Featured Inspiration SMEs

อีคอมเมิร์ซจีนแข่งกันเดือด ส่งไวภายใน 30 นาที ในรูปแบบ “Instant Commerce” จัดส่งสินค้าออนไลน์ สู้กันยิบตา

สมรภูมิใหม่ในสงครามอีคอมเมิร์ซของจีนกำลังเกิดขึ้น ด้วยธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Instant Commerce” หรือการจัดส่งสินค้าออนไลน์แบบรวดเร็วทันใจ บางเจ้าถึงขั้นเคลมว่า “จัดส่งถึงมือลูกค้าภายใน 30 นาที”

ผู้เล่นหลักในสนามนี้คือ 3 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีคอมเมิร์ซ ได้แก่ Alibaba (อาลีบาบา), JD.com (เจดีดอทคอม) และ Meituan (เหม่ยถวน) ที่แต่เดิมเน้นส่งอาหารเป็นหลัก ขณะที่ 2 เจ้าแรกเป็นอีคอมเมิร์ซโดยตรง ซึ่งทั้ง 3 บริษัทนี้ต่างเทเงินมหาศาลเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด และครองใจผู้บริโภคในยุคที่เร็วกว่าคือชนะ

Instant commerce เป็นการยกระดับการจัดส่งแบบเดิม ครอบคลุมสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหาร-เครื่องดื่ม ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน

โดยธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบส่งด่วนนี้สามารถใช้ได้จริงในเมืองใหญ่ๆ ด้วยเครือข่ายผู้ขับขี่และระบบการขนส่งที่มีขนาดใหญ่ สามารถเชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีในเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อาทิ การนำ AI, Big Data และระบบจัดส่งแบบเรียลไทม์มาใช้ในการจัดส่งเพื่อคำนวณเส้นทางที่ดีที่สุด 

การแข่งขันของทั้ง 3 บริษัททวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแต่ละเจ้าต่างขยายเครือข่ายจัดส่ง และประกาศอัดเงินหลายพันหยวน เพื่อกระตุ้นร้านค้าและผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น

  • JD.com มีกาแฟราคาถูกสุดเพียง 10.9 หยวน (ประมาณ 50 บาท) ซึ่งรวมค่าจัดส่งแล้ว
  • Meituan ขายชุดซาลาเปาราคา 13 หยวน (ประมาณ 60 บาท) และชุดอาหารเช้า McDonald’s ราคา 26.8 หยวน (ประมาณ 120 บาท)

แม้ว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์เต็มๆ จากราคาและความเร็ว แต่สงครามราคานี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อนักลงทุน โดยผลประกอบการหุ้นของ Meituan และ JD.com ร่วงลงประมาณ 22% และ 10% ตามลำดับ

จุดเริ่มต้น “สงครามอีคอมเมิร์ซเดือด”

บริษัทอีคอมเมิร์ซของจีนมีการแข่งขันกันในเรื่องของ “เวลาจัดส่ง” มาโดยตลอด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากแรงงานจำนวนมากและระบบเศรษฐกิจแบบกิ๊ก (gig economy) ของประเทศ

การต่อสู้ในสมรภูมินี้ดูเหมือนว่าจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ JD.com ได้สร้างมาตรฐานในตลาดสำหรับการ “จัดส่งพัสดุแบบภายในวันเดียวหรือวันถัดไป” ทำให้คู่แข่งอย่าง Alibaba ต้องเผชิญกับแรงกดดันนี้

และต่อมาหลังจากที่ JD.com ได้รุกเข้าสู่ตลาดดีลิเวอรีส่งอาหารในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ Meituan (เหม่ยถวน) ผู้นำในการจัดส่งอาหารของจีน และ Ele.me ของ Alibaba ครองอยู่

ทำให้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Meituan ได้มีการเปิดตัวบริการ “Flash shopping” เพื่อท้าชนกับ JD.com โดยตรง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการ 24/7 หรือตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีสินค้าให้เลือกหลากหลายประเภท ทั้งของชำ เครื่องดื่ม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับมีการเคลมว่า “จัดส่งภายใน 30 นาที”

หลังจากนั้นก็มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากขึ้น โดยการกีดกันไม่ให้ไรเดอร์รับออร์เดอร์จากแพลตฟอร์มคู่แข่ง 

และในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลตลาดสูงสุดของจีน ได้เรียก JD.com, Meituan และ Ele.me ของ Alibaba เข้าพบ เพื่อขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม หลังจากที่กลุ่มค้าปลีกต่างๆ ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของราคาที่ร่วงลงอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าการต่อต้านดังกล่าวก็แทบไม่มีผลในการชะลอสงครามราคาลงเลย

และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา JD.com ได้ประกาศลงทุนอัดฉีดเป็นจำนวนกว่า 1 หมื่นล้านหยวน ภายใต้แผน “Double Hundred” ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนร้านค้าบนแพลตฟอร์มโดยเฉพาะ

เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Taobao Instant Commerce ของ Alibaba ประกาศโครงการเงินอุดหนุนมูลค่า 5 หมื่นล้านหยวน ซึ่งจะแจกจ่ายภายในปีหน้า โดยทาง Alibaba เผยว่า ยอดสั่งซื้อต่อวันของพวกเขาทะลุ 200 ล้านออร์เดอร์ในเวลาไม่นานหลังจากนั้น

ซึ่งในวันเดียวนั้น ส่วนลดและคูปองที่ Meituan เสนอ ทำให้ราคากาแฟ 1 แก้ว ลดเหลือเพียง 2 หยวน (ประมาณ 10 บาท) และผลที่ตามมาคือ มียอดสั่งซื้อสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 120 ล้านออร์เดอร์ ซึ่งมีจำนวนมากจนเซิร์ฟเวอร์ล่มชั่วคราว

แม้ว่าบริษัทต่างๆ จะออกมาอวดว่าฐานผู้ใช้ Instant Commerce ของพวกเขา ว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าสงครามราคาครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการมากน้อยแค่ไหน

Meituan รายงานผลกำไรในไตรมาสแรกของปี 2025 อยู่ที่ 10.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นประมาณ 63% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ในไตรมาสถัดไปก็มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาด Instant Retail

ในเดือนพฤษภาคม JD.com รายงานว่า กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้น 31.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วอยู่ที่ 11.7 พันล้านหยวน

จากการวิเคราะห์ของ Nomura เผยว่า การที่ JD.com รุกเข้าสู่ธุรกิจส่งอาหาร อาจส่งผลให้บริษัทขาดทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านหยวนในไตรมาสที่สอง  โดยนักวิเคราะห์คาดว่า JD.com สามารถยึดส่วนแบ่งตลาด Instant Delivery ได้ประมาณ 10% ด้วยยอดสั่งซื้อ 20 ล้านออร์เดอร์ต่อวัน

ทางด้าน Shopee ประเทศไทย ก็ได้เปิดตัวบริการ “Instant Delivery – ส่งทันที” เช่นกัน เป็นช่องทางการจัดส่งสินค้าที่ผู้ซื้อสามารถได้รับสินค้าทันทีหลังจากที่ผู้ขายดำเนินการส่งมอบให้กับบริการขนส่ง ซึ่งดำเนินการโดยไรเดอร์ ShopeeFood และมีการการันตีว่าผู้ซื้อจะได้รับสินค้าภายใน 4 ชั่วโมงหลังจากยืนยันคำสั่งซื้อ

อ้างอิง

scmp

cnbc 

seller shopee

wefastexpress 

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว