อภัยภูเบศร แจกสูตร โดนัทขมิ้นชัน ทานคู่กันกับ แยมกระเจี๊ยบ รสหวานเปรี้ยว ช่วยบำรุงร่างกาย
ส่วนประกอบสำหรับแยมกระเจี๊ยบ
หากพูดถึงคาเฟ่ หลายคนอาจนึกถึงร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีและเมนูอร่อย แต่ “พาเฟ่” (PAfé) เป็นมากกว่านั้น พาเฟ่ เป็นร้านกาแฟที่เปิดภายใต้แนวคิด “สุขที่ได้แบ่งปัน” ต่อยอดมาจากภารกิจหลักของ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ภารกิจหลักของมูลนิธิฯ คือการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด สามารถพึ่งพาตนเองและดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน หลายพื้นที่ที่มูลนิธิฯ เข้าไปช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นชุมชนเกษตรกรรม หนึ่งในอาชีพสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่คือ “การปลูกกาแฟ” ที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นพืชที่ช่วยในการรักษาป่า เพราะสามารถเติบโตได้ดีใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ต่อมา เมื่อมูลนิธิฯ ได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานมายังอาคารอนุรักษ์ของกรมศิลปากรในปัจจุบัน จึงได้จัดสรรพื้นที่เพื่อสนับสนุนภารกิจก
กว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารธุรกิจด้านน้ำหอมและวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมความงามที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เส้นทางของ คุณนิ่ม-อักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด ไม่ได้เริ่มต้นจากครอบครัวนักธุรกิจหรือมีเงินทุนก้อนใหญ่ แต่เริ่มจาก “โอกาส” และ “ความกล้าที่จะเรียนรู้” “ดิฉันไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยค่ะ จบแค่มัธยมศึกษาแล้วเข้าร่วมโครงการ Internship ของโรงแรมดุสิตธานี พัทยา ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้การทำงานจริงหนึ่งปี ก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้าทำงานประจำ” เธอย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวัยสาว พร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ โรงแรมคือห้องเรียนชีวิต การทำงานในธุรกิจโรงแรมทำให้เธอได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการบริการ การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตที่ยึดมั่นในการดูแลลูกค้าและการบริการ “ดุสิตฯ สอนให้เรียนรู้จากของจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโรงแรมคือการฝึกฝนชีวิตและการทำงานไปพร้อมกัน” ในช่วงเวลาเดียวกัน เธอยังหารายได้เสริมจากการขายเสื้อผ้าแฟชั่น ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องก
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงินเดือนสตาร์
หากการเปิดร้านอาหาร ไม่ได้เป็นเพียงการส่งต่อความอร่อย แต่ยังเป็นการส่งต่อ “วัฒนธรรมที่กินได้” ควบคู่ไปกับการ “สร้างคุณค่าและโอกาสให้ผู้สูงวัย” ได้มีอาชีพ มีรายได้ และกลับมามองเห็นคุณค่าในตัวเอง “เราเห็นแววตาเขาเปลี่ยน โฟนว่ามันเป็นมิชชั่นอันหนึ่งคือการทำให้คนกลับมาเห็นคุณค่าตัวเอง มันมีความหมายมากกว่าแค่เปิดร้านอาหารขึ้นมาหนึ่งร้านเพื่อรักษาสูตรที่จะหายไป” นี่คือเรื่องราวของ “Hub-rare” (หาบเร่) ร้านอาหารพื้นบ้านอยุธยาหรือฟาสต์ฟู้ดสไตล์ชาวบ้าน ของ คุณโฟน-เนตรนภางค์ หงษ์อุปถัมภ์ไชย ร้านเล็กที่ให้คุณค่ากับทุกคนที่อยู่เบื้องหลังอาหารทุกจาน “หาบเร่” ฟาสต์ฟู้ดสไตล์อยุธยา คุณโฟนเติบโตมาในจังหวัดอ่างทอง เพราะครอบครัวดำเนินกิจการโรงอิฐอยู่ในอำเภอป่าโมก ขณะเดียวกันยังมีธุรกิจร้านอาหาร Grand Chaopraya (แกรนด์เจ้าพระยา) ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของคุณแม่ที่หลงใหลในการทำอาหาร จึงเปิดให้บริการร้านนี้มามากกว่า 10 ปี จากนั้นได้ต่อยอดธุรกิจสู่โครงการThe Wine Ayudhya (เดอะไวน์ อยุธยา) และ The Artisans Ayutthaya (ดิ อาร์ทิซานส์ อยุธยา) ซึ่งในตอนแรกตั้งใจพัฒนาเป็นโรงแรม แต่ความคิดนั้นได้เปลี่ยนไป
ประเทศไทยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยเสน่ห์ด้านวัฒนธรรม อาหาร และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ และเปิดโอกาสสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน และหน่วยงานพันธมิตร ขับเคลื่อนโครงการ Cross-Border QR Payment รับชำระเงินนักท่องเที่ยวผ่าน QR Payment รองรับ 9 สกุลเงิน 9 ประเทศ ภายใต้แนวคิด “Pay like a Local” นางสิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. กล่าวว่า สังคมในปัจจุบันนิยมใช้ QR Payment เป็นหลัก หรือเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ทำให้นักท่องเที่ยวอยากได้รับความสะดวกสบายในการใช้จ่ายด้วยเช่นกัน นอกจากจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังช่วยกระจายรายได้ให้ร้านค้ารายเล็กทั่วประเทศไทย สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของการมีอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ไม่ได้มุ่งแค่สร้างรายได้เข้าประเทศ แต่ยังต้องการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง นายณพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยี
เรื่องราวของ Isaac Kong และ Pamela Theng คู่รักวัย 54 ปี ผู้ชุบชีวิตตุ๊กตาเก่าในความทรงจำของใครหลายคนให้กลับมามีชีวิตและสวยงามอีกครั้ง โดยเริ่มจากทำเป็นงานอดิเรก ยึดเป็นอาชีพเสริมมายาวนาน 30 ปี ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานมาเปิดร้าน Toy Doctor ให้บริการซ่อมแซมตุ๊กตา เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่ามันได (Mandai Wildlife Reserve) ใกล้กับสวนสัตว์สิงคโปร์ ซึ่งมีลูกค้ายอมบินข้ามประเทศจากกาตาร์มาสิงคโปร์ เพื่อส่งตุ๊กตาตัวโปรดมาซ่อมที่ร้านแห่งนี้โดยเฉพาะ จากงานอดิเรกสู่การซ่อมตุ๊กตานับพันตัว ย้อนกลับไปในปี 1996 จุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจเกิดขึ้นที่ Fort Canning Park สวนสาธารณะที่พวกเขาไปร่วมงานปิกนิกตุ๊กตาผ้า ซึ่งจัดแสดงผลงานของศิลปินผู้สร้างสรรค์ตุ๊กตาหมี ด้วยความประทับใจในสิ่งที่เห็น ทั้งคู่จึงซื้อหนังสือมาศึกษาและฝึกซ่อมตุ๊กตา ทั้งการเย็บ ยัดนุ่น ทำความสะอาดตุ๊กตาด้วยตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ก่อนเริ่มทำเป็นงานอดิเรก และค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการทำงานประจำหลายปี โดย Pamela ทำงานในแวดวงวิศวกรรม ส่วน Isaac ทำงานด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณสุข ทว่าก็มี “จุด
“อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงซอฟต์พาวเวอร์ของไทย แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ทว่าในขณะที่อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังเติบโต ตลาดแรงงานกลับเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากร โดยคาดว่าช่วงปี 2568-2572 ไทยจะต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและ Future Food มากกว่า 47,000 คน ช่องว่างดังกล่าวจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคการศึกษาในการเร่งสร้างบุคลากรคุณภาพ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย และผลักดัน “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ให้เกิดขึ้นได้จริง นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกลุ่มดุสิตธานีในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการคือ การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก ขณะเดียวกัน ยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ สอดรับกับนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในฐานะแหล่งผลิตวัตถุดิบและอาหาร แต่ที่ผ่านมาอาจจะยังขาดการยกระดับไปสู่ตลาดโลกและกลุ่มอา
วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ภายใต้ราชวิทยาลัยเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “From Wisdom to Evidence: Transforming Traditional Knowledge into Clinical Herbal Practice” ระหว่างวันที่ 18–19 มิถุนายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทิศทางการพัฒนาสมุนไพรไทยจากภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่การใช้ประโยชน์ทางคลินิกบนฐานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รศ.ดร.ภญ.นริศา คำแก่น ประธานวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร กล่าวว่า การพัฒนาสมุนไพรไทยในปัจจุบันต้องก้าวจากการสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างองค์ความรู้ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมคือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการศึกษาสมุนไพรไทย โดย รศ.ดร.ภก. ศุภชัย ติยวรนันท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเสนอแนวทางการถอดรหัสองค์ความรู้จากตำราแพทย์แผนไทยและจารึกวัดโพธิ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อค้นหารูปแบบการใช้สมุนไพร
กว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารธุรกิจด้านน้ำหอมและวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมความงามที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เส้นทางของ คุณนิ่ม-อักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด ไม่ได้เริ่มต้นจากครอบครัวนักธุรกิจหรือมีเงินทุนก้อนใหญ่ แต่เริ่มจาก “โอกาส” และ “ความกล้าที่จะเรียนรู้” “ดิฉันไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยค่ะ จบแค่มัธยมศึกษาแล้วเข้าร่วมโครงการ Internship ของโรงแรมดุสิตธานี พัทยา ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้การทำงานจริงหนึ่งปี ก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้าทำงานประจำ” เธอย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวัยสาว พร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ โรงแรมคือห้องเรียนชีวิต การทำงานในธุรกิจโรงแรมทำให้เธอได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการบริการ การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตที่ยึดมั่นในการดูแลลูกค้าและการบริการ “ดุสิตฯ สอนให้เรียนรู้จากของจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโรงแรมคือการฝึกฝนชีวิตและการทำงานไปพร้อมกัน” ในช่วงเวลาเดียวกัน เธอยังหารายได้เสริมจากการขายเสื้อผ้าแฟชั่น ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องก
