จากคาเฟ่ สู่การปรับโฉมรถกระป๊อ ให้เป็นร้านกาแฟ ที่เปิดมายาวนาน 5 ปี กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำหาดวอนนภา บางแสน ที่ลูกค้าต้องแวะมากินกาแฟตอนเช้า เพราะร้านเปิดตั้งแต่ 06.00-10.30 น. ของทุกวัน
เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณไนน์-ราชา ตังสุรัตน์ เจ้าของร้าน Triple N เกี่ยวกับการเปิดร้านกาแฟรถกระป๊อ ที่เปิดขายเพียง 4 ชั่วโมงครึ่ง แต่สามารถขายได้เฉลี่ย 250-300 แก้ว

จากคาเฟ่ สู่กาแฟรถกระป๊อ
คุณไนน์เคยทำงานเป็นเซลส์ขายเครื่องจักร ก่อนเข้าสู่ธุรกิจคาเฟ่จากการชักชวนของพี่สาวและเพื่อนที่ชวนไปเปิดคาเฟ่อีกแห่งซึ่งตั้งอยู่ที่บางแสน ด้วยมีใจรักในงานบริการและชอบพูดคุยกับผู้คน เขาจึงเลือกทำธุรกิจนี้เรื่อยมา
ธุรกิจดำเนินมาถึง 1 ปี ก็มีเหตุให้ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะเกิดโควิดระบาด การนั่งทานในร้านถูกจำกัด ขณะเดียวกันยังมีพนักงานที่ต้องดูแล เขาจึงนำทุนหนึ่งก้อนมาเปิดร้านกาแฟรถกระป๊อ เพราะอยากให้พนักงานทุกคนมีรายได้ต่อเนื่อง
“เรามีรถกระป๊ออยู่แล้ว เลยเอามาทำเป็นรถกาแฟริมหาดวอนนภา เพราะเป็นทำเลหน้าคาเฟ่ ย้อนไป 5 ปีที่แล้ว ยังไม่ค่อยมีใครทำรถกาแฟแบบนี้ที่บางแสน วันแรกขายได้ 2,000 บาท ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง เพราะเป็นช่วงโควิด คนไม่ค่อยออกมาทำกิจกรรมข้างนอก”
ร้านกาแฟรถกระป๊อของคุณไนน์ เปิดขายตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 10 โมงครึ่ง แม้จะเป็นเวลาช่วงเช้า แต่ก็ได้ลูกค้าประจำมาอุดหนุนถึง 80%
“เราเปิด 6 โมงเช้า เพราะตอนนั้นเรามีคาเฟ่ด้วย ซึ่งร้านเปิด 11 โมง พอปิดร้านกาแฟรถกระป๊อแล้วเราก็มาเปิดคาเฟ่ต่อ เด็กๆ ก็ว่างเวลานั้นด้วย เลยกลายเป็นเทรนด์กินกาแฟช่วงเช้าที่บางแสน สามารถรองรับลูกค้านั่งริมหาดได้ 35-40 โต๊ะ
ลูกค้าบางคนก็มาไม่ทัน แต่เราไม่ได้ขยายเวลาขาย เพราะเคยเปิดถึงบ่าย 3 โมง แล้วไม่รอด แดดร้อนมาก คนจะถวิลหาห้องแอร์มากกว่า หลัง 11 โมง แดดจะส่องแล้ว และคาแร็กเตอร์ของเราคือกาแฟตอนเช้า เลยเปิดเช้า” คุณไนน์ เล่าเสริม
จากนั้น Triple N ค่อยๆ เติบโตขึ้นจากวันแรกสู่ปัจจุบันกลายเป็นร้านยอดฮิตของหาดวอน บางแสน ซึ่งการเติบโตนี้ก็มาพร้อมกับคุณภาพที่เขาไม่เคยลดมาตรฐานลงเลยสักครั้ง
“เป้าหมายในการทำร้าน คุณภาพเท่านั้น ถึงจะไปต่อได้ ต่อให้เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ดูเหมือนไม่มีอะไร ถ้าไม่อร่อย หรือไม่มีคุณภาพจริง ก็ไปไม่รอด ผมทำคาเฟ่มาก่อน ผมมองว่าคนที่กินกาแฟได้มีเยอะ เราหลอกคนกินไม่ได้
ร้านกาแฟตอนนี้มีเยอะ ถ้าไม่มีคุณภาพ ไม่ใส่ใจ ลูกค้าสามารถเดินไปอีก 10 เมตร เพื่อไปกินอีกร้านทันที”

ลงทุนเปลี่ยนโฉมรถกระป๊อ
สำหรับการปรับโฉมรถกระป๊อ คุณไนน์ บอกว่า ไม่ได้ลงทุนซื้อรถใหม่ เพราะมีอยู่แล้ว ตัวรถเป็นสีฟ้า ใช้ไอเดียง่ายๆ ให้รุ่นน้องที่เป็นอาร์ติสต์ดีไซน์เพิ่ม จะมีความเป็นงานไม้ สีฟ้าของทะเล รวมค่าออกแบบ บิวต์อิน ตกแต่ง และอุปกรณ์ ประมาณ 80,000 บาท
“เริ่มแรก ทางร้านยังไม่ได้ใช้เครื่องชงกาแฟ La Marzocco เราค่อยๆ พัฒนาคุณภาพกาแฟ สัก 5 เดือน ถึงเปลี่ยนมาใช้เครื่องยี่ห้อ La Marzocco ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ดีที่สุด ผมว่าเครื่องชงมันสำคัญถึง 40-50% อีก 30% เป็นฝีมือของบาริสต้า และที่เหลือคือคุณภาพของเมล็ดกาแฟ ที่เราใช้จากเชียงราย
กาแฟจะดีได้ น้ำร้อนอุณหภูมิต้องนิ่ง อย่าง 90 องศา ก็ต้องเท่านี้ตลอดเวลา เพราะรสชาติจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีสำหรับการชงกาแฟ” คุณไนน์ เล่าให้ฟัง
บริการด้วยใจ
คุณไนน์ บอกถึงการบริการแม้จะเป็นกาแฟรถกระป๊อ แต่การให้บริการต้องสำคัญ เขามองลูกค้าเป็นเพื่อน ต้องเฟรนด์ลี่ และใส่ใจความรู้สึกของลูกค้าให้มาก
“ความใส่ใจลูกค้า อย่างเช่น การเปลี่ยนกาแฟ ลูกค้าสั่งเอสเย็น ได้รับไปแล้ว มันจืด ผมเติมไซรัปให้ เพิ่มหวานให้ แต่ไม่อร่อย ผมเปลี่ยนให้เลย ไม่ต้องจ่ายเงิน จริงๆ ลูกค้ายินดีจะจ่ายให้ แต่ผมบอกไม่เป็นไร หรือซื้อไปแล้วทำหก ผมก็เปลี่ยนให้ ลูกค้าก็จะให้ความรู้สึกที่ดีกับร้านเรา เป็นจุดแข็งของร้านเราเลย ไม่เคยจ้างอินฟลูฯ หรืออะไรเลย มันโตด้วยการบอกปากต่อปาก”
สำหรับราคาขายเมนูกาแฟ เริ่มต้นแก้วละ 75 บาท เมนูโซดา เริ่มต้น 65 บาท เมนูขายดีของร้านคือ อเมริกาโน่
ถึงปัจจุบัน Triple N สามารถขายได้เฉลี่ย 250-300 แก้ว ใน 4 ชั่วโมงครึ่ง และหลังจากหมดเวลาขาย คุณไนน์ให้อิสระกับพนักงานของร้าน เพราะหมดเวลาทำงานแล้ว สามารถไปพักผ่อน หรือทำงานเสริมต่อได้อีกทาง

อนาคตของ Triple N
ถามถึงอนาคตกับการเปิดร้านกาแฟรถกระป๊อเพิ่มอีกคัน คุณไนน์ บอกว่า กาแฟรถกระป๊อเป็นคาแร็กเตอร์ไปแล้ว คือ On The Beach ตั้งอยู่ริมหาด ข้างหลังเป็นวิวทะเล ถ้าจะขยายคงจะต้องเป็นอีกแบรนด์
ส่วนคาเฟ่ที่เปิดกับพี่สาว และคาเฟ่ที่เปิดกับเพื่อน ก็ไม่ได้ดำเนินต่อแล้ว Triple N จึงเป็นธุรกิจเดียวในตอนนี้
และหากใครอยากเปิดร้านกาแฟแบบนี้ คุณไนน์ แนะนำว่า “สมัยนี้คนตามหาร้านอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ไหน ทำเลไม่มีผลเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเปิดรูปแบบไหน ถ้าร้านดีจริง มีเสน่ห์ มีคาแร็กเตอร์ มีคุณภาพ คนก็ตามไปกิน”
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568
