Featured การเงิน และการตลาด

“โซนห้ามผู้สูงอายุ” หลายธุรกิจในเกาหลีใต้ “เลือกปฏิบัติ” อ้างไม่มีมารยาท เสียงดัง

“โซนห้ามผู้สูงอายุ” หลายธุรกิจในเกาหลีใต้ “เลือกปฏิบัติ” อ้างไม่มีมารยาท เสียงดัง ทำกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นหลีกเลี่ยงใช้บริการ สะท้อนอะไร?

“No Senior Zone” หรือ “โซนห้ามผู้สูงอายุ” เป็นนโยบายที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากใน “เกาหลีใต้” โดยมีบางธุรกิจที่ประกาศห้ามผู้สูงอายุเข้าใช้บริการในสถานที่ของตน เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือเกสต์เฮาส์ โดยบางคนอ้างว่า ผู้สูงอายุไม่มีมารยาทหรือส่งเสียงดัง 

ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้มีข้อความตรงประตูทางเข้าร้านว่า “โซนห้ามผู้สูงอายุ (ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปห้ามเข้า)” ส่วนข้างๆ ข้อความนั้น มีสติกเกอร์ต้อนรับสุนัขนำทางติดอยู่

ชาวเน็ตที่โพสต์ภาพดังกล่าวได้แสดงความเห็นว่า “ฉันไม่รู้ว่าทำไมเจ้าของร้านจึงตัดสินใจติดป้ายแบบนี้ แต่ฉันกังวลว่าพ่อแม่ของฉันอาจเห็นป้ายนี้ขณะเดินผ่าน”

โดยมีชาวเน็ตมาแสดงความเห็นต่อโพสต์นั้นว่า “นี่หมายความว่าผู้สูงอายุแย่กว่าสุนัขหรือเปล่า” ซึ่งถือเป็นการจุดชนวนให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง ท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ “โซนห้ามเด็กเข้า” ซึ่งร้านอาหารบางแห่งหรือสถานที่เชิงพาณิชย์ไม่อนุญาตให้เด็กเข้าร้านตามความต้องการของเจ้าของร้าน

ในทางกลับกัน มีความเห็นบางส่วนที่สนับสนุนการตัดสินใจของเจ้าของร้าน บางคนยืนยันว่าผู้สูงอายุหลายคนไม่มีมารยาท และพูดเสียงดังเกินไปในร้านกาแฟและร้านอาหาร เพราะว่าพวกเขาหูตึง ทำให้ลูกค้าวัยรุ่นหลีกเลี่ยงสถานที่เหล่านั้น

ขณะเดียวกัน สภาจังหวัดเชจู ประกาศว่า จะทบทวนกฎหมายโซนห้ามเด็กเข้า โดยมีจุดประสงค์เพื่อแนะนำให้ธุรกิจต่างๆ ไม่จัดโซนห้ามเด็กเข้า เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนและสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับพัฒนาการและการเติบโตของเด็ก

ถึงแม้จะมีธุรกิจจำนวนไม่มาก ที่ห้ามผู้สูงอายุเข้าอย่างเปิดเผย แต่โรงภาพยนตร์และร้านกาแฟในเมืองใหญ่ๆ หลายแห่งก็ให้ความสนใจกับกลุ่มคนหนุ่มสาวเท่านั้น

“การอยู่ร่วมกับเด็กหรือผู้สูงอายุอาจจะรู้สึกไม่สบายใจ แต่ทุกคนเคยเป็นเด็กมาก่อน และจะต้องกลายเป็นผู้สูงอายุในช่วงชีวิต หากเข้าใจว่าตนเองถูกเลือกปฏิบัติได้ เราก็จะระมัดระวังเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น” จุง อิกจุง หัวหน้าศูนย์แห่งชาติเพื่อสิทธิเด็ก กล่าว

เฮอร์ จุนซู ศาสตราจารย์ด้านสวัสดิการสังคมแห่งมหาวิทยาลัยซุงซิล กรุงโซล กล่าวว่า การกำหนดเขตห้ามผู้สูงอายุและเด็กถือเป็นการเลือกปฏิบัติ และยังสะท้อนถึงการเลือกปฏิบัติต่อผู้คนจากเชื้อชาติ เพศ และศาสนาที่แตกต่างกัน

“ช่องว่างระหว่างคนชราและหนุ่มสาวกำลังกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคนหนุ่มสาวคิดว่าผู้สูงอายุกำลังขัดขวางความพยายามในการหางาน ด้วยการปฏิเสธที่จะเกษียณอายุก่อนกำหนด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวและปัญหาขาดแคลนงาน”

เนื่องจากประชากรในเกาหลีใต้มีจำนวนกว่า 51 ล้านคน มีครอบครัวถูกแบ่งแยกออกจากกันมากขึ้น ส่งผลให้โอกาสที่ลูกหลานจะได้ใช้เวลาอยู่กับปู่ย่าตายายลดน้อยลง

อ้างอิง

Koreaherald

Everand

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว