สำนักงาน กสทช. สั่งการค่ายมือถือเปิดสัญญาณมือถือให้เป็นปกติบริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา สนับสนุนกองกำลังทหารด้านการสื่อสารเป็นกรณีเฉพาะกิจ
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทุกรายเปิดสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้เป็นปกติในพื้นที่แนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่ออำนวยความสะดวก และสนับสนุนภารกิจด้านการสื่อสารให้กับกองกำลังทหารในพื้นที่เป็นกรณีเฉพาะกิจ หลังเกิดเหตุปะทะบริเวณพื้นที่แนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กสทช. ได้สั่งการให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมลดกำลังสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่บริเวณพื้นที่ชายแดน เพื่อไม่ให้สัญญาณจากไทยล้ำข้ามประเทศ ซึ่งอาจเกิดการนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และแก๊งคอลเซ็นเตอร์
นายไตรรัตน์ เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ยังได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ให้ช่วยระมัดระวังการนำเสนอข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความสับสนในช่วงนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงของทหาร รวมถึงให้การสนับสนุนนำเสนอข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานด้านความมั่นคงเป็นหลัก

ทางด้านทรู โพสต์ข้อความว่า
“ทรู ขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความไม่สงบ บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
และขอส่งกำลังใจให้ประชาชนในพื้นที่ ทหารและเจ้าหน้าที่ทุกคนปลอดภัย ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยกัน
สำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช ที่อยู่ในประเทศกัมพูชาติดตามข่าวสารของทางการและสถานเอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชาอย่างใกล้ชิดและสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ได้ที่
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ
+855 77 888 114
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ
+855 86 608 999
หรือ True Call Center +66 99 998 1242
ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง
ตั้งแต่ 24-31 กรกฎาคม 2568
(ตามเวลาประเทศกัมพูชา)
ด้วยความห่วงใยจากทรู”

ด้าน AIS ก็ได้ออกแถลงการณ์เช่นกัน โดยระบุว่า
“เอไอเอส ร่วมกับ กสทช. ขอส่งความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้ทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนทุกท่าน
พร้อมให้ลูกค้าเอไอเอสที่โรมมิ่งอยู่ในกัมพูชา สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ฟรี จาก
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ +855975749682
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ +85586608999
และ AIS CALL CENTER +6620789000 ตลอด 24 ชั่วโมง
ระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2568
ขอให้ทุกท่านปลอดภัย
เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน”
