“ลอยต่อหรือพอแค่นี้” เปิดตัว ‘น้องวันเพ็ญ’ กระทงวน-ใช้ซ้ำ รักษาประเพณี ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
“วันลอยกระทง” เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี โดยในปีนี้ตรงกับ วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เป็นเทศกาลที่สืบสานกันมาจากความเชื่อดั้งเดิม ในการขอขมาต่อพระแม่คงคา มหาเทวีแห่งสายน้ำ หนึ่งในเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูสู่ความเชื่อของคนไทย
เรื่องของการลอยกระทง มีความเชื่อที่ว่า เป็นการลอยเคราะห์ เพื่อชะล้างสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากชีวิตพร้อมกับกระทงที่ลอยไปตามสายน้ำ
แต่ทว่า เบื้องหลังความงดงามของประเพณีนี้ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การลอยกระทงทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
ในทุกๆ ปี เมื่อสิ้นสุดเทศกาล เรามักจะเห็นภาพของขยะกระทงที่ลอยเต็มแม่น้ำลำคลองต่างๆ ทำให้กลายเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงอย่างมาก
โดยที่ผ่านมาจากสถิติข้อมูลของกรุงเทพมหานคร พบว่า จำนวนกระทงที่เก็บได้ในปี 2566 มีจำนวน 639,828 ใบ เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 67,226 ใบ โดยประเภทที่จัดเก็บได้ทำจากวัสดุธรรมชาติ และทำจากโฟม
แสดงให้เห็นว่าจำนวนดังกล่าวยังคงเป็นภาระใหญ่ในการจัดการต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระทงโฟม ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ยังคงพบเห็นอยู่ในทุกปี ส่วนกระทงจากวัสดุธรรมชาติ อาทิ ใบตอง หรือวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย ได้มีการนำมาใช้เพิ่มขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังสร้างภาระให้กับเจ้าหน้าที่ในการกำจัด
นอกจากปัญหาขยะสะสมที่ทำให้น้ำเน่าและระบบนิเวศเสียหายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ และสิ่งมีชีวิตในบริเวณแหล่งน้ำอื่นๆ โดยกระทงที่ทำจากวัสดุแปลกปลอม เช่น โฟม ตะปู หมุดต่างๆ จากการประกอบกระทง อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ที่เผลอกิน ซึ่งเห็นได้จากการรายงานข่าวอยู่บ่อยครั้ง เกี่ยวกับเต่าหรือปลาที่บาดเจ็บจากสิ่งแหลมคมในกระทง บางตัวถึงขั้นเสียชีวิต เปรียบเสมือนเป็นการสร้างความทุกข์ทรมานและทำลายชีวิตสัตว์ที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศดังกล่าว
และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนคงเห็นกระแสการลอยกระทงขนมปังที่มาทดแทนกระทงโฟม เพราะเชื่อว่าจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยเลี้ยงปลาในแม่น้ำได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาชี้ให้เห็นข้อเสียว่า กระทงขนมปังที่ลอยลงน้ำจำนวนมากนั้น ไม่ได้ช่วยธรรมชาติอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ เพราะการที่ขนมปังละลายและหมักหมมในแหล่งน้ำ เป็นการทำให้เกิดสารอินทรีย์มากเกินไป และส่งผลให้น้ำเน่าเสีย อาจทำให้ปลาขาดออกซิเจนจนตาย
ทั้งนี้ หลายภาคส่วนจึงมีการออกมารณรงค์ให้ใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ที่สามารถย่อยสลายได้จริง และไม่ทิ้งสารตกค้างที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหนึ่งในแนวคิดที่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีในปีที่แล้ว คือ “การลอยกระทงดิจิทัล” โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอวิธีนี้ในการลดปริมาณขยะในน้ำ
ล่าสุดทางเพจ Konggreengreen ได้ออกมาโพสต์เกี่ยวกับการเปิดตัวของ ‘น้องวันเพ็ญ’ (Won Phen) กระทงวน-ใช้ซ้ำได้-ไร้ขยะ ทำมาจาก ‘ขยะพลาสติก’ ที่เก็บขึ้นมาจากคลองลาดพร้าว ซึ่งจะมีการเปิดตัวครั้งแรกที่งานลอยกระทง ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร จะเป็นการลอยในบ่อระบบปิด ที่ผู้จัดงานสามารถเก็บกลับขึ้นมาใช้ซ้ำได้ทุกปี เรียกได้ว่าเป็นไอเดียที่ดีในการรักษาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งรายได้ส่วนหนึ่งจะส่งต่อให้มูลนิธิ TerraCycle Thai เพื่อดำเนินการดูแลรักษาแหล่งน้ำลำคลอง
โดยมีกติกาการใช้น้องวันเพ็ญ ดังนี้
1. เลือกสีกระทง ‘วันเพ็ญ’ ที่ชอบ
2. ชำระค่าเช่ากระทง 59 บาท
3. ลอยกระทงในบ่อที่จัดไว้ให้เท่านั้น
4. ห้ามนำกระทงวันเพ็ญ ไปลอยในแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำระบบเปิดที่ยากต่อการเก็บกลับ
5. ห้ามนำกระทงกลับบ้าน หรือออกนอกสถานที่
สุดท้ายนี้ ประเพณีลอยกระทงถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่มีความงดงาม แต่ถึงอย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนตระหนักถึงเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้แม่น้ำลำคลองและสัตว์ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
อ้างอิง
