Featured การเงิน และการตลาด

เปิด 20 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค ปี 2025 เจาะลึกเทรนด์ครีเอเตอร์ ทำคอนเทนต์อย่างไรให้น่าสนใจ

เปิด 20 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค ปี 2025! ‘การคืนสินค้า’ สำคัญต่อการซื้อมากขึ้น-คนชอบดู ‘คลิปแนวนอน’ ตอนกินข้าว-เทรนด์ Affiliate มาแรง และร้านค้าออนไลน์ควรเปิด 24 ชั่วโมง

ในงานเติมเทรนด์ 2025 มีเซกชันน่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2025” โดยกูรูด้านการตลาด “คุณแอ๊ม-ศรัณย์ แบ่งกุศลจิต” เจ้าของเพจการตลาดการเตลิด 

โดยตั้งแต่ปี 2024 ที่ผ่านมาหลายๆ คนคงจะมองเห็นว่าภายในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมามีคดีใหญ่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งช่วงที่มีคดีใหญ่กลายเป็นตัวตัดสินพฤติกรรมของผู้บริโภคในปี 2025

1. การคืนสินค้า การรับประกัน จะสำคัญต่อการซื้อมากขึ้น เพราะความกังวลของผู้บริโภค

ในปี 2025 ผู้คนจะมีความกังวลเรื่องการถูกหลอกลวง เพราะปีนี้เจอทั้งมิจฉาชีพ บ้านกล่องสุ่ม บ้านทอง บ้านตัวแทน ฯลฯ เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ผู้บริโภคเกิดความกลัวว่าจะได้ของไม่ดี กลัวจนไม่กล้าซื้อของที่ถูกเกินไป ยิ่งถ้าได้ของที่ไม่ตรงปก จะทำให้คนเกรงกลัวมากๆ

ดังนั้น สิ่งแรกที่ควรทำในปี 2025 คือการคืนสินค้า การรับประกัน จะสำคัญต่อการซื้อของขายของ ถ้าผู้ประกอบการสามารถทำเรื่องการเคลม/เปลี่ยนคืนสินค้าได้ จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกดีและเชื่อใจมากขึ้น

2. ความรู้สึกไม่ดีต่อของราคาถูก เริ่มมีมากขึ้น และรู้สึกดีต่อของที่ราคาสมเหตุสมผล

ราคาที่ถูกที่สุดของเซรั่มที่เราตัดสินใจซื้ออาจจะเป็น 300-500 บาท แต่ก็มีร้านค้าที่ขายในราคา 69 บาท และขาย 3 หลอด 190 บาท อาจทำให้เกิดราคาที่ไม่สมเหตุสมผล ทำให้คนเริ่มตั้งคำถามแล้วว่า “จะดีจริงหรือเปล่า”

3. Affiliate Marketing มาแรงมากๆ มาทุกแพลตฟอร์มและมาทุกรูปแบบคอนเทนต์

หลายๆ แพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น บ้านเขียว บ้านส้ม บ้านฟ้า จะกลายเป็น Tools ใหม่ของการตลาด 

Affiliate Marketing คือการที่ธุรกิจต่างๆ มีสินค้าและบริการแต่ไม่ได้ขายเอง แต่เป็นการให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ขายให้ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์จะเป็นตัวกลางทำให้สินค้าของคุณขายได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งตอนนี้สินค้าหลายๆ ตัวสามารถสร้างยอดขายหมื่นชิ้นได้ภายในไม่กี่วัน เช่น “เซรั่มนารา” เป็นไวรัลที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อเซรั่มเพราะว่าเป็นเซรั่ม แต่ซื้อเพื่ออุดหนุนเจ้าของแบรนด์นั่นเอง

4. ก้าวเข้าสู่ยุคของ อินฟลูฯ ตัวเล็ก ความน่าเชื่อถือของเบอร์ใหญ่ลดลง

เมื่อปีที่แล้วแบรนด์อาจจะต้องใช้อินฟลูเอนเซอร์ตัวใหญ่ในการสร้างแบรนด์ให้แกลมมากขึ้น แต่ตอนนี้เป็นการก้าวเข้าสู่ยุคของอินฟลูฯ ตัวเล็ก เพราะถ้าใช้อินฟลูฯ เบอร์ใหญ่เกินไป อาจจะทำให้ผู้บริโภคคิดว่า ‘ดูปลอม’ ‘ไม่เริ่ด’

จึงทำให้คนหันไปจ้างอินฟลูฯ ที่มีจำนวนผู้ติดตามเพียงหลักพันคน แต่จ้างในจำนวนมาก หลากหลายช่อง เพราะคนจะมองถึงความสมเหตุสมผล และเชื่อถือในคนตัวเล็กๆ ระดับเดียวกันมากกว่า

5. ผู้บริหารมาเป็น Content Creator เอง 

การที่ผู้บริหารหันมาเป็น Content Creator เอง เป็นการปูทางให้ผู้บริหารหน้าใหม่เข้ามา โดยผู้บริหารยุคนี้ต้องมีเสน่ห์ในการออกกล้อง กลายเป็นผู้บริหารที่ไม่อยู่กับที่ แต่ต้องทำคอนเทนต์เพื่อสร้างความเป็นกันเอง เข้าถึงง่าย เพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่เสพสื่อออนไลน์ในปัจจุบัน

6. มีผ่อนได้ทุกที่ทุกแพลตฟอร์ม

หลายแพลตฟอร์มมี ‘ระบบผ่อน’ สินค้าบางรายการที่มีราคาสูงกลายเป็นสินค้าที่หลายคนรู้สึกว่าเข้าถึงได้ เอื้อมถึง ซึ่งเป็นจังหวะดีของผู้ประกอบการที่ขายสินค้าในราคาสูง เพราะเป็น ‘ระบบผ่อนตรงแพลตฟอร์ม’ ไม่ต้องมีบัตรเครดิตก็สามารถเป็นหนี้ได้

7. 34% ของคลิปที่ได้รับความนิยมสูง มีความยาวมากกว่า 1 นาที 

ก่อนหน้านี้หลายคนบอกว่าเข้าสู่ยุคของคลิปวิดีโอสั้น แต่คำว่าคลิปสั้นในปัจจุบันมีความยาวมากขึ้น โดยคลิปที่มีความยาวมากกว่า 1 นาที กำลังได้รับความนิยมสูง กลายเป็นอีกหนึ่งสถิติใหม่เช่นกัน เพราะสามารถใส่เนื้อหาและขยายความทำให้ผู้ชมเข้าใจและรู้เรื่องมากขึ้น 

8. มือถือไวขึ้น เน็ตไวขึ้น ดูคอนเทนต์ไวขึ้น ใจร้อนขึ้นมาก

‘คอนเทนต์ 1 ตัว ถ้า 0.5 วิแรกไม่น่าสนใจคนจะเลื่อนผ่าน’ 

ปัจจุบันมือถือไวขึ้น เน็ตไวขึ้น สามารถอัปโหลดทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว ทำให้คนดูคอนเทนต์ไวขึ้น อาจจะทำให้คนใจร้อนขึ้น แม้แต่การสั่งของตอนนี้หากส่งช้ากว่า 2 วันคนก็หัวร้อนง่ายขึ้น ทำให้แพลตฟอร์มมีไรเดอร์ที่สามารถส่งสินค้าได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

9. สินค้าไทยเริ่มปัง ดูดีโดดเด้ง โดยเฉพาะกลุ่มบิวตี้และแฟชั่น

ในช่วงที่ผ่านมาสินค้าแบรนด์จีนเข้ามาในไทยจำนวนมาก แต่ตอนนี้คนเริ่มมองว่าสินค้าแบรนด์ไทยเป็นของดี เริ่มเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น เช่น กลุ่มสินค้าบิวตี้และแฟชั่น มีคุณภาพดีกว่าสินค้าจากจีน อีกทั้งยังดีพอๆ กับแบรนด์เกาหลี ญี่ปุ่น นี่จึงถือเป็นจังหวะที่ดีในการทำให้แบรนด์ไทยเปิดตลาดในยุคนี้

10. ผู้บริโภคใช้ทีวี แต่ไม่ดูคอนเทนต์ทีวี

ตอนนี้หลายคนอาจจะดูทีวีอยู่ แต่ไม่ได้ดูสดเสมอไป เช่น ดู YouTube หรือ Netflix แทนรายการสด คนเลือกที่จะดูคอนเทนต์วิดีโอแนวนอนในเวลากินข้าว ทำให้การทำคลิปแนวนอนถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะคนส่วนใหญ่หันไปทำวิดีโอแนวตั้งหมด เมื่อคู่แข่งน้อยลงจึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะเริ่มทำคลิปแนวนอน

11. คนไทยนอนดึกขึ้น มีกิจกรรมให้ทำมากขึ้น ต้องจับตาดูเทรนด์ 24 ชั่วโมง

ผู้คนนิยมซื้อของออนไลน์ในเวลากลางคืนมากขึ้น เช่น เวลาไปเที่ยวถึงเที่ยงคืน ตี 1 แล้วเมามีความอยากซื้อของ ซึ่งตอนเมาอาจจะซื้อแบบไม่คิด ทำให้ร้านค้าต้องพร้อมขายตลอด 24 ชั่วโมง

12. แบรนด์ใช้งาน In-House มากขึ้น

มีหลายอย่างมากที่ไม่สามารถจ้างเอเยนซีทำได้ เช่น คอนเทนต์บนติ๊กต็อก แบบกึ่งๆ Real Time Content เป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วต้องถ่ายและลงเลย แต่ถ้าสมมติแบรนด์ต้องรอเอเยนซี อาจจะทำให้ไม่ทันเทรนด์และเสียเวลา 

สิ่งที่อยากแนะนำอีกอย่าง นั่นคือ ถ้าครีเอเตอร์หรือแบรนด์ไหนที่ยังไม่มีทีมงานช่วย จะเพิ่มความเหนื่อยและหมดไฟไวขึ้น

13. ใช้ AI กันเก่งแบบสุดๆ ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ไม่ต้องปวดหัวคิดเอง

ปัจจุบันการใช้ AI ของหลายคนเป็นเรื่องง่าย และสามารถทำได้ เมื่อใช้ AI เป็นแล้วก็ต้องหันมาโฟกัสเรื่องมิติของ AI ว่าสิ่งไหนต้องโฟกัสเป็นพิเศษ

14. ความคาดหวังของลูกค้ามากขึ้น แต่ความภักดีต่อแบรนด์ลดลง

ปัจจุบันอำนาจต่อรองระหว่างลูกค้ากับแบรนด์สูงขึ้นมากๆ ความคาดหวังของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น แต่ความภักดีของแบรนด์ หรือ Brand Loyalty ลดลง เช่น ถ้าลูกค้าใช้แบรนด์ลิปสติกแบรนด์หนึ่้งมาโดยตลอด แต่ถ้าแบรนด์นั้นเกิดมีดราม่า ผู้บริโภคพร้อมที่จะเลือกซื้อสินค้าของคู่แข่งได้ทันทีในเวลาแป๊บเดียว เพราะทางเลือกสินค้ามีมากขึ้้น

15. FOMO มาแรง! ต้องกิน ต้องใช้ ต้องตามรีวิว ต้องไม่เอาต์ ต้องทันเทรนด์

“เมื่อทุกคนโดนโลกของคอนเทนต์หล่อหลอม”

ตอนนี้การทำคอนเทนต์มาแรงมากๆ เช่น คอนเทนต์บนติ๊กต็อก เมื่อมีอะไรใหม่ๆ มาทำให้คนเกิดความคิดที่ว่า ‘นั่นก็ต้องทำ นี่ก็ต้องเสพ นู่นก็ต้องมี’ ทำให้เกิดความกลัวตกเทรนด์ เลยห้ามเอาต์ต้องนำหนึ่งก้าวเสมอ 

16. คอนเทนต์ไม่ดีไม่มีคนดู ยิ่งทำมากขึ้นแต่ไม่มีคุณภาพก็ไม่มีคนดู ทำน้อยได้แต่ต้องทำให้คุณภาพดี

17. ดราม่าและไวรัลมักเริ่มมาจาก TikTok 9 ใน 10 ของดราม่าและไวรัลในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เกิดจากติ๊กต็อก 

18. การร่วมมือกันของแพลตฟอร์ม สามารถ Swipe จาก TikTok ไป FB Message ได้ หรือ Shopee X YouTube

19. ช่องทางการขายครบ อย่ายึดติดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง

ช่องทางการขายต้องครบ ทำทุกที่ต้องมีไว้ก่อน ซึ่งคอนเทนต์อาจจะไม่ได้ปังทุกแพลตฟอร์ม แต่ถ้าเราล้มในแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งก็สามารถไปได้ดีในแพลตฟอร์มอื่นได้

20. เห็นสินค้าออฟไลน์ เช่น บนป้าย Billboard ในเชลฟ์สินค้า แต่ตัดสินใจซื้อออนไลน์

ปัจจุบันคนมักจะหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ เห็นจากออฟไลน์ แต่ตัดสินใจซื้อในออนไลน์เพราะว่ามีโค้ดส่วนลด และมีราคาถูกกว่าหน้าร้าน

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว