ทำความรู้จัก “Sound Engineer” เบื้องหลังงานเสียง อาชีพที่ตลาดต้องการ รายได้ดีพีกสุดครึ่งแสน
ช่วงนี้หลายคนคงคุ้นหูกับอาชีพ Sound Engineer (ซาวด์เอนจิเนียร์) หรือ วิศวกรเสียง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แทบจะอยู่ในทุกวงการเพลง ไม่ว่าจะเป็น งานคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ภาพยนตร์ โฆษณา เวทีประกวดต่างๆ หรือการถ่ายทอดสด เป็นต้น
โดยอาชีพ Sound Engineer กลายเป็นอาชีพที่มีความต้องการสูง และมีบทบาทสำคัญในเบื้องหลังของผลงานด้านเสียงทั้งหมด วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนมารู้จักกับอาชีพนี้มากขึ้น ว่าทำหน้าที่อะไร มีความสำคัญอย่างไร และเงินเดือนเท่าไหร่
Sound Engineer
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมและปรับแต่งเสียง โดยหน้าที่หลักคือดูแลคุณภาพเสียงในงานต่างๆ เช่น
- การบันทึกเสียง (Recording หรือ Tracking) : อัดเสียงในสตูดิโอ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลง เสียงพูด หรือเสียงประกอบอื่นๆ
- การมิกซ์เสียง (Mixing หรือ Mixdown) : ผสมเสียงต่างๆ เข้าด้วยกันให้ลงตัว เช่น เสียงร้อง เสียงดนตรี หรือเสียงประกอบ
- การปรับแต่งเสียงสด (Live Sound Engineering) : ควบคุมเสียงในงานแสดงสด เช่น คอนเสิร์ต การประชุม หรืองานอีเวนต์
- การออกแบบเสียง (Sound Design) : สร้างเสียงประกอบสำหรับภาพยนตร์ เกม หรือโฆษณา
โดยคุณสมบัติที่สำคัญของตำแหน่งนี้ อย่างแรกต้องมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องคุณภาพเสียง การใช้เครื่องมือบันทึกเสียง และอุปกรณ์ต่างๆ ต่อมาจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อทำให้เกิดเสียงที่แปลกใหม่และเข้ากับอารมณ์ของผลงานชิ้นนั้น เช่น ต้องแก้ปัญหาได้ ถ้าหากเสียงหาย เสียงขาด หรือเสียงไม่สมดุล และอย่างสุดท้าย ตำแหน่งนี้ต้องมีความละเอียดรอบคอบ จะทำให้งานมีคุณภาพและสมบูรณ์แบบ
สำหรับเงินเดือนของ Sound Engineer จะแตกต่างกันตามประสบการณ์และประเภทของงานที่ทำ เริ่มต้นตั้งแต่ 15,000 บาท และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามประสบการณ์จนถึงเดือนละ 50,000 บาท
Sound Engineer สามารถทำงานที่ไหนได้บ้าง
- Sound Engineer ประจำผับ บาร์ ร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงต่างๆ
- ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง ห้องสัมมนาตามโรงแรม
- บริษัทผู้ให้บริการระบบเสียงงานคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ งานแสดงสินค้า
- Sound Engineer ประจำวงดนตรี
- บริษัทออกแบบระบบเสียงในสถานที่ต่างๆ
- สตูดิโอบันทึกเสียงหรือสตูดิโอถ่ายรายการ
- ฟรีแลนซ์
ปัจจุบันอุตสาหกรรมบันเทิงและดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว ความต้องการ Sound Engineer ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถพัฒนาต่อในสายงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้กำกับเสียง, เจ้าของสตูดิโอบันทึกเสียง และนักออกแบบเสียงในเกม เป็นต้น
หากใครที่สนใจในสายงานนี้ อาจเริ่มต้นจากการเรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเสียงและทดลองใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไมโครโฟนหรือโปรแกรมมิกซ์เสียง แล้วค่อยๆ สร้างพอร์ตโฟลิโอของตัวเอง และสิ่งสำคัญที่ต้องมีคือ ความอดทนในการทำงาน เพราะเป็นอีกหนึ่งงานที่มีความกดดันสูง ต้องแข่งกับเวลา เหมาะกับคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดี
ทั้งนี้ Sound Engineer ไม่ใช่แค่ “อาชีพเบื้องหลัง” แต่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้งานบันเทิงทุกชิ้นสมบูรณ์แบบ
