เพราะมีความฝันที่อยากลงมือทำ การ “วางแผนชีวิต” จึงเริ่มต้นขึ้น
แม้จะอยู่ในวัยใกล้เกษียณแต่ เสนีย์ กาญจนสุนทร หรือ ลุงเส ไม่เคยมองว่าวัยนี้คือวัยหมดไฟ ตรงกันข้าม เขาเชื่อว่านี่คือ “วัยที่ต่อยอดได้” เพราะเต็มไปด้วยประสบการณ์ชีวิตมากมาย
นั่นจึงทำให้เขาตั้งใจเก็บออมเงิน ทั้งจากเงินเดือน เงินโบนัส และส่วนอื่นๆ เพื่อสานต่อความฝันให้เป็นความจริง จนเกิดเป็น “บ้านสวนโบนัส” โฮมสเตย์และคาเฟ่ริมคลอง ที่ลุงเส บอกว่า “เป็นโบนัสชีวิตหลังวัยเกษียณ”
เป็นมนุษย์เงินเดือนมาทั้งชีวิต
ลุงเสทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมาโดยตลอดนับตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี งานธนาคารคืออาชีพที่ยึดมากว่า 30 ปี จนอายุประมาณ 50 ต้นๆ ลุงเสเริ่มรู้สึกว่าชีวิตในวัยทำงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมากพอสมควรแล้ว สามารถปลดภาระหนี้สินต่างๆ ได้ และไม่คิดว่าตนเองจะทำงานธนาคารไปจนเกษียณ ลุงเสจึงเริ่มมองหาสิ่งที่จะทำต่อไป โดยต้องมีความรักและความชอบรวมอยู่ด้วย
“เรามีความฝันว่าอยากจะมีที่ดินสักแปลง ทำสวนผักแนวเศรษฐกิจพอเพียง ของรัชกาลที่ 9 เลยเอามาเป็นโมเดลที่เราคิดไว้ตอนนั้น
แล้วเริ่มวางแผนไว้บ้าง พยายามหาที่ดินสักแปลงหนึ่ง เดิมผมอยู่แถวคลองบางพรม ในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว วันเสาร์-อาทิตย์ ก็หาเรือมาลำหนึ่งมาขับชมธรรมชาติ ซึ่งมันจะมีตลาดน้ำ มีบ้านคนที่เขาขายอาหาร ขายมะพร้าว ซึ่งมันก็จะต่อเนื่องมาถึงคลองบางระมาด ก็บังเอิญ ตอนนั้นอายุ 50 กว่าๆ ขับมาเจอที่ดินแปลงนี้ เขาประกาศขายพอดี
ได้ที่ดินแปลงนี้มาถูกใจมาก เพราะเป็นแปลงเล็กๆ ราคาไม่แพง ถึงแม้ว่าจะเป็นที่ตาบอด รถยนตร์เข้าไม่ถึง แต่สามารถสัญจรได้ทั้งทางเรือ จักรยาน แล้วก็มอเตอร์ไซค์ เพราะมันมีถนนริมคลอง”
จากที่ดินเปล่า สู่บ้านสวนโบนัส
หลังจากได้ที่ดินเปล่า 260 ตารางวา ลุงเสค่อยๆ เข้ามาพัฒนา ปรับปรุงพื้นที่ เปลี่ยนความว่างเปล่าให้เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลาที่เลี้ยงไว้ มีแปลงผักอินทรีย์ที่ปลูกผักสวนครัว และมีไม้ผลไม้ยืนต้นนานาชนิดที่เลือกมาปลูกด้วยตนเองตามคอนเซ็ปต์ “ปลูกทุกอย่างที่กินได้ กินทุกอย่างที่ปลูก” เพื่อหวังให้เป็น “ซูเปอร์มาร์เก็ตในสวน” ในอนาคต
“ทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์ หลังจากเลิกงาน ก็จะมาฝังตัวอยู่ที่นี่ ตอนนั้นยังไม่เกษียณ ยังไม่เออร์ลี่ฯ ลองมาใช้ชีวิตดูว่าสิ่งที่เราคิดไว้ มันมีความสุขจริงไหม ลองมาทำแปลงผัก เพื่อนบ้านในชุมชนก็มาช่วยกันดู มาช่วยกันสอน เราก็มีความสุขกับการที่ได้มาทำสวนเกษตรอินทรีย์ ปลูกผักไว้ทำอาหารกินเอง
เลยคิดละถ้าอย่างนั้นเราไม่รอเกษียณถึง 60 ละ เลยตัดสินใจเออร์ลี่ฯ ออกมา ซึ่งเราก็ทำทุกอย่างไว้พอสมควรแล้ว คือในชุมชนเขามีการร่วมกันพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนในชุมชนพูนบำเพ็ญที่เราอยู่ตรงนี้”
ส่วนสไตล์การสร้างบ้าน เพราะลุงเสชอบสไตล์โบราณ จึงนำของที่เก็บสะสม ทั้ง เครื่องใช้ โต๊ะ ตู้ เตียง แล้วก็สิ่งของต่างๆ ที่เป็นของโบราณมาตกแต่ง จนกลายเป็นบ้านไม้สไตล์ริมคลองที่หลายคนเคยเห็นในอดีต ซึ่งรวมแล้วใช้เวลาราวๆ 5 ปี ถึงจะสำเร็จเป็นรูปร่างอย่างที่เห็น
“ไม่ใช่ทำภายในปีเดียวเสร็จ เราค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ต่อเติม แต่มีโมเดลไว้ก่อน มี Master Plan ไว้ว่าจะปลูกตรงไหน กี่หลัง มุมพักผ่อนตรงไหน ตรงริมน้ำจะทำอะไร ต้องค่อยๆ ทำ เพราะว่าเงินมีจำกัด เก็บเพิ่มมาเรื่อยๆ ณ วันนั้นซื้อที่ดินไปก็หมดแล้ว” ลุงเส เล่าเสริม

ต่อยอดธุรกิจเชิงท่องเที่ยว
จากความตั้งใจในตอนแรกลุงเสอยากสร้างบ้านสวนโบนัสไว้เป็นที่พักผ่อนส่วนตัว แต่เมื่อมีการพัฒนาร่วมกับคนในชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ทำให้รู้สึกว่ามีโอกาสที่จะต่อยอดทำธุรกิจโฮมสเตย์และคาเฟ่ ในเชิงท่องเที่ยว
ซึ่งมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งที่พักราคาย่อมเยา มีอุปกรณ์ครบครันตามมาตรฐานโรงแรม มีร้านกาแฟโบราณที่ชงโดยลุงเส เวิร์กช็อปทำอาหาร นั่งเรือชมวิถีชีวิต รวมทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชม
“คนเข้ามาแล้ว เราก็ตอนรับด้วยน้ำดื่ม กาแฟโบราณ เพราะเราเป็นคนโบราณ ชงต้อนรับนักท่องเที่ยว ญาติพี่น้อง เพื่อนฟูง แล้วก็มีอาหารด้วย เพราะทางที่เดินมา มันสุดเส้นทางของทางเดิน การที่จะย้อนออกไปหาอาหารทาน มันไกล เราเลยต้องเตรียมอาหารง่ายๆ ไว้ให้ เอาผักในสวน มาผัดกะเพรา ต้มยำทั้งหลาย ถ้าเป็นชาวต่างชาติมา แล้วอยากจะทำอาหารเองด้วย เราก็เปิด Cooking Class แบบในสวนให้เลย”
สำหรับราคาห้องพัก ถ้าเป็นโฮมสเตย์หลังใหญ่ริมน้ำ ทั้งหลัง 2,800 บาท มี 3 ห้องนอน พักได้ 6 ท่าน ชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่น สามารถนั่งทานอาหารได้ และมีห้องครัวแยก เหมาะกับกลุ่มครอบครัว เพื่อนฝูง สามารถร้องรำทำเพลงได้นิดหน่อย
ส่วนถ้ามาเป็นคู่ ลุงเสมีบ้านลุงกับบ้านป้าอีก 2 หลัง ห้องละ 1,500 บาท พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน แล้วก็มีบ้านพอใจหลังเล็ก สำหรับอยู่คนเดียว หลังละ 750 บาท
“ลูกค้าที่เข้ามาพักหลักๆ คือคนไทย 80% และเป็นคนที่มีวัยสัก 40-50 ปีขึ้นไป จะเป็นผู้ใหญ่หน่อย เป็นคนที่เคยสัมผัสวิถีชีวิตคนโบราณมาก่อน หรือมีพ่อแม่เคยมีบ้านไม้ มีปู่ย่าเคยอยู่ริมน้ำมาก่อน แล้วบางท่านมาจากต่างประเทศ จองมาพักที่นี่เลยก็มี ส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่ไปอยู่เมืองนอกแล้วอยากพาเพื่อน พาสามี พาภรรยามาเที่ยว
แต่ที่บ้านสวนโบนัสไม่จำเป็นจะต้องมาจองพักค้างคืนอย่างเดียว เราเป็นสถานที่เปิด เป็นทั้งคาเฟ่ แหล่งเรียนรู้ และที่นั่งเล่นพักผ่อน สามารถแวะเข้ามาได้เหมือนกัน” ลุงเส เล่าให้ฟัง

วัยแห่งการต่อยอด
จากบ้านสวนโบนัสที่เป็นโบนัสชีวิตหลังเกษียณ ทำให้ลุงเสอยากบอกคนวัยเดียวกันว่า คนที่ใกล้เกษียณ เป็นวัยที่สามารถต่อยอดได้ ให้เลือกทำในสิ่งที่รักและชอบ โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมีธุรกิจแบบนี้
“การที่มาเริ่มตอน 50 กว่า หรือ 60 ปี ไม่ได้เป็นเรื่องไม่ดี มันเป็นเรื่องดี เพราะเรามีความรู้ มีประสบการณ์ มีความสามารถมาเยอะแล้ว ไม่ใช่มาเริ่มนับหนึ่งใหม่ มันเป็นการต่อยอดทำในสิ่งที่เรารัก แล้วเราจะมีพลัง มีแรงบันดาลใจได้ดีกว่า
ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีธุรกิจแบบนี้ เป็นความชอบความรักในอาชีพไหนก็ได้ที่คิดว่าทำแล้วดี แล้วมีความสุข แต่ต้องวางแผนนิดหนึ่ง สิ่งที่เราจะไปเริ่มทำเนี่ย มันจะต้องมีทุนเท่าไหร่ วางแผนยังไง แล้วป้องกันความเสี่ยงไว้ด้วยอะไรบ้าง อยากให้คิดแบบนี้”
ในส่วนของลุงเสเอง การที่ได้มาทำบ้านสวนโบนัสก็เป็นสิ่งที่ภูมิใจมากๆ นอกจากเป็นชีวิตหลังเกษียณที่มีความสุขแล้ว ยังได้ช่วยสร้างประโยชน์ สร้างรายได้ให้กับหลายคนที่มาทำงานด้วยกัน รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมชุมชนพูนบำเพ็ญอีกด้วย
เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568
