Featured การเงิน และการตลาด

รู้จัก Fauxductivity แกล้งทำงานหนัก พฤติกรรมที่เป็นแบบไม่รู้ตัว เพราะอยากให้คนอื่นมองว่าขยัน

รู้จัก Fauxductivity แกล้งทำงานหนัก พฤติกรรมที่เป็นแบบไม่รู้ตัว เพราะอยากให้คนอื่นมองว่าขยัน

เมื่อการทำตัว “ยุ่ง” ไม่ได้แปลว่าทำงานมีประสิทธิภาพ

ทุกคนคงเคยเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ ที่เพื่อนร่วมงานดูยุ่งตลอดเวลา นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำงานไม่หยุด ยกโทรศัพท์เดินคุยด้วยสีหน้าตึงเครียด หรือแม้กระทั่งขยับเมาส์อยู่ตลอดเวลาราวกับไม่มีเวลาว่าง แต่เมื่อดูผลงานจริงๆ แล้วกลับพบว่า ไม่ได้มีอะไรคืบหน้า 

พฤติกรรมนี้เรียกว่า “Fauxductivity” หรือการแสร้งทำงานให้ดูหนักหน่วง แต่แท้จริงแล้วไม่มีประสิทธิภาพ

Fauxductivity คืออะไร?

Fauxductivity (โฟ-ดัค-ติ-วิ-ตี้) มาจากคำว่า Faux (มาจากคำว่า Fake ที่แปลว่า ปลอม) + Productivity (ประสิทธิภาพ) หมายถึง การแสร้งทำเป็นว่ากำลังทำงานหนัก แต่ไม่ได้สร้างผลลัพธ์ที่ดี 

หลายคนอาจไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ แต่ด้วยวัฒนธรรมองค์กรความกดดันจากหัวหน้า หรือแม้แต่ความต้องการที่อยากให้คนอื่นมองว่าตัวเองขยัน ทำให้พฤติกรรม Fauxductivity นี้แพร่ระบาดโดยไม่รู้ตัว

สาเหตุหลักของพฤติกรรมนี้ เกิดจากหลายปัจจัย อาทิ

  • สภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นพิษ (Toxic workplace) : อาจเกิดจากระบบงานที่มีปัญหา โครงสร้างองค์กรที่ไม่ดี หรือขาดความไว้วางใจระหว่างเพื่อนร่วมงาน
  • ปัญหาการหมดไฟในการทำงาน (Burnout) : หลังจากช่วงโควิด-19 หลายคนเริ่มให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance มากขึ้น แต่บางครั้งก็เกิดความเครียดสะสมจนหมดไฟในการทำงาน พอไม่มีแรงผลักดัน ก็หันมา “แกล้งขยัน” แทน
  • การบริหารงานที่ไม่เหมาะสม : หากงานเยอะเกินไป พนักงานต้องทำหลายอย่างพร้อมกันจนไม่มีอะไรคืบหน้า หรือบางครั้งงานน้อยเกินไป พนักงานอาจจะต้องหาสิ่งที่ตัวเองดูยุ่งเพื่อฆ่าเวลา

จากผลสำรวจของ Fortune 500 พบว่า ผู้บริหารกว่า 48% มองว่าทีมของตนประสบปัญหาประสิทธิภาพการทำงานต่ำ ซึ่งเป็นความท้าทายที่ผู้บริหารระดับสูงกำลังเผชิญ ซึ่งบางครั้งหัวหน้ากว่า 37% ก็มีแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรม Fauxductivity เช่นกัน ส่งผลให้ประสิทธิภาพของทีมลดลง

พฤติกรรม Fauxductivity ส่งผลเสียอย่างไร?

แม้ว่าการแสร้งทำงานจะดูเหมือนช่วยให้พนักงานรอดจากแรงกดดันขององค์กรได้ชั่วคราว แต่ผลกระทบในระยะยาวกลับเป็นไปในทางลบ ทำให้ประสิทธิภาพของงานลดลง งานไม่มีคุณภาพเพราะโฟกัสผิดจุด

ต่อมาเป็นการส่งผลเสียต่อทีม บรรยากาศการทำงานตึงเครียด ขาดความไว้วางใจ ส่งผลให้เป็นภาระให้กับองค์กร ผู้บริหารไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างถูกต้อง

วิธีลดพฤติกรรม Fauxductivity

  • ปรับเป้าหมายการทำงาน ควรเน้นที่ผลลัพธ์มากกว่าชั่วโมงการทำงาน
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและสนับสนุนการทำงานที่มีคุณภาพ
  • ใช้เทคโนโลยีช่วยวัดผลการทำงาน แทนการประเมินจากภาพลักษณ์ภายนอก
  • ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของพนักงาน เพื่อลดความกดดันและความเครียด

“การแสร้งทำงาน” นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดผลงานที่มีคุณภาพแล้ว ยังส่งผลเสียต่อทีมและองค์กรโดยรวม ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และอาจสร้างบรรยากาศที่ไม่ดีในที่ทำงานอีกด้วย

อ้างอิง

Times, Doherty

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว