ซัมซุง ปั้นเด็กไทยสู่ยุคดิจิทัล ผ่านโครงการ Samsung Innovation Campus In School
หากเอ่ยถึง Samsung (ซัมซุง) นอกจากเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกแล้ว ภายใต้วิสัยทัศน์ “มุ่งสร้างพลังคน มุ่งสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน” ซัมซุง ยังเป็นผู้นำในการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่เยาวชนไทย ผ่านโครงการ Samsung Innovation Campus In School เพื่ออัปสกิลทักษะแห่งอนาคต ด้าน Generative AI และการโค้ดดิ้ง (Basic Coding) ที่เริ่มเปิดโครงการไปเมื่อต้นปี 2567
โดยมีโรงเรียนนำร่องที่ผ่านการคัดเลือก ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ และมีจำนวนนักเรียนเข้าร่วมกว่า 7,286 คน
ซึ่งประกอบไปด้วย โรงเรียนจอมทอง จ.เชียงใหม่ และ โรงเรียนปงพัฒนาวิทยาคม จ.พะเยา จาก ภาคเหนือ โรงเรียนนครพนมวิทยา จ.นครพนม จาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรงเรียนดรุณาราชบุรี จ.ราชุบรี และ โรงเรียนเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี จาก ภาคตะวันตก
โรงเรียนท่าใหม่พูลสวัสดิ์ จ.จันทบุรี จาก ภาคตะวันออก โรงเรียนบ้านหมี่วิทยา จ.ลพบุรี และ โรงเรียนวัดคลองสวนฯ จ.สมุทรปราการ จาก ภาคกลาง และ โรงเรียนวิเชียรมาตุ จ.ตรัง และ โรงเรียนดารุสสาลาม จ.นราธิวาส จาก ภาคใต้
ซึ่งในวันนี้ ซัมซุง ได้พาไปชมบรรยากาศการเรียนการสอนหลักสูตรจากโครงการ Samsung Innovation Campus In School ที่ โรงเรียนวัดคลองสวน (พรหมอุทิศวิทยาคาร) จ.สมุทรปราการ ในคลาสเรียนวิชา ICT หน่วยการเรียนรู้ รู้ทันสื่อ
โดยมี นายมาร์ค คิม ประธานองค์กร ธุรกิจโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวถึงการดำเนินโครงการในครั้งนี้ว่า “ซัมซุง ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาของเยาวชนไทย โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี ที่เรามีความสามารถและมองว่าเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งซัมซุงจะดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี
เราไม่รู้หรอกว่าความฝันของเด็กๆ คืออะไร แต่ในจำนวน 7 พันกว่าคนที่เข้าร่วมโครงการ ต้องมีสักคนที่ได้รับทักษะดิจิทัลแล้วเปลี่ยนอนาคตของประเทศเราได้ การที่เขาได้มีพื้นฐานเรื่องเทคโนโลยีคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญ”

นางพรรณวลัย อินทราพิเชฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ จำกัด “โครงการ Samsung Innovation Campus เป็นโครงการระดับโลก ที่มีประเทศเข้าร่วมทั่วโลก สำหรับหลักสูตรของไทย เราได้ปรับให้เหมาะสมกับบริบทและความพร้อมของการศึกษาไทย รวมถึงเด็กๆ ที่เราคำนึงถึง เขาต้องเรียนรู้ด้วยความสนุกสนาน
คอร์สที่เราสอนจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน ในโรงเรียนจะเน้นเรื่อง Computational Thinking หรือการคิดวิเคราะห์ การเขียน Flowchart เขียน Diagram สอน Algorithm (อัลกอริทึม) เบื้องต้น และสอนไปถึง Media Literacy หรือการรู้เท่าทันสื่อที่เด็กต้องรู้เท่าทัน ซึ่งเราได้เทรนคุณครูทั้ง 10 โรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอนนักเรียนในระดับชั้นมัธยมต้น
เมื่อจบหลักสูตรในห้องเรียนแล้ว เรามีคอร์สออนไลน์ให้เรียนฟรี ซึ่งมีความเข้มข้นมากขึ้น โดยจะสอนการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python และ AI In Workplace เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การเรียน ให้นักเรียนเข้าใจว่า AI ทำอะไรได้บ้าง และจะใช้ประโยชน์สูงสุดจากสิ่งนี้ได้อย่างไร
และถ้าเรียนจบหลักสูตรออนไลน์ ทำแบบทดสอบสำเร็จ จะได้รับ Certificate สามารถนำไปใส่ Portfolio หรือเป็นโปรไฟล์ให้ตัวเองได้ ซึ่งคอร์สออนไลน์ก็จะอัปเดตหลักสูตรขึ้นทุกปี และแอดวานซ์มากขึ้น”

ด้าน คุณครูสุจิตรา โสมนัส คศ.2 (ชำนาญการ) กล่าวว่า “เทคโนโลยีมีส่วนสำคัญในชีวิตของทุกคน ในส่วนของการเรียน นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อค้นหาความรู้ต่างๆ ได้
การที่ซัมซุงเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่มีประโยชน์และส่งผลดีกับนักเรียนมากๆ จากที่เราสอนแบบกว้างๆ ก็ได้โฟกัสเนื้อหามากขึ้น
เช่น การใช้ AI การรู้เท่าทันสื่อ หรือสอน Algorithm เรื่องนี้ฟังดูเหมือนยาก แต่เราต้องสอนให้เด็กเข้าใจง่าย เช่น ให้เด็กๆ เล่าว่า ซักผ้ายังไง ล้างจานยังไง มีวิธีการทอดไข่แบบไหน ทั้งหมดนี้ มันคือ Algorithm อยากบอกอีกครั้งว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี มีประโยชน์กับนักเรียนมากจริงๆ”

สอดคล้องกับ ด.ญ.วรัณยา โพธิโคตร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 กล่าวว่า “หลังจากเรียนหลักสูตรนี้มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน คุณครูสอนเรื่อง Algorithm การเขียน Flowchart ที่จะช่วยให้เราจัดการปัญหาได้ง่ายขึ้น เพราะมีกระบวนการคิดแบบมีเหตุผล เช่น การมาโรงเรียนสาย เราต้องปรับเวลาเพื่อเข้าเรียนให้ทัน เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนให้เร็วขึ้น แปรงฟัน อาบน้ำ กินข้าว แต่งตัว การมารอรถที่ต้องเผื่อเวลา เพื่อมาให้ทัน
ดีใจที่ซัมซุงเข้ามาพัฒนาการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีที่โรงเรียน ทำให้เข้าใจเทคโนโลยีมากขึ้น และสามารถนำไปต่อยอดใช้ในชีวิตประจำวันได้”

