Exclusive Featured SMEs

“ปาป้าเชา” อดีตผู้บริหาร สู่บาริสต้าวัยเกษียณ ที่ชงความสุขทุกแก้วด้วยหัวใจ เปลี่ยนชีวิตให้กลับมามีความหมายอีกครั้ง

ในวัย 61 ปี ขณะที่หลายคนกำลังวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเงียบสงบ คุณเชา-ชวลิต จริตธรรม อายุ 69 ปี หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ปาป้าเชา” ดีกรีอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ปาป้าเชา” 

ชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ

ชีวิตของผู้บริหารที่ต้องทำงานมานานกว่า 30 ปี ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะต้องไปดูแลแม่ ดูแลพี่สาวที่เจ็บป่วย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจพักบทบาทในองค์กรใหญ่ เพื่อกลับมาดูแลคนที่เขารัก

หลังจากที่คุณแม่และพี่สาวจากไปได้สักพัก ระหว่างที่คุณชวลิต หรือ พี่เชา กำลังประกอบธุรกิจเล็กๆ เช่น ขายของและทำอาหารขาย ลูกสาวของพี่เชา ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตใหม่นี้ โดยช่วงเวลาหนึ่งก็คุยกันกับลูกสาว ที่สนใจงานทางด้านเป็นช่างแต่งหน้า เธอได้ลาออกจากงานประจำมาทำงานเป็นช่างแต่งหน้า จากนั้นก็เริ่มคุยกันว่า จะทำอย่างไรกันต่อ ก็เริ่มหาสถานที่เพื่อให้เป็นสตูดิโอใช้ในการแต่งหน้า หลังจากนั้นเธอจึงบอกว่า “พ่อก็ทำร้านกาแฟสิ เราจะได้อยู่ด้วยกัน” ด้วยความสนใจในเรื่องกาแฟที่มีมานานแล้ว พี่เชาจึงตัดสินใจคว้าโอกาสนี้

“ตอนนั้นมันมีความรู้สึกหนึ่งก็คือ เฮ้ย เราเป็นพ่อเป็นลูกอ่ะ เราได้ทำงานอยู่ที่เดียวกัน ในชีวิตที่อาจจะเป็นท้ายๆ หรือบั้นปลายชีวิตเราก็ได้ หลายคนอาจจะไม่ได้คิดมุมนี้ แต่ผมคิดว่ามันโคตรดี มันดีมากๆ สำหรับชีวิตเรา” นี่คือจุดเริ่มต้นของร้านกาแฟเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัว

ปรัชญาแห่งความสุข “ไม่คาดหวัง ไม่ทุกข์”

เมื่อถามถึงเหตุผลที่เลือกธุรกิจกาแฟ ปาป้าเชา ตอบอย่างเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งว่า ที่เลือกธุรกิจกาแฟ เพราะชอบกินกาแฟมาก แล้วก็ชอบทำกาแฟกินเอง เป็นอะไรที่เหมาะกับช่วงเวลาแล้วก็สถานการณ์ต่างๆ พอดี

ในวัย 61 ปี การเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กของเขาไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อความร่ำรวย แต่เพื่อความสุขที่ยั่งยืน แต่การเดินเข้ามาในธุรกิจขนาดเล็ก โดยมีเป้าหมายที่ว่าชอบและอยากจะทำแค่นั้น ไม่ได้ไปไกลว่าจะต้องร่ำรวย จะต้องมีธุรกิจอะไรเยอะแยะ เขาคิดว่า “ในชีวิตนี้ถ้าจะต้องทำอะไรไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเราทำไม่ไหว มันน่าจะมีความสุขดี” 

ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ร้านปาป้าเชาต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ มากมาย รวมถึงช่วงวิกฤตโควิด-19 แต่ด้วยการเตรียมพร้อมและมุมมองที่ไม่ยึดติด ทำให้เขาสามารถผ่านพ้นมาได้ โดยหาทางที่จะต้องทำ อย่างช่วงโควิด เขาออกแบบร้านมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าให้ขายของทางหน้าต่างได้ ลูกค้าก็มาซื้อตรงนี้โดยไม่ต้องเข้าไปในร้าน ทุกอย่างเลยไม่ได้มีปัญหาอะไร

สำหรับปาป้าเชาแล้วความสุขไม่ใช่เรื่องซับซ้อน ถ้ามีปัญหาอะไรก็จัดการมันซะให้จบ ถึงแม้ว่าผลมันอาจจะออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หรือว่าดีเท่าไหร่ ก็สามารถคลายกังวลได้ เท่านี้ก็มีความสุขมากแล้ว

“ปาป้าเชา” ชื่อนี้มีที่มา และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ชื่อร้าน “ปาป้าเชา” นั้นเรียบง่ายและอบอุ่นเช่นเดียวกับเจ้าของร้าน “ปาป้า มาจากพ่อ เชา คือชื่อเล่น ปาป้าเชาก็จบเลยง่ายๆ ลูกค้าหลายคนก็เรียกปาป้าๆ เวลาใครเรียกคุณลุงเราก็จะมองหน่อย เรียกพี่ก็ได้” เขาเล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

เอกลักษณ์ของร้านนี้อยู่ที่ความใส่ใจในรสชาติกาแฟ และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า โปรดักต์ต่างๆ ที่ออกไปสู่ลูกค้า โดยจะต้องมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เขายังให้กำลังใจสำหรับผู้ที่สนใจทำธุรกิจกาแฟว่า “ถ้าใครอยากทำกาแฟ ไม่ต้องไปกังวลเพราะเราเรียนรู้ได้ ถ้าเราตั้งใจที่จะเรียน”

ความหลงใหลในกาแฟของปาป้าเชานั้นลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ เขาศึกษาเรื่องกาแฟอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกำเนิด สายพันธุ์ หรือกระบวนการแปรรูป ศึกษาว่า กาแฟแต่ละทวีป แต่ละประเทศ มีลักษณะเป็นอย่างไร 

“กาแฟมันก็เป็นกาแฟ มันก็มีชื่อกาแฟเหมือนชื่อมะม่วง มีหลายพันธุ์ มีอาราบิก้า มีโรบัสต้า ทิปปิก้ามีอะไรต่างๆ แต่ลักษณะเด่นของเขาคืออะไร มันเป็นอย่างไร” 

เขายังอธิบายถึงความแตกต่างของกระบวนการแปรรูปกาแฟที่ส่งผลต่อรสชาติด้วยว่า กระบวนการในการที่เก็บมาแล้ว เรียกว่า Process ล้างๆ แล้วตากเลย หรือว่าแช่หมักไว้ก่อน แล้วเอาขึ้นมาตาก หรือว่าจะใส่ยีสต์ลงไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ สามารถศึกษาได้ แล้วพอดื่มกาแฟ ก็จะพอนึกออกว่า กาแฟนี้ Natural กาแฟนี้เป็น Washed Process คือ กาแฟที่ผ่านกระบวนการแปรรูปโดยใช้น้ำเป็นหลัก โดยนำผลกาแฟไปแช่น้ำเพื่อคัดแยกเมล็ดที่ลอย (ไม่สุก) ออก จากนั้นนำไปกะเทาะเปลือกและเมือกออกด้วยน้ำ แล้วนำไปตากแห้ง กระบวนการนี้จะช่วยให้ได้กาแฟที่มีรสชาติสะอาด มีความเปรี้ยว และบอดี้ไม่แน่นมาก

การเรียนรู้ไม่เคยหยุดนิ่งสำหรับปาป้าเชา ในเมนูต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ก็ต้องศึกษาว่าการทำลาเต้จะต้องใส่นมกี่ส่วน กาแฟกี่ส่วน ใช้กาแฟกี่กรัมสกัดให้มันออกมาแค่ไหน จะเป็นลาเต้ที่ดี 

การถ่ายทอดประสบการณ์ คุณค่าที่ไม่ได้มีแค่ในธุรกิจ

ประสบการณ์ 30 กว่าปีในสายงานบริหาร ไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกนำมาปรับใช้และถ่ายทอดในบทบาทใหม่นี้ เขาเชื่อว่า คนที่ทำงานมา 30-40 ปี จะสามารถหล่อหลอมมาเองว่า กระบวนการคิดจะเป็นอย่างไร เช่น ถ้าเราเจอปัญหาคนที่เป็นผู้บริหารก็จะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างองค์รวม มองดูผลกระทบทั่วๆ ไป คนที่ใหม่ๆ ก็อาจจะแก้เฉพาะตรงที่หน้างาน 

การนำประสบการณ์มาปรับใช้คือกุญแจสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสิ่งใหม่ในวัยเกษียณ คนที่เกษียณหรือคนที่มีประสบการณ์ชีวิตเยอะๆ คิดจะทำอะไรไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าสามารถที่จะดึงประสบการณ์ของตัวเองที่ผ่านมาในช่วงนี้ เอามาประยุกต์กับสิ่งที่ตัวเองจะทำในปัจจุบัน คิดอย่างมีสติ มันก็จะผ่านไปได้ไม่ยาก

สิ่งที่ทำให้พี่เชามีความสุขเป็นพิเศษ คือการได้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้อื่น การได้เห็นลูกค้าที่เคยเป็นนักเรียน นักศึกษา กลับมาเยี่ยมเยียนหลังจากที่เรียนจบและประสบความสำเร็จ ก็เป็นอีกหนึ่งความสุขที่เขาได้รับ

“โอ้โหมันมีความสุขมากครับ แล้วก็คำพูดคำคุยที่เราได้คุยกัน กับคนที่มันต่าง ต่างวัย มันมีคุณค่ามากๆ หาอะไรทำ อย่าอยู่เฉยๆ” 

บทเรียนชีวิต สุขภาพ สังคม และการวางแผนทางการเงิน

เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของสุขภาพ ที่เป็นรากฐานของการทำทุกสิ่ง เพราะจะต้องใช้อวัยวะทุกส่วนในการเดิน หยิบ จับ เป็นเรื่องที่สำคัญกับการทำงานมาก ถ้าเรามีความไม่พร้อมก็ดูแลตัวเองให้พร้อม

นอกจากสุขภาพแล้ว สังคม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตหลังเกษียณมีความหมาย ชีวิตของคนหลังเกษียณ ถ้าไม่มีสังคมอาจเกิดอาการเหงา แล้วความเหงา บางทีมันทำร้ายตัวเอง บางคนกลายเป็นคนโดดเดี่ยว 

“การที่มีปฏิสัมพันธ์กับคนที่แตกต่างไปจากเดิม ขณะที่คนเดิมก็ยังอยู่ข้างหลังเรา มันก็สามารถที่จะบอกเราได้ว่า เราจะทำอะไรยังไง แล้วบางคนก็อาจจะแนะนำเรื่องดีๆ ให้เรา” ร้านกาแฟจึงกลายเป็นพื้นที่ที่สร้างสังคมใหม่และมิตรภาพที่หลากหลายให้กับเขา

สุดท้าย พี่เชาได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินสำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มต้นธุรกิจหลังเกษียณว่า

“ถ้าเราเกษียณมาเรามีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง มันต้องควรจะมีเงินที่เอามาลงทุนส่วนหนึ่ง ไม่ใช่เอาทั้งหมดมาลงทุน อาจจะ 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4 มีเงินเอาไว้เวลาฉุกเฉินที่เราจะต้องเอามาใช้ เช่น เราเจ็บป่วย เราก็มีเงินออมเอาไว้ เพื่อจะไปใช้ในยามอายุที่เราเยอะๆ ขึ้น จะต้องประเมินจากตัวนั้นของตัวเอง ในฐานะคนที่จะเกษียณถ้าเอามาใช้หมดเนี่ย วันข้างหน้าเราจะทำยังไง”

เรื่องราวของ “ปาป้าเชา” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของร้านกาแฟ แต่เป็นบทเรียนชีวิตที่สะท้อนให้เห็นว่า ความสุขที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ความร่ำรวยหรือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แต่อยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่รัก การได้เรียนรู้ตลอดชีวิต การได้มีสังคมที่ดี และการได้แบ่งปันประสบการณ์อันทรงคุณค่าให้กับผู้อื่น ในวัย 69 ปี ปาป้าเชายังคงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคน

พิกัดร้าน Papa Chao Café Coffee&Bake shop make up studio

ซอยแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

โทร. 081 847 8707

แผนที่ คลิก

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน