เมื่อการตลาดยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่ต้อง “เข้าใจมนุษย์จริงๆ” Human Lab หน่วยงานใหม่จาก สปา-ฮาคูโฮโด จึงถูกตั้งขึ้นภายใต้แนวคิด Human-Centric Marketing มองผู้บริโภคแบบลึกและรอบด้าน ที่เชื่อว่าเบื้องหลังทุกพฤติกรรมมีหัวใจ มีเหตุผล และความกล้า ซ่อนอยู่
เปิดตัวพร้อมงานวิจัย “Daring Palette” ที่เผยอินไซต์ใหม่ของผู้บริโภคไทย “กล้า” มากขึ้น ชัดเจนขึ้น และไม่กลัวจะ ‘แตกต่าง’ เพื่อเป็นเเนวทางของนักการตลาดยุคใหม่ว่า “จะเข้าถึงใจคนให้ลึกและจริงได้อย่างไร?”
จุดเด่นของ “Daring Palette” คือการใช้ภาพแทนพฤติกรรม กล้าท้ากรอบเดิมๆ พร้อมแบ่งออกเป็น 4 Gen ที่เปรียบได้กับเฉดสี Fluorescence (สีเรืองแสง) สื่อถึง “ความกล้า” และกระตุ้นความรู้สึกให้โดดเด่น แตกต่าง และกล้าการแสดงออก
สรุปผลวิจัย Daring Palette ในกลุ่มผู้บริโภค 4 Gen ดังนี้
1. Gen B (Baby Boomer) THE TIMELESS EXPERIMENTERS อายุ 60 ปีขึ้นไป | เริ่มแซ่บหลัง 60
ผู้สูงวัยยุคใหม่ที่ไม่จำกัดชีวิตตามตัวเลข กล้าลอง กล้าเปลี่ยน และมุ่งเติมเต็มความฝันที่เคยหล่นหายไป กระตือรือร้น รักการเรียนรู้ และมองโลกในแง่ดี ออกไปเที่ยวเเละเรียนรู้สิ่งใหม่
ข้อมูลเชิงพฤติกรรม (Yougov)
50% มองว่าหลังวัย 60 คือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มต้นสิ่งใหม่
64% คิดว่าตนเองดูอ่อนกว่าวัยจริง
75% กระตือรือร้นอยากเรียนรู้สิ่งใหม่
กลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Implications)
– สำหรับ มุมมองของโอกาสทางการตลาดที่เหมาะกับคน Gen B คือการตลาดที่ตอบโจทย์ทั้งกายภาพและจิตใจ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงเปิดประสบการณ์ อาหารสุขภาพ คลาสเรียนรู้ใหม่ๆ และที่ปรึกษาการเงินเพื่อการลงทุนในวัยเกษียณ
2. Gen X (THE DARING LEAPERS) อายุ 43–59 ปี | แกร่งทะลุกรอบ
ที่เป็นทั้งเดอะแบก และนักเปลี่ยนแปลง กล้าทิ้งกรอบเดิมเพื่อค้นหาความสุขใหม่ในช่วงกลางชีวิต กล้าออกจากกรอบชีวิตเดิมๆ ชีวิตไม่ชอบวางเเผนระยะยาว เเละคนเจนนี้กล้าพร้อมทุ่มลงทุนเต็มที่ในสิ่งที่เชื่อว่าคุ้มค่า
ข้อมูลเชิงพฤติกรรม (Yougov)
61.4% ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างสนุก
50.7% ไม่ชอบวางแผนระยะยาว
60% ของ Gen X ใช้วันหยุดเพื่อหนีจากความเครียด
กลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Implications)
– สำหรับ มุมมองของโอกาสทางการตลาดที่เหมาะกับคน Gen X คือสร้างโอกาสทางการตลาด ที่สามารถเข้าถึงผ่านการเป็นผู้ช่วยดูแลทั้งพ่อแม่และลูก เช่น ธุรกิจดูแล Multigeneration, Subscription Health Care, คอร์สพัฒนาตนเอง และแพลตฟอร์มเสริมทักษะ
3. Gen Y (THE ARCHITECT OF NOW) อายุ 28–42 ปี | เดี๋ยวนี้นิยม
เจนที่ออกแบบชีวิตด้วยตัวเอง มุ่งหาความสุข “ตอนนี้” กล้าฉีกกรอบ และให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองทั้งกาย ผลเฉลี่ยผู้ชายเจนนี้ดูเเลตัวเองมากขึ้นไม่ต่างจากผู้หญิง กล้าเข้าคลินิกทำหัตถการต่างๆ เพื่อดูเเลตัวเองให้ดูดี
ข้อมูลเชิงพฤติกรรม (Yougov)
54.4% ตัดสินใจแบบฉับพลัน เชื่อสัญชาตญาณ
37.9% มองว่าการมีหนี้ตอนวัยรุ่นเป็นเรื่องปกติ
66.9% ชอบสินค้าที่สะท้อนไลฟ์สไตล์
กลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Implications)
– สำหรับ มุมมองของโอกาสทางการตลาดที่เหมาะกับคน Gen Y สร้างโอกาสการตลาด มอบประสบการณ์ที่ตอบสนองอารมณ์ทันที เช่น FOMO Marketing, ธุรกิจความงามที่ไม่แบ่งเพศ, ไลฟ์สไตล์คนโสด-คนมีสัตว์เลี้ยงแทนลูก และแบรนด์ที่ยึดความรู้สึกเป็นศูนย์กลาง
4. Gen Z (THE CHANGE MAKERS) อายุ 18–27 ปี | โลกใบใหม่ในมือเรา
เจนแห่งการเปลี่ยนแปลงที่กล้าท้าทายระบบ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม มีค่านิยมชัดเจน และขับเคลื่อนด้วย Passion ไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิม ผลเฉลี่ยเด็กจบใหม่จากเดิมทำงานเฉลี่ย 4-5 ปี ลาออก ปัจจุบัน 40% Gen Z ลาออกจากบริษัทภายใน 2 ปีแรกของการทำงาน เพราะไม่ได้อยากเติบโตกับองค์กร แต่เข้ามาเรียนรู้ให้มากที่สุดและออกไปลงทุนเองเพื่อความสำเร็จที่รวดเร็ว เเละไม่ทำงานที่ไม่ตรงกับค่านิยมของตัวเอง
ข้อมูลเชิงพฤติกรรม (Yougov)
71.6% ปฏิเสธทำงานกับองค์กรที่ขัดกับค่านิยมของตัวเอง
70% มองหาโอกาสลงทุนที่คุ้มค่า
81% แสดงความกังวลต่อปัญหาสภาพภูมิอากาศ
กลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Implications)
– สำหรับ มุมมองของโอกาสทางการตลาดที่เหมาะกับคน Gen Z เจนนี้เป็นกลุ่มที่มองหาการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น สำหรับโลกของตนเองและส่วนรวม การเข้าหา Gen Z ควรทำผ่าน “Tribal Marketing” การทำการตลาดที่มี Community ภาษา และความคิดรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคมในมิติเดียวกัน การทำให้ Gen Z เห็นว่า แบรนด์มีความจริงใจในการทำการตลาด มีความเชื่อที่เป็นแก่นแท้ที่ตรงกันกับเจเนอเรชัน
มุมมองความสำเร็จ เจนนี้ เป็นเจนที่อยากได้ ความสำเร็จแบบก้าวกระโดด
ดังนั้น Business Platforms หรือ Business Models ใหม่ๆ เช่น Freelancer Platform ที่สนับสนุนให้ Gen Z สามารถสร้างรายได้และกำหนดทิศทางชีวิตตัวเองได้จะสามารถเป็นจุดเชื่อมต่อที่สามารถทำให้แบรนด์เป็นส่วนหนึ่งกับโลกของ Gen Z ที่เป็น Change Makers ได้
ปัจจุบัน ผู้บริโภคยุคใหม่ ‘กล้า’ มากขึ้น กล้าเป็นตัวเอง กล้าตั้งคำถาม และกล้าใช้ชีวิตในแบบที่เลือก การตลาดจึงไม่อาจมองคนแค่เป็นกลุ่มเป้าหมาย แต่ต้องเข้าใจให้ลึกถึงเบื้องหลังพฤติกรรม ความเชื่อ ใครที่เข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ได้ก่อน ก็จะสามารถสื่อสารกับคนแต่ละเจนได้ตรงใจ เพราะแบรนด์ยุคใหม่ ไม่ได้แค่ขายของ แต่ต้องรู้จุดยืนเเละตามให้ทันความต้องการของเเต่ละเจนเพื่อความยืนยาวเเละยั่งยืน
เรียบเรียงโดย สุรวิทย์ สุขขะนัส
