พายเรือเก็บขยะ “แมวริมคลอง” เสน่ห์ที่ชุบตลาดร้าง สู่ตลาดที่ใครๆ ก็รู้จัก
“แรกเริ่มเราไม่คิดว่ามันจะเป็นการดึงดูดคน แต่คิดว่าเราเห็นคนนั่งเรือกับแมวแล้วเขารู้สึกมีความสุข เราก็เลยอยากให้บริการนี้กับแขกของเรา อยากให้แขกที่มาพักกับเราได้ประสบการณ์แปลกใหม่แล้วก็มีความสุข”
หัวตะเข้ สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่มาพร้อมกับบรรยากาศแสนสบาย มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อย่าง เวิร์กช็อปศิลปะ ภายในตลาดยังมีร้านอาหารที่การันตีความอร่อย ราคาเข้าถึงง่าย

แต่นอกจากสิ่งที่พูดมานี้ ยังมีสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนรู้จักกับหัวตะเข้มากขึ้น ผู้เขียนต้องขออ้างถึงร้าน สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์ ที่เรียกได้ว่าชุบชีวิตจากตลาดร้าง ให้กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น ด้วยกิจกรรมยอดนิยม อย่าง พายเรือเก็บขยะกับแมวริมคลอง
เมื่อไม่นานมานี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้เดินทางไปยังชุมชนหัวตะเข้ ย่านลาดกระบัง แล้วมุ่งตรงมาที่ สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์ พร้อมพูดคุยกับ พี่เปา-ชวลิต สัทธรรมสกุล เจ้าของร้าน ถึงที่มาที่ไปของเป้าหมายที่ต้องการจะกลับมาชุบชีวิตตลาดเก่าๆ ที่ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

จุดเริ่มต้น พี่เปา เล่าว่า ตลาดหัวตะเข้ตรงนี้แต่ก่อนเคยรุ่งเรืองมาก แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้าน ทั้งการคมนาคมทางรถมากกว่าทางเรือ การสร้างตลาดใหม่ด้านนอก ผู้คนที่เคยขายของที่นี่ต่างก็ย้ายออกกันไปเกือบหมด เพราะข้างนอกมีโอกาสทางการขายมากกว่า
นอกจากคนจะย้ายออกไปกันแล้ว ย้อนไป 10 กว่าปีที่แล้ว มีเหตุการณ์ไฟไหม้ ซึ่งต้นเพลิงเป็นห้องเช่าที่เจ้าของดัดแปลงจากที่อยู่มาเป็นหอพักให้คนต่างด้าวเช่า เมื่อคนอยู่เยอะขึ้น โอกาสเสี่ยงก็สูง หลังจากที่ไฟไหม้ ชาวบ้านก็มาคุยกันว่า เราจะทำอย่างไรกันต่อ อย่างหนึ่งที่ทุกคนคิดเหมือนกันก็คือว่า ไม่ได้แล้วนะ ถ้าใครเอาห้องไปแบ่งกั้นห้องให้ใครเช่า มันจะไม่ปลอดภัย เพราะฉะนั้น ใครที่ทำอยู่ก็ต้องเลิก พอพี่เปารู้ว่าเขาจะต้องออก ก็เลยไปคุยกับเจ้าของบ้าน ว่าไม่มีใครอยู่แล้วเดี๋ยวขอเช่าต่อ จากเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นเหมือนกัน
“ถ้าวันนั้นไฟไม่ไหม้ ทุกวันนี้หัวตะเข้อาจจะยังเป็นตลาดร้างอยู่ก็ได้” เขากล่าว
ก่อนหน้านั้น ยังไม่มีแมวเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่พอเริ่มเข้ามาทำร้านอย่างจริงจัง พี่เปาก็มองเห็นว่า ที่นี่เป็นบ้านไม้ และมีหนูเยอะมากๆ จึงคิดหาวิธีไล่หนูโดยธรรมชาติ นั่นคือ หาแมวมาเลี้ยง
“ตอนที่พี่มาที่นี่ใหม่ๆ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่ก่อนพี่อยู่เฝ้าบ้านด้วย มันเป็นบ้านไม้ เรารู้สึกว่าหนูมันเยอะ ก็เลยคิดว่าเอาแมวมาเลี้ยงดีกว่า ก็เลยเอาแมวจรมา 2 ตัว มาเลี้ยงไว้ในบ้าน จุดประสงค์หลักก็คือ แค่ไล่หนู” เขาเล่า
ไอเดียเก็บขยะกับแมวริมคลอง
เมื่อก่อนถ้าตามข่าว จะเห็นอยู่ข่าวหนึ่งที่มีปลาวาฬตายแล้วพอผ่าท้องออกมามีแต่ขยะ ข่าวนี้เมื่อได้ดูแล้วหดหู่ใจของพี่เปาเป็นอย่างมาก มุมมองที่เคยมีก็เปลี่ยนไป เขาเองอยู่กับคลองก็จริง แต่ไม่เคยคิดจะเก็บขยะ เห็นขยะลอยผ่านไปก็ไม่เคยคิดไปไกลว่าจุดจบของมันจะไปอยู่ตรงไหน พอเจอข่าวนั้นก็มีความคิดที่เปลี่ยน จากที่เคยพายผ่านๆ ถ้าเจอขยะก็จะเก็บมัน ปริมาณอาจจะไม่ได้มากมาย แต่มีความรู้สึกว่าอย่างน้อยก็เป็นส่วนช่วยทำให้คลอง แม่น้ำ หรือทะเลมันสะอาดขึ้น
หลังจากข่าวนั้นมา พี่เปาก็หันมาทำจิตอาสา พายเรือเก็บขยะตามลำคลอง โดยทำเป็นปกติทุกวัน ซึ่งตอนแรกทำคนเดียว แต่ตอนหลังมีน้องที่อยู่ที่นี่ เขาก็สนใจและร่วมทำกิจกรรม อีกทั้งยังชวนอาสาสมัครมาพายเรือเก็บขยะ สิ่งนี้มันก็เลยกลายเป็นสิ่งที่ทำร่วมกันระหว่างกิจกรรมการพายเรือเก็บขยะและแมว ทำให้กิจกรรมมันเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น
“ถามว่ามันลดลงไหม มันอาจจะตอบไม่ได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่คนในชุมชนเขามีการเปลี่ยนพฤติกรรม มันประสบผลในแง่ของการสร้างจิตสำนึกของคนในชุมชน” เขากล่าว

แมว คือพระเอกของหัวตะเข้
แมวที่ใครๆ ต่างก็คิดว่า กลัวน้ำ พี่เปาเองก็เคยมีความคิดเช่นนั้น ต้องบอกว่า กิจวัตรตอนเช้าของพี่เปาในทุกวันจะต้องพายเรือไปซื้อของที่ตลาด ซึ่งการที่จะเอาแมวลงเรือไปด้วยไม่เคยอยู่ในความคิดของเขาเลย เพราะใครๆ ก็รู้ว่าแมวกลัวน้ำ แต่มีอยู่วันหนึ่ง เขากำลังจะพายเรือไปตลาด แล้วแมวก็เดินตาม เขาก็เห็นแล้วคิดว่า เอ๊ะ! หรือว่าแมวอยากจะมาด้วย ก็ลงเรือไปแล้วก็เลยลองเรียกดู แมวก็กระโดดลงเรือ อันนี้คือจุดเปลี่ยน
ตอนเช้าแดดมันอาจจะร้อน เขาจึงคิดว่า เดี๋ยวตอนเย็นแดดร่มๆ จะลองพาไปดูอีกที แล้วจะดูปฏิกิริยาว่าชอบหรือไม่ เย็นวันนั้นก็เลยลองพาลงเรือ สิ่งที่เห็นคือ แมวเดินทั่วเรือ ไม่ได้มีความกลัวอะไร คิดว่าความอยากรู้อยากเห็นมันมากกว่า ก็เลยคิดว่าถ้าว่างเย็นๆ จะพานั่งเรือเที่ยว
จำนวนแมวทั้งหมดตอนนี้ที่มี คือ 9 ตัว ตัวที่โตที่สุดก็คือ พี่โทน สีดำ มีทองหยิบ ส้มแป้น จะชอบกระโดดน้ำและชอบขี่คอถ้าอยู่ในเรือ มะขาม เป็นลายสลิดสีน้ำตาล น้องมะลิ ลูกครึ่งเปอร์เซียสีขาว โกโก้ โอเลี้ยง เป็นพี่น้องกัน เสือเมฆ เป็นแมวสีสวาด ตัวสุดท้ายก็ น้องกะทิ สีขาวตา 2 สี หลุดมาอยู่ที่ใต้สะพาน น่าจะตกจากรถ มีคนแชร์เข้ามาในเพจว่าอยู่ใกล้บ้านพี่เปา อยากให้พี่เปาไปเอาเขามาเลี้ยงหน่อย โดยแมวทั้งหมด 9 ตัวนี้ ล้วนเป็นแมวจรทั้งสิ้น
กิจกรรมเก็บขยะกับแมวริมคลอง ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความประทับใจในหลายๆ มิติ และเป็นหนึ่งในกิจกรรมของร้านสี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์ นอกจากจะทำกิจกรรมนี้แล้ว ในร้านยังมีอาหารและกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะมากมาย และมีห้องพักราคาสบายกระเป๋าไว้รองรับนักท่องเที่ยว หรือคนที่อยากเสพบรรยากาศของความเป็นตลาดเก่า

ร้านของพี่เปา ถือว่าเป็นร้านแรกๆ ที่มาบุกเบิกและสร้างตลาดหัวตะเข้แห่งนี้ให้มีสีสันและมีโอกาสทางการขายให้กับคนในชุมชนมากยิ่งขึ้น โดยพี่เปาได้บอกกับเราว่า
“ภูมิใจมาก คือก็เหมือนอยู่กับตัวเรา อาจจะไม่สามารถบอกใครได้ว่าเราภูมิใจขนาดไหน แต่ทุกวันนี้คือเราเห็นสิ่งที่เราทำ ว่าสิ่งนี้มันเกิดขึ้นจากตลาดร้างกลายเป็นตลาดที่คนรู้จัก
เราสามารถเลี้ยงพนักงานเราได้ เพื่อนบ้านก็สามารถดำเนินธุรกิจของเขาได้ มีร้านค้าเยอะขึ้น แล้วก็ความสุขที่เราเห็นจากรอยยิ้มของแขก ของคนที่เห็นตอนเราพายเรือ มีการถ่ายรูป แล้วก็มีส่งข้อความมาว่า มีความสุขมาก มันเป็นสิ่งที่ทำให้เรา มีความสุข มันเป็นสิ่งที่บอกว่า เราอยากจะทำแบบนี้ไปทุกๆ วัน”

หากใครอยากไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ สามารถเข้าไปสอบถามรายละเอียดได้ที่ สี่แยกหัวตะเข้คาเฟ่ แอนด์เกสต์เฮ้าส์
พิกัด : ตลาดเก่าริมน้ำหัวตะเข้ จอดรถที่ตลาดหัวตะเข้ ลานจอดรถ ซอยลาดกระบัง 17 แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520 โทร. 081-514-6636
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2024
