จากจุดเริ่มต้นที่ต้องช่วยครอบครัวทำมาหากินตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เขามีความอดทนและได้รับประสบการณ์จริง กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้สร้างอาณาจักรฟาร์มไก่ไข่ที่แข็งแกร่ง
นี่เป็นเรื่องราวของ คุณอรรณพ อัครนิธิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร เครือแสงทอง–อัครา ผู้ที่การไม่ยอมแพ้ต่อวิกฤต จากการสร้างฟาร์มเล็กๆ สู่การปั้นแบรนด์ “AKARA” ให้กลายเป็นไข่ไทยคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ
เบื้องหลังความสำเร็จฟาร์มไข่ไก่ไทย
คุณอรรณพ เล่าว่า ตนนั้นเติบโตมาในครอบครัวคนจีนย่านบางซื่อ ที่ต้องดิ้นรนทำมาหากินตั้งแต่ยังเด็ก จากการช่วยครอบครัวทำสวนฝรั่ง ไปจนถึงช่วยแม่ขายเส้นก๋วยเตี๋ยว ทำให้เขาได้เรียนรู้การอ่านคน เข้าใจลูกค้า ฝึกการเจรจา และซึมซับความอดทนจากชีวิตจริง
“สมัยก่อนผมมีความตั้งใจในการทำธุรกิจมาก คืออยากรวยกับเขาบ้าง ผมผ่านการทำงานมาหลากหลาย ทั้งการทำสวนทำไร่ตั้งแต่อยู่กับครอบครัว พอผมสร้างครอบครัวแล้ว มองไปถึงอนาคตของลูก ก็เลยมีโอกาสได้ทำฟาร์มไก่ไข่กับภรรยาขึ้นมา”
การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้เขาต้องย้ายจากกรุงเทพฯ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นครนายก และเป็นการนำไปสู่เส้นทางเกษตรกรรม ทั้งที่ไม่ได้มีพื้นฐานมาก่อน
ซึ่งโอกาสแรกในชีวิตเขานั้นมาพร้อมกับคำชักชวนให้เลี้ยงไก่ เขาจึงรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ทันที ด้วยความคิดที่ว่า “นาทีทองมีแค่ 60 วินาทีเท่านั้น”
จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ได้เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าในปี 2547-2548 ที่เกิดวิกฤตครั้งใหญ่อย่างการระบาดของ “ไข้หวัดนก” ที่ทำให้หลายฟาร์มต้องล้มเลิกกิจการ แต่เขากลับไม่ย่อท้อ ตัดสินใจปรับโมเดลจากไก่เนื้อที่ควบคุมยาก ไปสู่ฟาร์มไก่ที่สามารถบริหารจัดการได้เอง ทำให้บริษัทสามารถผ่านวิกฤตตรงนั้นมาได้และเติบโตอย่างต่อเนื่อง
“ในทุกความสำเร็จ ต้องบอกว่าขอบคุณสายงานต่างๆ ที่อยู่ด้วยกันมาอย่างยาวนาน ทุกคนเหมือนลูกเหมือนหลานกันไปแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าอนาคตจะเกิดวิกฤตอะไร บริษัทเราก็สามารถผ่านมาได้และเติบโตต่อไป”
เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตขึ้น คุณอรรณนพได้ก้าวสู่การเป็นผู้สร้างแบรนด์ ภายใต้ชื่อ “Akara” ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งจากนามสกุลของครอบครัว และตัวอักษร A ทั้ง 3 ตัว เปรียบเสมือนลูกสาวทั้งสามคน ที่ตั้งใจสร้างภูเขาแห่งความมั่นคงให้เป็นมรดกส่งต่อไปยังรุ่นถัดไป
จากเดิมที่ขายไข่เพียงหน้าฟาร์ม สู่การพัฒนาโปรดักต์วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ และต่อยอดจนมีมากกว่า 100 รายการ ไม่ว่าจะเป็นไข่ออร์แกนิก ไข่เสริมโอเมก้า 3 วิตามินอี หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างเต้าหู้ไข่ เป็นต้น
“จากเมื่อก่อนเราก็ขายไข่ไก่สดหน้าฟาร์ม มีล้ง หรือโรงงานคัดขนาดไข่ ชื่อว่า “แสงทอง” แต่เมื่อถึงวันที่ลูกสาวคนโต เริ่มกลับมาทำที่บ้าน ลูกสาวบอกผมว่าเราต้องสร้างความแตกต่าง สร้างเอกลักษณ์ สร้างตัวตนของเราเอง ทำให้ผลิตภัณฑ์ในเครือ ถูกถ่ายทอดผ่านแบรนด์หลักอย่าง AKARA”
จากเบื้องหลังความสำเร็จทางธุรกิจ คุณอรรณพ กล่าวในช่วงท้ายว่า ที่มาจนถึงทุกวันนี้ได้นั้นยังคงยึดมั่นใน “ความกตัญญู” ที่คุณแม่เคยสอนไว้ และเมื่อมีมากพอสิ่งที่ต้องทำต่อไปนั้นก็คือ การให้คืนสู่สังคมเพราะประเทศไทยคือแผ่นดินที่ให้โอกาส จึงตั้งใจตอบแทนผ่านการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน สนับสนุนโรงพยาบาล ศาสนา และหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงานและเรียนรู้จากสถานการณ์จริง
อ่านบทความแบบเจาะลึกด้านเกษตรได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/featured/article_333410
