) ที่เน้นการผลิตจำนวนมาก จังหวัดชิซุโอกะ (Shizuoka) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาเขียวใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น จังหวัดคาโงชิมะ (Kagoshima) สำหรับมัทฉะออร์แกนิก และยาเมะ (Yame) ในจังหวัดฟุกุโอกะ (Fukuoka) ที่ให้รสชาติเข้มข้น
ส่วนราคาในตลาดไทย โดยทั่วไปราคาผงมัทฉะ 100 กรัม อยู่ที่ 200-1,000 บาท (หรือสูงกว่านั้นสำหรับเกรดพรีเมียม) เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบจากญี่ปุ่นที่พุ่งสูงขึ้นจากปัญหาภาวะโลกร้อนและความต้องการทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม มัทฉะแก้วละเกือบ 4,000 บาท จึงเป็นเหมือน จุดทดสอบ ของตลาดพรีเมียม ที่เผยให้เห็นว่า ในขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่มกำลังผลักดันเพดานราคาให้สูงขึ้นเพื่อซื้อคุณภาพสูงสุดและประสบการณ์ที่เป็นที่สุด แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงมีวิจารณญาณและพร้อมที่จะ ปฏิเสธ เมนูที่เขามองว่ามีราคาเกินจริง โดยเฉพาะเมื่อรสชาติที่ได้รับไม่ได้สร้างความ “ว้าว” หรือ “ความต่าง” ที่ชัดเจนพอที่จะแยกความแตกต่างจากมัทฉะราคาสูงทั่วไปได้
