จาก “รอคิว” สู่ “ปุ่มจองโต๊ะ” ร้านอาหารบน Google “AAppoint”
เคยเป็นกันไหม? เวลาจะไปร้านดัง ร้านลับ หรือจะทำการนัดหมายวัน-เวลาเพื่อเข้าใช้บริการแต่ละที หลายคนต้องเจอกับปัญหาต่างๆ เช่น หากไปร้านดังหรือร้านลับ มักจะเจอปัญหาที่รอคิวนาน หรือการจองนัดหมายทางการแพทย์ ทางคลินิกจะโทรมาเพื่อคอนเฟิร์มนัด แต่บางครั้งเราก็ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ ทำให้ไม่สะดวกต่อการนัดหมายเท่าไหร่
วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาบอกเล่าเรื่องราวของ คุณต๊ะ-รัฐพล นาควิเชียร Founder / CEO AAppoint ที่จุดประกายไอเดียทำ AAppoint “ปุ่มจองบน Google Maps” เพื่อให้สะดวก ง่าย และรวดเร็ว ต่อทั้งผู้ประกอบการและลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการ เพียงแค่ค้นหาชื่อร้านที่เข้าร่วมกับทางแอพพ้อยท์ และทำการกดจอง ทางระบบจะทำการแจ้งเตือนกลับมา ในขั้นตอนเหล่านี้ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ทำให้การจองโต๊ะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
จุดเริ่มต้นของ AAppoint
คุณต๊ะ เล่าว่า ภรรยาของเขาเป็นทันตแพทย์และเขามักจะได้รับฟังปัญหาในการทำงานแต่ละวันของภรรยาอยู่เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการจัดการในคลินิกที่ไม่ดีพอ เช่น วันนี้มาที่คลินิก แต่กลับกลายว่าต้องเสียเวลาเปล่าไป 1 วัน เพราะนัดคนไข้ผิดพลาด หรือ นัดวันคนไข้แต่กลับแจ้งคนไข้ไม่ถูก ทำให้บางครั้งเครื่องมือไม่พร้อม ต้องเลื่อนนัดคนไข้ไปอีกเป็นเดือนๆ เป็นต้น
เขาจึงมองว่าปัญหาส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการสื่อสาร จึงทำการออกแบบตัวแพลตฟอร์มแอพพ้อยท์ขึ้น โดยเริ่มใช้กับทางคลินิกทันตกรรมของภรรยาก่อน หลังจากนั้น เมื่อเริ่มทดสอบระบบก็ทำให้เขาเห็นว่า แพลตฟอร์มยังมีความยุ่งยากอยู่
จนกระทั่งได้ไปเห็นโปรแกรมของทางกูเกิล ที่เรียกว่า Reserve With Google เขาจึงคิดว่านี่เป็นทางออกที่ค่อนข้างดี เพราะทุกคนใช้ Google และ Google Maps กัน ทำให้ใช้งานง่าย จึงเป็นจุดเริ่มต้นการทำระบบจองโต๊ะร้านอาหารให้ง่ายขึ้น
“ติดต่อกับกูเกิลเนี่ย เหมือนคุยกับคอมพิวเตอร์เลยครับ ทุกอย่างจะมีแบบฟอร์มชัดเจน คุยกันผ่านอีเมล เราไม่เคยระบุชื่อของพนักงานของกูเกิลที่เราอยากคุยด้วยได้เลย เพราะฉะนั้น ขั้นตอนที่เป็น Technical Requirement ตรงนี้ ค่อนข้างยากเหมือนกันครับ ผมใช้เวลาเกือบ 6-7 เดือนในการที่จะผ่านแต่ละขั้นของกูเกิล”
เขาเล่าว่า โดยปกติเขาเป็นคนที่ไม่ชอบต่อคิว เวลาจะไปไหนก็จะทำการเช็กก่อนเสมอ พยายามโทรจองก่อน
“เราก็พยายามที่จะจัดการด้วยตัวเราเอง เลยมองว่าถ้าเราทำแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมา ต่อไปคนที่มีนิสัยแบบเรา หรือคนที่ไม่คุ้นชินในท้องถิ่นนั้นๆ เขาก็จะได้รับบริการดีๆ จากร้านอาหารเหล่านั้นได้”
เขาเล่าต่ออีกว่า การที่ไปต่อคิวนานๆ สำหรับบางคนอาจจะไม่ได้รู้สึกสูญเสียสักเท่าไหร่ เพราะถ้าไปกับเพื่อน ก็จะมีโอกาสได้พูดคุยระหว่างรอ ทำให้สนุกสนานไปอีกแบบ แต่อีกมุมหนึ่ง เขามองว่าร้านอาหารหลายร้านจะเป็นร้านสไตล์ครอบครัว พาผู้ใหญ่ พาพ่อแม่ พาเด็กๆ มาทาน บางครั้งถ้ารอนานๆ อาจจะทำให้รอไม่ไหวและไม่สนุกกับการรอ
“ถ้าเผื่อเขายืนต่อคิวจนถึงจุดที่เขาทนไม่ไหว คุณไม่รู้เลยนะว่าคนที่ไปยืนต่อตรงนั้นจริงๆ แล้วจะเป็นแฟนของร้านคุณเหมือนกัน ซึ่งมันจะหลุดโอกาสที่จะดึงเขากลับมา หรือวันนี้เขาไม่กลับมา แต่พรุ่งนี้กลับมา ก็ไม่รู้ว่าเขาคือคนเดียวกับเมื่อวานหรือเปล่า”
“เวลาจะทำแพลตฟอร์มขึ้นมาแต่ละครั้ง เราต้องหา Pain Point ที่จะ Specific ที่สุดก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มฟีเจอร์ให้ครอบคลุมกับบริการที่แต่ละที่จะมี”
เขาเล่าว่า แอพพ้อยท์เวอร์ชันแรก จะอยู่ที่ประมาณปี 2018 ซึ่งตอนนั้นยังเป็นฟีเจอร์ที่คิดเองทั้งหมด จนกระทั่งได้เจอกับกลุ่มตลาดที่เพิ่มมากขึ้น รับฟังความเห็นแล้วนำไปปรับใช้
เช่น ฟีเจอร์ SMS ที่ตอนแรกเป็นสิ่งที่เขาจะไม่ได้ทำ เพราะต้องการที่จะลดต้นทุน แต่กลายเป็นว่า เมื่อมี SMS เพิ่มเข้ามา เหมือนได้ปิดช่องว่างทั้งหมด เพราะคนที่เขาไม่ได้ใช้อีเมลก็สามารถใช้ได้ เพราะแค่แจ้งเบอร์มือถือเท่านั้น ก็จะได้รับแจ้งเตือนผ่าน SMS ได้ ทำให้เขามองว่าตรงนี้เป็นการได้ใช้ประโยชน์ที่แท้จริง
“เราเคยคุยกับน้องนักศึกษาที่เคยใช้บริการของคลินิกทันตกรรมที่หนึ่ง เขาบอกว่าชอบ SMS มาก เพราะถ้าเผื่อพนักงานโทรมาคอนเฟิร์มนัดตอนที่เรียนอยู่ เขาก็จะรับโทรศัพท์ไม่ได้ ถ้าแชตมาก็ตอบไม่ได้อีก เพราะอาจารย์ก็จะไม่โอเค แต่พอเป็น SMS ก็จะง่าย พอเขาดู ก็ไม่ต้อง Take Action อะไร แค่ไปให้ตรงนัดก็จบ”
ส่วนกลุ่มเป้าหมายร้านอาหาร ตอนแรกเขามองไว้ว่าควรจะเป็นร้าน Fine Dining เพราะระบบการทำร้าน Fine Dining ต้องทำการจองก่อน ซึ่งเหมือนเป็น Digital Transformation ที่เปรียบเสมือนเปลี่ยนจากสิ่งที่ใช้อยู่เดิมๆ เช่น โทรศัพท์หรือกระดาษจด มาใช้เป็นแพลตฟอร์มทำให้ง่ายกว่า
“ในยุคก่อนจะมีคำพูดที่ว่า ถ้าเผื่อคุณอยากขายดี อันดับแรกคือ Location อันดับที่ 2 Location อันดับที่ 3 ก็คือ Location จนกระทั่งการมาของเฟซบุ๊กหรือกูเกิลแมปมันทำให้ร้านบาร์ลับหรือร้านลับเกิดขึ้น”
แต่ทว่าเมื่อมีร้านลับผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก ที่ไหนๆ ก็เป็นร้านลับ ทำให้คนเริ่มจะเอะใจว่าควรจะไปร้านลับอยู่ไหม เพราะบางครั้งการไปแล้วต้องต่อคิวนาน หรือบางทีร้านปิด ซึ่ง AAppoint ก็ได้เข้ามาตอบโจทย์กับปัญหาตรงนี้ของร้านบาร์ลับได้
“ฟีดแบ็กที่ได้มาก็คือ เฮ้ย มันเปลี่ยนร้านผมว่ะพี่ ทำให้ร้านผมเหมือนมีระบบที่ทำให้คนเขามั่นใจ เช่น ปกติคนมาโทรมาจองใช่ไหมครับ แต่อันนี้พอจองผ่าน Google Maps แล้วมีอีเมลตอบกลับ รู้สึกเหมือนเป็นโรงแรม 5 ดาว ลูกค้าที่มาร้านก็โชว์ Comfirmation แล้วก็รับบริการได้เลย”
Data หัวใจหลักของแพลตฟอร์ม
เรื่องการทำ Data หรือการมีข้อมูลของลูกค้า ถือว่าเป็นหัวใจหลักในการทำแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมาตั้งแต่แรก ซึ่งจะอยู่ที่ Mindset ของเจ้าของร้านด้วย
“ร้านเปิดมา 10 ปี เสิร์ฟไปแสนจาน ล้านจาน แต่เราไม่เคยมีข้อมูลลูกค้าแบบที่เรียกว่า First Party Data เลย”
ซึ่ง First Party Data เป็นข้อมูลที่ระบุถึงตัวตนของผู้ใช้ได้จริงๆ ทำให้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทางผู้ประกอบการจะได้รับในสิ่งที่เขาอยากได้
“เรายินดีมากๆ ที่จะนำข้อมูลที่เรามีส่งให้ทางร้าน เพราะฉะนั้น ร้านก็สามารถที่จะเอาตัวนี้ได้ดูได้ว่า โอเค เดือนที่แล้วเมนูปลา ทำให้มียอดขายเท่าไหร่ แล้วถ้าเมนูเนื้อจะเป็นยังไง ซึ่งถ้าเขาอยากเอา Data เหล่านี้เพื่อมาควบคุมปริมาณ หรือคุณภาพของวัตถุดิบ ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับที่เขาเอาไปทำต่อได้”
ระบบจองโต๊ะของแอพพ้อยท์ในแต่ละร้านที่ใช้ เขาจะมีจำนวนพนักงานที่ไม่เท่ากัน มีฟังก์ชันการทำงานไม่เหมือนกัน เช่น ร้าน Fine Dining เขาอาจจะต้องการให้ทำระบบแล้วเลือกโต๊ะให้เลย เพราะยังไงก็ต้องมีการจัดโต๊ะ
เช่น โต๊ะนี้มีผู้ใหญ่ 2 คน เด็ก 2 คน จะต้องทำการเตรียมช้อน วางเก้าอี้ นี่คือร้านแบบ Fine Dining
“ผมมองว่าเทคโนโลยียังไงมันก็ต้องปรับพัฒนาไปเรื่อย ผมชอบใช้คำว่า ไม่มีอะไรใหม่ในโลกนี้ ทั้งที่เราพยายามคิดของใหม่ๆ ขึ้นมาทุกวัน แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไรใหม่ สมัยเมื่อผมยังเป็นเด็ก บ้านไหนมีโทรศัพท์คือเท่มากแล้ว หลังจากนั้นโทรศัพท์ก็ถูกกระจายไปทั่วทุกร้านอาหาร หรือทุกธุรกิจ รวมถึงบ้านคนด้วย”
เขาเล่าต่อว่า การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเป็นวิศวกร ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของบริษัทเทคโนโลยี แต่แค่ลองศึกษาดูก็ไม่มีอะไรเสียหาย
“เป้าหมายของผมคืออยากทำให้ทุกคนสบายเหมือนกัน สบายที่สุดเท่าที่ตัวเองจะรู้สึกสบายได้ เพราะผมเป็นคนขี้เกียจ ที่ขยันเพราะไม่อยากต้องมานั่งทำงานตอนแก่”
ช่องทางการติดต่อ
Line Official : @AAppoint
เบอร์ : 064-452-5865
Facebook : AAppoint แอพพ้อยท์ จองโต๊ะร้านอาหาร
Website : https://www.aappoint.me/
