SMEs เกษตร

ใช้เงินเดือนและโบนัส มาลงทุนเพาะ “เห็ดโคนญี่ปุ่น” รายได้ดีจนลาออกจากงานประจำ

ผู้เขียน  :  ธัญวรัตน์ คงถาวร

สำหรับผู้สนใจจะลงทุนในอาชีพการเพาะเห็ดจำหน่าย ผู้ประกอบการรายนี้ ให้ข้อแนะนำว่า ควรศึกษาและเรียนรู้ให้ถ่องแท้ก่อนที่จะลงมือตัดสินใจ เพราะมีหลายปัจจัยที่อาจทำให้การประกอบอาชีพไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง

“ต้องเข้าใจตลาด”  ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ คุณกาญต์ดารัตน์ มหัทธนธัญ ผู้ผันตัวจากพนักงานบริษัท ก้าวสู่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดอย่างเต็มตัว จนกลายเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้กว่าครึ่งแสนบาทต่อเดือน

5370-160826025934

คุณกาญต์ดารัตน์ ปัจจุบัน ยังดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกอเห็ด จังหวัดชลบุรี เล่าว่า ในปี 2543 ได้เข้ามาทำงานเป็นพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่งที่จังหวัดชลบุรี แต่ไม่นานบริษัทได้รับผลกระทบภาวะเศรษฐกิจถดถอยของอุตสาหกรรมเหล็ก ทำให้ภาพรวมของบริษัทไม่สู้ดีนัก จึงตัดสินใจมองหาอาชีพอื่นที่จะมาทดแทนงานประจำที่ทำอยู่

ด้วยชีวิตที่มีทุนเดิมเป็นลูกหลานเกษตรกร อาชีพที่มองหาจึงไม่พ้นด้านการเกษตร          

คุณกาญต์ดารัตน์ บอกว่า ได้เกิดสนใจเรื่องของการเพาะเห็ดจำหน่าย จึงได้เริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ประกอบกับช่วงเวลานั้น “เห็ดโคนญี่ปุ่น” มีราคาค่อนข้างสูง และมีผู้ผลิตก้อนและเปิดดอกค่อนข้างน้อย และในส่วนของการตลาด มีความได้เปรียบ เพราะทำเลที่ตั้งของฟาร์มในเขตบางแสน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

“จากที่ไปสอบถามกับร้านขายอาหารในพื้นที่พบว่า เห็ดโคนญี่ปุ่น เมื่อนำมาประกอบอาหาร ราคาอยู่ที่จานละ 150 บาท แต่ใช้เห็ดเพียง 1 ขีด ราคาเห็ดโคนญี่ปุ่นอยู่ที่ ขีดละ 20 บาท เท่านั้น”

เริ่มจาก เห็ดโคนญี่ปุ่น

ในการเริ่มต้นอาชีพ คุณกาญต์ดารัตน์อาศัยวันหยุดจากงานประจำเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการเพาะเห็ด ตามหลักสูตรที่จัดขึ้นโดยชมรมผู้เพาะเห็ดเศรษฐกิจ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

ส่วนเห็ดชนิดแรกที่ทดลองเพาะ คุณกาญต์ดารัตน์ได้เลือกเห็ดโคนญี่ปุ่น โดยได้เริ่มต้นในปี 2548 ด้วยการอาศัยพื้นที่ว่างข้างวัด ซึ่งได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสและผู้ดูแลวัดให้การสนับสนุน สถานที่นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการทดลอง เรียนรู้ และการตลาด

ส่วนเงินทุนมาจากเงินเดือนและโบนัสที่ได้รับจากบริษัท     

“ช่วงแรกของการลองผิดลองถูก ทำบ้างแจกบ้าง ให้ชาวบ้านและคนสวนของที่วัดช่วยดูแล เก็บผลผลิตและจำหน่าย ส่งขายเห็ดโคนญี่ปุ่น กิโลกรัมละ 200 บาท เงินที่ได้ คนงานจะได้จากการขาย ศึกษาหาความรู้เป็นเวลา 2 ปี ทั้งการทำก้อนเห็ด การเพาะเห็ดจากชมรม และจากนั้นก็สั่งก้อน ซื้อก้อนจากชมรม เริ่มจาก 2,000, 3,000 จนถึง 5,000 ก้อน” คุณกาญต์ดารัตน์ กล่าว

ปี 2550 ทุกอย่างเริ่มอยู่ตัว ปริมาณการสั่งซื้อสูงขึ้น ถึงสัปดาห์ละ 100 กิโลกรัม ทำให้พื้นที่โรงเรือนไม่เพียงพอ จากเคยจำนวน 10,000 ก้อน ต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้น คุณกาญต์ดารัตน์จึงได้ลาออกจากงานประจำมาเพาะเห็ดขายอย่างเต็มตัว ทั้งรวมกลุ่มผู้เพาะเห็ดในพื้นที่จัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกอเห็ด

คุณกาญต์ดารัตน์ได้เปิดฟาร์มเห็ดแห่งใหม่ บนพื้นที่ 2 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 43/44 ซอยคีรีนคร 7 ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โทร. (081) 429-0663 และ (094) 961-2992 ปัจจุบัน มีโรงเรือน 6 โรงเรือน โรงเรือนหนึ่งบรรจุเห็ดได้ 5,000 ก้อน โดยผลิตและจำหน่ายก้อนเห็ด ดอกเห็ด ได้แก่ เห็ดโคนญี่ปุ่น (ยานางิ) เป๋าฮื้อญี่ปุ่น นางฟ้าภูฐาน รวมถึงสินค้าแปรรูปจากเห็ด ได้แก่ น้ำสามเห็ด ข้าวเกรียบเห็ด น้ำพริกเผาเห็ด น้ำพริกเผาเห็ด (เจ) กระเพาะปลาเห็ด (เจ) เห็ดทอด เห็ดสวรรค์ อีกทั้งยังเปิดให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้แก่ผู้สนใจในอาชีพการเพาะเห็ด

“ตลาดหลักของดอกเห็ดสด ของสวนบ้านกอเห็ด ได้แก่ ร้านอาหารในพื้นที่ ซึ่งจากที่เน้นคุณภาพเป็นสำคัญ จึงทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่กลายเป็นลูกค้าประจำที่รับผลผลิตไปจำหน่ายกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งหลังจากที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ยิ่งทำให้มีโอกาสทางการตลาดเพิ่มขึ้น เช่น สามารถมาเปิดร้านจำหน่ายในตลาดเกษตรกรของจังหวัดชลบุรี ส่วนการแปรรูปเห็ดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคและเป็นการแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดในช่วงเห็ดออกดอกเยอะ ถือว่าเป็นการต่อยอดสินค้าของทางกลุ่มฯ” 

คุณกาญต์ดารัตน์กล่าวอีกว่า ใน 1 เดือน จะผลิตเห็ดโคนญี่ปุ่นได้ ประมาณ 80-90 กิโลกรัม ส่วนเห็ดนางฟ้าภูฐาน ซึ่งเป็นเห็ดที่สามารถสร้างรายได้ให้แบบรายวัน มีกำลังผลิต 500-700 กิโลกรัม ต่อเดือน และเห็ดเป๋าฮื้อญี่ปุ่น มีกำลังผลิต 100 กิโลกรัม ต่อเดือน

เมื่อสรุปรายได้รวมจากการเพาะเห็ดขายของกลุ่มฯ ต่อเดือน อยู่ที่ประมาณ 50,000 กว่าบาท 

สำหรับผู้สนใจจะลงทุนในอาชีพการเพาะเห็ดจำหน่าย คุณกาญต์ดารัตน์ให้ข้อแนะนำว่า ควรศึกษาและเรียนรู้ให้ถ่องแท้ก่อนที่จะลงมือตัดสินใจ เพราะมีหลายปัจจัยที่อาจทำให้การประกอบอาชีพไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง 

“อย่างการสร้างโรงเรือนเพาะเห็ด เป็นประสบการณ์หนึ่งที่พบ ช่วงแรกเสาที่ใช้เป็นไม้ยูคาลิปตัส ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว มุงด้วยหญ้าคา ตอนหลังเปลี่ยนเป็นเสาปูน หลังคามุงกระเบื้อง จั่วชันเล็กน้อย เนื่องจากหญ้าคาราคาสูง ค่าแรงในการทำสูง จึงเปลี่ยนวัสดุทำโรงเรือนใหม่ แต่กระนั้นก็มีข้อเสียคือ เห็ดออกดอกน้อยลง วิธีแก้ไข คือเมื่ออากาศร้อนจะเปิดสปริงเกลอร์บนหลังคาไล่ความร้อน และแซมด้วยซาแรนใต้หลังคาโรงเรือน เพื่อเป็นตัวกันความร้อนที่จะมากระทบกับดอกเห็ด อีกทั้งในพื้นที่โดยรอบโรงเรือนจะปลูกไม้ยูคาลิปตัสเป็นรั้ว ป้องกันแดดในช่วงบ่าย” คุณกาญต์ดารัตน์ กล่าว

ดังนั้น การศึกษาให้เข้าใจจะช่วยทำให้สามารถลงทุนได้อย่างคุ้มค่าและคุ้มทุน โดยการลงทุนนั้นในส่วนของโรงเรือนคุณกาญต์ดารัตน์ ค่าลงทุนก่อสร้างโรงเรือนไม่รวมค่าที่ดิน โดยโรงเรือน ขนาด 5×8 เมตร ซึ่งเป็นขนาดที่นิยมทั่วไป บรรจุก้อนเชื้อเห็ดได้ประมาณ 5,000-5,500 ก้อน มีต้นทุนต่อโรงเรือน ประมาณ 35,000 บาท 

การทำก้อนเชื้อเห็ด

คุณกาญต์ดารัตน์ บอกว่า ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกอเห็ด จะจัดทำก้อนเห็ดกันทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ถ้าไม่มีการสั่งซื้อเพิ่มเติม จะอัดก้อนเห็ดสัปดาห์ละ 3,000 ก้อน

“แต่ละอาทิตย์จะผลิตก้อนเห็ดชนิดไหน เราจะทำตามแผนที่วางไว้และตามจำนวนการสั่งซื้อ”

ทุกขั้นตอนของการผลิต คุณภาพคือ หลักสำคัญที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกอเห็ดให้ความสำคัญ

“อย่างก้อนเห็ด นอกจากจะใช้ในการอัดก่อนแล้ว เราต้องมาตรวจเช็กอีกทีว่าแน่นไหม ถ้าไม่แน่น จะต้องทุบก้อนให้แน่นขึ้นด้วยมือ”

“จากนั้น นำไปนึ่งฆ่าเชื้อ ด้วยอุณหภูมิ 98-100 องศา สำหรับเห็ดนางฟ้าภูฐาน ใช้เวลานึ่ง 4 ชั่วโมง ถ้าเป็นเห็ดโคนและเห็ดเป๋าฮื้อญี่ปุ่น จะนึ่งนาน 6 ชั่วโมง”

ในขณะที่การบ่มก้อนเชื้อเห็ด คุณกาญต์ดารัตน์ บอกว่า จะควบคุมด้วยระบบกึ่งอีแว้ป ซึ่งเป็นการนำรูปของการใช้ม่านน้ำเหมือนการเลี้ยงไก่ในโรงเรือนอีแว้ป นำมาใช้ในการช่วยระบายความร้อน

ก้อนเชื้อที่ผลิตได้ จะแยกเป็น 2 ส่วน คือ หนึ่ง ก้อนเชื้อเห็ดลูกค้าที่สั่งซื้อ จะมีการตรวจสอบคุณภาพ 100% ทุกก้อน สอง ก้อนเชื้อเห็ดสำหรับสมาชิกในกลุ่ม

“ทั้ง 2 แบบ เราจะเน้นการใช้เชื้อเห็ดที่มีคุณภาพ ให้ดอกสวยและใหญ่ เพื่อให้ได้ดอกเห็ดที่ได้น้ำหนักมากเมื่อเวลาจำหน่าย”

“การทำเห็ดแต่ละชนิด สิ่งที่เป็นตัวแปรสำคัญให้เราก้าวหน้าและประสบความสำเร็จคือ ตลาด ทำเห็ดต้องขายเป็น ต้องรู้จักที่ขาย ที่สำคัญต้องรู้ด้วยว่าผู้บริโภคชอบทานเห็ดอะไร ทำในสิ่งที่เขาต้องการ สุดท้ายคือ ความพยายาม อดทน ให้ถึงที่สุด” คุณกาญต์ดารัตน์ กล่าวทิ้งท้าย 

Related Posts

สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
ความสุขไม่ต้องรอเกษียณ! ผู้ประกาศข่าว ใช้เวลาว่าง พลิกที่ดินร้างเป็น “บ้านสวนกำไรสุข” เสิร์ฟวัตถุดิบจากสวนให้ลูกค้า
จากขายผักสู่ผู้ปั้น “แตงโมสเปเชียลตี้” กลยุทธ์เปลี่ยนผลไม้ธรรมดาให้มีมูลค่า สร้างรายได้ 30 ล้านต่อปี